โฉมหน้างูร้ายในตำนาน

DRAGON SNAKE   “มังกรในเทพนิยาย"


เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ งูที่หายากที่สุดในโลก ผิวหนังของมันดูคล้ายกับ มังกร ในเทพนิยายอย่างน่าเหลือเชื่อจนได้สมยานามว่า Dragon Snake
Dragon Snake หรือ Xenodermus จัดเป็นงูประเภท caenophidian ความพิเศษของงูสายพันธุ์นี้ก็คือผิวหนัง ลักษณะผิวหนังของมันขรุขระ และมีแผงหลังดูแล้วคล้ายกับผิวของมังกร จัดว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์งูที่หายากที่สุดในโลก 

พวกมันชอบออกหากินในเวลากลางคืน กินพวกกบแมลงหรือสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร วางไข่คราวละ 2-4 ใบ เท่านั้นในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี หรือในฤดูฝน อัตราการขยายพันธุ์ต่ำจึงทำให้มันหายาก
Dragon Snake เป็นงูที่พบได้ในแถบประเทศ ไทย พม่า และ อินโดนีเซีย  ที่หายากที่สุดในโลก แถมพบในประเทศไทย
Credit by  : ที่สุดในโลก
Cr.https://www.cheezebite.com/dragon-snake/

black mamba งูที่ไวที่สุดในโลก


งูแบล็กแมมบา กระจายพันธุ์ในทวีปแอฟริกา ในแถบตอนใต้และตอนกลาง มีรูปร่างเพรียวยาว มีลำตัวสีน้ำตาลเทา ท้องมีสีเทาขาวจนไปถึงสีเหลืองหรือเขียว ภายในปากสีดำสนิท มีต่อมพิษขนาดใหญ่ ตากลมโตขนาดใหญ่ มีความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 2 เมตร แต่มีขนาดยาวเต็มที่เกือบ 4 เมตร เมื่อปะทะกับมนุษย์ต่อหน้าหน้า จะไม่หลบหนีเหมือนงูชนิดอื่น ๆ 

แบล็กแมมบา เป็นงูที่เลื้อยคลานได้รวดเร็วมาก ถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถูกจัดให้เป็นงูที่ไวที่สุดในโลก และเป็นงูพิษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา เพราะชอบหากินบนพื้นเป็นหลัก คล่องแคล่วว่องไว อุปนิสัยดุร้ายก้าวร้าว เมื่อพบเจอกับมนุษย์ซึ่งๆหน้าจะไม่หลบหนีเหมือนงูชนิดอื่นๆ

ใช้พิษในการหากินโดยใช้กัดเหยื่อให้ตาย แล้วจึงกลืนเข้าไปทั้งตัว ซึ่งได้แก่ กระต่าย, นก, ค้างคาว สัตว์ฟันแทะ รวมถึงกบหรือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำทั่วไป และยังกินงูด้วยกันเป็นอาหารได้อีกด้วย มีพฤติกรรมออกหากินในเวลากลางวัน  สามารถฉกกัดได้อย่างว่องไว ขู่แผ่แม่เบี้ย และชูหัวได้เหมือนกับงูเห่า หรืองูจงอาง ผู้ที่โดนกัดจะถึงแก่ความตายทั้งหมด

 โดยแต่ละครั้งจะปล่อยพิษออกมาประมาณ 100-250 มิลลิกรัม มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง และจะเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวใน เวลาเพียง 20 นาที    และคำว่า “mamba” นั้นหมายถึง “โลงศพ” เนื่องจากมี ส่วนหัวแลดูคล้ายโลงศพของชาวตะวันตก
ที่มา http://www.nextsteptv.com/?p=4461
Cr.https://www.thairath.co.th/content/229173

