งานบ้านเป็นหน้าที่ของแม่กับลูก พ่อไม่ต้องทำ

1.พ่อทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวแล้ว งานบ้านทั้งหมดแม่กับลูกทำ พ่อไม่ต้องทำอะไรเลย?
รบกวนอ่านรายละเอียดของครอบครัวเราหน่อยนะคะ

2.ช่วย'แม่บ้าน'ทำงานบ้าน?
     -รายละเอียด
   ช่วยทำงานบ้าน ตั้งใจเรียนให้ดีเพื่อตอบแทนคุณพ่อแม่ อันนี้เป็นสิ่งที่ลูกอย่างเราเข้าใจดีและชอบทำมากค่ะ
เรากับน้องชายเต็มใจและชอบช่วยแม่ทำงานบ้าน แต่พ่อเป็นกรณีที่เราขัดใจและไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เรารู้สึกอยู่ถูกไหม หรือเป็นความคิดเราที่ไม่ดีเอง
รายละเอียดอย่างนี้ค่ะ

     พ่อเราทำงานบริษัทใหญ่ ตำแหน่งสูง รายได้สูงและมีธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ   บ้านเรามีแม่บ้านตั้งแต่แต่งงานใหม่ๆเลย พอแม่มีลูกคนแรก(คือเรา)พ่อก็บอกให้ลาออกจากที่ทำงานมาเลี้ยงลูก และมีแม่บ้านอยู่ตลอด จนพอเรากับน้องชายขึ้นเป็นวัยรุ่น พ่อเราก็เริ่มแซะลูกสาวอย่างเราตลอดค่ะทำนองว่า "ทำอะไรไม่เป็นเลย" และแซะแม่เราว่า "เลี้ยงลูกคุณหนูจัง ดูซิลูกทำอะไรไม่เป็นเลย", กระแนะกระแหนแม่ทำนองว่าอยู่บ้านสบายๆ ทั้งๆที่แม่เราไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆเลยค่ะ ไปช่วยดูธุรกิจส่วนตัวของพ่อที่พ่อไม่ไปดูเลย เลี้ยงเราและน้องชาย ซึ่งน้องจะเลี้ยงยากเป็นพิเศษ เพราะน้องป่วยทำให้การเรียนช้า+น้องขี้เกียจมากเองด้วย ไม่กระตือรือร้นเรื่องเรียน แม่เราก็เข็นน้องอย่างมาก หาที่เรียน สอนเอง บลาๆ ซึ่งงานเลี้ยงลูกให้ได้ดีไม่ง่ายนะคะ เลี้ยงให้เป็นคนดี มีความรับผิดชอบ มีสภาพจิตใจที่ดีไม่มีบาดแผลทางใจ ปลอบ+สอนลูกเวลาเจอเรื่องแย่ๆ ซึ่งแม่เราทำได้ดีมากค่ะ แต่พ่อกลับกระแนะกระแหนแม่ทำนองว่า "ไม่ได้ทำงานเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงลูกสบายๆ งานบ้านก็ไม่ต้องทำ" ตรงนี้ที่ทำให้เราโกรธและไม่ชอบพ่อมากที่ดูถูกแม่แบบนี้  งานสบายๆที่พ่อว่า พ่อทำไม่ได้แน่นอนค่ะ เพราะพ่อเอามาดวางฟอร์ม ถือตัว โลกส่วนตัวสูง อีโก้สูงปรี๊ดที่ทำงานมาใช้กับ'ที่บ้าน' ทำให้เราไม่สนิทกับพ่อเลยค่ะ โอเคพ่ออาจจะไม่ถนัดเลี้ยงลูก พ่อก็ทำหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวในแบบของพ่อได้ดีทีเดียว แต่ก็ไม่ควรมาดูถูกแม่แบบนี้ค่ะ

