เส้นทางสู่เหรียญประวัติศาสตร์แบดมินตันไทยในกีฬาโอลิมปิคเกมส์

กระทู้สนทนา


"Olympic Games" มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติที่จัดขึ้นทุกๆ 4 ปี ที่ซึ่งรวบรวมเอาสุดยอดนักกีฬาจากทั้ง 207 ชาติทั่วโลกมาไว้ด้วยกัน
 เหล่าบรรดา "Olympian" ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับการเรียกขานชื่อนี้ แม้ในท้ายที่สุดจะไม่ได้เหรียญรางวัลคล้องคอ แต่ความภาคภูมินั้นก็ยังคงสูงค่าสมเกียรติมาก เพราะมีเพียงไม่กี่คนบนโลกใบนี้เท่านั้น ที่จะได้รับการเรียกขานชื่อนี้

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ในโอลิมปิคเกมส์ 2016 มี Olympians ที่มาจากประเทศไทยทั้งสิ้น 54 คน จากเหล่าบรรดา Olympians ทั้งสิ้น 11,238 คน
แบ่งเป็นชาย 26 คน หญิง 28 คน มากที่สุดในบรรดาชาติอาเซียน 



เมื่อแยกย่อยออกมาเฉพาะ กีฬาแบดมินตัน
มีนักกีฬาชาย 2 หญิง 5 รวมเป็น 7 คน จากนักกีฬาแบดมินตันทั้งหมด 172 ชีวิต

กระทู้นี้จะขอนำทุกท่านไปพบกับวิธีการคัดเลือกเหล่า Olympian ของกีฬาแบดมินตันในกีฬาโอลิมปิคเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นครับ


- รูปใบ Certificate ของนักกีฬาโอลิมปิค -




การแข่งขันแบดมินตันในกีฬาโอลิมปิคเกมส์ 2020 จะมีการชิงชัยทั้งสิ้น 5 เหรียญทองใน 5 ประเภทการแข่งขัน 
ได้แก่ ชายเดี่ยว หญิงเดี่ยว ชายคู่ หญิงคู่ และคู่ผสม 
โดยจะมีนักกีฬาที่ผ่านการคัดเลือก เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 172 คนจากทั่วโลก



ไม่มีการชิงชัยในประเภททีม และไม่เคยมีการชิงเหรียญทองในกีฬาแบดมินตันประเภททีมของกีฬาโอลิมปิคเกมส์นับตั้งแต่แบดมินตันถูกบรรจุเข้าแข่งขันในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดขอมวลมนุษยชาติ ดังนั้นตั้งแต่อดีตจนถึงงปัจจุบัน รายการ "สุธีรมานคัพ" จึงเปรียบเสมือนโอลิมปิคประเภททีมกลายๆ ต่างกันแค่จัดการแข่งขันทุกๆ 2 ปี แต่โอลิมปิคจัดทุก 4 ปี
นับตั้งแต่ปี 1972 ตลอดทั้ง 10 ครั้งในโอลิมปิคเกมส์ แบดมินตันมีการชิงชัยทั้งสิ้น 5 เหรียญทองมาโดยตลอด
ยกเว้นเพียง 2 ครั้งเท่านั้นที่มีชิงชัยกันแค่ 4 เหรียญทอง
โดยโอลิมปิคเกมส์ 1972 ที่เยอรมันตะวันตก ไม่มีการชิงชัยในประเภทหญิงคู่
และในโอลิมปิคเกมส์ 1992 ที่บาร์เซโลน่า ไม่มีการชิงชัยในประเภทคู่ผสม


-ผู้ชนะแต่ละประเภทการแข่งขันในแบดมินตันโอลิมปิคเกมส์ครั้งแรก ปี 1972 โดยในครั้งนั้นแบดมินตันยังมีสถานะเป็นเพียง"กีฬาสาธิต"เท่านั้น-


ในช่วงแรกของการแข่งขัน ยังไม่มีการแข่งชิงเหรียญทองแดงในทุกประเภท จึงทำให้มีนักกีฬาที่ได้เหรียญทองแดง 2 คน/คู่ 
จนกระทั้งโอลิมปิคเกมส์ 1996 ที่แอตแลนตาจึงเริ่มมีการแข่งชิงเหรียญทองแดงเป็นครั้งแรก และใช้ระบบนี้มาจนถึงปัจจุบัน



