วันนี้จะมาเมาท์ดาราน้องหนูคนหนึ่งจ้ะ เจ๊เคยเจอตัวเป็นๆจะๆ ขอบอกว่าสวยมาก นางเป็นดาราวัยรุ่นที่สุดจะโด่งดัง เล่นเรื่องแรกก็ปัง เพราะฝีมือดี
เจ๊ก็แบบว่ามีบุญได้ร่วมงานกะนาง นางแบบว่าเดินเข้าออกบริษัทบ่อยมาก ใครๆก็อยากจะถ่ายรูปด้วย แต่น้องน่ะเข้าสูตรคนสวยแล้วหยิ่ง หน้านิ่งบอกบุญไม่รับ จะขยับตัวเดินไปไหนก็ดูกระชากๆเหมือนจะไปตบใครสักคนอยู่ตลอด พวกทีมงานก็เลยปอดๆ ไม่ค่อยกล้าไปคุยหรือขอถ่ายรูปกะนางซักเท่าไหร่
นังหนูคนนี้เนี่ย นางเหมือนโดนแม่บังคับให้มาทำงานเลยจ้า หน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนปวดฉี่ตลอดเวลา เวลาเรียกมาให้ทำอะไร ก็มีบ่นใส่อุบอิบ
"ทำไมไม่บอกหนูก่อนว่าจะให้ร้องเพลง หนูไม่ได้เตรียมตัวมา"
วันสัมภาษณ์ นางก็โมโหนักข่าว นางบอกโดนจ่อไมค์แล้วพูดยั่วให้โกรธ แต่นางระงับอารมณ์โฉดไว้ได้ ไม่เหวี่ยงใส่ไป เอออันนี้เจ๊ว่านางใช้ได้ นางรู้งาน
แล้ววันหนึ่งทีมงานเขาก็ถ่ายรูปรวมกับดารา เจ๊ก็ได้มีเฟรมร่วมกับนางจนได้ แต่ในรูปทุกคนยิ้มหมด ยกเว้นอีหนูตัวร้าย มันทำหน้าตาย ตาหรี่ๆเหมือนบอกกลายๆว่าเบื่ออีชะนีพวกนี้ จะถ่ายทำไมนักหนาวะ
แล้วก็เจอกันอีกในวันงานเลี้ยง นางก็เลี่ยงๆหลบๆไม่ยอมพบแฟนคลับ ไปยืนมุมลับ เล่นมือถืออยู่ พองานเลิก คนกลับหมด นางก็เดินออกมา เพื่อนเจ๊เห็นก็รีบมาบอกว่า "ชอบนางมากอยากถ่ายรูปด้วย"
"น้องเค้าหยิ่งนะมึ๊ง"
"ไม่เป็นไรมึ๊งกูชอบเค้าจริงๆ"
สีหน้าท่าทางเพื่อนดูมุ่งมั่นมาก เจ๊ก็ไม่อยากขัดศรัทธามัน ก็เลยเดินไปคุยให้
"เอ่อน้อง… ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ"
นางหันมามองเจ๊กับเพื่อน แล้วก็เดินผ่านไปเลยจ้ะ ไม่ได้มองไม่เห็นนะจ๊ะ แต่ทำราวกับว่าเจ๊และเพื่อนคืออากาศธาตุ เราสองคนก็หน้าชามึนแบบว่ากูพลาด ไม่น่าไปขออีนี่ถ่ายรูปเลย สีหน้าเพื่อนเจ๊ตอนนั้น คือทั้งเห่ยทั้งแหก
"สงสัยน้องอารมณ์ไม่ดี"
"เออๆ อย่าไปกวนเค้าเลย กลับกันดีกว่าว่ะ"
พอเดินออกมาจะถึงแยกทางออกงาน เจอนางอีกรอบ นางก็มองเราผ่านๆ แล้วเจ้าของค่ายก็เดินมาทักนาง นางก็ยิ้มหวาน ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
"อ้าว สวัสดีค่าพี่... มาๆถ่ายรูปกันค่ะพี่ ...ค่า 5555"
อากัปกิริยาอันเลือกปฏิบัติของนาง เป็นการบอกกลายๆว่า คนกระจอกกูไม่คุยให้เสียเวลานะ จ่ายมาสักล้านนึงจ้ะ จะกราบให้ถึงตาปลาเลยยย
เจ๊เคยได้วนเวียนกับคนที่ทำงานร่วมกับนางอย่างครูสอนการแสดง ต่างก็ยืนยันว่าอีหนูนี่ มันนิสัยไม่ดี ปากร้ายขี้นินทา ชอบว่าเพื่อนที่โรงเรียนให้ครูฟัง
