เพื่อไทยจี้ถาม‘บิ๊กตู่’เหตุกราดยิงโคราชทำไมลงพื้นที่ล่าช้า-พูดจาเลอะเทอะ
https://www.khaosod.co.th/politics/news_3547576
เพื่อไทยจี้ถาม‘บิ๊กตู่’เหตุกราดยิงโคราชทำไมลงพื้นที่ล่าช้า-พูดจาเลอะเทอะ
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นาย
วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหน้าที่ของพล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในเหตุจ.ส.อ.
จักรพันธ์ ถมมา กราดยิงประชาชนที่จ.นครราชสีมาว่า
ในฐานะที่ท่านเป็นนายกฯและรมว.กลาโหม มีการก่อเหตุการณ์ใหญ่ระดับโลกเกิดขึ้น ทั้งยังเกิดขึ้นโดยฝีมือทหาร ท่านควรจะต้องลงไปบัญชาการในพื้นที่ทันทีที่เกิดเหตุ ท่านจะบอกว่ามี ผบ.ทบ. ผบ.ตร หรือรองนายกฯ แล้วไม่ได้ เพราะนาย
อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ไม่ได้มีอำนาจเต็ม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันหลายหน่วยพร้อมกัน ท่านคือผู้มีอำนาจสูงสุด นอกจากนี้โคราชยังเป็นบ้านเกิดของท่านเองแท้ๆ เหตุใดจึงปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึงวันนี้ จนวิสามัญคนร้ายแล้วท่านจึงเข้าพื้นที่ ทั้งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 8 ก.พ.
“
ท่านลงพื้นที่ออกมาแถลงข่าวก็พูดจาเลอะๆเทอะๆ คำพูดของท่านออกไปทั่วโลก ไม่ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนเลย แต่กลับเอาเวทีมาพูดชม ส.ส.พลังประชารัฐของท่าน เอามาพูดการเมือง ท่านทำแบบนี้ในสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร ท่านกำลังทำในสิ่งที่สวนทางกับความรู้สึกของประชาชน อยากถามว่า ท่านจะเป็นนายกฯของประเทศนี้ในลักษณะนี้หรือ” นาย
วรวัจน์ กล่าว
อนาคตใหม่ ยืนไว้อาลัย-ส่งกำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุกราดยิงโคราช ก่อนงานเสวนา
https://www.matichon.co.th/politics/news_1959167
”อนาคตใหม่ เชียงราย” ยืนไว้อาลัย-ส่งกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่-ครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุกราดยิงที่โคราช ก่อนถกเข้มปมแก้ปัญหาหมอกควัน pm 2.5
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมธันยาอินน์ จังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จัดเวทีเสวนาการแก้ปัญหาฝุ่น pm 2.5 อย่างยั่งยืน โดยมี น.ส.
พรรณิการ์ วานิช ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค นพ.
เอกภพ เพียรพิเศษ นาย
พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย นาย
นิติพล ผิวเหมาะ และนาย
กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ร่วมกันเสวนาถึงปัญหาดังกล่าว โดย ส.ส.พรรคอนค. ทีมงานจังหวัด สมาชิก และประชาชนที่มาร่วมงาน ได้ร่วมยืนไว้อาลัยและส่งกำลังใจ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์กราดยิงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
น.ส.
พรรณิการ์ กล่าวว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสถานการณ์ฝุ่น pm2.5 ที่กระทบต่อประชาชนในบ้านเมืองมากขนาดนี้ สิ่งที่นักการเมืองควรจะทำคือช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ ที่ขณะตอนนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากตามท้องตลาดและยังถูกคนบางกลุ่มฉวยโอกาสขึ้นราคา เนื่องจากคนทุกคนต้องใช้อย่างน้อย 1 อันต่อวันจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น นอกจากนี้ ชีวิตของคนไทยยังเดินมาอยู่ในจุดที่ต้องพกเครื่องวัดอากาศติดตัว หากเรามองอีกมุมหนึ่งของปัญหา ค่าครองชีพหรือรายได้เฉลี่ยของคนไทยนั้น เราต้อตั้งคำถามว่าเพียงพอต่อการซื้อของพวกนี้หรือไม่
น.ส.
พรรณิการ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ นักการเมืองต้องพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังและควรจัดการอย่างไรที่เป็นระบบและเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การตอบสนองก่นด่าของประชาชน หน้าที่หลักของรัฐคือต้องปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน นี่คือพื้นฐานเบื้องต้นที่รัฐต้องจัดสรรให้ประชาชนได้
นางสาว
พรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาหมอกควันยังเป็นปัญหาระหว่างประเทศ เราต้องมองว่าหมอกควันนั้นลอยอยู่ในอากาศ เมื่อลมจากประเทศเพื่อนบ้านพัดมาในประเทศไทยก็จะพาฝุ่นเข้ามาด้วย ข้อตกลงแรกๆของกลุ่มประเทศอาเซียนคือการตกลงเรื่องปัญหาหมอกควัน ซึ่งข้อตกลงนี้เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ระยะเวลาขนาดนี้ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แท้จริงแล้วเรามีแผนความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวแต่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากถามว่าทำให้มีประสิทธิภาพได้หรือไม่ ตนยืนยันว่าสามารถทำได้ แต่ต้องเกิดจากรัฐบาลที่จริงจังกับการแก้ไขปัญหา ที่ต้องเร่งเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านหรือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างเร่งด่วน
ด้าน นพ.
