คนในยุโรปตอนนี้กำลังงอมพระรามกับข่าวไวรัสร้าย กลายเป็นประเด็นฮ็อต Talk of the town ทุกซอกทุกมุม พวกที่ด่าทอรัฐบาลก็มีให้เห็นไม่แพ้เมืองไทย จะฝรั่งหรือไทยก็ด่ารัฐบาลได้ไม่แพ้กันประมาณเนี๊ยะ แต่ที่แตกต่างก็คือ....ยังไม่ปรากฏที่ทางนู้นว่ามีใครหรือรัฐมนตรีคนไหนตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเข้าไปเกี่ยวข้องมีส่วนหรือกักตุนหน้ากากเหมือนบางประเทศ หากมีจริงๆ แค่หลับตานึกภาพก็เสียวแล้วล่ะครับท่านผู้ชม เชื่อขนมกินได้ว่าจะไม่เฉพาะโดนด่าอย่างเดียว บางประเทศในยุโรปเขาหิ้วสส. หรือรัฐมนตรีลงถังขยะก็มี มีอย่างที่ไหน? ผงนรกแท้ๆ มาแก้ว่า "มันเป็นแป้ง!" ใส่กันซึ่งๆ หน้าซะอย่างนี้ แล้วใครที่ไหนเขาจะท๊นนน (เน้นพยางค์สุดท้ายด้วยเสียงสูงด้วยนะ จะได้อารมณ์ ฮ่า ฮ่า ฮ่า)
อังกฤษตอนนี้กำลังระส่ำหนัก แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่สูงเท่าเพื่อนบ้านแต่ก็ตามติดมาอย่างกระชั้นชิด ยิ่งอีตาบอริสก็ยังไม่ยอมประกาศปิดโรงเรียน ปิดมหาลัยอย่างอิตาลี สเปนหรือที่อื่นๆ คนอังกฤษบางส่วนก็เริ่มด่าทอ อีตาบอริสนี่ถึงจะดูบ๊องส์ๆ ก็เถอะนะ แต่ทีมงานที่ปรึกษาของเขานี่แข็งปึ๊กแน่นปั๊กทีเดียวเชียวล่ะขอรับ ระดับด็อกเตอร์จากม.อ๊อกฟอร์ด, เครมบริดจ์, อิมพีเรียลหลายแขนงหลายสาขาพรึ่บในบ้านเลขที่10 ทำเนียบรัฐบาล ไอ้ประเภท "รู้รอบครอบจักรวาลตอบ" ได้ทุกเรื่องลิ้นพันกันเป็นขดๆ อย่างเทพวิษณุนั้นไม่มี
อังกฤษก็คืออังกฤษ ใช้ความรอบคอบซะบางทีจนน่าเบื่อหน่ายอย่างกรณีแก้มือกับไวรัสร้ายตอนนี้ แม้จะโดนชาวบ้านจะด่าทอเรื่องไม่ปิดรร. หรือมหาลัยก็ตาม ซ้ำร้าย...รัฐออกมายอมรับตรงๆ ว่าจะให้ตรวจทุกคนนั้นไม่อาจทำได้ พูดตรงๆ ก็คือรัฐไม่มีน้ำยาจะตรวจและระงับการแพร่โรคได้ ทำได้อย่างมากก็บรรเทาหรือชะลอ (mitigation) การแพร่ และก็ไม่ได้ปิดบังอะไรด้วยพร้อมแจ้งข่าวร้ายต่อว่า คะเนว่าคนจะติดเชื้อในอังกฤษทะลุหมื่นหรืออาจจะเหยียบแสน !! ป้าด!! จากนั้นรัฐก็แจกข้อมูลในการปฏิบัติตัวในการไม่ให้ติดเชื่อ /เมื่อติดเชื้อ/ สงสัยว่าจะติดเชื้อ/ หรือไม่ติดเชื้อเลยควรปฏิบัติตนอย่างไรกับสถานการณ์ คือให้ช่วยตัวเองก่อนประมาณนี้ (จริงๆ แล้วคนอังกฤษส่วนใหญ่เขามีวินัย self discipline สูงอยู่แล้ว)
