JJNY : 4in1 พท.ถามตู่ลงพื้นที่ล่าช้า-พูดเลอะเทอะ/อนค.ยืนไว้อาลัย ก่อนเสวนา/อ.เจษฯแชร์4วิธีเอาชีวิตรอด/ชาวนาเจ๊งปลูกแตงโม

เพื่อไทยจี้ถาม‘บิ๊กตู่’เหตุกราดยิงโคราชทำไมลงพื้นที่ล่าช้า-พูดจาเลอะเทอะ 
https://www.khaosod.co.th/politics/news_3547576

 
เพื่อไทยจี้ถาม‘บิ๊กตู่’เหตุกราดยิงโคราชทำไมลงพื้นที่ล่าช้า-พูดจาเลอะเทอะ
 
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในเหตุจ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา กราดยิงประชาชนที่จ.นครราชสีมาว่า 
 
ในฐานะที่ท่านเป็นนายกฯและรมว.กลาโหม มีการก่อเหตุการณ์ใหญ่ระดับโลกเกิดขึ้น ทั้งยังเกิดขึ้นโดยฝีมือทหาร ท่านควรจะต้องลงไปบัญชาการในพื้นที่ทันทีที่เกิดเหตุ ท่านจะบอกว่ามี ผบ.ทบ. ผบ.ตร หรือรองนายกฯ แล้วไม่ได้ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ไม่ได้มีอำนาจเต็ม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันหลายหน่วยพร้อมกัน ท่านคือผู้มีอำนาจสูงสุด นอกจากนี้โคราชยังเป็นบ้านเกิดของท่านเองแท้ๆ เหตุใดจึงปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึงวันนี้ จนวิสามัญคนร้ายแล้วท่านจึงเข้าพื้นที่ ทั้งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 8 ก.พ.
 
ท่านลงพื้นที่ออกมาแถลงข่าวก็พูดจาเลอะๆเทอะๆ คำพูดของท่านออกไปทั่วโลก ไม่ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนเลย แต่กลับเอาเวทีมาพูดชม ส.ส.พลังประชารัฐของท่าน เอามาพูดการเมือง ท่านทำแบบนี้ในสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร ท่านกำลังทำในสิ่งที่สวนทางกับความรู้สึกของประชาชน อยากถามว่า ท่านจะเป็นนายกฯของประเทศนี้ในลักษณะนี้หรือ” นายวรวัจน์ กล่าว
 

 
อนาคตใหม่ ยืนไว้อาลัย-ส่งกำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุกราดยิงโคราช ก่อนงานเสวนา
https://www.matichon.co.th/politics/news_1959167
 
”อนาคตใหม่ เชียงราย” ยืนไว้อาลัย-ส่งกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่-ครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุกราดยิงที่โคราช ก่อนถกเข้มปมแก้ปัญหาหมอกควัน pm 2.5
 
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์​ ที่โรงแรมธันยาอินน์ จังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จัดเวทีเสวนาการแก้ปัญหา​ฝุ่น pm 2.5 อย่างยั่งยืน โดยมี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ​ นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย นายนิติพล ผิวเหมาะ และนายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ร่วมกันเสวนาถึงปัญหา​ดังกล่าว โดย ส.ส.พรรคอนค. ทีมงานจังหวัด สมาชิก และประชาชนที่มาร่วมงาน ได้ร่วมยืนไว้อาลัยและส่งกำลังใจ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์​กราดยิงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา​ ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์​ ที่ผ่านมา
 
น.ส.พรรณิการ์​ กล่าวว่า ในฐานะสมาชิกสภา​ผู้แทน​ราษฎร​ ในสถานการณ์ฝุ่น pm2.5 ที่กระทบต่อประชาชนในบ้านเมืองมากขนาดนี้ สิ่งที่นักการเมืองควรจะทำคือช่วยกันรณรงค์​ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละออง​ขนาดเล็กได้ ที่ขณะตอนนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากตามท้องตลาดและยังถูกคนบางกลุ่มฉวยโอกาสขึ้นราคา เนื่องจากคนทุกคนต้องใช้อย่างน้อย 1 อันต่อวันจนกว่าสภาพอากาศ​จะดีขึ้น นอกจากนี้ ชีวิตของคนไทยยังเดินมาอยู่ในจุดที่ต้องพกเครื่องวัดอากาศติดตัว หากเรามองอีกมุมหนึ่งของปัญหา ค่าครองชีพหรือรายได้เฉลี่ยของคนไทยนั้น เราต้อตั้งคำถามว่าเพียงพอต่อการซื้อของพวกนี้หรือไม่
 
