CX3 ตอนแรกยอดขายค่อนข้างใช้ได้ ขนาดราคาไปไกลตั้ง 8.8 แสน - 1.2 ล้าน
ซึ่งตัวรถมันก็คือ B hatch ยกสูง ใส่เครื่องโตเท่านั้น
แถมความเป็น B car ของ Mazda ก็ดันเล็กกว่า B car ของเจ้าอื่นอีก
ปีหลังๆ มา CX3 จึงขายไม่ได้
แล้วก็มีแผนจะเลิกเพราะประกาศชัดเจนว่า ย้ายการผลิตกลับญี่ปุ่น
แต่ในเว็บไซต์และโปสเตอร์ ก็ยังโชว์ CX3 กับ CX30 คู่กันอยู่ ดังนั้นก็อาจจะขายคู่กันไปสักพัก
ที่นี้ประเด็นที่ตั้งกระทู้คือ
รู้สึกไหมว่า Mazda CX3 น่าจะหรือควรจะมีเจนหน้า เพื่อขายคู่กับ CX30
มีเหตุผลที่ผมคิดว่าน่าจะเหมาะหลายอย่าง
เหตุผลข้อที่ 1 มันทำให้ product ดูหลากหลายกว่า เท่ากับมี crossover 4 ไซส์ (CX3, CX30, CX5, CX8)
คือมันดูสุดที่สุดแล้ว ซึ่ง CX3 มันน่าจะขายดีกว่านี้ ถ้าไม่ตั้งราคาเกินไซส์ของมัน ไปสู่เหตุผลข้อที่ 2
เหตุผลข้อที่ 2 ราคาของรถ B crossover ในตลาดตอนนี้มันกว้างมาก มันอยู่ที่ว่าจะเลือกลงกลุ่มไหน
CX3 ที่มีบอดี้ขนาดเดียวกับ Mazda 2 สามารถเลือกที่จะมีราคาอยู่ในระดับ 7-9 แสนได้ เหมือน B crossover
อย่าง Juke, Ecosport โดยไม่จำเป็นต้องไปใส่เครื่องโตขนาด 2.0 ที่ขับแล้วสะใจ แต่ก็ทำให้คนซื้อไม่ลงกับราคา
คนที่มองว่า CX3 สวยมาก ก็ต้องถอยเมื่อเห็นขนาดตัวรถ กับราคาที่แพงไป
เหตุผลข้อที่ 3 รถระดับ B crossover ใส่เครื่อง 1.5-1.8 ก็พอ แล้วตั้งราคาให้เหมาะสม ถ้าสวยหน่อยแค่นี้ก็ขายกระฉูด
เหตุผลข้อที่ 4 Mazda ไม่มีตัวเล่นในตลาด 7-8 แสนเลย ซึ่งเป็นย่านราคาที่คนรับได้มากกว่า 9-12 แสน
เหตุผลข้อที่ 5 หลายคนเลือก B crossover เพราะไซส์มันกำลังดี เหมาะกับการใช้งานในเมือง
ถ้าหากมี B crossover ที่ทำตลาดมาจนมีชื่อเสียงมาแล้ว จะตัดออกก็น่าเสียดาย CX30 เป็น
C crossover (เพราะใช้ 3 มาทำ) ที่ขนาดเล็กกว่า
C crossover อย่าง CX5 (ที่คนไทยอาจบอกว่ามันเป็น SUV นะไม่ใช่ crossover)
เหตุผลข้อที่ 6 Mazda 2 คือหัวใจที่อยู่คู่กับ Mazda ไทยไปตลอด ยอดขายซัดเจ้าตลาดได้ขนาดนี้
ฮิตติดลมบน ยอดพุ่งไม่หยุดขนาด City, Almera ใหม่ออกมา ก็ยังคงขายได้เป็นกอบเป็นกำ การที่จะแปลง
รถ B hatch เป็น B crossover ออกมาขาย เป็นเทรนด์ของรถยนต์ทุกค่ายในขณะนี้ เพราะมันทำง่าย
มีพื้นฐานรองรับพร้อม มีตลาดพร้อม การที่จะทำ CX3 ใหม่ที่มาจาก Mazda 2 รุ่นถัดไป มันเป็นงานง่าย
กว่าทำใหม่ทั้งคันในทางเทคนิค และมันก็อัพราคาขึ้นไปได้สูงจากพื้นฐาน B car เดิมๆ แล้วจะเลิกทำไปเพื่อ?
หรือว่าเป็นหัวใจอินดี้ เลยทำไม่เหมือนชาวบ้าน
เหตุผลข้อที่ 7 ในไลน์อัพของ Mazda จะไม่เอาเครื่องเบนซิน 1.5, 1.6, 1.8 อะไรมาขายเลยหรือ?