ส่วนสาเหตุที่รัฐไม่ปิดรร. และมหาลัยนั้น เพราะว่าหากปิดแล้วพ่อแม่ก็ต้องลางานมาเลี้ยงดูลูกๆ ที่บ้านหรือไม่ก็ให้ปู่ย่าตายายมาเลี้ยงดู เช่นนี้ก็จะทำให้เชื้อก็จะแพร่เข้าสู่ผู้สูงวัยที่มีภูมิต้านทานต่ำกว่าเด็ก (อย่าลืมว่าติดเชื้อแล้วไม่ได้หมายความว่าตายเลย รักษาหายซะส่วนมากซะด้วย) ไหนๆ รัฐบาลเขาก็ยอมรับแล้วว่าสกัดการแพร่ระบาดไม่ได้ แต่ก็สามารถชะลอหรือทุเลาได้ด้วยวิธีนี้คือไม่ให้เชื้อแพร่ใส่คนสูงอายุซึ่งอาจจะเสียชีวิตเลย และหากปิดโรงเรียนแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเชื้อจะหมด เปิดโรงเรียนมาอีกที เชื้อก็อาจจะแพร่อีกทวีกว่าเดิมก็ได้ ด้วยเหตุผลนี้อังกฤษจึงยังไม่ปิดรร.และมหาลัยตอนนี้ แต่คาดว่าจะประกาศปิดอีกไม่นานและประจวบเหมาะกับปิดเทอมอีสเตอร์พอดี จึงไม่เสียทั้งการเรียนและการแพร่ระบาด (รัฐเขามองอย่างนี้)
ในอีกทางหนึ่ง เป็นที่น่ายินดีว่าทีมงานที่ค้นคว้าและวิจัยของอังกฤษเกี่ยวกับโรคนี้ก็ทำงานอย่างลับๆ มาระยะหนึ่งแล้ว อังกฤษเขาตั้งทีมวิจัยตั้งแต่กลางเดือนมกราคมมาแล้วเพราะเขาเชื่อว่ายังไงๆ ไวรัสจะแพร่มายังยุโรป ผมฟังจากวิทยุว่า ถ้าทุกอย่างราบรื่นช่วงเดือนกันยาหรือสิงหาอาจจะมียาปฏิชีวนะหรือวัคซีนออกมาใช้ในระยะเริ่มต้นก็เป็นได้
อย่างที่เรียนไปแล้ว...อังกฤษก็คืออังกฤษ ต้องยอมรับเขาในเรื่องการทำวิจัยและเจาะลึกในเรื่องที่เขาต้องการจะรู้และพิชิตมัน โดยส่วนตัวผมยังเชื่อมือและของอังกฤษว่าสุดท้ายต้องเอาเจ้าไวรัสร้ายนี้อยู่หมัด สมัยสงครามโลก ยุโรปเกือบทั้งหมดพ่ายแพ้ให้กับเยอรมัน อังกฤษโดนบอมบ์เช้าบอมบ์เย็นจวนเจียนจะไปไม่ไปแหล่ แต่เมื่อคิดค้นเรดาห์ได้ และถอดรหัสลับของกองทัพนาซีได้ คนที่พ่ายกลับเป็นเยอรมัน.... เรือดำน้ำรัสเซียจมพร้อมลูกเรือ รัสเซียทำอะไรไม่ถูกต้องมาขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือดำน้ำของอังกฤษไปช่วยกู้ ว่าไปทำไมมี?.....เด็กไทยติดถ้ำอยู่หลายวัน คนที่รู้เส้นทางถ้ำดีและเขียนแผนที่ถ้ำไว้ด้วยกลับเป็นชาวอังกฤษที่ส่งแผนที่ถ้ำมาให้ไทย พร้อมทีมงานชุดดำน้ำ........สถานการณ์สร้างวีรบุรุษเสมอ งานนี้ต้องรอดูกันว่าทีมงานวิจัยของอังกฤษจะโชว์อะไรอีกหรืออาจจะไม่มี water medicine อะไรก็ได้ แว่วๆ ว่าทางฝั่งเมกาก็ค้นคว้าและวิจัยอย่างแข็งขันเช่นกัน คนที่ด่าๆ ฝรั่งแบบเหมารวมเอาไว้ ยังไงๆ ก็เก็บอาการไว้บ้างก็ดีนะผมว่า
ภาวนาให้คนทั่วโลกรอดพ้นจากเจ้าไวรัสร้ายในครั้งนี้ขอรับ
...สัพเพเหระ ไก่กา โคโรลน่าและอาราเร่....../วชรน.