GABOON VIPER งูที่มีเขี้ยวพิษยาวที่สุดในโลก


Gaboon Viper หรือ Bitis gabonica เจ้าของสถิติงูที่มีเขี้ยวพิษยาวที่สุดในโลก    เป็นสายพันธุ์งูพิษที่พบได้ในแอฟริกากลาง ลำตัวมีความยาวที่ 125-155 เซนติเมตร น้ำหนักราว 16 กิโลกรัม
พวกมันชอบอาศัยอยู่ในป่าดงดบ ทะเลทราย จับนก หนู กระต่าย และสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร งูชนิดนี้มีนอขนาดใหญ่ขนาดเท่าๆ กับนิ้วก้อยของคนอยู่ที่ปลายจมูก และมันยังมีเขี้ยวพิษที่ยาวถึง 6 เซนติเมตร มันจึงกลายเป็นงูที่มีเขี้ยวพิษยาวที่สุดในโลก

โดยไม่ต้องสงสัย เขี้ยวพิษนี้สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ถ้ามันหักไป แถมมันยังพรางตัวได้สุดยอดอีกด้วย ด้วยสีสันของลำตัวที่กลมกลืนกับธรรมชาติ มันจะนอนรอนิ่งๆ เมื่อดหยือผ่านเข้ามาในรัศมีทำการมันจะพุ่งฉกด้วยความเร็ว 2 เมตรต่อวินาที เร็วสุดๆ ในการฉกของบรรดางูบนโลกนี้
 
พิษของงู Gaboon Viper เป็นแบบที่มีฤทธิ์ทำลายระบบโลหิต การกัดหนึ่งครั้งจะปล่อยพิษออกมาจำนานมาก พิษจะค่อยๆ ทำให้เหยื่อตายอย่างช้าๆ ก่อนที่มันจะตามไปกินเป็นอาหาร งูชนิดนี้ปกติจะไม่ทำร้ายมนุษย์หากไม่โดนคุกคาม ทางที่ดีคืออยู่ห่างๆ พวกมันเอาไว้จะดีที่สุดครับ
ที่มา: https://www.xn--12c1bij4d1a0fza6gi5c.com/gaboon-viper.html
Cr.https://board.postjung.com/1071046 /  โพสท์โดย Ryuki

 King Cobra งูจงอางกินงูอื่นเป็นอาหาร


งูจงอาง ( King Cobra) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลื้อยคลาน เป็นงูพิษขนาดใหญ่ โดยทั่วไปมีความยาวเฉลี่ยประมาณ 2.5 - 4 เมตร จัดเป็นงูพิษที่มีขนาดยาวที่สุดในโลก ซึ่งตัวที่ยาวเป็นสถิติโลกมีความยาวถึง 5.59 เมตร เป็นงูจงอางไทย ถูกยิงได้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2467 น้ำหนักประมาณ 6 - 10 กิโลกรัม

มีลูกตาดำและกลม หัวใหญ่กลมทู่ สามารถแผ่แม่เบี้ยได้เช่นเดียวกับงูเห่า ลำตัวเรียวยาว ว่ายน้ำเก่ง มีหลายสีแต่โดยทั่วไปจะมีสีน้ำตาลแดงอมเขียว ท้องมีสีเหลืองจนเกือบขาว มีสีแดงเกือบส้มที่บริเวณใต้คอ มีพิษร้ายแรงแต่ไม่เท่างูเห่า มีผลทางระบบประสาท (Neurotoxin) ที่รุนแรง พิษของงูจงอางสามารถทำให้คนหรือสัตว์ตายได้  โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 75%เนื่องจากปริมาณพิษที่ฉีดออกจากเขี้ยวพิษมีมาก  ส่วนประกอบของพิษงูจงอางคือโปรตีนที่เรียกว่า Ohanin ที่ถูกใช้มาทำเป็นยาแก้ปวด ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ามอร์ฟีนถึง 20 เท่า