-ตารางเหรียญรวมกีฬาแบดมินตันในโอลิมปิคเกมส์ 1972 ถึง 2016-
-ซึ่งจีนครองความเป็นเจ้าเหรียญทองในตารางรวมเหรียญและในทุกประเภทเมื่อแยกย่อยออกมา-


มีเพียงประเภทชายคู่ เท่านั้นที่จีนไม่สามารถครองความเป็นเจ้าเหรียญทองได้ 



BWF (Badminton World Federation) คือผู้ดูแลการคัดเลือกนักกีฬา 
ซึ่งแต่ละชาติได้โควต้าจำกัดชาติละไม่เกิน 16 คน แบ่งเป็นชาย 8 คน หญิง 8 คน
รูปแบบการคัดเลือกก็คือการจัดอันดับตามคะแนนสะสมจากผลการแข่งขันในรายการต่างๆ เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2019 ถึง 26 เมษายน 2020
โดยใช้อันดับที่ประกาศ ณ วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2020 เป็นตัวชี้วัดว่าใครจะได้ไปโอลิมปิคและแต่ละชาติจะสามารถมีนักกีฬาได้ทั้งสิ้นกี่คน
นักกีฬาอันดับ 1 ถึง 37 ในประเภทเดี่ยว และ อันดับ 1 ถึง 16 ในประเภทคู่จะได้ไปโอลิมปิค 2020

ในประเภทเดี่ยว (Single) 
หากนักกีฬาจากชาติเดียวกันมีอันดับโลกอยู่ใน 1-16 อันดับแรก จะสามารถเข้าแข่งขันได้สูงสุดชาติละ 2 คน 
เช่น ประเภทหญิงเดี่ยว ประเทศไทย น้องเมย์อันดับ 5 / น้องครีมอันดับ 13 = ไทยสามารถส่งนักกีฬาลงแข่งในประเภทหญิงเดี่ยวได้ 2 คน
แต่ถ้า น้องเมย์อันดับ 5 / น้องครีมอันดับ 17 = ไทยสามารถส่งนักกีฬาลงแข่งในประเภทหญิงเดี่ยวได้แค่ 1 คน

ในประเภทคู่ (Double) 
หากนักกีฬาจากชาติเดียวกันมีอันดับโลกอยู่ใน 1-8 อันดับแรก จะสามารถเข้าแข่งขันได้สูงสุดชาติละ 2 คน 
เช่น ประเภทคู่ผสม ประเทศไทย คู่บาส-ปอป้ออันดับ 3 / ต้นน้ำ-เอ็มเอ็มอันดับ 8 = ไทยสามารถส่งนักกีฬาลงแข่งในประเภทคู่ผสมได้ 2 คู่
 แต่ถ้า คู่บาส-ปอป้ออันดับ 3 / ต้นน้ำ-เอ็มเอ็มอันดับ 12 = ไทยสามารถส่งนักกีฬาลงแข่งในประเภทคู่ผสมได้แค่ 1 คู่

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อรวมทุกประเภทแล้วต้องไม่เกิน 16 คน และสูงสุดประเภทละ 2 คน/คู่เท่านั้น




โควต้านักกีฬาประเภทเดี่ยว ประเภทละ 38 คน

โควต้านักกีฬาประเภทคู่ ประเภทละ 16 คู่ 



โดยรายการที่ใช้นับคะแนนสะสมก็เหมือนกับการสะสมคะแนนอันดับโลก (BWF World Ranking) ทุกประการ และใช้ระบบการคิดคะแนนเหมือนกันด้วยคือเลือกเฉพาะ 10 รายการที่ผลงานดีที่สุด/คะแนนที่ได้สูงที่สุด 10 รายการ มาใช้คิดคะแนนเท่านั้น
รายการระดับ Super100-Super1000 สามารถใช้คำนวณคะแนนได้ทั้งหมด
รวมทั้งรายการอื่นๆของ BWF เองด้วย เช่น ชิงแชมป์โลก/สุธีรมานคัพ/โทมัส-อูเบอร์คัพ และชิงแชมป์ทวีปก็ใช้คำนวณด้วย



ในกรณีที่มีนักกีฬาผ่านการคัดเลือกลงแข่งทั้ง 2 ประเภท (เดี่ยว+คู่) 
จะเกิดโควต้าที่ว่างเพิ่มขึ้นมา 1 ที่ 
ซึ่งโควต้าที่ว่างลงนั้นจะให้สิทธิ์นักกีฬา "อันดับรองลงมา" ใน "ประเภทเดี่ยว" จากชาติเดียวกันได้ลงแข่ง 