อังกฤษตอนนี้กำลังระส่ำหนัก แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่สูงเท่าเพื่อนบ้านแต่ก็ตามติดมาอย่างกระชั้นชิด ยิ่งอีตาบอริสก็ยังไม่ยอมประกาศปิดโรงเรียน ปิดมหาลัยอย่างอิตาลี สเปนหรือที่อื่นๆ คนอังกฤษบางส่วนก็เริ่มด่าทอ อีตาบอริสนี่ถึงจะดูบ๊องส์ๆ ก็เถอะนะ แต่ทีมงานที่ปรึกษาของเขานี่แข็งปึ๊กแน่นปั๊กทีเดียวเชียวล่ะขอรับ ระดับด็อกเตอร์จากม.อ๊อกฟอร์ด, เครมบริดจ์, อิมพีเรียลหลายแขนงหลายสาขาพรึ่บในบ้านเลขที่10 ทำเนียบรัฐบาล ไอ้ประเภท "รู้รอบครอบจักรวาลตอบ" ได้ทุกเรื่องลิ้นพันกันเป็นขดๆ อย่างเทพวิษณุนั้นไม่มี
อังกฤษก็คืออังกฤษ ใช้ความรอบคอบซะบางทีจนน่าเบื่อหน่ายอย่างกรณีแก้มือกับไวรัสร้ายตอนนี้ แม้จะโดนชาวบ้านจะด่าทอเรื่องไม่ปิดรร. หรือมหาลัยก็ตาม ซ้ำร้าย...รัฐออกมายอมรับตรงๆ ว่าจะให้ตรวจทุกคนนั้นไม่อาจทำได้ พูดตรงๆ ก็คือรัฐไม่มีน้ำยาจะตรวจและระงับการแพร่โรคได้ ทำได้อย่างมากก็บรรเทาหรือชะลอ (mitigation) การแพร่ และก็ไม่ได้ปิดบังอะไรด้วยพร้อมแจ้งข่าวร้ายต่อว่า คะเนว่าคนจะติดเชื้อในอังกฤษทะลุหมื่นหรืออาจจะเหยียบแสน !! ป้าด!! จากนั้นรัฐก็แจกข้อมูลในการปฏิบัติตัวในการไม่ให้ติดเชื่อ /เมื่อติดเชื้อ/ สงสัยว่าจะติดเชื้อ/ หรือไม่ติดเชื้อเลยควรปฏิบัติตนอย่างไรกับสถานการณ์ คือให้ช่วยตัวเองก่อนประมาณนี้ (จริงๆ แล้วคนอังกฤษส่วนใหญ่เขามีวินัย self discipline สูงอยู่แล้ว)
ส่วนสาเหตุที่รัฐไม่ปิดรร. และมหาลัยนั้น เพราะว่าหากปิดแล้วพ่อแม่ก็ต้องลางานมาเลี้ยงดูลูกๆ ที่บ้านหรือไม่ก็ให้ปู่ย่าตายายมาเลี้ยงดู เช่นนี้ก็จะทำให้เชื้อก็จะแพร่เข้าสู่ผู้สูงวัยที่มีภูมิต้านทานต่ำกว่าเด็ก (อย่าลืมว่าติดเชื้อแล้วไม่ได้หมายความว่าตายเลย รักษาหายซะส่วนมากซะด้วย) ไหนๆ รัฐบาลเขาก็ยอมรับแล้วว่าสกัดการแพร่ระบาดไม่ได้ แต่ก็สามารถชะลอหรือทุเลาได้ด้วยวิธีนี้คือไม่ให้เชื้อแพร่ใส่คนสูงอายุซึ่งอาจจะเสียชีวิตเลย และหากปิดโรงเรียนแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเชื้อจะหมด เปิดโรงเรียนมาอีกที เชื้อก็อาจจะแพร่อีกทวีกว่าเดิมก็ได้ ด้วยเหตุผลนี้อังกฤษจึงยังไม่ปิดรร.