งูจงอางจัดอยู่ในสกุล Ophiophagus ซึ่งเป็นงูเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุลนี้ โดยมีรากศัพท์จากภาษาละตินมีความหมายว่า "กินงู" ซึ่งหมายความถึงการล่าเหยื่อของงูจงอาง เพราะงูในสกุลนี้ กินงูอื่นเป็นอาหาร พบในประเทศไทย  อินเดีย พม่า อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
สำหรับประเทศไทยมีมากในป่าจังหวัดนครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และนครราชสีมา และในป่าทุกภาค แต่ชุกชุมทางภาคใต้มากที่สุด ปัจจุบันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

บริเวณขอบตาบนของงูจงอางมีเกล็ดยื่นงองุ้มออกมา ทำให้หน้าตามองดูดุและน่ากลัว ตามปกติจะหากินที่พื้นดินแต่ก็สามารถขึ้นต้นไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นงูที่ใช้วิธีการฉกกัดและรัดเหยื่อไม่เป็น ซึ่งไม่สมกับขนาดของลำตัวที่เพรียวยาว ลักษณะเขี้ยวงูจงอางจะย้อนไปข้างหลังมากกว่างูอื่นๆ จึงเพิ่มประสิทธิภาพการล็อคเหยื่อไม่ให้ดิ้นหลุดออกไปได้ ถ้ามันไม่คิดจะปล่อย



ปกติจะเลื้อยช้าแต่จะมีความว่องไวและปราดเปรียวเมื่อตกใจ ถ้าพบเจอสิ่งใดแล้วไม่หยุดชูคอขึ้น จะเลื้อยผ่านไปเงียบ ๆ แต่ถ้าขดตัวเข้ามารวมเป็นกลุ่มแล้วยกหัวสูงขึ้น แสดงว่าพร้อมจู่โจมสิ่งที่พบเห็น เวลาเลื้อยหัวจะเรียบขนานไปกับพื้น แต่เมื่อตกใจหรือโกรธสามารถยกตัวขึ้นชูคอได้สูงประมาณ 1 ใน 3 ของขนาดความยาวลำตัว 

จังหวะที่ยกตัวชูสูงขึ้นในครั้งแรกจะมีความสูงมากและค่อย ๆ ลดลงมาอยู่ในระดับปกติตามเดิม ไม่ส่งเสียงขู่ฟ่อ ๆ แผ่แม่เบี้ยได้เหมือนงูเห่าแต่จะแคบและไม่มีลายดอกจันที่บริเวณศีรษะด้านหลัง มีลายค่อนข้างจางพาดตามขวาง มีลักษณะเป็นบั้ง ๆ แทน

งูจงอางเป็นงูพิษที่สามารถต้านทานพิษงูชนิดอื่น ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม เช่น งูเห่า งูกะปะ เมื่อเกิดการต่อสู้และถูกกัดจะไม่ได้รับอันตรายจนถึงตาย แต่จะกัดและกินงูเหล่านั้นเป็นอาหารแทน  มีเกล็ดพิเศษบนศีรษะจำนวน 1 คู่ อยู่บริเวณด้านหลังของเกล็ดกระหม่อม (Parietals) มีชื่อเรียกว่า Occipitals ซึ่งจะมีเฉพาะงูจงอางเท่านั้น
ที่มาภาพ
https://ar-ar.facebook.com/thailandsnakescloseencounters/photos/ลักษณะเขี้ยวงูจงอางที่ย้อนไปข้างหลังมากกว่างูอื่นๆ-จึงเพิ่มประสิทธิภาพการล็อคเหย/548009612206984/
Cr. http://fisheries-asia.blogspot.com/2011/07/king-cobra.html / เขียนโดย modal
 
 
 

งูหางกระดิ่ง กับความลับที่อยู่ในหาง


งูหางกระดิ่ง เป็นชื่อสามัญของงูพิษ ในตระกูลงูแมวเซา (Viperidae) จัดอยู่ใน 2 จำพวก Crotalus และ Sistrurus ในตระกูล Crotalinae (Crotalus จากภาษากรีกคือ “Castanet” คำว่า Sistrurus เป็นภาษาละตินแปลว่า “หาง rattler” ความหมายดั้งเดิมหมายถึง “เครื่องดนตรี”

