"ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ" ตำหนิ "จีน" ว่าตอบสนองไวรัสระบาดในอู่ฮั่นเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าช้า และไม่โปร่งใสพอ
ช่วงที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังชุลมุนกับการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ สหรัฐและจีน คู่ปรับสงครามการค้าโลก ก็เปิดศึกวิวาทะข้ามทวีปกันอีกครั้ง โดยครั้งนี้ จีนกล่าวหาว่ากองทัพสหรัฐเป็นฝ่ายนำเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 เข้าไปแพร่ในจีน
“จ้าว ลี่เจียน” โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ทวีตกล่าวหาพร้อมคลิปวิดีโอที่ “โรเบิร์ต เรดฟีลด์” ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (ซีดีซี) เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการกำกับและปฏิรูป สภาผู้แทนราษฎร โดยยอมรับว่า ชาวอเมริกันที่เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 แต่ก็ไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆประกอบคำกล่าวหา
คำกล่าวของโฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ที่บอกว่ากองทัพสหรัฐอาจอยู่เบื้องหลัง มาจากทฤษฎีสมคบคิดที่แพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ในจีนเมื่อไม่นานมานี้ที่ว่า ทหารสหรัฐนำเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เข้าไปในอู่ฮั่น ระหว่างเข้าร่วมมหกรรมกีฬาทหารโลก 2019 ซึ่งจัดขึ้นในมณฑลหูเป่ย์ ระหว่างวันที่ 18-27 ต.ค.ปีที่แล้ว
การกล่าวหาของโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนมีขึ้น หลังจาก “โรเบิร์ต โอไบรอัน” ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ตำหนิจีนว่าตอบสนองไวรัสระบาดในอู่ฮั่นเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าช้า และไม่โปร่งใสพอ ทำให้โลกเสียเวลาไปร่วม 2 เดือนสำหรับเตรียมตัวรับสถานการณ์ระบาด แต่จ้าว ทวีตว่า เป็นสหรัฐต่างหากที่ขาดความโปร่งใส
“สหรัฐพบคนไข้คนแรกในประเทศเมื่อไหร่? กี่คนแล้วที่ติดเชื้อ แล้วรพ.ชื่ออะไร? อาจจะเป็นทหารสหรัฐ ที่นำการระบาดใหญ่ไปยังเมืองอู่ฮั่น อยากให้สหรัฐเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส และต้องอธิบายเรื่องนี้กับจีนให้ได้” โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน กล่าว
จ้าว เพิ่งขึ้นมาทำหน้าที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนได้ไม่นาน หลังเป็นรองหัวหน้าสถานทูตจีนในปากีสถาน เขาเป็นโฆษกที่มักใช้ทวิตเตอร์ตอบโต้แบบขวานผ่าซากและมีสีสัน ในอดีตจ้าว เคยก่อวิวาทะบนทวิตเตอร์ กับซูซาน ไรซ์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐมาแล้ว เมื่อเธอกล่าวหาเขาว่า เหยียดผิว
ก่อนหน้านี้ ในวันเดียวกัน เกิ้ง ซวง โฆษกกองทัพจีน ก็วิจารณ์บรรดาเจ้าหน้าที่สหรัฐ ว่าแสดงความเห็นอย่างไร้ความรับผิดชอบ หลังกล่าวโทษการรับมือของรัฐบาลปักกิ่ง ทำให้โลกต้องเผชิญกับสถานการณ์ระบาดร้ายแรง แต่เป็นจีนต่างหากที่พยายามชะลอการระบาด ช่วยซื้อเวลาให้กับทั่วโลกเตรียมพร้อมรับการระบาด และหวังว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐจะทุ่มพลังงานไปกับการรับมือไวรัส ส่งเสริมความร่วมมือ แทนที่จะโยนบาปให้จีน
ขณะที่จีนเริ่มเปิดศึกวิวาทะกับสหรัฐในประเด็นการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ในส่วนของอินเดีย ที่มีพรมแดนติดกับจีนบางส่วน ก็ตัดสินใจปิดประเทศ หลังจากยอดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในอินเดียเพิ่มขึ้นเป็น 60 ราย พร้อมทั้งสั่งห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกประเทศเข้าอินเดีย และระงับวีซ่าท่องเที่ยวด้วย
การตัดสินใจของทางการอินเดีย มีขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 12 มี.ค.องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยกระดับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นการแพร่ระบาดไปทั่วโลก (pandemic) และปัจจุบัน ยอดผู้ติดเชื้อในอินเดียเพิ่มเป็น 60 ราย
นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียยังออกมาตรการต่างๆ หลังเสร็จสิ้นการประชุมเร่งด่วนกับกระทรวงต่างๆ มีกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งผลประชุมมี 8 ประเด็นคือ 1. วีซ่าทั้งหมดที่เคยให้ไปกับประชาชนต่างสัญชาติทุกประเทศให้ระงับไปจนถึงวันที่ 15 เม.ย. โดยให้มีผลบังคับใช้ในช่วง 12 นาฬิกา ของวันที่ 13 มี.ค. ในทุกช่องทางที่ชาวต่างชาติจะเดินทางเข้าประเทศได้
.
