สารานุกรมปืนตอนที่ 359 XM191 Multi-Shot Portable Flame Weapon (MPFW)

"ขอขอบคุณเพจ Nguyen Military History อย่างสูงครับ"

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้



M191 Multi-Shot Portable Flame Weapon (MPFW) ผู้จะมาแทนที่เครื่องพ่นไฟของกองทัพสหรัฐ.
XM191 เป็นระบบเครื่องยิงจรวดขนาด 66 ม.ม. 4 ลำกล้อง ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็น เครื่องยิงจรวดรุ่น M202 FLASH (Flame Assault Shoulder)ซึ่งได้เข้าประจำการใน ปี 1978



โครงการเริ่มต้นจากทางกองทัพสหรัฐมีความต้องการอาวุธที่สามารถยิงกระสุนเพลิงใส่เป้าหมายเช่น อาคาร บังเกอร์ ในระยะ 100 เมตรขึ้นไป เพื่อทดแทนเครื่องพ่นไฟแบบเก่า จึงมีการเริ่มโครง XM191 เพื่อนำมาทดแทน เครื่องพ่นไฟในกองทัพสหรัฐ คือ M2 และ M9A1-7 ซึ่งล้าสมัย ใช้งานยุ่งยาก ,อันตรายต่อผู้ใช้ และระยะยิงที่จำกัด(ระยะยิงเครื่องพ่นไฟ M2/M9A1-7 สูงสูดประมาณ 40-50 เมตร) .

โดย XM191 Multi-Shot Portable Flame Weapon (MPFW) นั้นจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ
1.ส่วนของเครื่องยิงแบบ XM202
2.ส่วนของแพคจรวด XM-74 ขนาด 66 ม.ม. 4ลูก
เบื้องต้นได้มีการพัฒนาลูกจรวดเพลิงขนาด 66 ม.ม. พื้นฐานจาก ลูกจรวดของ M72 LAW(Light Anti-Armor Weapon) โดยลูกจรวดเพลิงตัวใหม่มีชื่อว่า XM-74 โดยส่วนของหัวรบบรรจุด้วยสาร thickened pyrophoric agent (TPA) น้ำหนัก 1.3 ปอนด์ คุณสมบัติของสารชนิดนี้คล้ายกับ white phosphorus คือ ลุกไหม้เมื่อสมผัส ออกซิเจน ทำให้เกิด อุณหภูมิ สูงประมาณ 1200-2200 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว ตัวลูกจรวดเพลิงแบบ XM-74 สามารถนำไปใช้กับเครื่องยิงจรวดแบบ M-72 ได้ .



ขั้นตอนต่อมาได้ออกแบบเครื่องยิง XM202 เครื่องยิงจรวดขนาด 66 ม.ม. 4 ลำกล้องยิง บรรจุกระสุนทางท้าย โดย กระสุนที่บรรจุ จะมาเป็นแพค แพคล่ะ 4 ลูก แต่ละแพคลูกจรวดได้รับการบรรจุพร้อมยิง จากโรงงาน นอกจากสามรถยิงลุกจรวดเพลิงแบบ XM-74 ตัวเครื่องยิงสามารถยิงลุกจรวดแบบ high-explosive anti-tank (HEAT) ได้โดยลูกจรวดมีชื่อว่า XM-78 และ ลูกจรวดบรรจุ CS gas แบบ XM-96 สำหรับควบคุมฝูงชนได้ (ลูกจรวดXM-78 และ XM-96 ไม่มีข้อมูลในการผลิตใช้งานจริง อาจเพราะตัวเครื่องยิง XM-191 ถูกออกแบบสำหรับใช้ยิงจรวดเพลิงแต่แรก และ กระสุนทั้ง แบบ HEAT และ CS gas ก็มีเครื่องยิงที่เหมาะสมอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเข้าบรรจุในกองทัพอย่างเป็นทางการในชื่อ M202 FLASH จึงเหลือแต่ จรวดเพลิงแบบM74 เท่านั้น)
ระบบการยิง จะยิงทีละนัด มีศูนย์เล็งอยู่ด้านซ้ายของเครื่องยิง.
หลังจากผลิตพร้อมใช้งาน ได้ถูกส่งมาทดสอบการใช้งานจริงในเวียดนามใต้(Republic of Vietnam ) โดยเริ่มสาธิตการใช้งานให้แก่ หน่วยทหารบกสหรัฐ และ หน่วยนาวิโยธินสหรัฐในช่วงเดือน กุมพาพันธุ์-มีนาคม 1969 ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงจากหน่วยงานต่างๆ
ต่อมาเป็นขั้นตอนในกระประเมินใช้งานในสนามรบจริง โดยได้ทำการแจกจ่าย เครื่อง ยิง XM-191 ไปให้หน่วยรบต่างๆของสหรัฐในเวียดนามใต้ ใช้เวลารวม 90 วัน แต่ละหน่วย จะได้รับ XM-191 ประมาณหน่วยละ 24-30 กระบอก ส่วนมากนำไปจ่ายให้ หมวดปืนเล็ก หมวดละ 1 กระบอก และ จ่ายให้บางส่วน ให้ บก.กองร้อย.

