รีวิวที่เที่ยวฉบับนักศึกษาไปทำวิจัย เที่ยวน้อยแต่เที่ยวนะ Archamps-Geneva-Lyon-Annecy-Paris

กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของ จขกท ที่ได้เขียนรีวิวผิดถูกยังไงขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ  จขกท ได้ทุน FRANCO-THAI มาทำวิจัยเป็นเวลา  2 เดือน ที่ Biopark, Archamps ประเทศฝรั่งเศส ช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม 2562 อุณหภูมิในช่วงนั้นถือว่าอากาศดีเลย อยู่ในช่วงประมาณ 10-20 องศา ยกเว้นช่วงกลางเดือนตุลาคมต่ำสุดประมาณ 4 องศา อาจจะเที่ยวไม่มากเพราะต้องทำวิจัยเป็นหลัก กระทู้นี้ก็จะมารีวิวที่เที่ยวคร่าวๆในแถบนั้นกันนะคะ ถ้าพูดถึง Archamps คงไม่ค่อยมีใครรู้จักกันแน่ๆตอนแรกที่ได้รู้ว่าจะต้องอยู่ Archamps ก็แอบกังวล เพราะแทบจะไม่มีใครรีวิวเลย แต่ก็เป็นเมืองที่ใกล้กับ Geneva มาก เรียกได้ว่าแทบจะอยู่ติดกันเลยก็ว่าได้ค่ะ ที่เที่ยวที่ได้ไปมาหลักๆก็จะเป็น Saint-Julien-en-Genevois, Geneva, Lyon, Annecy และ Paris ค่ะ
การเดินทาง
จขกท จะเช็ค CIQ มาตั้งแต่เชียงใหม่เลย เลือกเดินทางมาโดยสายการบิน
Bangkok Airways เชียงใหม่-สุวรรณภูมิ
Qatar Airways สุวรรณภูมิ-โดฮา-เจนีวา

เมื่อถึงสนามบินที่เจนีวาแล้วทาง Biopark ได้เรียก Taxi ให้มารับ (ค่า Taxi บอกได้เลยว่าแพงมากๆเมื่อเทียบกับระยะทางที่เดินทางประมาณ 50 Euro แต่โชคดีที่ทาง Biopark จ่ายให้ค่ะ) และไปส่งยังที่พักที่ ทางเราได้พักที่ Logitop Résidence Grand Angle ค่ะ

การเดินทางจากเมืองนี้ส่วนใหญ่จะเป็น tpg bus ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนของเจนีวา ข้างหลังก็เป็นไร่องุ่นกั้นระหว่างสวิสเซอร์แลนด์กับฝรั่งเศสนั่นเอง โดยบัตร tpgpay จขกท ซื้อที่ห้าง Vitam จะต้องเติมเงินเข้าไปก่อน จขกท เติมไป 20 Euro เพื่อใช้แตะจ่ายเงินบน tpg bus ได้ทั้งฝั่งสวิสและฝรั่งเศส ซึ่งการเดินทางในแต่ละที่จะมีราคาไม่เท่ากัน คนขับรถจะไม่มีหน้าที่ตรวจตั๋ว ขึ้นกับความเชื่อใจผู้โดยสารล้วนๆ โดยจะมี controller สุ่มตรวจตั๋วนะคะ ทางที่ดีไม่ควรเสี่ยงเลย
วิวจากห้องพักที่ Logitop Résidence Grand Angle จริงๆใกล้เจนีวามากๆจนขนาดเห็นน้ำพุ Jet d'Eau ได้เลย
แน่นอนว่าที่ที่เราไปที่แรกคือ Saint-Julien-en-Genevois นั่นเอง ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเน้นมากระโดดร่มเป็นหลัก ส่วน จขกท เน้นมาหาซื้อของกลับไปทำกับข้าวทานที่ที่พักนั่นเองค่ะ ซุปเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่ก็จะเป็น Carrefour, Grand Frais, Vitam เพราะรอบๆที่พักไม่มีร้านอาหารเลยมีก็แต่เพียงสถาบันวิจัยและโรงภาพยนต์ Pathé เท่านั้น จะมีก็แต่ food truck เวียนมาจอดขายที่สถาบัน Saint-Julien มีร้านขายของน่ารักๆเยอะเลยค่ะ รวมถึงร้านอาหารอีกด้วย
La Table à Raclette เป็นร้านที่ทางสถาบันพามากินเลี้ยงส่งก่อนกลับ หากใครเป็นสาวกชีสห้ามพลาดเมนูฟองดูว์เลยค่ะ ชีสดีมากๆเป็นชีสที่มีเฉพาะ Haute-Savoie เสิร์ฟในหม้อเคลือบกาเกอลงมาพร้อมขนมปังนุ่มๆ ก่อนทานพนักงงานจะนำไวน์มาให้ชิมก่อน เจ้าของร้านน่ารักมากค่ะ

พอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ จขกท ก็ได้วางแผนไปเที่ยวที่ใกล้ๆก่อนนั่นก็คือ Geneva นั่นเองค่ะ เดินทางโดย tpg bus ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเจนีวา โดยซื้อตั๋วแบบ Region 84,10 เนื่องจากเราข้ามจาก Zone 84 มายัง Zone 10 ราคา 3.40 Euro เดินทางกี่ครั้งก็ได้ภายใน 120 นาที
สาย M จาก Archamps-Communauté-Communes มายัง Saint-Julien SNCF
สาย D จาก Saint-Julien SNCF ไปลงที่ Bel-Air

