สวัสดีครับ ตอนนี้ผมอายุย่าง 27 ปีแล้ว รู้เลยว่าเรายังเคว้งมากในสายหน้าที่การงาน ไม่มีอะไรสุดสักอย่าง
เชื่อไหมครับผมจบ ปริญญาโท แต่ไม่ได้มีค่าอะไรเลยสักนิดครับ เพราะอะไรนะหรอ เพราะผมเรียนแบบเอาวุฒิ ไม่ได้สนใจความรู้เลยแม้แต่น้อย
ตัวผมเองเป็นคน ขี้เกียจและขี้เบื่อมาก ไม่ได้อยากเป็นอะไรสักอย่าง ไม่มีชอบอะไรจริงจัง ล่องลอยสุดอะ
ตอนจบ ปวช.ใหม่ ๆ ก็หาที่เรียนให้จ้าละหวั่นครับ สรุปเอ็นไม่ติดเพราะ เราไม่ได้เก่งพอ ไปสอบเพาะช่างก็ไม่ติด ไปสอบเทคโนพระจอมเกล้าก็ไม่ติด
ตอนนั้นคิดแค่ว่า ถ้าไม่ได้ที่เรียนที่ดี ๆ ไม่เรียนดีกว่า ความคิดเด็กโง่ ๆ คนหนึ่งที่เอาแต่โทษสถาบันไม่ได้ดูตัวเองสรุป เคว้งครับ
อยู่บ้านช่วยที่บ้านทำงานเป็นช่างเชื่อม แล้วอยู่ดี ๆ เพื่อนพ่อชวนไปทำงานบริษัทเพราะเห็นเราจบ ปวช บริหารคอม
เลยได้ไปเป็น IT support อยู่ปีกว่า ๆ แล้วก็ไม่สนใจการเรียนเลย ใครพูดให้ไปเรียนต่อก็ไม่ไป
คิดแต่ว่าฉันไม่อยากทำในสิ่งที่ไม่ชอบเรียนไปก็เท่านั้น !
แต่สุดท้ายไปอ่านหนังสือธรรมะกลวงพ่อท่านสอนว่าให้เรียนไปเถอะพ่อแม่จะได้หายห่วงก็เลย เออวะ เรียนก็เรียน
แต่ก็นั่นแหละ เรียนก็เรียน เรียนเพื่อสอบ ไม่ได้เรียนเพื่อเอาความรู้อะไรทั้งนั้น
ผฒก็เลยเลือกเอาสาขาที่ง่ายที่สุด ทั้งที่จริงสมควรจะพยายามต่อสาย IT ก็ไม่ต่อ เพราะขี้เกียจขวนขวายมันยาก !
และก็จบมาได้ครับ จบมาแบบอ่านชีทก่อนไปสอบ 1 วันเอาแค่พอผ่าน แล้วมันก็ได้แค่นั้นจริง ๆ ได้วุฒิ ปริญญาตรีมา
และด้วยคิดว่า ตัวเองดีเลิศ ไม่เหมาะกะทางโลก เลยไปบวชครับ !! 3 ปีเต็ม !! เหมือนดีใช่ไหมครับ แต่ๆๆๆ
ผมก็ยังแอบเผื่อใจทางโลกอยู่ เลยขอหลวงพ่อท่านเรียนต่อครับ วัดที่ผมอยู่หลวงพ่อท่านดีมากกก
ท่านส่งเสียพระ แม่ชี เด็กวัด ทุกคนเรียนหมด เด็กวัด วัดที่ผมไปบวชหนะจบ ปริญญาโทนะ ขอบอก !! 55555
และที่สำคัญไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งนั้นด้วย สุดยอดไหมละ...
แต่ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ โบราณท่านว่า ตัดบัวอย่าเหลือใย ตัดใจต้องให้ขาด ผมไม่ขาดสักอย่าง !!