.
.
.
https://www.youtube.com/watch?v=p04pu0woiak.
.
.
.
.
อันนี้เราเห็นด้วยกับคลิบนี้.
.
.
.
1. จีนมักจะปิดหูปิดตาประชาชน และมักจะโยนขี้ให้คนอื่นตลอด กุมสื่อ ใครคิดต่างจากรัฐบาล =โดนเก็บ (เพราะเป็นระบบ คอมมิวนิสต์)
2. น่าแปลกใจ ที่ปิดข่าวไวรัสตอนที่มีคนเสียชีวิตแล้ว หลายพันคน (ทั้งที่ เรื่องแบบนี้ มันต้องแจ้ง องค์การอนามัยโลก บลาๆๆ)
3. รีบปิดเมือง ทันที (จากที่หลายคนคาดเดาคือ ไม่ต้องการให้ ใคร ต่างชาติ องค์กรต่างๆ เข้าไปตรวจสอบ ที่มา) ไม่โปร่งใส
4. อันนี้น่าแปลกใจมากๆ (ประชากร จีน หลาย 1000ล้านคน คิดเป็น30%ของประชาการโลก) ทำไม เสียชีวิต แค่ 2000 และยอดทุกอย่างนิ่งไม่ขยับแล้ว กลายเป็นประเทศอื่นที่ไม่รู้เนื่อง อย่าง อิตาลี รับกรรม ยอดคนตายแซงจีนไปแล้ว (การที่ตัวเองมีประชากรมากที่สุดในโลก ไม่ใช่ว่าดีนะ ถ้าลดประชากรที่เป็นภาระออก ส่วนใหญ่คือคนแก่ด้วยที่เสียชีวิต แล้วเก็บคนหนุ่มเป็นแรงกำลังต่อประเทส เป็นเรื่องที่ดี) ?????
5. ตอนนี่ ไปช่วยหลายๆประเทศ (เหมือนพระเอกขี่ม้าขาว เหมือนสร้างพรรคพวก ให้หลายประเทศ สนับสนุนจีน)
6. หลายครั้ง ที่ ขโมย ความคิดคนอื่น มาจดสิทธิบัตรของตัวเอง (ทำให้ไม่น่าเชื่อถือใดๆ ในการที่จีนจะกล่าวหาใคร)
7.ตอนนี้ หลายๆประเทศ มหาอำนาจ ไม่อยากเสนอตัวว่า (แก้ยาสำเร็จ เพราะอาจจะโดนกล่าวหาว่า นี่ไง เป็นตัวการเพาะเชื้อ สรุปก็มาขายยาต่อ) พอจีนออกมาบอก ตัวเอง คิดค้นยาได้แล้ว ก็ออกมาบอกให้ตัวเองน่าสงสาร โดน สหรัฐแกล้ง ??????????