น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ นักการเมืองต้องพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังและควรจัดการอย่างไรที่เป็นระบบและเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การตอบสนองก่นด่าของประชาชน หน้าที่หลักของรัฐคือต้องปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน นี่คือพื้นฐานเบื้องต้นที่รัฐต้องจัดสรรให้ประชาชนได้
 
นางสาวพรรณิการ์​ กล่าวอีกว่า ปัญหาหมอกควันยังเป็นปัญหาระหว่างประเทศ เราต้องมองว่าหมอกควันนั้นลอยอยู่ในอากาศ เมื่อลมจากประเทศเพื่อนบ้านพัดมาในประเทศไทยก็จะพาฝุ่นเข้ามาด้วย ข้อตกลงแรกๆของกลุ่มประเทศอาเซียนคือการตกลงเรื่องปัญหาหมอกควัน ซึ่งข้อตกลงนี้เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ระยะเวลาขนาดนี้ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แท้จริงแล้วเรามีแผนความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวแต่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากถามว่าทำให้มีประสิทธิภาพได้หรือไม่ ตนยืนยันว่าสามารถทำได้ แต่ต้องเกิดจากรัฐบาลที่จริงจังกับการแก้ไขปัญหา ที่ต้องเร่งเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านหรือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างเร่งด่วน
 
ด้าน นพ.เอกภพ กล่าวว่า หากเราพูดถึงวิธีการแก้ไขปัญหาของฝุ่น pm2.5 เราต้องมีการวางแผนระยะสั้นระยะกลาง และระยะยาว เรายังมีความหวังว่าสามารถทำให้ฝุ่นควันหายไปได้ ซึ่งในโลกใบนี้มีหลายประเทศ ที่เจอปัญหาฝุ่นควันและสามารถแก้ปัญหา​ได้สำเร็จ ซึ่งตอนนี้เราจำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ เนื่องจากปัญหาเหล่านี้ยังเชื่อมโยงไปถึงเรื่องที่ดินอีกด้วย เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองก็จะปลูกพืชล้มลุก จึงเกิดการเผาซ้ำซาก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยของการเกิดฝุ่นควัน และเป็นที่ชัดเจนว่าเกิดจากปัญหาในที่ดินทำกินของชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรอีกด้วย
 
นพ.เอกภพ กล่าวต่อว่า เราต้องสนับสนุนธุรกิจที่เป็น Green economy เพราะที่ผ่านมาการพัฒนาเศรษฐกิจต้องยอมรับว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราต้องมีต้นทุนที่ต้องจ่ายในด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมไเป็นอย่างมาก ตอนนี้เรามีเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green tech ซึ่งคือความสำเร็จในการบริหารจัดการและการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มการจัดการกับการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หากเราผลักดันแนวคิดนี้ต่อการสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยจะนำไปสู่สังคมที่น่าอยู่และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 
ด้าน นายกัญจน์พงศ์ กล่าวว่า ปัญหาที่สำคัญในตอนนี้คือ เรามีเครื่องวัดค่าฝุ่นไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันจากปัญหาฝุ่นควัน อีกทั้งภาครัฐยังปล่อยปละละเลย ในการจัดการแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าตกใจว่า อธิบดี​กรมควบคุมมลพิษได้บอกว่าถ้าฝุ่นตอนนี้ไม่อยู่ในจุดที่อันตราย​ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ค่าฝุ่นในหลายพื้นที่อยู่ในจุดที่อันตราย​เป็นอย่างมาก ซึ่งในฐานะ กมธ. ศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาเรื่องนี้ ตนจะทำงานเรื่องฝุ่นควันอย่างจริงจังและแข็งขันเพื่อให้สิ่งที่ประชาชนควรจะรู้ถึงปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาให้เข้าถึงประชาชนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่