มันยังคงเป็นขนาดความจุเครื่องยนต์ ที่คนซื้อส่วนใหญ่เชื่อว่า มันน่าจะมีอัตราเร่งดีควบคู่ไปกับความประหยัด
เหตุผลข้อที่ 8 ระดับชื่อของ CX3 ถ้ามีราคาลดลงมา คนก็จะรู้สึกว่ารถราคาถูกลง
ก็จะทำให้รู้สึกว่าซื้อง่ายขึ้น เหมือนเช่น Yaris1.5-->Yaris eco, City1.5---> City turbo อย่าไปนับ
Captiva อันนั้นมัน product ไม่ผ่าน ถึงราคาจะถูกลงกว่าเดิมมาก แต่ชื่อก็ไม่ได้ช่วยอะไร
เหตุผลข้อที่ 9 ถืง CX3 จะมีราคาถูกลง แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวรถจะดูถูกตาม เพราะ
พื้นฐาน Mazda 2 ก็ทำวัสดุมาดีอยู่แล้ว รุ่นหน้าก็คงไม่หนีจากเดิม มันมีศักยภาพที่จะแปลง
เป็นรถราคาสูงกว่าอย่าง crossover ทำไมจะไม่ควรทำล่ะ?
เหตุผลข้อที่ 10 คือมีเหตุผลมากมายขนาดนี้ จะไม่ทำมันก็แปลกๆ อยู่
เอาล่ะครับ ดูฟอร์ม Mazda เขาอาจจะถือว่า เน้นทำเท่าที่อยากจะทำ จะทำไลน์อัพให้เยอะก็อาจเปลือง
สต็อกอะไหล่ คงไม่ได้มีวิธีคิดเหมือนรถตลาดทั่วไป ว่าไงก็ว่าตามกัน แค่ตื่นขึ้นมาคิดเล่นสนุกๆ ในเช้าวันนี้
ก่อนทำงานต่อครับ มีเหตุผลอะไรจะเพิ่มเติม หรือจะมีเหตุผลแย้งยังไง ก็เขียนมาได้นะครับ ผมว่ามันน่าจะ
มีเหตุผลมากกว่านี้ แต่ใช้เวลาเขียนมากไปละ ต้องรีบกลับไปทำงานครับ
รู้สึกไหมว่า Mazda CX3 น่าจะหรือควรจะมีเจนหน้า ขายคู่กับ CX30 ไปเรื่อยๆ
ซึ่งตัวรถมันก็คือ B hatch ยกสูง ใส่เครื่องโตเท่านั้น
แถมความเป็น B car ของ Mazda ก็ดันเล็กกว่า B car ของเจ้าอื่นอีก
ปีหลังๆ มา CX3 จึงขายไม่ได้
แล้วก็มีแผนจะเลิกเพราะประกาศชัดเจนว่า ย้ายการผลิตกลับญี่ปุ่น
แต่ในเว็บไซต์และโปสเตอร์ ก็ยังโชว์ CX3 กับ CX30 คู่กันอยู่ ดังนั้นก็อาจจะขายคู่กันไปสักพัก
ที่นี้ประเด็นที่ตั้งกระทู้คือ
รู้สึกไหมว่า Mazda CX3 น่าจะหรือควรจะมีเจนหน้า เพื่อขายคู่กับ CX30
มีเหตุผลที่ผมคิดว่าน่าจะเหมาะหลายอย่าง
เหตุผลข้อที่ 1 มันทำให้ product ดูหลากหลายกว่า เท่ากับมี crossover 4 ไซส์ (CX3, CX30, CX5, CX8)
คือมันดูสุดที่สุดแล้ว ซึ่ง CX3 มันน่าจะขายดีกว่านี้ ถ้าไม่ตั้งราคาเกินไซส์ของมัน ไปสู่เหตุผลข้อที่ 2
เหตุผลข้อที่ 2 ราคาของรถ B crossover ในตลาดตอนนี้มันกว้างมาก มันอยู่ที่ว่าจะเลือกลงกลุ่มไหน
CX3 ที่มีบอดี้ขนาดเดียวกับ Mazda 2 สามารถเลือกที่จะมีราคาอยู่ในระดับ 7-9 แสนได้ เหมือน B crossover
อย่าง Juke, Ecosport โดยไม่จำเป็นต้องไปใส่เครื่องโตขนาด 2.0 ที่ขับแล้วสะใจ แต่ก็ทำให้คนซื้อไม่ลงกับราคา
คนที่มองว่า CX3 สวยมาก ก็ต้องถอยเมื่อเห็นขนาดตัวรถ กับราคาที่แพงไป
