จุดประสงค์ของกระทู้นี้ผมตั้งมาเพื่อทั้งขอคำชี้แนะ ทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเพื่อเป็นพื้นที่พูดคุยเรื่องราวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ชีวิตผมตอนนี้ดำเนินมาถึงทางแยกที่สำคัญมาก เป็นแยกที่ต้องตัดสินใจ ทางหนึ่งเป็นทางที่ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่รู้ว่าเป็นทางที่ผมไม่เคยเดินมาก่อน อีกทางคือเป็นทางที่จะเป็นไปแบบเดิมที่เดินอยู่ทุกวัน แต่อาจจะได้เจอแยกอื่นที่สามารถไปตามทางที่เราถนัดได้
ผมได้มีโอกาสที่จะสมัครทุนเรียนปริญญาโทต่างประเทศที่ประเทศหนึ่ง ซึ่งเป็นทุนเต็มจำนวนครับ เป็นทุนที่น่าสนใจมาก
แต่ว่า ...
Research interests ของทางอาจารย์ที่ปรึกษาที่ต่างประเทศที่ผมจะต้องสมัคร เป็นคนละด้านกับสิ่งที่ผมถนัดและเรียนมาในปริญญาตรี และที่แหละคือทางแยกที่ผมพูดถึง
ผมไม่ได้เรียนเนื้อหาด้านนี้แบบลึกเท่าไรในสมัยปริญญาตรี เรียนเพียงผิวเผินและแค่หลักการ ผมรู้อะไรกับด้านนี้น้อยมาก แต่มันก็เป็น sub set อยู่ในภาควิชาที่ผมเรียนมา เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่เรียนโทอยู่ที่นั่นหลายคนก็สนับสนุนเพราะอาจารย์คนนี้เป็นอาจารย์ที่ดี รวมไปถึงผมเองก็น่าจะสามารถเรียนรู้ได้ แต่หลายคนก็กังวล ด้วยความที่ผมเรียนมาจากอีกด้านแม้จะไม่ได้ห่างไกลกันมาก แต่มันก็คือการเริ่มต้นใหม่ ผมอาจจะไม่ถนัดและทำให้ไม่มีความสุขกับการเรียนที่ต่างประเทศได้
แต่ทั้งหมดที่กล่าวมามันยังไม่เกิดขึ้น มันคือการคาดการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตาม
ส่วนตัวผมเองผมก็เชื่อมั่นอยู่ลึก ๆ ว่าผมจะสามารถเรียนรู้ได้ เพราะทั้งหมดอยู่ในหลักการเรียนแบบเดียวกันคือวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม แต่ผมก็อดกังวลไม่ได้ว่า ถ้าหากผมปรับตัวไม่ได้จริง ๆ ล่ะ แล้วถ้าผมเรียนรู้ไม่ได้ล่ะ ผมจะไปทางไหนต่อ
ซึ่งตามจริงแล้ว Research interests ในด้านที่ผมถนัดมันก็มีเปิดรับมาก่อนหน้านี้ เพียงแต่ ปีนี้เขาไม่เปิดรับ ซึ่งปีหน้าทุนนี้ก็จะมีอีก แต่ก็การันตีไม่ได้ว่ามันจะเปิดรับอีก ตอนนี้ผมก็อายุเดินไปเรื่อย ๆ ซึ่งตอนนี้ผมทำงานอยู่ การที่จะไปเรียนแล้วกลับมาทำงานอีก นั่นหมายถึง การเติบโตในด้านการงานผมจะหายไป อย่างน้อย 3 ปี ผมจึงไม่อยากที่จะรอโอกาสอีก และเป็นโอกาสที่ไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่