เจ้าภาพ(ญี่ปุ่น)จะได้โควต้านักกีฬา 2 สิทธิ์ในประเภทเดี่ยว (1+1) ชายและหญิงอย่างละ 1 ที่อัตโนมัติ โดยให้สิทธิ์ตามอันดับโลกที่ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน 2020 โดยไม่ต้องร่วมในระบบการคัดเลือกของ BWF (ที่นับคะแนน 1 ปีตั้งแต่ 29 เม.ย. 2019 ถึง 26 เม.ย. 2020) 

-ในขณะเดียวกันหากอันดับโลกประเภทเดี่ยวของนักกีฬาเจ้าภาพเข้าเงื่อนไขการคัดเลือกของ BWF (อยู่ใน 16 อันดับแรกทั้ง 2 คน) จะสามารถส่งนักกีฬาประเภทเดี่ยวได้เป็น 3 คนต่อประเภท (ไม่นับอันดับโลกของนักกีฬาโควต้าเจ้าภาพที่ได้อยู่แล้ว) เช่น โนโซมิอันดับ 3 / อากาเนะอันดับ 4 / ซายากะ ทากาฮาชิอันดับ 12 = ญี่ปุ่นจะมีนักแบดมินตันหญิงเดี่ยวลงแข่งได้ 3 คน (จะนับโควต้าเพิ่มให้หลังจากได้รายชื่อนักกีฬาที่ผ่านการคัดเลือกครบ 37 คนในชายเดี่ยว-หญิงเดี่ยวเรียบร้อยแล้ว = 37+1)-

Edit : ขอบคุณ คุณตะวันสุริยา ที่ช่วยท้วงเรื่องข้อมูลครับ ในกรณีที่เจ้าภาพผ่านการคัดเลือกในระบบ Ranking ปกติ และได้โควต้าครบ 2 ที่ในประเภทเดี่ยวแล้ว จะไม่นับรวมโควต้า 1+1 เดิมของเจ้าภาพ เท่ากับว่าสามารถส่งนักกีฬาได้สูงสุด 2 คน/คู่ ต่อประเภทเท่านั้นครับ







โอลิมปิคเกมส์ 2016 มีนักแบดมินตันไทยผ่านการคัดเลือกได้เป็น Olympian ทั้งสิ้น 7 คน จาก 4 ประเภท
หญิงเดี่ยว = รัชนก อินทนนท์,พรทิพย์ บูรณะประเสิรฐสุข
ชายเดี่ยว = บุญศักดิ์ พลสนะ
หญิงคู่ = ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย,พุธิตา สุภจิรกุล
คู่ผสม = บดินทร์ อิสระ,สาวิตรี อมิตรพ่าย

โดยคนที่ไปได้ไกลที่สุดเมื่อ 4 ปีที่แล้วคือ น้องพีช พรทิพย์ เข้ารอบ 8 คนสุดท้ายในประเภทหญิงเดี่ยว 
ก่อนไปแพ้ให้กับ Li Xuerui มือวางอันดับ 3 ในขณะนั้น 
ส่วนน้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ ซึ่งเป็นความหวังสูงสุดของทีมแบดไทย และเป็นมือวางอันดับ 4 พ่ายตกรอบ 16 คนสุดท้ายไปแบบช็อคกองเชียร์ 
โดยแพ้อากาเนะ ยามากูชิ มือวางอันดับ 10 จากญี่ปุ่นไป 2 เกมรวด
คนอื่นๆในประเภทชายเดี่ยว-หญิงคู่-คู่ผสมหยุดเส้นทางที่รอบแบ่งกลุ่มทั้งหมด ด้วยผลงาน ชนะ 1 แพ้ 2 นัด

นอกจากนี้ โอลิมปิค 2016 ยังถือเป็นปีทองของวงการแบดมินตันมาเลเซีย เพราะสามารถเข้าชิงเหรียญทองได้ถึง 3 จาก 5 ประเภท (ชายเดี่ยว,ชายคู่,คู่ผสม) แต่กลับจบแบบไม่ค่อยสวย ที่ต้องพลาดหวังไปหมดทุกประเภท ชวดโอกาสคว้าเหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไปอย่างน่าเจ็บปวด (มาเลเซียยังไม่เคยได้เหรียญทองโอลิมปิคจากทุกชนิดกีฬา) โดยเฉพาะลีชองเหว่ย ที่ปิดฉากโอลิมปิคสุดท้ายของตัวเองด้วยเหรียญเงินเหรียญที่ 3 ติดต่อกัน (2008,2012,2016)



แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่