เอกภพ กล่าวว่า หากเราพูดถึงวิธีการแก้ไขปัญหาของฝุ่น pm2.5 เราต้องมีการวางแผนระยะสั้นระยะกลาง และระยะยาว เรายังมีความหวังว่าสามารถทำให้ฝุ่นควันหายไปได้ ซึ่งในโลกใบนี้มีหลายประเทศ ที่เจอปัญหาฝุ่นควันและสามารถแก้ปัญหาได้สำเร็จ ซึ่งตอนนี้เราจำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ เนื่องจากปัญหาเหล่านี้ยังเชื่อมโยงไปถึงเรื่องที่ดินอีกด้วย เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองก็จะปลูกพืชล้มลุก จึงเกิดการเผาซ้ำซาก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยของการเกิดฝุ่นควัน และเป็นที่ชัดเจนว่าเกิดจากปัญหาในที่ดินทำกินของชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรอีกด้วย
นพ.
เอกภพ กล่าวต่อว่า เราต้องสนับสนุนธุรกิจที่เป็น Green economy เพราะที่ผ่านมาการพัฒนาเศรษฐกิจต้องยอมรับว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราต้องมีต้นทุนที่ต้องจ่ายในด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมไเป็นอย่างมาก ตอนนี้เรามีเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green tech ซึ่งคือความสำเร็จในการบริหารจัดการและการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มการจัดการกับการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หากเราผลักดันแนวคิดนี้ต่อการสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยจะนำไปสู่สังคมที่น่าอยู่และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ด้าน นาย
กัญจน์พงศ์ กล่าวว่า ปัญหาที่สำคัญในตอนนี้คือ เรามีเครื่องวัดค่าฝุ่นไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันจากปัญหาฝุ่นควัน อีกทั้งภาครัฐยังปล่อยปละละเลย ในการจัดการแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าตกใจว่า อธิบดีกรมควบคุมมลพิษได้บอกว่าถ้าฝุ่นตอนนี้ไม่อยู่ในจุดที่อันตราย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ค่าฝุ่นในหลายพื้นที่อยู่ในจุดที่อันตรายเป็นอย่างมาก ซึ่งในฐานะ กมธ. ศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาเรื่องนี้ ตนจะทำงานเรื่องฝุ่นควันอย่างจริงจังและแข็งขันเพื่อให้สิ่งที่ประชาชนควรจะรู้ถึงปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาให้เข้าถึงประชาชนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
JJNY : 4in1 พท.ถามตู่ลงพื้นที่ล่าช้า-พูดเลอะเทอะ/อนค.ยืนไว้อาลัย ก่อนเสวนา/อ.เจษฯแชร์4วิธีเอาชีวิตรอด/ชาวนาเจ๊งปลูกแตงโม
https://www.khaosod.co.th/politics/news_3547576
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในเหตุจ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา กราดยิงประชาชนที่จ.นครราชสีมาว่า
ในฐานะที่ท่านเป็นนายกฯและรมว.กลาโหม มีการก่อเหตุการณ์ใหญ่ระดับโลกเกิดขึ้น ทั้งยังเกิดขึ้นโดยฝีมือทหาร ท่านควรจะต้องลงไปบัญชาการในพื้นที่ทันทีที่เกิดเหตุ ท่านจะบอกว่ามี ผบ.ทบ. ผบ.ตร หรือรองนายกฯ แล้วไม่ได้ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ไม่ได้มีอำนาจเต็ม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันหลายหน่วยพร้อมกัน ท่านคือผู้มีอำนาจสูงสุด นอกจากนี้โคราชยังเป็นบ้านเกิดของท่านเองแท้ๆ เหตุใดจึงปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึงวันนี้ จนวิสามัญคนร้ายแล้วท่านจึงเข้าพื้นที่ ทั้งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 8 ก.พ.