งูหางกระดิ่ง มีคุณสมบัติที่โดดเด่น เกล็ดบนปลายหางเป็นสารประกอบของเคอร์ติน ซึ่งเป็นอวัยวะที่สามารถทำเสียงได้  เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนมาจากในส่วนของหางที่เป็นปล้อง การลอกคราบอาจเกิดขึ้นหลายครั้งใน 1 ปี

สำหรับงูที่เพิ่งเกิดใหม่จะมีหาง 1 ส่วนที่ไม่สามารถสั่นสะเทือนเพื่อสร้างเสียงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาหารที่ได้รับและอัตราการเจริญเติบโต แต่หลังจากผ่านการลอกคราบครั้งแรกมันก็จะสามารถสั่นสะเทือนเพื่อทำให้เกิดเสียงในการคุกคามศัตรูที่พบในบริเวณใกล้เคียง

ตอนนี้งูหางกระดิ่งพบได้มากกว่า 30 ชนิดในอเมริกาเหนือและอเมริกากลางเช่น เม็กซิโก ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยและกินอาหารในที่แห้งแล้งเช่น  ทะเลทรายและหากินบนพื้นดินมากกว่าบนต้นไม้ งูหางกระดิ่งจะออกหากินในเวลากลางคืนโดยใช้การตรวจจับคลื่นความร้อนอินฟราเรดจากเหยื่อด้วยคลื่นความร้อนที่เป็นแอ่งระหว่างจมูกและดวงตา

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

เป็นงูพิษที่สามารถฆ่ามนุษย์ได้  สำหรับภูมิภาคอื่นที่ไม่มีงูหางกระดิ่ง แต่มีงูอยู่ในตระกูลเดียวกันนี้เกล็ดในร่างกายสามารถประชดประชันทำให้เกิดเสียงดังรบกวนศัตรูที่น่ากลัวเช่นงูฟันเลื่อย (Echis carinatus) ใน อินเดีย.
Cr.http://nomilinks.com/2019/11/22/งูหางกระดิ่ง/  By admin

Spiny Tree Viper สุดยอดงูพิษแห่งป่าหน้าฝนของแอฟริกา


งูคือสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแอฟริกามากมาย  ทั้งยังมีหลากหลายสายพันธ์ทั้งงูพิษ และงูไม่มีพิษ ซึ่งงูส่วนใหญ่ในแอฟริกานั้นส่วนใหญ่จะมีพิษซะส่วนมาก นอกจากนี้ฝ่ายในเขตของป่าแอฟริกายังแบ่งออกเป็น 6 เขตด้วยกัน ซึ่งก็คือ 1.ป่าฝน 2.ป่าทะเลทราย 3.ป่าทุ่งหญ้าสะวันนา 4.ป่ากึ่งทะเลทราย 5.ป่าร้อนชื้น และสุดท้าย 6.ป่าแบบเมดิเตอร์เรเนียน หรือมี 2 ภูมิอากาศในเขตเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้มีสัตว์มากมายหลายชนิดเข้ามาอยู่อาศัยอย่างหลากสาย พันธุ์ หลายสปีชีส์ บวกกับมีพืชพันธุ์ไม้มากมายหลายรูปแบบ ไม่เว้นแม้กระทั้งงู  โดยมีการระบุว่ามีงูพิษถึง 100 กว่าชนิดที่พบเจอได้ในแอฟริกาจากทั้ง 6 เขต และหนึ่งในงูพิษที่ร้ายแรงอันดับต้นๆ ของโลกคือ Spiny Tree Viper 