จะไปทางธรรมก็ไม่ทุ่มสุดตัว ก็ยังพะวงทางโลกสุดท้ายก็จบปริญญาโทมาแบบ โง่ ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรนอกจาก สึกครับ
สึกทำไมนะหรอก็ทนกิเลสไม่ไหวไงครับ ไม่เจริญภาวนาเอาแต่คิดเรื่องทางโลก ไม่ไปทุ่มทางธรรมก็สู้กิเลสไม่ไหวสิครับ
พอสึกออกมาได้งานทำเป็น IT support เหมือนจะโชคดีแต่ โดนกดดันจะตายครับ โดยผู้จัดการเรียกไปตำหนิ เสมอ
โดยรวมแล้วคือ จบไม่ตรงวุฒิและประสบการณ์น้อยความรู้เป็นแบบเป็ด ๆ จะวิ่ง จะว่าย จะบิน ได้หมดแต่ไม่เคยสู้ใครได้ ไม่ได้ดั่งใจเลยนะตัวเธอ !
ผมก็มานอนเอาตีนก่ายหน้าผากว่ามันเกิดจากอะไรหนอชีวิตตู แล้วก็เก็ตครับว่า ....
มันเกิดจากความนั้นด้วยความโลเลสั่งสมของเราเองนั่นแหละ
ไม่ตัดสินใจอะไรให้เด็ดขาดสักอย่าง จะทำอะไรก็ไม่เต็มที่ เรียนเอาสักแต่ว่าให้จบ ๆ ไป อืม....
ที่เขียนมานี้ ก็แค่อยากให้น้อง ๆ บัญเอิญมีน้อง ๆ คนไหนมาอ่าน
ก็ขอให้เอาผมไปเป็นบทเรียนนะครับ ทำอะไรเอาให้มันเก่งสุด ๆ ไปสักอย่างเลยอย่าครึ่ง ๆ กลาง ๆ ครับ มันลำบากชีวิตมากไม่สนุกเลยยยย !!!
บายครับ
อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว
แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดคงเกิดผล
อาจจะชักเชิดชูฟูสกนธ์
ถึงคนจนพงศ์ไพร่คงได้ดี
เห้อออ....
สิ่งที่ค้นพบความโลเลในตัวเอง เมื่อตอนเด็ก ๆ เรียนให้จบแบบขอไปที
เชื่อไหมครับผมจบ ปริญญาโท แต่ไม่ได้มีค่าอะไรเลยสักนิดครับ เพราะอะไรนะหรอ เพราะผมเรียนแบบเอาวุฒิ ไม่ได้สนใจความรู้เลยแม้แต่น้อย
ตัวผมเองเป็นคน ขี้เกียจและขี้เบื่อมาก ไม่ได้อยากเป็นอะไรสักอย่าง ไม่มีชอบอะไรจริงจัง ล่องลอยสุดอะ
ตอนจบ ปวช.ใหม่ ๆ ก็หาที่เรียนให้จ้าละหวั่นครับ สรุปเอ็นไม่ติดเพราะ เราไม่ได้เก่งพอ ไปสอบเพาะช่างก็ไม่ติด ไปสอบเทคโนพระจอมเกล้าก็ไม่ติด
ตอนนั้นคิดแค่ว่า ถ้าไม่ได้ที่เรียนที่ดี ๆ ไม่เรียนดีกว่า ความคิดเด็กโง่ ๆ คนหนึ่งที่เอาแต่โทษสถาบันไม่ได้ดูตัวเองสรุป เคว้งครับ
อยู่บ้านช่วยที่บ้านทำงานเป็นช่างเชื่อม แล้วอยู่ดี ๆ เพื่อนพ่อชวนไปทำงานบริษัทเพราะเห็นเราจบ ปวช บริหารคอม
เลยได้ไปเป็น IT support อยู่ปีกว่า ๆ แล้วก็ไม่สนใจการเรียนเลย ใครพูดให้ไปเรียนต่อก็ไม่ไป
คิดแต่ว่าฉันไม่อยากทำในสิ่งที่ไม่ชอบเรียนไปก็เท่านั้น !
