JJNY : จาตุรนต์ติงรบ.ที่ไม่ตรวจสอบ-ไม่มีมาตรการ/ไวรัสอาจระบาดถึงสิ้นปี/ผีน้อยทยอยถึงไทย ไข้สูง17ราย/ติดโควิดทะลุ9.2หมื่น

"จาตุรนต์" วอนอย่าโทษผีน้อยฝ่ายเดียว ควรติงรบ.ที่ไม่ตรวจสอบ-ไม่มีมาตรการรองรับ
https://www.matichon.co.th/politics/news_2024469
 
 
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความ แสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาแรงงานนอกกฎหมายชาวไทยที่ไปทำงานเกาหลีใต้และกลับเข้าประเทศหลังมีการระบาดหนัก โดยระบุว่า
  
ขอติงกระแสโซเชียลบางส่วนหน่อยครับ ตั้งสติกันก่อน ผีน้อย ไม่ใช่ผู้ที่ควรถูกตำหนิเสียทีเดียว เว้นแต่ว่าถ้ามีมาตรการแล้วเขาไม่ให้ความร่วมมือ แต่เขาเป็นคนไทยมีสิทธิ์กลับไทย และพึงได้รับการดูแล ที่ผ่านมามาตรการของรัฐบาลไม่ชัด ปล่อยเสรีทั้งไทยและเทศ
  
ทำไมไปลงที่ ผีน้อย กันครับ เขาเป็นคนไทย เสี่ยงอันตรายก็ย่อมอยากกลับบ้าน ประเทศไทยก็ควรต้อนรับ ความผิดอยู่ที่รัฐบาลไม่เคยรับรู้ว่าเขาอยู่อย่างไรกลับมาเมื่อไหร่ และไม่มีมาตรการรองรับ โรคไวรัสเป็นปัญหาของมนุษยชาติและเพื่อนร่วมชาติ ปัญหาอื่นพักไว้ก่อนดีมั้ยครับ
  
ผีน้อย ไปทำงานผิดกฎหมายหรือไม่เป็นเรื่องนึง ก็วิจารณ์เขาได้ แต่เขาเป็นคนไทยที่ต้องการกลับประเทศ ถึงอย่างไรก็ต้องให้เขากลับ ส่วนมาตรการรองรับกักตัวควรมีมานานแล้วและบังคับด้วย ไม่เฉพาะพวกเขาแต่ทุกคนจากทุกชาติที่มาจากประเทศเสี่ยง ปัญหาคือรัฐบาลไม่เคยมีมาตลอด
  
ไม่ว่า ผีน้อย จะออกไปจากไทยถูกกฎหมายหรือไม่ ทำงานในเกาหลีถูกกฎหมายหรือไม่ โพสต์ข้อความเกรี้ยวกราดหรือไม่ เขาเป็นมนุษย์ พึงได้รับการดูแลช่วยชีวิต เขาเป็นคนไทยมีสิทธิ์กลับไทย ถ้าเขาขอให้ช่วย รัฐบาลต้องช่วย เมื่อกลับมาต้องกักตัวตามมาตรการที่ควรมีมานานแล้ว ไม่ขึ้นกับความสมัครใจ
  
ลำดับอย่างนี้นะครับ เขาเป็นคนไทย จะกลับเมื่อไหร่ในสภาพอย่างไร ก็กลับได้ตลอด ไม่มีใครหรืออำนาจใดห้ามเขาได้ การกักตัวเป็นหน้าทีรัฐบาลที่ต้องทำกับทุกคนที่มาจากประเทศเสี่ยง รัฐบาลจึงต้องรีบเตรียมการ แต่ระหว่างไม่มีมาตรการก็ห้ามคนไทยเข้าประเทศไม่ได้ครับ
  
ลองค่อยๆคิดนะครับ ถ้าคนไทยอยู่ในเกาหลีนานๆ เข้าจะป่วยกันมากมั้ย และถ้าป่วยหรือติดเชื้อแล้วเขาจะกลับมาไทย จะห้ามได้มั้ย ช่วยเขากลับมาเร็วๆไม่ดีกว่าหรือ รัฐบาลจีนกำลังจะไปรับคนจีนกลับจากอิหร่าน เขาไม่ถามว่าไปทำงานอะไรเลยสักนิด ทำไมเขาทำอย่างนั้น ทำไมเราต้องมีเงื่อนไข
 
https://twitter.com/chaturon/status/1234879378821013505
https://twitter.com/chaturon/status/1234870320000987136
https://twitter.com/chaturon/status/1234859103551442947
https://twitter.com/chaturon/status/1234824300286185474
https://twitter.com/chaturon/status/1234821749008584704
https://twitter.com/chaturon/status/1234820500464926720
 