“ท่านลงพื้นที่ออกมาแถลงข่าวก็พูดจาเลอะๆเทอะๆ คำพูดของท่านออกไปทั่วโลก ไม่ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนเลย แต่กลับเอาเวทีมาพูดชม ส.ส.พลังประชารัฐของท่าน เอามาพูดการเมือง ท่านทำแบบนี้ในสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร ท่านกำลังทำในสิ่งที่สวนทางกับความรู้สึกของประชาชน อยากถามว่า ท่านจะเป็นนายกฯของประเทศนี้ในลักษณะนี้หรือ” นายวรวัจน์ กล่าว
อนาคตใหม่ ยืนไว้อาลัย-ส่งกำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุกราดยิงโคราช ก่อนงานเสวนา
https://www.matichon.co.th/politics/news_1959167
”อนาคตใหม่ เชียงราย” ยืนไว้อาลัย-ส่งกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่-ครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุกราดยิงที่โคราช ก่อนถกเข้มปมแก้ปัญหาหมอกควัน pm 2.5
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมธันยาอินน์ จังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จัดเวทีเสวนาการแก้ปัญหาฝุ่น pm 2.5 อย่างยั่งยืน โดยมี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย นายนิติพล ผิวเหมาะ และนายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ร่วมกันเสวนาถึงปัญหาดังกล่าว โดย ส.ส.พรรคอนค. ทีมงานจังหวัด สมาชิก และประชาชนที่มาร่วมงาน ได้ร่วมยืนไว้อาลัยและส่งกำลังใจ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์กราดยิงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสถานการณ์ฝุ่น pm2.5 ที่กระทบต่อประชาชนในบ้านเมืองมากขนาดนี้ สิ่งที่นักการเมืองควรจะทำคือช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ ที่ขณะตอนนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากตามท้องตลาดและยังถูกคนบางกลุ่มฉวยโอกาสขึ้นราคา เนื่องจากคนทุกคนต้องใช้อย่างน้อย 1 อันต่อวันจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น นอกจากนี้ ชีวิตของคนไทยยังเดินมาอยู่ในจุดที่ต้องพกเครื่องวัดอากาศติดตัว หากเรามองอีกมุมหนึ่งของปัญหา ค่าครองชีพหรือรายได้เฉลี่ยของคนไทยนั้น เราต้อตั้งคำถามว่าเพียงพอต่อการซื้อของพวกนี้หรือไม่
น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ นักการเมืองต้องพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังและควรจัดการอย่างไรที่เป็นระบบและเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การตอบสนองก่นด่าของประชาชน หน้าที่หลักของรัฐคือต้องปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน นี่คือพื้นฐานเบื้องต้นที่รัฐต้องจัดสรรให้ประชาชนได้
นางสาวพรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาหมอกควันยังเป็นปัญหาระหว่างประเทศ เราต้องมองว่าหมอกควันนั้นลอยอยู่ในอากาศ เมื่อลมจากประเทศเพื่อนบ้านพัดมาในประเทศไทยก็จะพาฝุ่นเข้ามาด้วย ข้อตกลงแรกๆของกลุ่มประเทศอาเซียนคือการตกลงเรื่องปัญหาหมอกควัน ซึ่งข้อตกลงนี้เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ระยะเวลาขนาดนี้ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แท้จริงแล้วเรามีแผนความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวแต่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากถามว่าทำให้มีประสิทธิภาพได้หรือไม่ ตนยืนยันว่าสามารถทำได้ แต่ต้องเกิดจากรัฐบาลที่จริงจังกับการแก้ไขปัญหา ที่ต้องเร่งเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านหรือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างเร่งด่วน
ด้าน นพ.เอกภพ กล่าวว่า หากเราพูดถึงวิธีการแก้ไขปัญหาของฝุ่น pm2.5 เราต้องมีการวางแผนระยะสั้นระยะกลาง และระยะยาว เรายังมีความหวังว่าสามารถทำให้ฝุ่นควันหายไปได้ ซึ่งในโลกใบนี้มีหลายประเทศ ที่เจอปัญหาฝุ่นควันและสามารถแก้ปัญหาได้สำเร็จ ซึ่งตอนนี้เราจำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ เนื่องจากปัญหาเหล่านี้ยังเชื่อมโยงไปถึงเรื่องที่ดินอีกด้วย เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองก็จะปลูกพืชล้มลุก จึงเกิดการเผาซ้ำซาก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยของการเกิดฝุ่นควัน และเป็นที่ชัดเจนว่าเกิดจากปัญหาในที่ดินทำกินของชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรอีกด้วย
นพ.เอกภพ กล่าวต่อว่า เราต้องสนับสนุนธุรกิจที่เป็น Green economy เพราะที่ผ่านมาการพัฒนาเศรษฐกิจต้องยอมรับว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราต้องมีต้นทุนที่ต้องจ่ายในด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมไเป็นอย่างมาก ตอนนี้เรามีเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green tech ซึ่งคือความสำเร็จในการบริหารจัดการและการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มการจัดการกับการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หากเราผลักดันแนวคิดนี้ต่อการสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยจะนำไปสู่สังคมที่น่าอยู่และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ด้าน นายกัญจน์พงศ์ กล่าวว่า ปัญหาที่สำคัญในตอนนี้คือ เรามีเครื่องวัดค่าฝุ่นไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันจากปัญหาฝุ่นควัน อีกทั้งภาครัฐยังปล่อยปละละเลย ในการจัดการแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าตกใจว่า อธิบดีกรมควบคุมมลพิษได้บอกว่าถ้าฝุ่นตอนนี้ไม่อยู่ในจุดที่อันตราย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ค่าฝุ่นในหลายพื้นที่อยู่ในจุดที่อันตรายเป็นอย่างมาก ซึ่งในฐานะ กมธ. ศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาเรื่องนี้ ตนจะทำงานเรื่องฝุ่นควันอย่างจริงจังและแข็งขันเพื่อให้สิ่งที่ประชาชนควรจะรู้ถึงปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาให้เข้าถึงประชาชนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง