ผลงานหนังเรื่องล่าสุดของ Shunji Iwai เจ้าพ่อหนังโรแมนติกของญี่ปุ่น (ผู้สร้างตำนานจากหนัง Love Letter ที่น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้หนังตระกูล Letter อีกหลายเรื่องของเอเชียในเวลาต่อมา แต่สำหรับผลงานของเขาที่ผมชอบที่สุดคือ All About Lily Chou-Chou)
ความประทับใจหลังได้ดูหนังเรื่องนี้...
- หนังเรื่องนี้มี "บท" เป็นพระเอก ซึ่งสามารถทำให้การสื่อสารเชย ๆ อย่างเช่น "จดหมาย" กลายเป็นเรื่องราวสุดแสนประทับใจ เมื่อเรื่องเล่าเกี่ยวกับความรักของชายหนุ่มกับหญิงสาวได้ถูกถ่ายทอดผ่านทางจดหมาย และมีการใส่ลูกเล่นผ่านการโต้ตอบกันของผู้ส่งและผู้รับที่ทำให้คนดูได้อมยิ้มตลอดทั้งเรื่อง การที่หนังเรื่องนี้แสดงความรักแบบ platonic love ผ่านทางภาษา ผ่านทางความทรงจำ และหนังค่อย ๆ เฉลยปมต่าง ๆ ผ่านมุมมองของบุคคลที่ 2 หรือบุคคลที่ 3-4 ทำให้ Last Letter เป็นหนังรักที่มีเสน่ห์ และละเมียดละไม
- กะแล้วว่า "หน้าหนังต้องหลอก" เพราะเราเชื่อลึก ๆ ว่าเรื่องนี้เจ๊ Takako Matsu จะต้องบทเด่นแน่ ๆ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ 🤣
แต่บทสาว ๆ ทั้ง Suzu และ Nana ก็เด่นเหมือนกันนะ เรียกว่าเป็นตัวเดินเรื่องเลยล่ะ และชอบที่หนังเรื่องนี้สามารถนำเอาทั้งคู่มาเล่นทั้งใน part อดีตและปัจจุบันได้อย่างลงตัว (น้อง Suzu นี่เราชอบอยู่แล้ว ตามน้องมาตั้งแต่ Our Little Sister ส่วนน้อง Nana นี่เพิ่งรู้จักจากเรื่องนี้ก็โดนตกเลย คือคาแรกเตอร์นางมีความโก๊ะ ๆ น่าเอ็นดู แบบว่า น้อนนนน 555)
ใครที่ชอบดาราญี่ปุ่น หนังเรื่องนี้เรียกว่าระดมดาราแถวหน้ามาคับคั่งเลยล่ะ
- ทั้งรุ่นใหญ่ (Takako Matsu และ Masaharu Fukuyama)
- รุ่นเล็ก (Suzu Hirose, Nana Mori และ Ryunosuke Kamiki)
- และสำหรับแฟนผลงานของ Iwai บอกใบ้ให้ว่า... "มีนักแสดงรับเชิญจาก Love Letter มาแจมด้วย" เรียกว่าเรื่องนี้ Iwai ได้ขนเอาดาราคู่บุญหลาย ๆ คนมาร่วมงานด้วย
- เราชอบที่ Iwai เล่นกับเส้นแบ่งความรักในเชิงศีลธรรม อย่างในหนังเรื่องนี้มันมีการเล่นกับเรื่อง "ชู้ทางใจ" ของคู่จิ้นต่างวัย 2 คู่ที่ได้กลับมาพบกับรักแรกของตน แต่หนังเล่นกับ bad romance ของทั้งคู่ได้อย่างชาญฉลาด กล่าวคือ Iwai นำเสนอแบบหยิกแกมหยอก ไม่ให้ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คู่ล้ำเส้นไปกว่านั้น มันจึงกลายเป็นการ nostalgia ที่ได้กลับไปเจอรักครั้งแรก และรื้อฟื้นความรู้สึกดี ๆ (แต่ในชีวิตจริง หลายเรื่องก็คงไม่สวยงามนัก 555)
- หนังของ Iwai หลายเรื่องมักจะแฝงไว้ด้วยความหม่น (โดยเฉพาะ Lily Chou-Chou นี่โคตรหม่น) แต่มันก็เป็นความหม่นที่สวยงามและคลี่คลายนะ อย่างในเรื่อง Last Letter นี้มันเต็มไปด้วยความรักที่ไม่สมหวัง ทั้งความสัมพันธ์แบบรักสามเส้า หรือความสัมพันธ์แบบรักเขาข้างเดียว ซึ่งสำหรับบางคนแล้วมันยากที่จะลืมเลือน ยากที่จะ move on และเรื่องราวของ "มิซากิ" หรือ "เคียวชิโร่" เมื่อถูกเฉลยแล้ว ก็เรียกว่ากระชากอารมณ์คนดูเลยทีเดียว #spoilนิดนิด แต่เหมือนหนังมันก็ให้ข้อคิดสอนใจแหละ ว่าคนเรานึกถึงอดีตได้ ฟินได้ เฮิร์ตกับมันได้ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องหาวิธีที่จะจัดการรับมือกับมัน และมูปอร (เอ้ย move on) ต่อไปให้ได้
- และแน่นอน งานของ Iwai ขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายภาพอยู่แล้ว โดยเรื่องนี้ได้ Chigi Kanbe ผู้กำกับภาพคู่บุญของ Iwai ในยุคหลังมาดูแลงานด้านภาพ ซึ่งเขาสามารถถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างงดงาม มีชีวิตชีวา และมีการนำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่ และเต็มไปด้วย dynamic ในหลาย ๆ ฉาก
- สำหรับคน #แพ้หนังเศร้า หนัง Last Letter ของ Iwai ไม่ได้ฟูมฟาย และไม่ได้กระชากน้ำตาเหมือนหนังดราม่าญี่ปุ่นอีกหลายเรื่องอย่างแน่นอน แต่หนังมันจะค่อย ๆ บิ๊วอารมณ์เรา และพอถึงจุดเฉลยปมแล้ว เรียกว่า "จุก" เลยทีเดียว ถ้าน้ำตาจะมา ก็น่าจะไหลพรากช่วงนั้นล่ะฮะ 555 (คือส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้ มันถูกสร้างในตอนที่ Iwai อายุเยอะขึ้นแล้ว และด้วยความที่คู่รักแต่ละคู่ในเรื่องเป็นคู่รักรุ่นใหญ่เสียมากกว่า มันก็เลยเป็นเรื่อง romance ที่ถูกนำเสนอด้วยมุมมองแบบผู้ใหญ่ และเข้าใจโลกมากขึ้น)
ปล. จากคนที่โตมากับเจ๊ Takako Matsu มันก็แอบใจหายนิด ๆ นะ 55 จากได้เห็นนางเล่นเป็นนางเอกวัยรุ่น ตอนนี้นางรับบทเป็น obachan (คุณป้า) แบบเต็มตัวแล้ว (ซึ่งในหนังก็มีฉากแซวด้วย อย่างขำ 555) แต่นางดูดีสมวัยนะ (เห็น Takako ทีไร เราแอบนึกถึงเพื่อนสาวญี่ปุ่นคนแรกของเรา ที่เรารู้จักเมื่อตอน 25 หน้าเธอมีส่วนคล้าย และเวลาเธอยิ้มยิ่งดูละม้าย แต่พอหลังจากที่เธอแต่งงานมีลูกแล้วก็หายไปเลย แต่ก็ถือเป็นความทรงจำที่ดี รู้สึกดีทุกครั้งที่นึกถึง ❤️)
#lastletter
#HouseSamyan
Last Letter ความทรงจำแสนหวาน ที่แฝงไว้ด้วยความร้าวราน
ผลงานหนังเรื่องล่าสุดของ Shunji Iwai เจ้าพ่อหนังโรแมนติกของญี่ปุ่น (ผู้สร้างตำนานจากหนัง Love Letter ที่น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้หนังตระกูล Letter อีกหลายเรื่องของเอเชียในเวลาต่อมา แต่สำหรับผลงานของเขาที่ผมชอบที่สุดคือ All About Lily Chou-Chou)
ความประทับใจหลังได้ดูหนังเรื่องนี้...
