เหมือนอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ไม่อยากคบใคร ไม่อยากเจอเพื่อน อยู่ในห้องคนเดียวโดยไม่ออกไปไหนเป็นปี ผมจะมีภาวะทางจิตไหม?

สวัสดีครับเพื่อนๆ..ผมเชื่อว่าผมโพสต์ในนี้ถือเป็นช่องทางเดียวที่มีคนหลากหลาย รูปแบบ..นี่เป็นการเขียนครั้งแรกของผมในนี้
ผมเล่าย้อนนานนิดนะครับ ผมชื่อดิน อดีตทำงานเป็นวิศวกร มา8ปี พอมีเงินสร้างบ้านให้พ่อแม่ที่ต่างจังหวัด1หลัง เมื่อมา5ปีที่แล้ว และมีรถที่ใช้อยู่1คันปลอดหนี้แล้ว ตอนนี้มีภาระหนี้อยู่คือคอนโดที่ กทม เพราะตัวเองไม่มีญาติในกทม จึงซื้อไว้แถวทาวน์อินทาวน์ ค่อนข้างใหญ่ มี2ห้องนอน 1ห้องนั่งเล่น  1ห้องน้ำ แต่ยังเป็นหนี้เหลืออยู่9แสนผ่อนทุกเดือน6900 ผมเริ่มมีนิสัยเป็นคนรักสงบ ชอบปฏิบัติธรรม ชอบสันโดษ เป็นทุนเดิม สุดท้าย เมื่อ5ปีที่ผ่านมา ผมได้ลาออกจากงานวิศวกรหลังจากทำบ้านที่ตจว.เสร็จ เพราะเบื่อ กดดัน จำเจ บวกกับช่วงนั้นเกิดอกหักอย่างรุนแรง ไม่มีแรงทำงาน เมามาย วิศวะมันใช้สมองเยอะ งานเริ่มผิดพลาด ออกมาว่างๆอยู่1เดือนตัดสินใจออกมาขายประกัน (ที่บ้านไม่รู้) ตามคำชักชวนของอาที่ชวนมานานแสนนาน เลยลองมาทำดูได้4ปี ขายๆหยุดๆไม่ต่อเนื่อง แต่ก็มีลูกค้าประมาณ2-300คน ต่อมาในระบบประกัน ก็รู้อยู่ว่า เมื่อขายแล้ว มันจะมีการส่งเบี้ยปีต่ออายุ ปีที่2-3-4ไปเรื่อยๆ แต่ค่าคอมก็จะลดน้อยลงเรื่อยๆ 35% 25% 20% 15% 10% แรกๆมันเหมือนเป็นแพสซีพอินคัม ก็ว่าได้ มันทำให้ผมมีรายได้ เดือนล่ะ3-4หมื่นบาทโดยที่ไม่ต้องทำอะไร ความที่มันเป็นแบบนี้ มันคือจุดเริ่มต้น ของเรื่องนี้ ผมเริ่มไม่คบใคร ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป เพื่อนๆเริ่มห่างหายไป จนหมด ย้ำ !!จนหมด แฟนเลิกและไม่มีใหม่(ไม่อยากมีและกลัวการมีแฟน) ชีวิตเหมือนอยู่ตัวคนเดียว ต่อมาเริ่ม ไม่อยากออกไปไหน เริ่มปิดม่าน ไม่อยากเจอแสง โทรศัพท์ก็มีไว้ใช้แก้เหงา เปิดตลอดเวลาดูโน้นนี่จนติด นอนได้ทั้งวันทั้งคืน ชาร์จคาไว้ดูข่าวสารบ้านเมือง ไม่ค่อยมีใครโทรหา นานๆครั้งคือที่บ้าน ต่อมาทุกอย่างมันง่ายไปหมด สั่งของใช้จากทางเวป มาส่ง แรกๆก็ของที่อยากได้ หลังๆกลายเป็นสบู่ยาสีฟัน ก็ส่ง อาหารผมจะทำเอง ทำเป็นหม้อๆ พะโล้ จับฉ่าย ต้มจืด กินได้เป็นวันๆ ผมเริ่มไม่อยากติดต่อกับใคร ไม่ชอบเจอแสง ผมอยู่แบบนี้มา1ปีกับอีก3เดือนแล้ว ผมเคยขับรถออกไปแค่แมคโค หรือโลตัสบ้าง ใกล้ๆ พอผมเจอคนเยอะ ผมรู้สึกอึดอัด เวียนหัว คิดถึงแต่ห้องของตัวเอง ร้อน หงุดหงิด น้ำกินผมก็มีเครื่องกรองน้ำแอมเวย์ กรอกจากน้ำปะปาเลย คือทุกอย่างมันเอื้อไม่ให้ผมออกไปไหนเลย ต่อมาผมเริ่มติดโซเชียลหนัก ติดซีรี่ย์ ดูข้ามวันข้ามคืน หิวก็ลุกมาทำของกิน ตู้เย็นอัดของไว้เพี้ยบ ความสมดุลในร่างกายเปลี่ยน ผมงงบ้างว่าวันนี้วันอะไรแล้ว เทศกาลอะไรแล้ว ผมเคยออกไปนั่งกินกาแฟ นั่งเป็นวันๆตามร้านกาแฟสวยๆ ต่อมาผมเริ่มเบื่ออีก ซื้อกาแฟที่ชอบมาชงกินเองที่ห้อง สุดท้าย มืดก็ไม่รู้ สว่างก็ไม่รู้ มีแต่แสงของโทรศัพท์ และไอโฟน ง่วงก็นอน ไม่ง่วงก็ไม่นอน ห้องผมปิดไฟก็ถือว่ามืด เปิดไฟก็สว่าง ไม่เคยรู้ว่า เดือนขึ้น ตะวันขึ้น อะไรยังไง