ทางตรงมาเรื่อยๆก็จะเจอกับบริเวณลาน Place de Neuve ซึ่งจะมี Musée Rath เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะในกรุงเจนีวา
เดินเข้าไปจะเจอกับสวน Parc des bastions ที่มีหมากรุกขนาดใหญ่ไว้ให้ได้เล่นกันอยู่ทางด้านซ้ายมือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของสวนแห่งนี้ ใกล้ๆกับหมากรุกนี้จะมีห้องน้ำแยกชาย-หญิงสามารถเข้าได้ฟรีค่ะ ไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้ดี
เดินทะลุไปเรื่อยๆจะเจอกับ Reformation Wall อนุสาวรีย์นานาชาติเพื่อการปฏิรูปนิกายโปรเตสแตนต์
เดินในสวนสักพักก็ออกมาทางเดิมเดินขึ้นเนินนี้ก็จะเจอกับตรอกมากมายประดับด้วยธงของเจนีวา
ระหว่างทางจะเจอกับจตุรัส Place du Bourg-de-Four
เดินตรงไปจะเจอกับ Saint Peters Cathedral หากขึ้นไปด้านบนจะต้องเสียเงินเพิ่ม 5 CHF สำหรับผู้ใหญ่ และ 2 CHF สำหรับเด็ก เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปของเมืองเจนีวากันนั่นเอง ที่นี่มักจะมีคนถือกระดาษมาให้เซ็นต์เพื่อเรี่ยไรเงินไม่ควรเซ็นต์เป็นอันขาด
จากนั้นก็ไปเดินเที่ยวเล่นเส้นถนน Rue du Marché มีร้านค้าต่างๆมากมาย เช่น H&M, ZARA, LUSH ส่วนตัวชอบไปเดินที่ Globus ค่ะ
หากเดินทะลุไปเส้นด้านหลังถนน Rue du Rhône จะเป็นเส้นของ Shop brandname เช่น LV, Gucci, Hermès, Fendi, Dior, Chanel
จะเจอกับสวน Jardin Anglais ซึ่งมีอนุเสาวรีย์ National Monument สัญลักษณ์ของการรวมตัวของเจนีวากับสวิตเซอร์แลนด์
เดินเลียบทะเลสาบเจนีวาก็จะเจอกับน้ำพุ Jet d'Eau ซึ่งเป็นน้ำพุที่สูงที่สุดในโลกและเป็นเอกลักษณ์ที่มีชื่อเสียงของเจนีวา
ของฝากจากเจนีวาก็คงหนีไม่พ้นช็อคโกแลต มีดพับและนาฬิกานั่นเองค่ะ

Lyon
การเดินทางไป Lyon จะเดินทางโดยรถไฟ TER สามารถซื้อตั๋วได้ที่ https://en.oui.sncf/en/ เมื่อได้ตั๋วเรียบร้อยแล้วก่อนขึ้นรถไฟจะต้องตอกบัตรที่ตู้สีเหลืองให้เรียบร้อย จากนั้นก็ขึ้นรถไฟได้เลย จะต้องไปเปลี่ยนขบวนที่ Bellegarde จากนั้นนั่งไปยัง Lyon
ทำการซื้อตั๋วให้เรียบร้อยสำหรับ 1 วัน ราคา 5.50 Euro ขึ้นได้ทั้ง bus, metro, tram และใช้ขึ้น Fourvière เพื่อชมวิวเมือง Lyon ได้อีกด้วย
ที่ลียงอากาศร้อนกว่าเจนีวาเลย
จตุรัส Bellecour ที่ตั้งของอนุสาวรีย์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เดินทางมาโดย metro สถานี Bellecour
เดินชมเมืองไปเรื่อยๆเพื่อจะขึ้นไปชมวิวด้านบน
เดินข้ามสะพานผ่านแม่น้ำ Saône
เราสามารถใช้ตั๋ว one day ในการขึ้นกระเช้าไปชมวิวได้เลย
เมื่อขึ้นไปด้านบนก็จะเจอกับ La Basilique Notre Dame de Fourvière เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่มากๆอีกแห่งหนึ่งของลียงเลยก็ว่าได้ ที่นี่ก็มีคนเรี่ยไรเหมือนเดิมค่ะ
เดินอ้อมมาด้านนอกก็จะเจอกับจุดชมวิวเมือง Lyon
เดินลงมาจาก La Basilique Notre Dame de Fourvière เพื่อที่จะไปยัง Musée Gallo-Romain de Lyon ซึ่งก็คือโรงละครโรมันนั่นเอง ใหญ่มากและร้อนมากเช่นกัน
Fontaine Bartholdi อีกหนึ่งที่ที่เสียดาย เพราะช่วงนั้นลียงก่อสร้างเยอะ ปกติจะมีน้ำแต่ตอนนี้ไม่มี
จากนั้นก็ลงมาเดินเที่ยวเล่นในเมืองกับซื้อของใน Galeries Lafayette อีกนิดหน่อยแล้วก็กลับโดยรถไฟ TER เหมือนเดิมค่ะ รถไฟ TER ก็จะมี controller มาตรวจตั๋วด้วยแบะต้องตอกบัตรทุกครั้งก่อนขึ้นรถไฟ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่