- หนังเรื่องนี้มี "บท" เป็นพระเอก ซึ่งสามารถทำให้การสื่อสารเชย ๆ อย่างเช่น "จดหมาย" กลายเป็นเรื่องราวสุดแสนประทับใจ เมื่อเรื่องเล่าเกี่ยวกับความรักของชายหนุ่มกับหญิงสาวได้ถูกถ่ายทอดผ่านทางจดหมาย และมีการใส่ลูกเล่นผ่านการโต้ตอบกันของผู้ส่งและผู้รับที่ทำให้คนดูได้อมยิ้มตลอดทั้งเรื่อง การที่หนังเรื่องนี้แสดงความรักแบบ platonic love ผ่านทางภาษา ผ่านทางความทรงจำ และหนังค่อย ๆ เฉลยปมต่าง ๆ ผ่านมุมมองของบุคคลที่ 2 หรือบุคคลที่ 3-4 ทำให้ Last Letter เป็นหนังรักที่มีเสน่ห์ และละเมียดละไม
- กะแล้วว่า "หน้าหนังต้องหลอก" เพราะเราเชื่อลึก ๆ ว่าเรื่องนี้เจ๊ Takako Matsu จะต้องบทเด่นแน่ ๆ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ 🤣
แต่บทสาว ๆ ทั้ง Suzu และ Nana ก็เด่นเหมือนกันนะ เรียกว่าเป็นตัวเดินเรื่องเลยล่ะ และชอบที่หนังเรื่องนี้สามารถนำเอาทั้งคู่มาเล่นทั้งใน part อดีตและปัจจุบันได้อย่างลงตัว (น้อง Suzu นี่เราชอบอยู่แล้ว ตามน้องมาตั้งแต่ Our Little Sister ส่วนน้อง Nana นี่เพิ่งรู้จักจากเรื่องนี้ก็โดนตกเลย คือคาแรกเตอร์นางมีความโก๊ะ ๆ น่าเอ็นดู แบบว่า น้อนนนน 555)
ใครที่ชอบดาราญี่ปุ่น หนังเรื่องนี้เรียกว่าระดมดาราแถวหน้ามาคับคั่งเลยล่ะ
- ทั้งรุ่นใหญ่ (Takako Matsu และ Masaharu Fukuyama)
- รุ่นเล็ก (Suzu Hirose, Nana Mori และ Ryunosuke Kamiki)
- และสำหรับแฟนผลงานของ Iwai บอกใบ้ให้ว่า... "มีนักแสดงรับเชิญจาก Love Letter มาแจมด้วย" เรียกว่าเรื่องนี้ Iwai ได้ขนเอาดาราคู่บุญหลาย ๆ คนมาร่วมงานด้วย
- เราชอบที่ Iwai เล่นกับเส้นแบ่งความรักในเชิงศีลธรรม อย่างในหนังเรื่องนี้มันมีการเล่นกับเรื่อง "ชู้ทางใจ" ของคู่จิ้นต่างวัย 2 คู่ที่ได้กลับมาพบกับรักแรกของตน แต่หนังเล่นกับ bad romance ของทั้งคู่ได้อย่างชาญฉลาด กล่าวคือ Iwai นำเสนอแบบหยิกแกมหยอก ไม่ให้ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คู่ล้ำเส้นไปกว่านั้น มันจึงกลายเป็นการ nostalgia ที่ได้กลับไปเจอรักครั้งแรก และรื้อฟื้นความรู้สึกดี ๆ (แต่ในชีวิตจริง หลายเรื่องก็คงไม่สวยงามนัก 555)