อีหนูนินทาเพื่อน ครูอีหนูก็เอามานินทาให้เจ๊ฟัง เจ๊ก็เอามานินทาให้ลูกเพจฟังต่อ แล้วลูกเพจก็จะเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังต่อไปเรื่อยๆใช่มั้ยล่ะ มนุษยชาตินี่เป็นเผ่าพันธุ์แห่งการนินทาจริงจริ๊งงง
กลับมาเรื่องเพื่อนเจ๊ที่เป็นแฟนคลับนาง หลังจากวันนั้น...เพื่อนเจ๊ก็เลิกชอบนางไปเลยจ้ะ แต่เจ๊อะยังติดตามผลงานอยู่ มันมีคนเค้าบอกว่า…. (เค้า? เค้าน่ะใคร!? ตำราที่ไหนบอก ไม่ต้องสงสัย กูบอกเองแหละค่ะ) ศิลปินในวงการน่ะมี 3 ประเภท
แบบที่เป็นไอดอล คือ มีความเป็นแบบอย่างในด้านต่างๆ เป็นคนที่น่าเอาเยี่ยงอย่าง ในด้านความพยายาม ด้านการเรียน ในด้านนิสัย ความนอบน้อม จิตใจดี ขยันหมั่นเพียร กตัญญู ความสู้ชีวิต หรือจะเป็นไอดอลด้านรีวิวเครื่องสำอางค์ก็มี๊
แบบที่เป็นดารา คือ มีความหน้าตาดี มีความแม่เหล็กดึงดูด เป็นที่ชื่นชอบของแฟนคลับ เป็นคนน่ารักของนักข่าว จะจับขยับทำอะไรก็เป็นกระแส ไปออกอีเวนต์ คนก็แห่ไปดู เน้นที่การโชว์ตัว เน้นการเป็นพรีเซนเตอร์ ชอบพบเจอกับฝูงชน
แบบสุดท้ายคือศิลปิน พวกนี้คือพวกที่เน้นการทำงานศิลปะ การแสดง การแต่งเพลง ก็เป็นศิลปะ พวกนี้จะโฟกัสที่การทำงานออกมาดี สมบูรณ์แบบ และไม่ค่อยสนใจเรื่องการทำตัวให้เป็นแบบอย่าง ไม่ต้องวางตัวให้ดีงาม ไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร
ซึ่งอีหนูข้างต้น ถึงจะเป็นคนนิสัยไม่ดี แต่ที่ยังมีงานอยู่ทุกวันนี้ก็ต้องยอมรับว่าเพราะฝีมือล้วนๆ
หากเราคนดูเป็นพวกเสพย์งาน เราก็จะสนแต่ผลงานของเขา ไม่เอานิสัยมาปะปน ตัวตนเขาจะเป็นอย่างไรก็ไม่ต้องไปแคร์
แต่พวกนี้ก็จะไปถึงจุดที่ได้แค่ความชื่นชอบ หรือคลั่งใคล้ในหน้าตา ผิดกับพวกซุปตาส์ที่มีคนรักมากๆ รักอย่างยั่งยืนนาน ส่วนใหญ่มีครบทั้ง 3 อย่าง คือ…
ความเป็นไอดอล ความเป็นแม่เหล็กดึงดูด และฝีมือ
เหนือกว่านั้นก็คือ…. การให้ความสำคัญกับผู้อื่น ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร
ขึ้นอยู่กับว่าอีหนูวางความสำเร็จของชีวิตไว้ที่ตรงไหน ถ้าแค่อยากให้โลกรู้ว่ากูเก่งก็เป็นแบบเดิมไป แต่ถ้าอยากให้โลกรัก ก็ต้องหัดจริงใจและให้เกียรติกับทุกคน
#เมาท์ๆแซ่บๆกะอีเจ๊ #เอออีหนูเจ๊รู้เจ๊มันกระจอก #นินมาดารา #ต่อมเผือกมาเลยจ้ะ #ใครวะๆ #อักษรย่อมา #ไม่บอกหลอกให้งง #บอกตูก็โดนฟ้องสิวะ #ชะนีมีเมนส์
ติดตามเรื่องสนุกแบบนี้ได้อีกในแฟนเพจ 'ชะนีมีเมนส์'
ดารานิสัยไม่ดี ควรมองที่ผลงานไว้ก่อนหรือเปล่า?
* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะเจ๊ก็แบบว่ามีบุญได้ร่วมงานกะนาง นางแบบว่าเดินเข้าออกบริษัทบ่อยมาก ใครๆก็อยากจะถ่ายรูปด้วย แต่น้องน่ะเข้าสูตรคนสวยแล้วหยิ่ง หน้านิ่งบอกบุญไม่รับ จะขยับตัวเดินไปไหนก็ดูกระชากๆเหมือนจะไปตบใครสักคนอยู่ตลอด พวกทีมงานก็เลยปอดๆ ไม่ค่อยกล้าไปคุยหรือขอถ่ายรูปกะนางซักเท่าไหร่
นังหนูคนนี้เนี่ย นางเหมือนโดนแม่บังคับให้มาทำงานเลยจ้า หน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนปวดฉี่ตลอดเวลา เวลาเรียกมาให้ทำอะไร ก็มีบ่นใส่อุบอิบ
"ทำไมไม่บอกหนูก่อนว่าจะให้ร้องเพลง หนูไม่ได้เตรียมตัวมา"
วันสัมภาษณ์ นางก็โมโหนักข่าว นางบอกโดนจ่อไมค์แล้วพูดยั่วให้โกรธ แต่นางระงับอารมณ์โฉดไว้ได้ ไม่เหวี่ยงใส่ไป เอออันนี้เจ๊ว่านางใช้ได้ นางรู้งาน
แล้ววันหนึ่งทีมงานเขาก็ถ่ายรูปรวมกับดารา เจ๊ก็ได้มีเฟรมร่วมกับนางจนได้ แต่ในรูปทุกคนยิ้มหมด ยกเว้นอีหนูตัวร้าย มันทำหน้าตาย ตาหรี่ๆเหมือนบอกกลายๆว่าเบื่ออีชะนีพวกนี้ จะถ่ายทำไมนักหนาวะ
แล้วก็เจอกันอีกในวันงานเลี้ยง นางก็เลี่ยงๆหลบๆไม่ยอมพบแฟนคลับ ไปยืนมุมลับ เล่นมือถืออยู่ พองานเลิก คนกลับหมด นางก็เดินออกมา เพื่อนเจ๊เห็นก็รีบมาบอกว่า "ชอบนางมากอยากถ่ายรูปด้วย"
"น้องเค้าหยิ่งนะมึ๊ง"
"ไม่เป็นไรมึ๊งกูชอบเค้าจริงๆ"
สีหน้าท่าทางเพื่อนดูมุ่งมั่นมาก เจ๊ก็ไม่อยากขัดศรัทธามัน ก็เลยเดินไปคุยให้
"เอ่อน้อง… ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ"
นางหันมามองเจ๊กับเพื่อน แล้วก็เดินผ่านไปเลยจ้ะ ไม่ได้มองไม่เห็นนะจ๊ะ แต่ทำราวกับว่าเจ๊และเพื่อนคืออากาศธาตุ เราสองคนก็หน้าชามึนแบบว่ากูพลาด ไม่น่าไปขออีนี่ถ่ายรูปเลย สีหน้าเพื่อนเจ๊ตอนนั้น คือทั้งเห่ยทั้งแหก
"สงสัยน้องอารมณ์ไม่ดี"
"เออๆ อย่าไปกวนเค้าเลย กลับกันดีกว่าว่ะ"
พอเดินออกมาจะถึงแยกทางออกงาน เจอนางอีกรอบ นางก็มองเราผ่านๆ แล้วเจ้าของค่ายก็เดินมาทักนาง นางก็ยิ้มหวาน ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
"อ้าว สวัสดีค่าพี่... มาๆถ่ายรูปกันค่ะพี่ ...ค่า 5555"
อากัปกิริยาอันเลือกปฏิบัติของนาง เป็นการบอกกลายๆว่า คนกระจอกกูไม่คุยให้เสียเวลานะ จ่ายมาสักล้านนึงจ้ะ จะกราบให้ถึงตาปลาเลยยย
เจ๊เคยได้วนเวียนกับคนที่ทำงานร่วมกับนางอย่างครูสอนการแสดง ต่างก็ยืนยันว่าอีหนูนี่ มันนิสัยไม่ดี ปากร้ายขี้นินทา ชอบว่าเพื่อนที่โรงเรียนให้ครูฟัง