    ประกอบกับในเรื่อง2.ช่วย'แม่บ้าน'ทำงานบ้าน ตัวอย่าง เรากลับมาจากเรียนช่วงเย็น "ไปรดน้ำต้นไม้ซิ พี่เกด(นามสมมติแม่บ้าน) เขาทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว", "ไปช่วยพี่เกดเขาล้างจานบ้างซิ งานเขาเยอะ" แน่นอนว่างานเหล่านั้นเราทำได้ไม่ได้มีอะไรยากเลย และทำแน่ถ้าไม่เสียเงินจ้างแม่บ้านมาเกือบหมื่นแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเขานี่ไม่งั้นจะจ้างมาทำไม  เราต้องทำหน้าที่ส่วนนั้นของเขาด้วยหรอคะ?  งานบ้านไม่ได้เยอะอะไรเลย บ้านก็ขนาดทั่วไปไม่ได้ใหญ่โต เวลาว่างที่เราไม่ได้ทำงานบ้าน เราก็เอาเวลาส่วนนี้ไปอ่านหนังสือ ทำการบ้าน ไม่ได้นั่งกระดิกขาดูทีวีเล่นโทรศัพท์เป็นคุณหนู หนังสือไม่อ่านการบ้านไม่ทำนะคะ รับผิดชอบเรื่องเรียนเองทุกอย่าง พอแม่ เราบอกไปแบบนี้พ่อก็สอนมาว่า"งานบ้านเป็นหน้าที่ของทุกคนในบ้าน ทุกคนต้องช่วยกัน" ดูคำที่พ่อสอนเราไว้นะคะ -อ้อแล้วก็น้ำเสียงตอนสั่งให้ไปทำกับสอน ไม่ได้ฟังดูเป็นการสอนลูกเลยค่ะ เป็นออกแนวเหน็บแนม เราสัมผัสได้ว่าพ่อจะรู้สึกสะใจทุกครั้งที่ได้เหน็บเรากับแม่-

   เรื่องกระแนะกระแหนลูกสาวอย่างเรากับแม่มีมาอย่างยาวนาน จนแม่ทนไม่ไหวเลยเลิกจ้างแม่บ้านเลยค่ะ ทีนี้จะได้ไม่ต้องมาแซะแม่ว่า "เลี้ยงลูกเป็นคุณหนู ทำอะไรไม่เป็น" เราแม่น้องก็ช่วยกันทำงานบ้าน รวมถึงพ่อก็ต้องทำด้วยเล็กๆน้อยๆ เช่น รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารปลา ทีนี้ไม่กี่วันเท่านั้นแหละค่ะ พ่อรีบหาแม่บ้านใหม่บอก "พ่อไม่สะดวกสบาย"  โห55555 พ่อแม่ย้อนบอกอ้าวไหนบอกจะให้ลูกหัดทำงานบ้านไง ทีอย่างนี้มาบอกตัวเองไม่สะดวกสบายทั้งๆที่แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย พ่อก็เถียงค้างๆคูๆอยู่คำเดิม "ก็พ่อไม่สะดวกสบาย" สุดท้ายก็จ้างแม่บ้านอีกจนได้ค่ะ

ทีนี้ช่วงCOVID-19 แม่บ้านกลับบ้านเป็นเดือน พอไม่มีแม่บ้าน เรา แม่ น้องชาย ช่วยกันทำงานบ้านค่ะ แต่พ่อกลับไม่ช่วยเลย พอลองย้อนถามไปว่าไหนตอนที่มีแม่บ้านบอกเราว่า "งานบ้านเป็นหน้าที่ของทุกคนในบ้าน ทุกคนต้องช่วยกัน" พ่อก็ขึ้นเสียงใส่ว่า "ก็พ่อทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวเหนื่อยแล้ว งานบ้านยังต้องทำอีกหรอ" อ้าว แล้วทีแม่เราล่ะคะ? แม่ก็เลี้ยงลูกเหนื่อยเหมือนกัน ศักดิ์ศรีไม่เท่ากันหรอ?? เราบอกได้เลยว่าเหนื่อยกว่างานในบริษัทในห้องแอร์ ให้คำปรึกษา เซ็นเอกสารไม่กี่อย่าง ไปบ้างไม่ไปบ้างก็ได้ของพ่อแน่นอนค่ะ ไหนจะที่แม่ไปดูธุรกิจส่วนตัวให้พ่อ ที่พ่อเอาเงินไปกองทิ้งไว้ให้ลูกน้องบริหารกันเองไม่ไปดูแล ก็โดนโกงสิคะ พ่อจะอยู่เฉยๆๆดูแต่ตัวเลขกำไร-ขาดทุนที่บ้านอย่างเดียว อ้อแต่ก็ไม่ใช่ว่าในบ้านพ่อไม่ทำอะไรเลยขนาดนั้นนะคะ เวลามีอะไรในบ้านเสียพ่อก็ซ่อมอยู่ 