- หนังของ Iwai หลายเรื่องมักจะแฝงไว้ด้วยความหม่น (โดยเฉพาะ Lily Chou-Chou นี่โคตรหม่น) แต่มันก็เป็นความหม่นที่สวยงามและคลี่คลายนะ อย่างในเรื่อง Last Letter นี้มันเต็มไปด้วยความรักที่ไม่สมหวัง ทั้งความสัมพันธ์แบบรักสามเส้า หรือความสัมพันธ์แบบรักเขาข้างเดียว ซึ่งสำหรับบางคนแล้วมันยากที่จะลืมเลือน ยากที่จะ move on และเรื่องราวของ "มิซากิ" หรือ "เคียวชิโร่" เมื่อถูกเฉลยแล้ว ก็เรียกว่ากระชากอารมณ์คนดูเลยทีเดียว #spoilนิดนิด แต่เหมือนหนังมันก็ให้ข้อคิดสอนใจแหละ ว่าคนเรานึกถึงอดีตได้ ฟินได้ เฮิร์ตกับมันได้ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องหาวิธีที่จะจัดการรับมือกับมัน และมูปอร (เอ้ย move on) ต่อไปให้ได้
- และแน่นอน งานของ Iwai ขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายภาพอยู่แล้ว โดยเรื่องนี้ได้ Chigi Kanbe ผู้กำกับภาพคู่บุญของ Iwai ในยุคหลังมาดูแลงานด้านภาพ ซึ่งเขาสามารถถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างงดงาม มีชีวิตชีวา และมีการนำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่ และเต็มไปด้วย dynamic ในหลาย ๆ ฉาก
- สำหรับคน #แพ้หนังเศร้า หนัง Last Letter ของ Iwai ไม่ได้ฟูมฟาย และไม่ได้กระชากน้ำตาเหมือนหนังดราม่าญี่ปุ่นอีกหลายเรื่องอย่างแน่นอน แต่หนังมันจะค่อย ๆ บิ๊วอารมณ์เรา และพอถึงจุดเฉลยปมแล้ว เรียกว่า "จุก" เลยทีเดียว ถ้าน้ำตาจะมา ก็น่าจะไหลพรากช่วงนั้นล่ะฮะ 555 (คือส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้ มันถูกสร้างในตอนที่ Iwai อายุเยอะขึ้นแล้ว และด้วยความที่คู่รักแต่ละคู่ในเรื่องเป็นคู่รักรุ่นใหญ่เสียมากกว่า มันก็เลยเป็นเรื่อง romance ที่ถูกนำเสนอด้วยมุมมองแบบผู้ใหญ่ และเข้าใจโลกมากขึ้น)
ปล. จากคนที่โตมากับเจ๊ Takako Matsu มันก็แอบใจหายนิด ๆ นะ 55 จากได้เห็นนางเล่นเป็นนางเอกวัยรุ่น ตอนนี้นางรับบทเป็น obachan (คุณป้า) แบบเต็มตัวแล้ว (ซึ่งในหนังก็มีฉากแซวด้วย อย่างขำ 555) แต่นางดูดีสมวัยนะ (เห็น Takako ทีไร เราแอบนึกถึงเพื่อนสาวญี่ปุ่นคนแรกของเรา ที่เรารู้จักเมื่อตอน 25 หน้าเธอมีส่วนคล้าย และเวลาเธอยิ้มยิ่งดูละม้าย แต่พอหลังจากที่เธอแต่งงานมีลูกแล้วก็หายไปเลย แต่ก็ถือเป็นความทรงจำที่ดี รู้สึกดีทุกครั้งที่นึกถึง ❤️)
#lastletter
#HouseSamyan