8.โรคต่างๆที่ฆ่าประชากรโลก ไปสืบหาข้อมูลดีดี ทำไงต้นตอมาจาก จีน
9.เศรษฐกิจทั่วโลกตอนนี้ปั่นป่วน แต่จีน กินเอง ใช้เอง เงินทองไม่รั่วไหล (ถ้าจะโจมตีประเทศไหนตอนนี้ ทำได้เลย ตัวเองไม่เดือดร้อนนิ)
บอกตรงๆๆ อเมริกา ก็เล่ห์เหลี่ยม พอๆกัน ถ้าไปศึกษาประวัติศาสตร์ ต่างๆ แต่ ไม่ทำร้ายประชาชนตัวเอง แน่นอน และไม่ทำร้ายคนอื่นประเทสอื่นที่ไม่ใช่ ปฏิปักษ์ต่อสหรัฐแน่นอน แต่จีนนี่เหมารวบหมด แผนสูง ขี้โกง
อันนี้ในมุมมองเรานะ คนอื่นคิดยังไงเรื่องนี้
คุณเชื่อใคร.... ระหว่าง จีน- สหรัฐ (ที่ ต่าง ฝ่าย ต่าง โจมตีกันเองว่า เป็นตัวการ ปล่อย เพาะเชื้อ ไวรัสโคโรน่า)
ช่วงที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังชุลมุนกับการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ สหรัฐและจีน คู่ปรับสงครามการค้าโลก ก็เปิดศึกวิวาทะข้ามทวีปกันอีกครั้ง โดยครั้งนี้ จีนกล่าวหาว่ากองทัพสหรัฐเป็นฝ่ายนำเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 เข้าไปแพร่ในจีน
“จ้าว ลี่เจียน” โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ทวีตกล่าวหาพร้อมคลิปวิดีโอที่ “โรเบิร์ต เรดฟีลด์” ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (ซีดีซี) เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการกำกับและปฏิรูป สภาผู้แทนราษฎร โดยยอมรับว่า ชาวอเมริกันที่เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 แต่ก็ไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆประกอบคำกล่าวหา
คำกล่าวของโฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ที่บอกว่ากองทัพสหรัฐอาจอยู่เบื้องหลัง มาจากทฤษฎีสมคบคิดที่แพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ในจีนเมื่อไม่นานมานี้ที่ว่า ทหารสหรัฐนำเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เข้าไปในอู่ฮั่น ระหว่างเข้าร่วมมหกรรมกีฬาทหารโลก 2019 ซึ่งจัดขึ้นในมณฑลหูเป่ย์ ระหว่างวันที่ 18-27 ต.ค.ปีที่แล้ว
การกล่าวหาของโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนมีขึ้น หลังจาก “โรเบิร์ต โอไบรอัน” ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ตำหนิจีนว่าตอบสนองไวรัสระบาดในอู่ฮั่นเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าช้า และไม่โปร่งใสพอ ทำให้โลกเสียเวลาไปร่วม 2 เดือนสำหรับเตรียมตัวรับสถานการณ์ระบาด แต่จ้าว ทวีตว่า เป็นสหรัฐต่างหากที่ขาดความโปร่งใส
“สหรัฐพบคนไข้คนแรกในประเทศเมื่อไหร่? กี่คนแล้วที่ติดเชื้อ แล้วรพ.ชื่ออะไร? อาจจะเป็นทหารสหรัฐ ที่นำการระบาดใหญ่ไปยังเมืองอู่ฮั่น อยากให้สหรัฐเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส และต้องอธิบายเรื่องนี้กับจีนให้ได้” โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน กล่าว
จ้าว เพิ่งขึ้นมาทำหน้าที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนได้ไม่นาน หลังเป็นรองหัวหน้าสถานทูตจีนในปากีสถาน เขาเป็นโฆษกที่มักใช้ทวิตเตอร์ตอบโต้แบบขวานผ่าซากและมีสีสัน ในอดีตจ้าว เคยก่อวิวาทะบนทวิตเตอร์ กับซูซาน ไรซ์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐมาแล้ว เมื่อเธอกล่าวหาเขาว่า เหยียดผิว
ก่อนหน้านี้ ในวันเดียวกัน เกิ้ง ซวง โฆษกกองทัพจีน ก็วิจารณ์บรรดาเจ้าหน้าที่สหรัฐ ว่าแสดงความเห็นอย่างไร้ความรับผิดชอบ หลังกล่าวโทษการรับมือของรัฐบาลปักกิ่ง ทำให้โลกต้องเผชิญกับสถานการณ์ระบาดร้ายแรง แต่เป็นจีนต่างหากที่พยายามชะลอการระบาด ช่วยซื้อเวลาให้กับทั่วโลกเตรียมพร้อมรับการระบาด และหวังว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐจะทุ่มพลังงานไปกับการรับมือไวรัส ส่งเสริมความร่วมมือ แทนที่จะโยนบาปให้จีน
ขณะที่จีนเริ่มเปิดศึกวิวาทะกับสหรัฐในประเด็นการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ในส่วนของอินเดีย ที่มีพรมแดนติดกับจีนบางส่วน ก็ตัดสินใจปิดประเทศ หลังจากยอดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในอินเดียเพิ่มขึ้นเป็น 60 ราย พร้อมทั้งสั่งห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกประเทศเข้าอินเดีย และระงับวีซ่าท่องเที่ยวด้วย
การตัดสินใจของทางการอินเดีย มีขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 12 มี.ค.องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยกระดับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นการแพร่ระบาดไปทั่วโลก (pandemic) และปัจจุบัน ยอดผู้ติดเชื้อในอินเดียเพิ่มเป็น 60 ราย
นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียยังออกมาตรการต่างๆ หลังเสร็จสิ้นการประชุมเร่งด่วนกับกระทรวงต่างๆ มีกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งผลประชุมมี 8 ประเด็นคือ 1. วีซ่าทั้งหมดที่เคยให้ไปกับประชาชนต่างสัญชาติทุกประเทศให้ระงับไปจนถึงวันที่ 15 เม.ย. โดยให้มีผลบังคับใช้ในช่วง 12 นาฬิกา ของวันที่ 13 มี.ค. ในทุกช่องทางที่ชาวต่างชาติจะเดินทางเข้าประเทศได้
.