ผลการประเมินในการรบจริง

ความแม่นยำ : ระยะยิงเป้าหมายเฉลี่ยประมาณ 260 เมตร อัตราความแม่นยำต่อเป้าหมาย อยู่ที่ 65 เปอเซนต์(จรวดตกใกล้เป้าหมายในระยะ5 เมตรถือว่าโดน)
ผลต่อเป้าหมาย : รัศมีความเสียหายหนักอยุ่ประมาณ 20 เมตร ขึ้นกับภาพภูมิประเทศ หากเป็นพื้นที่ แฉะ ชุ้มน้ำ จะทำให้ประสิทธิภาพลดลงอย่างมาก มีรายงานว่าพบข้าศึกที่มีรอยไหม้ตามเสื้อผ้าแลอุปกรณ์ ทั้งนี้ พบว่ามีข้าศึกที่เสียชีวิตเพราะอาวุธอื่นยิงใส่จากการที่โดน XM-191 ยิงจรวดเพลิงใส่ ที่ซ่อน บังเกอร์ ทำให้ต้องหนีออกมา ทหารยังนิยมใช้ XM-191 ยิงใส่ถ้ำต้องสงสัย หรือ ยิงสุ่มตามจุดต้องสงสัยระหว่างลาดตระเวณ ทำให้ลดความเสี่ยงในการถูกซุ่มโจมตี .
ความน่าเชื่อถือได้ : จากการประเมินใช้งานจริง ยังไม่พบกระสุนด้านในการยิง แต่ถ้ารวมกับการยิงซ้อมมีอัตรากระสุนด้านที่ 0.8 เปอเซนต์ ส่วนกลไกที่มีปัญหาพบเป็นส่วนของระบบไกของเครื่องยิง ที่มักจะค้างไม่กลับตำแหน่งเดิม.
รูปแบบการใช้งานของ XM-191 Multi-Shot Portable Flame Weapon (MPFW)

1.ทำลายบังเกอร์ ,สิ่งปลูกสร้าง,ที่ตั้งอาวุธ ,ถ้ำ,เป้าหมายอื่นๆ.

2.โจมตีพื้นที่เป้าหมาย ทำให้เกิดไฟบริเวณรอบๆ

3.การยิงสุ่มในการลาดตระเวณ ปรกติจะมีการใช้อาวุธประจำกายในการยิง จุดน่าสงสัย อาจะเป็นที่ซ่อนข้าศึก XM-191 สามารถยิงเพื่อเปิดทางเป็นอย่างดี.

4.การใช้ป้องกันฐาน XM-191 สามารถยิงข้าศึก ที่มาใกล้แนว และด้วยกระสุนที่ แรงระเบิดต่ำทำให้ ลวดหนามรอบฐานไม่ขาดและเกิดไฟรอบๆ.

5.การใช้งานอื่นๆ เช่น ซุ่มโจมตีข้าศึก การใช้ยิงจากฐานเพื่อผลทางจิตวิทยาต่อข้าศึก
XM-191 หลังจากจบการประเมินมีอาวุธส่วนหนึ่งได้ถูกส่งต่อให้ หน่วยทหารเวียดนามใต้(ARVN)ใช้ต่อ ในช่วงการรบ Easter Offensive ปี 1972 หน่วยทหารเวียดนามใต้ได้ ใช้ XM-191 ในการจัดการกับทหารเวียดนามเหนือและเวียดกง(NVA/VC)ในบังเกอร์และที่ซ่อน ได้ผลเป็นอย่างดี .
ท้ายสุด XM-191 Multi-Shot Portable Flame Weapon (MPFW) ก็ได้ถูกบรรจุในการทัพสหรัฐในชื่อ M202 FLASH (Flame Assault Shoulder) ในปี 1978 แต่ก็เป็นอาวุธที่ไม่นิยมใช้มากนักเนื่องจาก มีน้ำหนักมาก ขนาดใหญ่ รวมถึงมักมีอุบัติเหตุระหว่างบรรจุกระสุน รวมถึงความน่าเชื่อถือและความทนทาน ต่ำกว่า เมื่อนำมาประจำการจริงๆ .
แต่อาวุธM202/XM191 ชนิดนี้ก็ได้เป็นที่จดจำจากในสื่ออื่นๆเช่นหนังและเกมส์ เช่น



-จากหนัง Commando ปี 1985 เป็นหนึ่งในอาวุธของพระเอก(มีฉากหนึ่งที่นางเอกยิงรถตำรวจเพื่อช่วยพระเอก ถ้าเป็น ลูกจรวด M74 ตามจริง พระเอกน่าจะไหม้ไปกับรถตำรวจแล้ว)



-จากเกมส์ ตระกูล Resident Evil , Bio hazard ร็อคเกต 4 รูในตำนาน (Tyrant ไม่ถูกใจสิ่งนี้) .

คุณสมบัติ

-น้ำหนักเครื่องยิง XM-202 : 11.5 ปอนด์.

-น้ำหนักแพคกระสุน: 4 นัด 15.1 ปอนด์

-น้ำหนักพร้อมยิงบรรจุลูกจรวด : 26.6 ปอนด์.

-ความยาวตอนเก็บ : 27 นิ้ว.

-ความยาวพร้อมบรรจุลูกจรวด : 34.75 นิ้ว.

-ความเร็วปากกระบอก : 350 ฟุต ต่อ นาที.

-ระยะยิงไกลสุด : 730 เมตร.

-ระยะยิงหลังผล : 200 เมตร .
-ขนาดลำกล้อง : 66 ม.ม.

-ระบบการยิง : Single shot .

-ลูกจรวดเพลิงแบบ XM-74 incendiary rockets .

-รัศมีการทำลายร้ายแรงประมาณ 20 เมตร

แอดมิน Nguyen
cr.modernfirearms.net ,www.globalsecurity.org.


สวัสดีครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  อาวุธยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยี อาวุธปืน ขีปนาวุธ สหรัฐอเมริกา
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่