  *** จริงๆแล้วประเด็นหลักเลยคือพ่อสอนลูกแต่พ่อกลับไม่ทำเป็นตัวอย่างให้ลูกดู เช่น กินเสร็จให้เก็บไปไว้ที่ครัวให้เรียบร้อย อันนี้สอนน้องชายค่ะ ปกติเรากินแล้วเก็บ ทิ้งเป็นที่อยู่แล้ว พอไม่มีแม่บ้านอยู่ก็เห็นได้ชัดเลยค่ะว่าเป็นพ่อนั่นแหละที่กินตรงไหนวางไว้ตรงนั้น ไม่แม้แต่จะเอาไปวางไว้ในอ่างให้เรียบร้อย ซองขนมกินหมดก็วางไว้บนโต๊ะไม่เอาไปทิ้ง พอน้องชายย้อนถามก็อ้างว่าไม่ใช่ของพ่อบ้าง ช่วยเก็บให้แค่นี้ไม่ได้รึไง.. ลูกเก็บให้ได้แน่นอนค่ะเรื่องแค่นี้ ถ้าเป็นแม่ แต่พอเป็นพ่อที่ชอบแซะชอบกระแนะกระแหนแต่ตัวเองกลับเป็นซะเอง.. , บอกให้ช่วยกันประหยัดแต่ตัวเองกลับนอนเปิดแอร์ทุกคืนทั้งๆที่เป็นหน้าหนาว อากาศเย็นสบายมาก และการใช้อารมณ์ในเหน็บแนมลูกกับแม่มากกว่าความตั้งใจที่จะสอนจริงๆ มันรู้สึกเหมือนถูกด่าเพื่อความสะใจ เพื่อวางอำนาจหัวหน้าครอบครัวอย่างเดียว มากกว่าการที่ลูกจะได้รับการอบรมจากพ่อ

     สุดท้ายนี้เราไม่ได้หมายความว่าให้พ่อมาช่วยงานบ้านอะไรเยอะแยะเท่าเราแม่น้องหรอกค่ะ เพราะเวลามีอะไรเสียท่านก็ซ่อมอยู่ หน้าที่หาเงินเลี้ยงครอบครัวพ่อก็ทำได้ดี แต่แค่ช่วยทำเป็นตัวอย่างอย่างที่สอนลูกไว้ให้ดูสักทีหน่อยได้ไหม  พูดกับลูกให้ดีกว่านี้หน่อยได้ไหม สอนดีๆอย่าใช้น้ำเสียงเหน็บแนมแบบนั้น งานบ้านลูกอย่างเรายินดีทำเพื่อพ่อแม่แน่นอน แต่เราไม่ชอบที่พ่อทำตัวจ่ายเงินแล้วก็จบๆ แม่ไม่ได้หาเงินก็ทำงานบ้านกับลูกไป ทำเหมือนตัวเองเป็นเจ้านาย แม่กับลูกเป็นลูกน้อง เอานิสัยที่บริษัทมาใช้ ตอนแม่ลูกทำงานบ้านกันเล่นกันไปด้วยสนุกดีนะคะ ส่วนพ่อก็จะนั่งเล่นโทรศัพท์ ดูทีวีอยู่ที่โซฟา จะดีกว่าไหมคะถ้าช่วยกันทำด้วยกัน4คนพ่อแม่ลูก มีกิจกรรมทำร่วมกัน ยิ่งพ่อทำตัวอีโก้สูงแบบนี้แล้วด้วย อย่าว่าแต่ความสนิทพ่อ-ลูกเลยค่ะ กลับรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่อยู่กับพ่อ ทุกอย่างที่ทำให้พ่อตอนนี้ ส่วนใหญ่ความรู้สึกเหมือนเป็นแค่หน้าที่มากกว่าความรักที่อยากตอบแทนบุญคุณค่ะ..😔ตรงนี้ที่ทำให้เรารู้สึกเป็นลูกที่แย่มาก ว่าทำไมความรู้สึกที่มีกับพ่อถึงต่างกับแม่ขนาดนี้..