เหตุผลข้อที่ 3 รถระดับ B crossover ใส่เครื่อง 1.5-1.8 ก็พอ แล้วตั้งราคาให้เหมาะสม ถ้าสวยหน่อยแค่นี้ก็ขายกระฉูด
เหตุผลข้อที่ 4 Mazda ไม่มีตัวเล่นในตลาด 7-8 แสนเลย ซึ่งเป็นย่านราคาที่คนรับได้มากกว่า 9-12 แสน
เหตุผลข้อที่ 5 หลายคนเลือก B crossover เพราะไซส์มันกำลังดี เหมาะกับการใช้งานในเมือง
ถ้าหากมี B crossover ที่ทำตลาดมาจนมีชื่อเสียงมาแล้ว จะตัดออกก็น่าเสียดาย CX30 เป็น
C crossover (เพราะใช้ 3 มาทำ) ที่ขนาดเล็กกว่า
C crossover อย่าง CX5 (ที่คนไทยอาจบอกว่ามันเป็น SUV นะไม่ใช่ crossover)
เหตุผลข้อที่ 6 Mazda 2 คือหัวใจที่อยู่คู่กับ Mazda ไทยไปตลอด ยอดขายซัดเจ้าตลาดได้ขนาดนี้
ฮิตติดลมบน ยอดพุ่งไม่หยุดขนาด City, Almera ใหม่ออกมา ก็ยังคงขายได้เป็นกอบเป็นกำ การที่จะแปลง
รถ B hatch เป็น B crossover ออกมาขาย เป็นเทรนด์ของรถยนต์ทุกค่ายในขณะนี้ เพราะมันทำง่าย
มีพื้นฐานรองรับพร้อม มีตลาดพร้อม การที่จะทำ CX3 ใหม่ที่มาจาก Mazda 2 รุ่นถัดไป มันเป็นงานง่าย
กว่าทำใหม่ทั้งคันในทางเทคนิค และมันก็อัพราคาขึ้นไปได้สูงจากพื้นฐาน B car เดิมๆ แล้วจะเลิกทำไปเพื่อ?
หรือว่าเป็นหัวใจอินดี้ เลยทำไม่เหมือนชาวบ้าน
เหตุผลข้อที่ 7 ในไลน์อัพของ Mazda จะไม่เอาเครื่องเบนซิน 1.5, 1.6, 1.8 อะไรมาขายเลยหรือ?
มันยังคงเป็นขนาดความจุเครื่องยนต์ ที่คนซื้อส่วนใหญ่เชื่อว่า มันน่าจะมีอัตราเร่งดีควบคู่ไปกับความประหยัด
เหตุผลข้อที่ 8 ระดับชื่อของ CX3 ถ้ามีราคาลดลงมา คนก็จะรู้สึกว่ารถราคาถูกลง
ก็จะทำให้รู้สึกว่าซื้อง่ายขึ้น เหมือนเช่น Yaris1.5-->Yaris eco, City1.5---> City turbo อย่าไปนับ
Captiva อันนั้นมัน product ไม่ผ่าน ถึงราคาจะถูกลงกว่าเดิมมาก แต่ชื่อก็ไม่ได้ช่วยอะไร
เหตุผลข้อที่ 9 ถืง CX3 จะมีราคาถูกลง แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวรถจะดูถูกตาม เพราะ
พื้นฐาน Mazda 2 ก็ทำวัสดุมาดีอยู่แล้ว รุ่นหน้าก็คงไม่หนีจากเดิม มันมีศักยภาพที่จะแปลง
เป็นรถราคาสูงกว่าอย่าง crossover ทำไมจะไม่ควรทำล่ะ?
เหตุผลข้อที่ 10 คือมีเหตุผลมากมายขนาดนี้ จะไม่ทำมันก็แปลกๆ อยู่
เอาล่ะครับ ดูฟอร์ม Mazda เขาอาจจะถือว่า เน้นทำเท่าที่อยากจะทำ จะทำไลน์อัพให้เยอะก็อาจเปลือง
สต็อกอะไหล่ คงไม่ได้มีวิธีคิดเหมือนรถตลาดทั่วไป ว่าไงก็ว่าตามกัน แค่ตื่นขึ้นมาคิดเล่นสนุกๆ ในเช้าวันนี้
ก่อนทำงานต่อครับ มีเหตุผลอะไรจะเพิ่มเติม หรือจะมีเหตุผลแย้งยังไง ก็เขียนมาได้นะครับ ผมว่ามันน่าจะ
มีเหตุผลมากกว่านี้ แต่ใช้เวลาเขียนมากไปละ ต้องรีบกลับไปทำงานครับ