ทางแยกของผมตอนนี้เป็นลักษณะของทางแยกที่แยกไปจากทางหลัก แยกที่ว่าก็คือตัดสินในไปเรียนในสิ่งที่ผมจะต้องเรียนรู้และพัฒนามากกว่าเดิมสักหน่อยเพราะไม่มีพื้นฐานคามรู้มากนัก นั่นคือทางที่ผมไม่รู้ว่า จะยากง่ายขนาดไหน และอีกทางคือเดินทางเดิมไปก่อนและรอคอยหวังว่าจะมีทางแยกอื่นที่ผมน่าจะเดินได้ถนัดให้เลือกเดินอีกครั้ง นั่นก็หมายถึง ผมแค่ตัดสินใจทำงานไปเหมือนเดิม และรอฟังว่าทุนนี้เปิดอีกเมื่อไร และจะมี Research interests ที่ผมถนัดหรือไม่
ณ ตอนที่ผมเขียนกระทู้นี้ ผมได้ตัดสินใจเลือกไปแล้วว่า ผมเลือกเรียนต่อปริญญาโทครับ ผมยังเชื่ออยู่ว่าผมจะสามารถเรียนรู้ได้แม้จะเหนื่อยหน่อยเพราะไม่มีพื้นฐานมาก แต่ผมก็จะสามารถผ่านมันไปได้ ตอนนี้อยู่ในขั้นการรอสัมภาษณ์กับทางอาจารย์ที่ปรึกษาและคณะกรรมการ
แต่เพราะนี่คือชีวิต มาถึงตอนนี้ ผมกลับสับสน ผมลังเล ผมไม่มั่นใจ ว่าที่ผมเลือกไปมันจะดีหรือไม่ ผมสับสนว่าถ้าลองที่จะรอล่ะ มันก็อาจจะมีปีหน้าที่ Research interests ที่เราถนัดเปิดอยู่ หากผมเกิดอยากเปลี่ยนใจผมก็แค่ยกเลิกการสมัคร นั่นก็คือเดินหันหลังกลับ
แต่พูดตามตรง ผมก็คงไม่อยากทำอย่างนั้น
ผมได้มีโอกาศฟัง Podcast ของ The Standard ชื่อว่า "อีก 20 ปีจากนี้ คุณจะเสียใจกับ 'สิ่งที่ไม่ได้ทำ' มากกว่า 'สิ่งที่ทำลงไป'" ที่คุณนิ้วกลมได้เล่าเอาไว้ เป็นเนื้อหาที่ทำให้ผมได้คิดอะไรได้เยอะเลยครับ อย่างน้อยก็ทุเลาความวิตกของผม ไปได้พอสมควร หวังว่าทุกคนที่อ่านกระทู้นี้จะไปลองฟังกันดูครับ
ผู้ที่อ่านกระทู้นี้ท่านใด เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆกันนี้เกิดขึ้น ลองมาแชร์กันครับ หรือมีอะไรที่อยากจะให้ข้อคิดผม หรือแนะนำผม ก็บอกมาได้ครับ ผมเปิดรับทุกคำชี้แนะ อย่างน้อยมันอาจจะมีประโยชน์ให้กับคนที่กำลังเผชิญเหตุการณ์แบบผมนี้ ได้คิดทบทวนอะไรได้มากขึ้น ขอบคุณครับ
เมื่อชีวิตคุณดำเนินมาถึงทางแยก คุณคิดอย่างไรก่อนที่จะตัดสินใจ
ชีวิตผมตอนนี้ดำเนินมาถึงทางแยกที่สำคัญมาก เป็นแยกที่ต้องตัดสินใจ ทางหนึ่งเป็นทางที่ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่รู้ว่าเป็นทางที่ผมไม่เคยเดินมาก่อน อีกทางคือเป็นทางที่จะเป็นไปแบบเดิมที่เดินอยู่ทุกวัน แต่อาจจะได้เจอแยกอื่นที่สามารถไปตามทางที่เราถนัดได้
ผมได้มีโอกาสที่จะสมัครทุนเรียนปริญญาโทต่างประเทศที่ประเทศหนึ่ง ซึ่งเป็นทุนเต็มจำนวนครับ เป็นทุนที่น่าสนใจมาก
แต่ว่า ...
