💚💚มาลาริน/'หมอแก้ว'ไขปริศนา'กราฟโควิด' ไทย-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์ ใครทำได้ดีกว่ากัน วันนี้ติดเชื้อ 30 คนลดลงกว่าเมื่อวานค่ะ

'หมอแก้ว'ไขปริศนาดราม่า'กราฟโควิด-19' ไทย-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์ ใครทำได้ดีกว่ากัน



15 เม.ย.63- นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก "หมอแก้ว ผลิพัฒน์" ว่า เมื่อวาน มีเพื่อนมาบอกว่าประเทศไทยควบคุมสถานการณ์โรคได้ย่ำแย่กว่าบางประเทศในเอเซีย ทั้งญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ก็ถามไปว่า เอามาจากไหน เขาก็ส่งรูปบนให้ดู ก็เลยโชว์รูปล่างไปให้เขาดูบ้าง และบอกเขาว่าข้อมูลชุดเดียวกัน แค่นำเสนอต่างกันแค่นั้นเอง จะเห็นว่าการเลือกวิธีนำเสนอที่แตกต่างกันทำให้เราแปลผลสถานการณ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รูปบนญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ดูดีกว่าไทยมาก แต่รูปล่าง ญี่ปุ่นดูไม่ดีเอาเลย และสิงคโปร์ก็ไม่ต่างจากเรามากนัก

รูปบนเริ่มต้นพล็อตกราฟ ณ วันที่แต่ละประเทศมีผู้ป่วยเกิน 100 ราย แล้วเอาจำนวนผู้ป่วยหลังจากนั้นมาเทียบกัน...เออ...แล้วเขาไปเอาตัวเลข 100 คนมาจากไหน มีหลักวิชาการอะไรรองรับหรือเปล่า ตำราระบาดวิทยาหรือชีวสถิติเล่มไหนเขียนไว้หรือเปล่า
 
ตอบ...ไม่รู้สิ ไม่เคยอ่านเจอ แค่เป็นตัวเลขง่ายๆ สะดวกๆ แต่ก็เคยได้ยินมีผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่งเคยพูดไว้ตอนนำเสนอกราฟรูปบนว่าถ้าประเทศไหนมีผู้ป่วยเกินร้อยเมื่อไหร่ สถานการณ์หลังจากนั้น ประเทศนั้นจะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มเป็น ๒ เท่าทุกๆ ๓ วัน ซึ่งถ้าถามว่าจริงมั้ย ก็ต้องตอบว่า “ไม่จริง” ตัวเลข “๑๐๐” ไม่ได้มีความหมายเช่นนั้น ทั้งยังก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย เนื่องจากการเริ่มต้นนับสถานการณ์ที่จุดที่แต่ละประเทศมีสถานการณ์ไม่เหมือนกัน ก็อาจเปรียบได้กับการที่คนนำเสนอจงใจปล่อยตัวนักวิ่งออกวิ่ง ณ จุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันนั่นเอง ทั้งยังเป็นการปฏิเสธความสำเร็จของการดำเนินงานต่างๆ ที่แต่ละประเทศได้ทำมาก่อนหน้านั้นอีกด้วย สำหรับประเทศไทย ณ วันที่มีผู้ป่วย ๑๐๐ คน ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ช่วงแรกอาจจะดูเหมือนมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว

นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างนึงครับ ตัวเลขเดียวกันขึ้นอยู่กับคนนำเสนอว่าจะเลือกชี้นำให้คนอ่านให้เข้าใจหรือตีความไปในทิศทางใด การจงใจเลือก “วัน” ที่จะเริ่มนับที่แตกต่างกันออกไปก็อาจทำให้คนอื่นมองว่าคนนำเสนอมี “อคติ” ได้ กองเชียร์ทีมไทยก็อาจจะถามว่าทำไมไม่เลือกนับจากวันที่แต่ละประเทศพบผู้ป่วยในประเทศเป็นรายแรก หรือวันที่แต่ละประเทศพบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศเป็นรายแรก ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้กราฟของประเทศไทยดูดี เพราะเป็นประเทศแรกๆ ที่เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้น



การนำเสนอข้อมูล ไม่ต้องมีอะไรซับซ้อน แค่มีใจที่ปราศจากอคติก็พอ ถ้าต้องการเสนอสถานการณ์ปัจจุบันเปรียบเทียบกันก็ plot ตัวเลขจำนวนผู้ป่วยสะสมตามวันเวลาปฏิทินก็พอแล้วครับ