อีหนูนินทาเพื่อน ครูอีหนูก็เอามานินทาให้เจ๊ฟัง เจ๊ก็เอามานินทาให้ลูกเพจฟังต่อ แล้วลูกเพจก็จะเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังต่อไปเรื่อยๆใช่มั้ยล่ะ มนุษยชาตินี่เป็นเผ่าพันธุ์แห่งการนินทาจริงจริ๊งงง
กลับมาเรื่องเพื่อนเจ๊ที่เป็นแฟนคลับนาง หลังจากวันนั้น...เพื่อนเจ๊ก็เลิกชอบนางไปเลยจ้ะ แต่เจ๊อะยังติดตามผลงานอยู่ มันมีคนเค้าบอกว่า…. (เค้า? เค้าน่ะใคร!? ตำราที่ไหนบอก ไม่ต้องสงสัย กูบอกเองแหละค่ะ) ศิลปินในวงการน่ะมี 3 ประเภท
แบบที่เป็นไอดอล คือ มีความเป็นแบบอย่างในด้านต่างๆ เป็นคนที่น่าเอาเยี่ยงอย่าง ในด้านความพยายาม ด้านการเรียน ในด้านนิสัย ความนอบน้อม จิตใจดี ขยันหมั่นเพียร กตัญญู ความสู้ชีวิต หรือจะเป็นไอดอลด้านรีวิวเครื่องสำอางค์ก็มี๊
แบบที่เป็นดารา คือ มีความหน้าตาดี มีความแม่เหล็กดึงดูด เป็นที่ชื่นชอบของแฟนคลับ เป็นคนน่ารักของนักข่าว จะจับขยับทำอะไรก็เป็นกระแส ไปออกอีเวนต์ คนก็แห่ไปดู เน้นที่การโชว์ตัว เน้นการเป็นพรีเซนเตอร์ ชอบพบเจอกับฝูงชน
แบบสุดท้ายคือศิลปิน พวกนี้คือพวกที่เน้นการทำงานศิลปะ การแสดง การแต่งเพลง ก็เป็นศิลปะ พวกนี้จะโฟกัสที่การทำงานออกมาดี สมบูรณ์แบบ และไม่ค่อยสนใจเรื่องการทำตัวให้เป็นแบบอย่าง ไม่ต้องวางตัวให้ดีงาม ไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร
ซึ่งอีหนูข้างต้น ถึงจะเป็นคนนิสัยไม่ดี แต่ที่ยังมีงานอยู่ทุกวันนี้ก็ต้องยอมรับว่าเพราะฝีมือล้วนๆ
หากเราคนดูเป็นพวกเสพย์งาน เราก็จะสนแต่ผลงานของเขา ไม่เอานิสัยมาปะปน ตัวตนเขาจะเป็นอย่างไรก็ไม่ต้องไปแคร์
แต่พวกนี้ก็จะไปถึงจุดที่ได้แค่ความชื่นชอบ หรือคลั่งใคล้ในหน้าตา ผิดกับพวกซุปตาส์ที่มีคนรักมากๆ รักอย่างยั่งยืนนาน ส่วนใหญ่มีครบทั้ง 3 อย่าง คือ…
ความเป็นไอดอล ความเป็นแม่เหล็กดึงดูด และฝีมือ
เหนือกว่านั้นก็คือ…. การให้ความสำคัญกับผู้อื่น ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร
ขึ้นอยู่กับว่าอีหนูวางความสำเร็จของชีวิตไว้ที่ตรงไหน ถ้าแค่อยากให้โลกรู้ว่ากูเก่งก็เป็นแบบเดิมไป แต่ถ้าอยากให้โลกรัก ก็ต้องหัดจริงใจและให้เกียรติกับทุกคน
#เมาท์ๆแซ่บๆกะอีเจ๊ #เอออีหนูเจ๊รู้เจ๊มันกระจอก #นินมาดารา #ต่อมเผือกมาเลยจ้ะ #ใครวะๆ #อักษรย่อมา #ไม่บอกหลอกให้งง #บอกตูก็โดนฟ้องสิวะ #ชะนีมีเมนส์
ติดตามเรื่องสนุกแบบนี้ได้อีกในแฟนเพจ 'ชะนีมีเมนส์'