 
เชื้อไวรัสโควิด-19 อาจระบาดถึงสิ้นปี หวั่นกักตัว “ผีน้อย” อยู่บ้าน เอาไม่อยู่
https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1785798

 
ทำคนไทยตกตะลึงสุดสะพรึง เมื่อ “ผีน้อย” แรงงานไทยผิดกฎหมายในเกาหลีกว่า 5 พันคน ต้องการเดินทางกลับไทย ช่วงการแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเกาหลี ซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากสุดในโลกรองจากจีน จนเกิดคำถามจะมีคนติดเชื้อจากเกาหลีมากน้อยเพียงใด มีความเสี่ยงอย่างมากในการแพร่เชื้อไปยังคนไทยด้วยกัน หรือกรณีให้กักตัวดูอาการที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน จะมั่นใจอย่างไรว่าคนเหล่านั้นจะไม่ออกจากบ้าน
 
•  จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน โดยกรมควบคุมโรค คาดว่าอีกไม่นานไทยจะเข้าสู่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระยะที่ 3 ขอให้บุคลากรทางการแพทย์มีความตื่นตัวในการรับมือ และหน่วยงานต่างๆ ต้องให้ความรู้กับประชาชนในการล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย
 
•  ระยะการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แบ่งเป็น 3 เฟส ระยะที่ 1 ชาวต่างชาติติดเชื้อเดินทางเข้าไทย ระยะที่ 2 เริ่มมีคนไทยติดเชื้อในประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือติดเชื้อหลังกลับจากกลุ่มประเทศเสี่ยง และระยะที่ 3 แพร่ระบาดติดเชื้อระหว่างคนไทยด้วยกันเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ขยายเป็นวงกว้าง
 
• โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลจะทำอย่างไร เพื่อรับมือกับ “ผีน้อย” มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 มาจากเกาหลี เพราะล่าสุดมีจำนวน 7 คน เดินทางเข้าไทย โดยเข้าข่ายต้องสงสัย 2 คน อยู่ระหว่างการตรวจมีเชื้อโควิด-19 หรือไม่ ส่วนอีก 5 คน กักตัวดูอาการที่บ้าน 14 วัน ต้องมีจิตสำนึกและรับผิดชอบต่อสังคม
 
• เหตุใดรัฐบาลไทยไม่กักตัวเหล่า “ผีน้อย” ในสถานที่ใดที่หนึ่ง เหมือนกรณีคนไทยอพยพจากเมืองอู่ฮั่น ได้คำตอบจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ที่ระบุว่า ไทยไม่มีกฎหมายควบคุม และประเทศเกาหลีไม่ได้ถูกปิดเมืองอย่างเมืองอู่ฮั่น จึงทำได้เพียงให้กักตัวที่บ้าน 14 วัน

• “ผีน้อย” ทยอยกลับไทยอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของ ตม.ขณะนี้พบว่าสายการบินจากประเทศเกาหลีใต้ จะมาไทย รวม 18 ไฟลท์ ลงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 14 ไฟลท์ และท่าอากาศยานดอนเมือง อีก 4 ไฟลท์ ซึ่งระหว่างอยู่บนเครื่องและลงจากเครื่อง ต้องมีมาตรการเข้มข้น ป้องกันการแพร่เชื้อ
 
• ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศสำหรับประชาชนที่เดินทางมาจาก 9 ประเทศกลุ่มเสี่ยง หนึ่งในนั้นมีเกาหลี เมื่อเดินทางเข้าประเทศไทย ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 ต้องกักตัวในที่พักอาศัย 14 วัน และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
 
เมื่อสถานการณ์ล่าสุดเป็นเช่นนี้ และเพื่อให้คนไทยเตรียมรับมือ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ได้พูดคุยอีกครั้งกับ “ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา” หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และกรรมการให้คำปรึกษา "เชื้อไวรัสโควิด-19" ระบุว่า รู้สึกเป็นกังวลเกรงว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 จะมีการแพร่ระบาดในไทย ขยายเป็นวงกว้างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี นั่นหมายถึงไทยเข้าสู่การแพร่ระบาดในเฟส 3 ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้องต้องทำงานอย่างเต็มที่ในการรับมือ ไม่ให้มีการแพร่ระบาดรุนแรงไปมากกว่านี้ และในขณะนี้ไทยพยายามประสานสั่งซื้อยาต้านไวรัสจากประเทศจีน แม้จะเป็นเรื่องยากก็ตาม เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นไม่ยอมขายให้อีก ภายหลังไทยซื้อเข้ามาจำนวน 100 ชุด ใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน รพ.บำราศนราดูร และส่วนใหญ่หายดี
 
“ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาต้านไวรัส ผมเคยทดลองกับหนูติดเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า เมื่อ 5 ปีที่แล้ว และใช้ได้ผลจากเดิมหนูตายในทันที กลับเป็นว่ามีชีวิตยาวไปอีก 48 ชั่วโมง จึงแนะนำให้มีการใช้ยานี้กับผู้ป่วยโควิด เมื่อ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา และปรากฏว่าทำให้เชื้อนี้หาย ยกเว้นหนุ่มวัย 35 แม้รักษาเชื้อโควิดจนหาย แต่เนื่องจากปอดเสียหายทั้งหมดจึงเสียชีวิต แต่ยานี้ถือเป็นยาต้านไวรัสแบบครอบจักรวาล ต้องรอดูว่าจีนจะขายให้หรือไม่ เพราะไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะซื้อได้ง่ายๆ”
 
ส่วนแผนรับมือ “ผีน้อย” ขึ้นอยู่กับคนออกคำสั่ง และโดยส่วนตัวมองว่าไทยมีนักท่องเที่ยวเข้าออกประเทศอยู่แล้ว ซึ่งไม่มีการกักตัวนักท่องเที่ยวด้วยซ้ำ ดังนั้นในกรณี “ผีน้อย” เราทำดีที่สุดเพราะเป็นคนไทย จะต้องตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่เมื่อกลับเข้ามา เพื่อปกป้องชีวิตของคนกลุ่มนี้และเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อคนอื่น ซึ่งการกลับมาไทยไม่ได้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย อยากให้คนไทยทุกคนควรตั้งต้นด้วยความเห็นใจพวกเขาจะดีกว่า เพราะการตัดสินใจไปเกาหลีก็เพื่อต้องการมีชีวิตที่ดีกว่า เพราะอยู่เมืองไทยไม่มีเงิน ไม่มีงานทำ
 
สำหรับข้อเสนออยากให้รัฐบาลหาสถานที่ในการกักตัวกลุ่ม “ผีน้อย” ในการเฝ้าระวัง 14 วัน หากไม่มีอะไรก็ให้กลับบ้าน หรือตรวจหาเชื้อในวันที่ 13 จะดีกว่า เนื่องจากการตรวจเลือดใช้เวลาเพียง 1 วันจะรู้ผล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับไทยในเรื่องศักยภาพในการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้หากไม่สามารถรับมือได้ทั้ง 5 พันคน อาจให้เข้าไทยเป็นระลอก และเตรียมเต้นท์สนาม กั้นระยะห่างต่อคนประมาณ 2 เมตร ไม่ให้อยู่รวมกัน หรือกักอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ดีกว่าให้กักตัวอยู่ที่บ้าน เพราะไม่มั่นใจว่าคนเหล่านั้นจะออกนอกบ้านหรือไม่ เพื่อไปหาเงิน หางานใหม่ทำ
 
“หากให้ผีน้อย กักตัวอยู่ที่บ้าน ผมว่าพังแน่ ไม่อยากให้ไทยเข้าสู่เฟส 3 และไม่อยากให้ซ้ำเติมพวกผีน้อย เพราะตอนนี้พวกเขาอาจลำบาก แตกต่างกับนักท่องเที่ยวจากประเทศเสี่ยง สามารถดูแลสุขอนามัยได้ดีกว่าผีน้อย อย่าใจดำเกินไป ต้องดูตามสภาพความเป็นจริง ส่วนโอกาสที่ไทยจะหลุด คุมไม่ได้ ก็หวังว่าจะไม่แพร่ระบาดมากนัก ถือว่าการดูแลผีน้อยทำดีที่สุดแล้ว แม้การตรวจหาเชื้อโควิด-19 จะยาก เป็นธรรมชาติของไวรัสตัวนี้ อาจวินิจฉัยเป็นโรคอื่นได้ จนที่ผ่านมาเราถูกโรคหลอกเรา อย่างกรณีหนุ่มวัย 35 ที่เสียชีวิต ตอนแรกตรวจเป็นไข้หวัด พอมาตอนหลังเป็นไข้เลือดออก จนมาพบว่าติดเชื้อโควิด-19 รักษาไม่ทันการณ์ ปอดไปหมด และสิ่งที่ทำได้ตอนนี้ต้องแก้ทั้งระบบ เพื่อคุมการระบาดให้ได้”.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่