Research interests ของทางอาจารย์ที่ปรึกษาที่ต่างประเทศที่ผมจะต้องสมัคร เป็นคนละด้านกับสิ่งที่ผมถนัดและเรียนมาในปริญญาตรี และที่แหละคือทางแยกที่ผมพูดถึง
ผมไม่ได้เรียนเนื้อหาด้านนี้แบบลึกเท่าไรในสมัยปริญญาตรี เรียนเพียงผิวเผินและแค่หลักการ ผมรู้อะไรกับด้านนี้น้อยมาก แต่มันก็เป็น sub set อยู่ในภาควิชาที่ผมเรียนมา เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่เรียนโทอยู่ที่นั่นหลายคนก็สนับสนุนเพราะอาจารย์คนนี้เป็นอาจารย์ที่ดี รวมไปถึงผมเองก็น่าจะสามารถเรียนรู้ได้ แต่หลายคนก็กังวล ด้วยความที่ผมเรียนมาจากอีกด้านแม้จะไม่ได้ห่างไกลกันมาก แต่มันก็คือการเริ่มต้นใหม่ ผมอาจจะไม่ถนัดและทำให้ไม่มีความสุขกับการเรียนที่ต่างประเทศได้
แต่ทั้งหมดที่กล่าวมามันยังไม่เกิดขึ้น มันคือการคาดการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตาม
ส่วนตัวผมเองผมก็เชื่อมั่นอยู่ลึก ๆ ว่าผมจะสามารถเรียนรู้ได้ เพราะทั้งหมดอยู่ในหลักการเรียนแบบเดียวกันคือวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม แต่ผมก็อดกังวลไม่ได้ว่า ถ้าหากผมปรับตัวไม่ได้จริง ๆ ล่ะ แล้วถ้าผมเรียนรู้ไม่ได้ล่ะ ผมจะไปทางไหนต่อ
ซึ่งตามจริงแล้ว Research interests ในด้านที่ผมถนัดมันก็มีเปิดรับมาก่อนหน้านี้ เพียงแต่ ปีนี้เขาไม่เปิดรับ ซึ่งปีหน้าทุนนี้ก็จะมีอีก แต่ก็การันตีไม่ได้ว่ามันจะเปิดรับอีก ตอนนี้ผมก็อายุเดินไปเรื่อย ๆ ซึ่งตอนนี้ผมทำงานอยู่ การที่จะไปเรียนแล้วกลับมาทำงานอีก นั่นหมายถึง การเติบโตในด้านการงานผมจะหายไป อย่างน้อย 3 ปี ผมจึงไม่อยากที่จะรอโอกาสอีก และเป็นโอกาสที่ไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่
ทางแยกของผมตอนนี้เป็นลักษณะของทางแยกที่แยกไปจากทางหลัก แยกที่ว่าก็คือตัดสินในไปเรียนในสิ่งที่ผมจะต้องเรียนรู้และพัฒนามากกว่าเดิมสักหน่อยเพราะไม่มีพื้นฐานคามรู้มากนัก นั่นคือทางที่ผมไม่รู้ว่า จะยากง่ายขนาดไหน และอีกทางคือเดินทางเดิมไปก่อนและรอคอยหวังว่าจะมีทางแยกอื่นที่ผมน่าจะเดินได้ถนัดให้เลือกเดินอีกครั้ง นั่นก็หมายถึง ผมแค่ตัดสินใจทำงานไปเหมือนเดิม และรอฟังว่าทุนนี้เปิดอีกเมื่อไร และจะมี Research interests ที่ผมถนัดหรือไม่
ณ ตอนที่ผมเขียนกระทู้นี้ ผมได้ตัดสินใจเลือกไปแล้วว่า ผมเลือกเรียนต่อปริญญาโทครับ ผมยังเชื่ออยู่ว่าผมจะสามารถเรียนรู้ได้แม้จะเหนื่อยหน่อยเพราะไม่มีพื้นฐานมาก แต่ผมก็จะสามารถผ่านมันไปได้ ตอนนี้อยู่ในขั้นการรอสัมภาษณ์กับทางอาจารย์ที่ปรึกษาและคณะกรรมการ
แต่เพราะนี่คือชีวิต มาถึงตอนนี้ ผมกลับสับสน ผมลังเล ผมไม่มั่นใจ ว่าที่ผมเลือกไปมันจะดีหรือไม่ ผมสับสนว่าถ้าลองที่จะรอล่ะ มันก็อาจจะมีปีหน้าที่ Research interests ที่เราถนัดเปิดอยู่ หากผมเกิดอยากเปลี่ยนใจผมก็แค่ยกเลิกการสมัคร นั่นก็คือเดินหันหลังกลับ
แต่พูดตามตรง ผมก็คงไม่อยากทำอย่างนั้น
ผมได้มีโอกาศฟัง Podcast ของ The Standard ชื่อว่า "อีก 20 ปีจากนี้ คุณจะเสียใจกับ 'สิ่งที่ไม่ได้ทำ' มากกว่า 'สิ่งที่ทำลงไป'" ที่คุณนิ้วกลมได้เล่าเอาไว้ เป็นเนื้อหาที่ทำให้ผมได้คิดอะไรได้เยอะเลยครับ อย่างน้อยก็ทุเลาความวิตกของผม ไปได้พอสมควร หวังว่าทุกคนที่อ่านกระทู้นี้จะไปลองฟังกันดูครับ
ผู้ที่อ่านกระทู้นี้ท่านใด เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆกันนี้เกิดขึ้น ลองมาแชร์กันครับ หรือมีอะไรที่อยากจะให้ข้อคิดผม หรือแนะนำผม ก็บอกมาได้ครับ ผมเปิดรับทุกคำชี้แนะ อย่างน้อยมันอาจจะมีประโยชน์ให้กับคนที่กำลังเผชิญเหตุการณ์แบบผมนี้ ได้คิดทบทวนอะไรได้มากขึ้น ขอบคุณครับ