สังคมน่าอยู่ คุณภาพชีวิตที่ดี

ถ้าอยากให้สังคมน่าอยู่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ก็ต้องไปศึกษาเรื่องการพัฒนาสมองและพฤติกรรมหรือความต้องการของมนุษย์ แล้วเอาหลักการมาประยุกต์ใช้ในชีวิต

เรื่องพื้นฐานเรื่องสมองที่ควรรู้คือ 1) สมองพัฒนาและเรียนรู้เร็วมากช่วงเด็ก 2) สมองต้องการน้ำและสารอาหารให้เพียงพอ และ 3) วิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอดในอดีตทำให้สมองมีหน้าที่เลียนแบบคนและสิ่งรอบตัว สำหรับหลักการเรื่องพฤติกรรมที่ (แอบ)ดัดแปลงจากทฤษฎีความต้องการของ Maslow คือมนุษย์จะทำหรือไม่ทำอะไรเพื่อตอบสนองต่อความต้องการ 1) พื้นฐานเช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2) ด้านสังคม เช่นมีเพื่อน มีครอบครัว เป็นที่ยอมรับและได้รับความเคารพในสังคม และ 3) ความต้องการที่จะพัฒนาตนเอง ทั้งสองเรื่องต้องสอดรับกันสำหรับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่พูดกันมาหลายสิบปี

ดังนั้นการให้ความสำคัญกับเด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด (แต่ไม่ใช่ขยันแต่งคำขวัญแล้วให้ความสำคัญแค่ปีละ 1 วันนะ) เด็กต้องได้รับอาหารและน้ำ ออกกำลังและพักผ่อนให้เพียงพอ ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ (คือถ้าน้ำและอาหารไม่พอสมองก็รับข้อมูลดีๆ ไม่ไหว) ได้เห็นและสัมผัสตัวอย่างที่ดีรอบตัว ได้รับการสั่งสอนหรือลงโทษในรูปแบบที่เหมาะสม

ลองนึกตัวอย่าง ถ้าโรงเรียนโกงอาหารกลางวัน สมองก็พัฒนาไม่เต็มศักยภาพ สอนแต่วิชาการไม่สอนวิธีการอยู่ร่วมกันในสังคม ก็อาจกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว สร้างตึกทับสนามหญ้าหรือเทคอนกรีตทับเพื่อทำที่จอดรถ เด็กก็คงนึกว่าต้นไม้ใบหญ้าเป็นสิ่งที่ไม่ดีต้องตัดทิ้งให้หมด ถ้าแกล้งเพื่อนหรือขโมยของเพื่อนแล้วครูหรือผู้ปกครองไม่ดุ วันหลังก็อาจจะทำอีก หรือถ้าพ่อแม่ทำร้ายสัตว์เลี้ยงที่บ้านให้เห็นเป็นประจำ โตขึ้นก็คงเป็นเหมือนกัน 

ทฤษฎีมันง่ายกว่าปฏิบัติ แล้วจะแก้ปัญหากันยังไง ประเทศอื่นที่สังคมค่อนข้างดีเขาจะเน้นให้ความสำคัญกับการป้องปรามและการศึกษานอกห้องเรียน คือถ้าเกิดความผิดเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องห้ามปล่อย เช่นวันนี้ฝ่าไฟแดงได้ ไม่โดนจับ วันหลังก็ขับสวนเลน แล้วก็อาจหนักขึ้นจนถึงชิงทรัพย์ หรือทำร้ายร่างกาย (หรือการโกงค่าเบี้ยเลี้ยง หักหัวคิวค่าจัดซื้อจัดจ้างนิดๆ หน่อยๆ เจ้านายหลับตาข้างนึง พอนานไปก็อาจโกงหนักขึ้น โดยเฉพาะพวกนายนี่แหละตัว D) โทษปรับจะช่วยให้พฤติกรรมไม่พีงประสงค์ลดลง (แต่ต้องบังคับอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม) เนื่องจากเงินเป็นปัจจัยหนึ่งได้การให้ได้มาซึ่งความต้องการพื้นฐาน เช่นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ดังที่กล่าวไปแล้ว (โดนปรับเดี๋ยวไม่มีเงินจ่ายค่าบ้าน งั้นไม่ทำผิดดีกว่า) ส่วนโทษจำจะดัดพฤติกรรมด้วยความต้องการทั้งสองส่วนคือ รายได้หายเนื่องจากหมดโอกาสทำงาน (ความต้องการพื้นฐาน) และอับอายเสียชื่อเสียง (ความต้องการเป็นที่ยอมรับในสังคม)

แต่ที่สำคัญคือเขาไม่หวังพึ่งรออำนาจรัฐมาบังคับใช้กฎหมาย แต่จะใช้สังคมกดดันแบบที่มาของคำว่าคว่ำบาตร (ไม่ใช่แบบที่สหรัฐชอบใช้) ถ้าบรรทัดฐานของสังคม (social norm) ต่ำก็คงช่วยไม่ได้ เช่นถ้าคนส่วนใหญ่เห็นว่าการยึดที่สาธารณะมาใช้หาประโยชน์ให้ตนเอง หรือการทิ้งขยะลงคลองเป็นเรื่องปกติ “ใครๆ เขาก็ทำกัน” จึงเป็นความหายนะของสังคมเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ทั้งเรื่องเงินและเรื่องสังคมสามารถใช้ในแง่บวกได้เช่นกัน เช่นให้รางวัลหรือยกย่องชมเชยเมื่อทำดี ก็จะช่วยปรับพฤติกรรมได้ส่วนหนึ่ง

สำหรับการศึกษานอกห้องเรียนที่สำคัญคือ สื่อที่ดูหรือฟังกันที่บ้านไม่ว่าจะเป็นทีวี มือถือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เรื่องพวกนี้เด็กจะซึมซับและเลียนแบบได้มาก รองลงมาคือสถานที่เรียนรู้สาธารณะ เช่นห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสาธารณะหรือพื้นที่เปิดโล่งเพื่อจรรโลงจิตใจ (ไม่ใช่สวนของบางหน่วยงานที่เอารั้วมาล้อมทำตัวเป็นเจ้าของ)

อ่านกันมาแล้วก็อย่าเชื่อทั้งหมดเพราะผู้เขียนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้
ปิ่นโปร 9 กุมภาพันธ์ 2563
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่