 Spiny Tree Viper โดยชื่อของมันได้มาตรงๆ จากที่มันชอบอาศัยอยู่บนต้นไม้คอยล่าเหยื่ออย่างเงียบที่สุด ซึ่งมันจะชื่นชอบคางคก และกิ้งก่ามากเป็นพิเศษ โดยรูปแบบการล่าเหยื่อของมันจะทำโดยการห้อยหัวลงมาจากต้นไม้และพุ่งกัดเข้า ไปที่ตัวเหยื่ออย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันได้ตั้งตัวจากทางด้านบน

 นอกจากการอาศัยของมันยังแปลกแล้ว หน้าตาของมันก็แปลกไม่แพ้กันเพราะถึงมันจะเป็นงูที่ตัวเล็กเพียงแค่ 40 เซนติเมตร ถึง 70 เซนติเมตรก็ตาม แต่มันมีลักษณะที่เป็นเฉพาะและน่าเกรงข้ามอย่างมาก เพราะตามตัวมันจะมีผิวหนังที่คล้ายหนามมากมาย เปรียบเสมือนเกราะของมัน   นอกจากนี้ตามรายงานระบุว่ายังไม่มีเซรุ่มใดๆ เลยที่จะนำมารักษาพิษของมันได้ เพราะไม่มีเซรุ่มที่แรงพอที่จะต่อต้านพิษของมันได้เลย
Cr.http://www.safariforless.com/spinytreeviper.html /  By ADMIN BLOG

(ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลทั้งหมดและขออนุญาตนำมา)
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
งูสายพันธุ์ใหม่ในออสเตรเลีย ลายสวยแต่พิษร้าย แถมเสี่ยงสูญพันธุ์



ทีมนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย ค้นพบงูพิษสายพันธุ์ใหม่ ริมชายฝั่งทางตอนเหนือ เผยเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้น แต่ก็น่ากังวลในเวลาเดียวกัน เพราะมันเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มาก
งูสายพันธุ์ใหม่

ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2561  ไบรอัน ฟราย ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ นำทีมนักศึกษาและนักวิทยาศาสตร์ ลงพื้นที่สำรวจบริเวณชายฝั่งตะวันตกของเมืองเวย์ปา ตั้งอยู่ในแหลมยอร์ก ทางตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ตอนแรกทีมนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ตั้งใจว่าจะออกสำรวจหางูทะเลที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น แต่ภารกิจครั้งนี้กลับกลายเป็นว่าน่าทึ่งและน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าที่คาดคิด เพราะพวกเขาค้นพบงูสายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่มีใครเคยพบเจอมาก่อน

จากการรายงานของเว็บไซต์นิวส์ออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 ระบุว่า ขณะที่ทีมนักวิทยาศาสตร์และนักศึกษา กำลังทยอยกลับจากการสำรวจงูทะเลนั้น พวกเขาค้นพบงูแบนดี-แบนดี (Bandy-Bandy Snake) ตัวหนึ่ง อยู่แถว ๆ กองอิฐบล็อกริมทะเล อีกตัวหนึ่งกำลังเลื้อยออกมาจากกองหินบอกไซต์ที่กำลังจะถูกขนลงเรือ และอีกตัวหนึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ยังพบอีก 2 ตัว ในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น และซากงูแบบเดียวกันนี้ถูกรถทับตายบริเวณใกล้ ๆ เหมืองอีก 1 ตัว รวมทั้งหมด 6 ตัว

งูแบนดี-แบนดี เป็นงูประเภทหากินอยู่ในดิน (burrowing snake) เมื่อทีมนักวิจัยกลุ่มนี้ค้นพบมันแถว ๆ ชายฝั่ง พวกเขาจึงรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะไม่น่าจะเป็นถิ่นที่อยู่ของมัน แชนเทล เดเรซ นักศึกษาคนหนึ่งในทีม เข้าไปดูงูที่พบบริเวณอิฐบล็อกใกล้ ๆ และเมื่อเธอพิจารณาตรวจสอบดูแล้ว ก็พบว่าลักษณะของมันแตกต่างจากงูสายพันธ์ุอื่น ๆ ที่มีถิ่นที่อยู่อาศัยในชายฝั่งทะเลของออสเตรเลีย นั่นหมายความว่ามันเป็นงูสายพันธุ์ใหม่ ที่ยังไม่มีใครเคยค้นพบมาก่อน
แน่นอนว่ามันเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก แต่ก็น่ากังวลในเวลาเดียวกัน เพราะพวกมันอยู่ในสถานะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
ภาพจาก เว็บไซต์ University of Queensland
Cr.https://hilight.kapook.com/view/175444