แต่สุดท้ายไปอ่านหนังสือธรรมะกลวงพ่อท่านสอนว่าให้เรียนไปเถอะพ่อแม่จะได้หายห่วงก็เลย เออวะ เรียนก็เรียน
แต่ก็นั่นแหละ เรียนก็เรียน เรียนเพื่อสอบ ไม่ได้เรียนเพื่อเอาความรู้อะไรทั้งนั้น
ผฒก็เลยเลือกเอาสาขาที่ง่ายที่สุด ทั้งที่จริงสมควรจะพยายามต่อสาย IT ก็ไม่ต่อ เพราะขี้เกียจขวนขวายมันยาก !
และก็จบมาได้ครับ จบมาแบบอ่านชีทก่อนไปสอบ 1 วันเอาแค่พอผ่าน แล้วมันก็ได้แค่นั้นจริง ๆ ได้วุฒิ ปริญญาตรีมา
และด้วยคิดว่า ตัวเองดีเลิศ ไม่เหมาะกะทางโลก เลยไปบวชครับ !! 3 ปีเต็ม !! เหมือนดีใช่ไหมครับ แต่ๆๆๆ
ผมก็ยังแอบเผื่อใจทางโลกอยู่ เลยขอหลวงพ่อท่านเรียนต่อครับ วัดที่ผมอยู่หลวงพ่อท่านดีมากกก
ท่านส่งเสียพระ แม่ชี เด็กวัด ทุกคนเรียนหมด เด็กวัด วัดที่ผมไปบวชหนะจบ ปริญญาโทนะ ขอบอก !! 55555
และที่สำคัญไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งนั้นด้วย สุดยอดไหมละ...
แต่ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ โบราณท่านว่า ตัดบัวอย่าเหลือใย ตัดใจต้องให้ขาด ผมไม่ขาดสักอย่าง !!
จะไปทางธรรมก็ไม่ทุ่มสุดตัว ก็ยังพะวงทางโลกสุดท้ายก็จบปริญญาโทมาแบบ โง่ ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรนอกจาก สึกครับ
สึกทำไมนะหรอก็ทนกิเลสไม่ไหวไงครับ ไม่เจริญภาวนาเอาแต่คิดเรื่องทางโลก ไม่ไปทุ่มทางธรรมก็สู้กิเลสไม่ไหวสิครับ
พอสึกออกมาได้งานทำเป็น IT support เหมือนจะโชคดีแต่ โดนกดดันจะตายครับ โดยผู้จัดการเรียกไปตำหนิ เสมอ
โดยรวมแล้วคือ จบไม่ตรงวุฒิและประสบการณ์น้อยความรู้เป็นแบบเป็ด ๆ จะวิ่ง จะว่าย จะบิน ได้หมดแต่ไม่เคยสู้ใครได้ ไม่ได้ดั่งใจเลยนะตัวเธอ !
ผมก็มานอนเอาตีนก่ายหน้าผากว่ามันเกิดจากอะไรหนอชีวิตตู แล้วก็เก็ตครับว่า ....
มันเกิดจากความนั้นด้วยความโลเลสั่งสมของเราเองนั่นแหละ
ไม่ตัดสินใจอะไรให้เด็ดขาดสักอย่าง จะทำอะไรก็ไม่เต็มที่ เรียนเอาสักแต่ว่าให้จบ ๆ ไป อืม....
ที่เขียนมานี้ ก็แค่อยากให้น้อง ๆ บัญเอิญมีน้อง ๆ คนไหนมาอ่าน
ก็ขอให้เอาผมไปเป็นบทเรียนนะครับ ทำอะไรเอาให้มันเก่งสุด ๆ ไปสักอย่างเลยอย่าครึ่ง ๆ กลาง ๆ ครับ มันลำบากชีวิตมากไม่สนุกเลยยยย !!!
บายครับ
อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว
แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดคงเกิดผล
อาจจะชักเชิดชูฟูสกนธ์
ถึงคนจนพงศ์ไพร่คงได้ดี
เห้อออ....