เขียนมาถึงตรงนี้ทำให้คิดถึงคำพูดคำหนึ่งที่ว่า "There are three kinds of lies: lies, damned lies, and statistics."

https://www.thaipost.net/main/detail/63192



https://www.posttoday.com/specials/covid19

ศบค.แถลงไทยป่วยโควิดเพิ่ม 30 ราย เสียชีวิตอีก 2 ราย



ศบค.แถลงไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 30 ราย รวมสะสม 2,643 ราย รักษาหายเพิ่มขึ้นอีก 92 ราย รวม 1,497 ราย เสียชีวิตอีก 2 ราย

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 63 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในไทย โดยมีเนื้อหาสรุปดังนี้

-พบผู้ป่วยใหม่ 30 ราย / ยอดรวมสะสม 2,643 ราย
 
ผู้ป่วยใหม่ 30 ราย จำแนกได้ดังนี้

1.ผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ จำนวน 29 ราย แบ่งเป็น
-สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 19 ราย
-คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ (ฝรั่งเศส) 1 ราย
-ไปสถานที่ชุมนุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 2 ราย
-อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 7 ราย

2.ผู้ป่วยเดินทางมาจากต่างประเทศและเข้า State Quarantines (กทม.1 USA ต่อเครื่องญี่ปุ่น) 1 ราย



-กทม.มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสูงสุด 1,482 ราย รองลงมาเป็นภาคใต้ 542 ราย ภาคกลาง 344 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 107 ราย ภาคเหนือ 95 ราย
-หายป่วยกลับบ้านได้แล้วเพิ่ม 92 ราย / รวมผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาหายแล้ว 1,497 ราย



**************************
-เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย (หญิง 1 ราย และ ชาย 1 ราย) / รวมยอดผู้เสียชีวิตสะสม 43 ราย

-ผู้เสียชีวิตรายที่ 42 เป็นหญิงไทยวัย 65 ปี อาชีพขายอาหารที่ถนนคนเดิน มีโรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง โดยวันที่ 7 มี.ค.มีไข้สูงและไอ จึงซื้อยามากินเอง ต่อมาวันที่ 12 มี.ค.อาการไม่ดีขึ้นจึงไปตรวจที่ รพ.เอกชนใน จ.เชียงใหม่ มีประวัติสัมผัสผู้ปวยยืนยันซึ่งเป็นสมาชิกในบ้าน ต่อมาวันที่ 15 มี.ค.มีอาการหน้ามืดจึงไป รพ.เดิมและกลับมารักษาตัวที่บ้าน

จากนั้นวันที่ 17 มี.ค.ส่งตรวจพบเชื้อโควิด-19 จึงเข้ารับการรักษาในรพ.ของรัฐ, ในวันที่ 18 มี.ค.ยังรู้สึกตัวดีแต่มีอาการหอบเหนื่อย, วันที่ 19 มี.ค.แพทย์ให้ยาฟาวิพิราเวียร์, วันที่ 22 มี.ค.หายใจเหนื่อยหอบมากขึ้นเอ็กซ์เรย์พบปอดอักเสบรุนแรง, 6 เม.ย.ไม่รู้สึกตัว ความดันโลหิตตก และได้รับยากระตุ้นหัวใจ แต่ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 13 เม.ย.

-ผู้เสียชีวิตรายที่ 43 ชายไทยวัย 60 ปี มีประวัติเดินทางไปร่วมพิธีทางศาสนาในประเทศอินโดนีเซีย กลับมาถึงประเทศไทยวันที่ 24 มี.ค. จากนั้นวันที่ 2 เม.ย.เริ่มมีไข้สูง 38.4 องศาฯ ปวดเมื่อยกล้ามจึงเข้ารักษาที่ รพ.ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับส่งตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 และ อาการแย่ลง จนกระทั่งเสียชีวิตลงในวันที่ 14 เม.ย.