และมหาลัยตอนนี้ แต่คาดว่าจะประกาศปิดอีกไม่นานและประจวบเหมาะกับปิดเทอมอีสเตอร์พอดี จึงไม่เสียทั้งการเรียนและการแพร่ระบาด (รัฐเขามองอย่างนี้)
ในอีกทางหนึ่ง เป็นที่น่ายินดีว่าทีมงานที่ค้นคว้าและวิจัยของอังกฤษเกี่ยวกับโรคนี้ก็ทำงานอย่างลับๆ มาระยะหนึ่งแล้ว อังกฤษเขาตั้งทีมวิจัยตั้งแต่กลางเดือนมกราคมมาแล้วเพราะเขาเชื่อว่ายังไงๆ ไวรัสจะแพร่มายังยุโรป ผมฟังจากวิทยุว่า ถ้าทุกอย่างราบรื่นช่วงเดือนกันยาหรือสิงหาอาจจะมียาปฏิชีวนะหรือวัคซีนออกมาใช้ในระยะเริ่มต้นก็เป็นได้
อย่างที่เรียนไปแล้ว...อังกฤษก็คืออังกฤษ ต้องยอมรับเขาในเรื่องการทำวิจัยและเจาะลึกในเรื่องที่เขาต้องการจะรู้และพิชิตมัน โดยส่วนตัวผมยังเชื่อมือและของอังกฤษว่าสุดท้ายต้องเอาเจ้าไวรัสร้ายนี้อยู่หมัด สมัยสงครามโลก ยุโรปเกือบทั้งหมดพ่ายแพ้ให้กับเยอรมัน อังกฤษโดนบอมบ์เช้าบอมบ์เย็นจวนเจียนจะไปไม่ไปแหล่ แต่เมื่อคิดค้นเรดาห์ได้ และถอดรหัสลับของกองทัพนาซีได้ คนที่พ่ายกลับเป็นเยอรมัน.... เรือดำน้ำรัสเซียจมพร้อมลูกเรือ รัสเซียทำอะไรไม่ถูกต้องมาขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือดำน้ำของอังกฤษไปช่วยกู้ ว่าไปทำไมมี?.....เด็กไทยติดถ้ำอยู่หลายวัน คนที่รู้เส้นทางถ้ำดีและเขียนแผนที่ถ้ำไว้ด้วยกลับเป็นชาวอังกฤษที่ส่งแผนที่ถ้ำมาให้ไทย พร้อมทีมงานชุดดำน้ำ........สถานการณ์สร้างวีรบุรุษเสมอ งานนี้ต้องรอดูกันว่าทีมงานวิจัยของอังกฤษจะโชว์อะไรอีกหรืออาจจะไม่มี water medicine อะไรก็ได้ แว่วๆ ว่าทางฝั่งเมกาก็ค้นคว้าและวิจัยอย่างแข็งขันเช่นกัน คนที่ด่าๆ ฝรั่งแบบเหมารวมเอาไว้ ยังไงๆ ก็เก็บอาการไว้บ้างก็ดีนะผมว่า
ภาวนาให้คนทั่วโลกรอดพ้นจากเจ้าไวรัสร้ายในครั้งนี้ขอรับ