งูไทปัน หนึ่งในงูพิษที่อันตรายที่สุดในโลก



งูไทปัน เป็นงูชนิดหนึ่งจัดอยู่วงศ์งูมีพิษที่ร้ายแรงที่สุดในโลก งูไทปัน เป็นงูพิษเขี้ยวหน้าที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Oxyuranus ซึ่งเป็นงูพิษที่อันตรายที่สุดและมีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก งูไทปันมีถิ่นกำเนิดในแถบหมู่เกาะไทปัน และเอเชีย-โอเชียเนีย ปัจจุบันกระจายสายพันธุ์อยู่มากในทวีปออสเตรเลีย
งูชนิดนี้มักอาศัยอยู่ตามซอกหินของพื้นที่ตอนกลางของประเทศซึ่งเป็นทะเลทราย นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ตามแหล่งที่อยู่อาศัย ชุมชนของมนุษย์ด้วย  งูไทปันจะขยายพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนโดยงูตัวเมียจะวางไข่ครั้งละ 15 – 18 ฟอง ตัวงูมีลำตัวสีเขียวปนน้ำตาล ลำตัวมีจุดดำเล็กๆตามตัว ลำตัวยาว 2 – 3 เมตร ตัวโตเต็มวัยอาจยาวถึง 3.8 เมตร

นอกจากนี้แล้วมันเป็นงูพิษที่เป็นที่รู้จักของชาวออสเตรเลียอย่างกว้างขวาง  พิษของมันจัดว่ารุนแรงมากกว่าพิษของงูเห่าถึง 50 เท่า และพิษของงูจงอางถึง 60 เท่า พิษเพียงน้อยนิดสามารถฆ่ามนุษย์ได้ถึง 100 คน ซึ่งเชื่อว่าพิษที่ร้ายแรงของงูไทปันนั้นอาจเพราะสัญชาตญาณการฆ่าที่ไม่ต้องเปลืองแรงมากเพียงฉกแล้วปล่อยพิษเหยื่อก็จะตายอย่างรวดเร็ว

ภายในพิษประกอบด้วยสารที่ทำลายระบบประสาท, ระบบกล้ามเนื้อและระบบของเลือด เช่น สารนิวโรท็อกซิน ทำลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ, โปรตีนโปรโคอะกูเลนท์ ทำลายระบบการแข็งตัวของเลือดทำให้แผลที่ถูกกัดนั้นเลือดไม่หยุดไหล และสารไมโทซิน ทำลายระบบกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่ผู้ที่ถูกกัดจะเสียชีวิตภายใน 1 ชั่วโมง

นอกจากนี้แล้วงูไทปัน ยังถกจำแนกออก 3 ชนิดคือ งูไทปัน, งูไทปันธรรมดา และงูไทปันโพ้นทะเล ซึ่งล้วนเป็นชนิดที่มีพิษร้ายแรง  แม้ว่างูไทปันจะเป็นงูพิษร้ายแรงแต่เป็นงูที่มีนิสัยขี้อายและมักหลบหนีทันทีเมื่อเจอมนุษย์ โดยจะฉกกัดเนื่องจากป้องกันตัวเท่านั้น

ในภาพจะเป็น งูไทปันโพ้นทะเล (Inland Taipan)
Cr.http://marionscatholicschools.com/งูไทปัน-หนึ่งในงูพิษที่/.html
Cr.https://www.facebook.com/311691018864274/posts/875302302503140/


(ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลทั้งหมด)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่