**************************

-สถานการณ์ยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เริ่มดีขึ้น เนื่องจากความร่วมมือของประชาชนในการป้องกันการแพร่ระบาด

https://www.posttoday.com/social/general/620895



ใช่ค่ะ โควิด19 มันสู้เราไม่ได้  ถ้าเราแข็งแรงมีภูมิคุ้มกันดี

ข้อสำคัญนะคะ...การ์ดอย่าตก

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 14
แถลงความคืบหน้า สถานการณ์ โรคไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 15 เมษายน​ 2563
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แถลงความคืบหน้า สถานการณ์ โรคไวรัสโควิด-19
ณ​ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ประจำวันที่ 15 เมษายน​ 2563

การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) วันที่ 15 เม.ย. 2563
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา  2019 (โควิด-19)
ณ โถงกลางตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล  
วันที่ 15 เมษายน 2563






รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันพุธที่ 15 เมษายน 2563
ประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อสะสม 2,643 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 30 ราย)
เสียชีวิตรวม 43 ราย (เพิ่มขึ้น 2 ราย)
รักษาหายป่วยแล้ว 1,497 ราย (56.6%) เพิ่มขึ้น 92 ราย
ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 30 ราย ใน 8 จังหวัด เข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร (17), ยะลา (3), ปัตตานี (3), ภูเก็ต (3), นนทบุรี (1), ชุมพร (1), ขอนแก่น (1), นราธิวาส (1)

กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,328 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (190), นนทบุรี (149), สมุทรปราการ (108), ยะลา (93), ปัตตานี (85), ชลบุรี (81), สงขลา (56), เชียงใหม่ (40) และปทุมธานี (33) โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 71 ราย

โดยยังมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และ อ่างทอง

ส่วนรายงานข้อมูลของอาเซียนและการวิเคราะห์จะอยู่ในรอบการรายงานช่วงเย็น

ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
https://www.facebook.com/nrctofficial/posts/2712719495520272?__tn__=-R

การแถลงข่าวของศูนย์ปฏิบัติการด้านต่างๆ จาก ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด19 หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
การแถลงข่าวของศูนย์ปฏิบัติการด้านต่างๆ จาก ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด19 หรือ ศบค.
ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
วันที่ 15 เมษายน 2563


โอม ... จงลง

จำนวนผู้ป่วยเพิ่มวันนี้ (15 เมย.) มีจำนวน 30 ราย ลดลงจากเมื่อวานนี้เล็กน้อย ซึ่งนับเป็นวันที่ 7 ต่อเนื่องกันที่จำนวนผู้ป่วยมีจำนวนต่ำกว่า 100 ราย แต่ยังต้องลุ้นกันวันต่อวัน ว่าตัวเลขจะลดลงอีกเรื่อยๆ หรือว่าจะผงกหัวขึ้นอีกเหมือนเมื่อวานนี้

แต่สิ่งที่ค่อยๆถ่างออกไปเรื่อยๆ คือยอดผู้ป่วยที่หายดี ซึ่งวันนี้เพิ่มขึ้นอีก 92 ราย และผู้ป่วยระหว่างรักษา ที่วันนี้ลดลง 64 ราย ทำให้ยอดรวมของผู้ป่วยหายดี (1,497) และผู้ป่วยระหว่างรักษา (1,103) ต่างกันเกือบ 400 คนแล้ว

อย่าลืมว่า ตัวเลขในวันนี้ เป็นผลมาจากพฤติกรรมของเราเมื่อ 5-7 วันที่แล้ว ดังนั้นหากเราให้กราฟลงๆๆๆ ไปเรื่อยๆ ดังนั้นตัวเลขที่เห็นในวันนี้ จึงมาจากก่อนช่วงสงกรานต์ หากพ้นไปสักอาทิตย์ เราก็จะเห็นว่าสงกรานต์จะเป็นช่วงพลิกผันสถานการณ์อีกหรือไม่ คำถามว่าเมื่อไหร่เราจะเริ่มทำงานได้ เริ่มเปิดร้านได้ เมื่อไหร่จะถอดหน้ากากได้ ... คำตอบจึงอยู่ที่เราทุกคนค่ะ ช่วยกันรักษาวินัยในการระมัดระวังตัว มีความรับผิดชอบต่อผู้อื่น ที่เหลือก็คือ ช่วยกันลุ้นให้ยอดลงๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ จนยอดเหลือศูนย์เมื่อไหร่ และนับต่อไปอีกภายใน 14 วัน เชื่อว่าจะเราจะก้าวผ่านไปสู่สภาวะที่ผ่อนคลายมากขึ้นค่ะ ... อดทนมาได้เป็นเดือนแล้ว การ์ดอย่าเพิ่งตกง่ายๆตอนนี้นะคะ
https://www.facebook.com/ThaiCovidCenter/photos/a.101090364890215/115470656785519/?type=3&__tn__=-R
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่