    อยากฟังความคิดเห็นของพี่ๆ คุณลุง คุณน้า คุณป้า ว่าอย่างไรบ้างคะ ในบ้านตอนนี้แม่น้องเราก็ช่วยกันทำงานบ้านไปค่ะ แม่ก็บอกปล่อยๆพ่อไป ไม่อยากทะเลาะกันในครอบครัว ทำอะไรได้ก็ทำไป เวลาพ่อจู้จี้บ่นเรื่องไม่เป็นเรื่องก็ปล่อยผ่าน คนแก่ก็อย่างเนี้ยแหละ อย่าถือสา5555เม่าบัลเล่ต์
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
พ่อพี่เป็นคนดี ขยัน เก่ง ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่เป็นคนเจ้าอารมณ์ หงุดหงิด ด่าลูกได้ทุกเรื่อง ตอนพี่อายุ 14-15 พี่แอนตี้พ่อไปเลย ไม่ชอบ ไม่อยากคุยด้วย คุยทีไรก็จู้จี้จุกจิกเครียดใส่ตลอด ถึงขั้นคุยกับเพื่อน กูเกลียดพ่อว่ะ
แล้วเรื่องมันก็เกิดพลิก ตอนพ่อพี่เสียกระทันหัน พี่นี่ร้องไห้หนักมาก คิดถึงพ่อมาก บ้านที่เคยอยู่มันกว้างมากเหงา รู้สึกผิด ว่าทำไมไม่ทำดีกับเค้าให้มากกว่านี้ ทำไมไม่คุยกับเค้าดี ๆ
ร้องไห้ตลอด ดูหนัง หรือคุยอะไรเกี่ยวกับพ่อไม่ได้เลย ร้องไห้ตลอด เป็นแบบนี้เป็นสิบๆ ปีเลยค่ะ
พอแกเสียแล้วถึงจะมานึกถึงความดีความน่ารักที่แกเคยทำ ตอนแกอยู่ ก็คิดถึงแต่เรื่องที่ไม่ดีของแก ทั้งที่แกก็เป็นมนุษย์คนนึง ที่ก็ย่อมทีข้อเสียบ้าง  แต่พี่ไม่คิดไง ทั้งที่พ่อพี่ก็คนดี เป็นพ่อที่ดีมาก ๆ เลยนะ พี่เสียใจมาก และพี่ก็ไม่อยากให้ใครต้องมาเสียใจเหมือนพี่ เล่าเป็นอุทาหร เผื่อน้อง จขกท จะใจอ่อน ยอม ๆ พ่อไปบ้าง ถ้าไม่ชอบใจที่พ่อพูดจาเหน็บแนม ก็พูดกับพ่อตรง ๆ หรือ ให้แม่คุยค่ะ ค่อย ๆ ปรับกันไป พ่อน้องก็ไม่ได้แย่เหมือนคนอื่น ๆ นะคะ อย่าไปโกรธเคืองอะไรมากมาย ไม่ใช่กลัวเรื่องบาปบุญนะคะ แต่ไม่อยากให้ติดค้างในใจไปตลอด เวลาแกตายแล้วเหมือนพี่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่