ตอนนี้ผมเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลก ออกไปก็ไม่รู้จะคุยกับใคร นานๆจะมีลูกค้าประกันแนะนำให้ไปขายต่อ ถึงจะออกไป เราบริการดีตรงที่ว่า สมัยนี้มันมีเครื่องมือทันสมัย4.0 ทุกอย่างควบคุมได้ในมือถือ ลูกค้าจะป่วยจะเคลม อาการแบบนี้แบบนั้น โทรมาหาเรา เราจะจัดแจงโทรเข้าไปทำประวัติกับ รพ. แจ้งอาการ สิทธิ สวัสดิการค่าห้องกับ รพ. เรียบร้อย เราโทรหาลูกค้าสามารถ เข้าไป โดยไม่ต้องทำอะไรเลยเราจัดการให้หมดแล้ว แค่เอาตัวรักษา แอตมิต เรียบร้อย ทั้งตอนเคลมตอนออกจากโรงพยาบาล ตัวแทนแทบไม่เจอหน้า ก็ยังจะหาว่าผมบริการดีอีกซะงั้น!! ติดปัญหาอะไรหรือบางครั้งเคลมบางกรณีไม่ได้ หรืองงๆเรื่องอะไรเคลมได้อะไรเคลมไม่ได้ ผมก็จะสอนเทคนิคให้ลูกค้าเคลมได้หมดแหล่ะ ผมจะบอกเสมอว่าลูกค้าต้องรู้เทคนิคเหล่านี้ อย่าหวังพึ่งตัวแทนเท่านั้น ถ้าตัวแทนตายไป หรือหายไปจากอาชีพ พี่จะได้ทำเป็น รู้หลักการประกัน กลายเป็นทำให้ลูกค้าชื่นชอบ เราก็จะชี้ช่องว่าพี่ต้องทำแบบนั้นแบบนี้จะได้ส่วนนั้นส่วนนี้อีก ที่ผมมีรายได้เพราะลูกค้าแนะนำบอกต่อให้ผมไปขาย ก็จะได้คอมมิตชั่น รวมถึงเงินเดือนที่บริษัทประกันให้อีกประมาณ1.5หมื่น ตอนนี้ผมเริ่มไม่ชอบเข้าสังคม อาจจะเกลียดไปเลยด้วยซ้ำ ไม่ชอบเทศกาล ถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนธรรมมะธรรมโมกับเขา แต่ผมก็ไม่ชอบการทำบุญผมแอนตี้การบริจาคเงินให้วัดในเมือง ผมเคยบวชพระมา2ปี ผมรู้ว่าวงการนี้เป็นแบบไหน ผมก็ปฏิบัติเองนั่งสมาธิในห้อง เอง ผมจะนั่งกัมมัฏฐาน 1-3ชั่วโมงในห้องพระที่คอนโดผม จากนั้นก็มากิน มาดูซีรีย์ มาเปิดโซเชียล ตอนนี้ตัวผมขาวมาก ขาวแปลกๆ เหมือนไม่ใช่คนบนโลกใบนี้ เพราะไม่เคยเจอแสง ผมอายุ41แล้ว แต่ทุกคนที่เจอผมจะบอกว่าผมเหมือนคนอายุ30เองไม่แก่ ไม่มีตีนกา ไม่เคยไปศัลยกรรม และผมก็รู้อีกว่าผมไม่เคยเจอแดด ผมจะสั่งอาหารเสริมวิตตามินคิวเท็นน่ำมันปลาคอลาเจนทั้งหลายที่ดีๆมากิน ทดแทน ผมรู้สึกว่าผมอ่อนแอมากๆ ผมไม่เคยทำอะไรเลย ในห้องมีเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ผมจะทรมานมากเมื่อผมต้องออกไปหน้าระเบียงเพื่อตากผ้า เมื่อเจอแดด ผมกลัวแสงไปแล้ว ตอนนี้ผมเหมือนไม่ใช่มนุษย์โลก ผมชอบศึกษาชีวิตหลังความตาย แต่ด้วยเป็นนักปฏิบัติธรรม จึงรู้ว่าผมจะไม่มีการฆ่าตัวตายแน่ๆ แต่ผมสงสัยว่า เคยมีเพื่อนนานๆจะโทรมาคุยด้วยเช่นเบื่อหว่ะอยู่แต่ห้องวันหยุด ซึ่งมันแปลกมากเพราะผมสงสัยว่าแค่วันหยุด1วันของเพื่อนมันยังเบื่อขนาดนี้ แต่ทำไมผมถึงไม่รู้สึกเบื่อเลยผมชอบห้องมากก กลับกันผมกลับเบื่อที่จะออกไปข้างนอกเช่น ถึงเวลาต้องไปตัดผม ถึงเวลาต้องไปงานแต่งเพื่อนหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ผมต้องก้าวออกจากห้อง ผมควรทำยังไงดี ผมเป็นโรคจิตแล้วใช่ไหมครับถ้าผมอยู่แบบนี้ต่อไป ผมคงตายคาคอนโดโดยไม่มีใครรู้ เพราะที่บ้าน ต่างจังหวัดของผมก็ไม่เคยสนใจมือถือโทรศัพท์อะไรเลย
ผมไปอ่านเจอ เรื่องโรค “ ฮิคิโมริ ซินโดรม “ หรือว่าผมจะเป็นไปแล้ว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  สุขภาพจิต ปัญหาชีวิต
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่