.
.
.
https://www.youtube.com/watch?v=p04pu0woiak.
.
.
.
.
อันนี้เราเห็นด้วยกับคลิบนี้.
.
.
.
1. จีนมักจะปิดหูปิดตาประชาชน และมักจะโยนขี้ให้คนอื่นตลอด กุมสื่อ ใครคิดต่างจากรัฐบาล =โดนเก็บ (เพราะเป็นระบบ คอมมิวนิสต์)
2. น่าแปลกใจ ที่ปิดข่าวไวรัสตอนที่มีคนเสียชีวิตแล้ว หลายพันคน (ทั้งที่ เรื่องแบบนี้ มันต้องแจ้ง องค์การอนามัยโลก บลาๆๆ)
3. รีบปิดเมือง ทันที (จากที่หลายคนคาดเดาคือ ไม่ต้องการให้ ใคร ต่างชาติ องค์กรต่างๆ เข้าไปตรวจสอบ ที่มา) ไม่โปร่งใส
4. อันนี้น่าแปลกใจมากๆ (ประชากร จีน หลาย 1000ล้านคน คิดเป็น30%ของประชาการโลก) ทำไม เสียชีวิต แค่ 2000 และยอดทุกอย่างนิ่งไม่ขยับแล้ว กลายเป็นประเทศอื่นที่ไม่รู้เนื่อง อย่าง อิตาลี รับกรรม ยอดคนตายแซงจีนไปแล้ว (การที่ตัวเองมีประชากรมากที่สุดในโลก ไม่ใช่ว่าดีนะ ถ้าลดประชากรที่เป็นภาระออก ส่วนใหญ่คือคนแก่ด้วยที่เสียชีวิต แล้วเก็บคนหนุ่มเป็นแรงกำลังต่อประเทส เป็นเรื่องที่ดี) ?????
5. ตอนนี่ ไปช่วยหลายๆประเทศ (เหมือนพระเอกขี่ม้าขาว เหมือนสร้างพรรคพวก ให้หลายประเทศ สนับสนุนจีน)
6. หลายครั้ง ที่ ขโมย ความคิดคนอื่น มาจดสิทธิบัตรของตัวเอง (ทำให้ไม่น่าเชื่อถือใดๆ ในการที่จีนจะกล่าวหาใคร)
7.ตอนนี้ หลายๆประเทศ มหาอำนาจ ไม่อยากเสนอตัวว่า (แก้ยาสำเร็จ เพราะอาจจะโดนกล่าวหาว่า นี่ไง เป็นตัวการเพาะเชื้อ สรุปก็มาขายยาต่อ) พอจีนออกมาบอก ตัวเอง คิดค้นยาได้แล้ว ก็ออกมาบอกให้ตัวเองน่าสงสาร โดน สหรัฐแกล้ง ??????????
8.โรคต่างๆที่ฆ่าประชากรโลก ไปสืบหาข้อมูลดีดี ทำไงต้นตอมาจาก จีน
9.เศรษฐกิจทั่วโลกตอนนี้ปั่นป่วน แต่จีน กินเอง ใช้เอง เงินทองไม่รั่วไหล (ถ้าจะโจมตีประเทศไหนตอนนี้ ทำได้เลย ตัวเองไม่เดือดร้อนนิ)
บอกตรงๆๆ อเมริกา ก็เล่ห์เหลี่ยม พอๆกัน ถ้าไปศึกษาประวัติศาสตร์ ต่างๆ แต่ ไม่ทำร้ายประชาชนตัวเอง แน่นอน และไม่ทำร้ายคนอื่นประเทสอื่นที่ไม่ใช่ ปฏิปักษ์ต่อสหรัฐแน่นอน แต่จีนนี่เหมารวบหมด แผนสูง ขี้โกง
อันนี้ในมุมมองเรานะ คนอื่นคิดยังไงเรื่องนี้