แชร์ประสบการณ์เลิกกับแฟน ทั้งๆที่ยังรักกันอยู่ และวิธีมูฟออน

สวัสดีค่ะนี่เป็นกระทู้แรกเลยสำหรับเราเลย 55555 ไม่เคยคิดจะมาเขียนเลยตามอ่านกระทู้อย่างเดียว แต่ครั้งนี้รู้สึกอยากมาแชร์ให้คนที่กำลังเจอปัญหาแบบนี้อยู่ได้ มีเพื่อนที่ให้คำปรึกษาค่ะ
      เกริ่นเรื่องก่อนนะคะ ว่าพึ่งมีแฟนคนแรกค่ะ แฟนเราเรียนหมอ อยู่กันคนละคณะคนละมหาลัยกัน เป็นเพื่อนของเพื่อน เค้าเข้ามาจีบเราก่อน จากการทักมาในไอจี คุยกันมาเรื่อยๆ นัดเจอกัน เหมือนคนที่เหมือนกันมากๆมาเจอกัน คุยกันได้ 3 อาทิตย์เค้าก็ขอเราเป็นแฟนละค่ะ เราก็ตอบตกลงนะเพราะคิดว่าคนนี้แหละที่ทำให้เรามีความสุขและจริงใจกับเราจริงๆ คบกันมาซักพักไม่เคยทะเลาะกันเลยค่ะ อย่างมากเราจะเป็นฝ่ายง้องแง้งละเค้าก็จะยอมเรามาตลอด เค้าเป็นคนชิลๆมาก มาหาเราที่ ม มาอ่านนส มากินข้าว มากลับบ้านด้วยกันบ่อยๆ เราก็เป็นคนยอมคนง่ายอะไรก็ได้ แต่ก็เคยมีแอบนอยๆเรื่องเเฟนบางทีไม่มีเวลาให้ตามปกติของผู้หญิง แต่ทั้งหมดนี้เราไม่เคยพูดออกมาเลย จนมาวันนึงคบกันมาได้4เดือน เค้าก็เริ่มไม่มีเวลาให้เราเหมือนเดิมแล้ว เนื่องจากภาระของเค้าที่เยอะขึ้นมามากๆจากเรื่องเรียน เรื่องสอบต่างๆ เราเลยนอยค่ะละงอนเค้า ใจร้อนเผลอไปพิมไลน์นอยเค้าไปที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี แทนที่จะไปพูดกันตรงๆต่อหน้า ตอนนั้นเค้าก็ขอโทษเรามานะคะ เรื่องก็เหมือนจะจบสำหรับเรา แต่ ทุกอย่างมันก็เกิดหลังจากนั้นไป2อาทิตย์ค่ะ ที่เค้ามาบอกเลิกเราด้วยเหตุผลที่ว่า เค้าอึดอัดและอยากเป็นเพื่อนกับเรามากกว่า เค้ายังรักเราอยู่นะ แต่ความรู้สึกที่เสียไปตอนที่เราไปพิมอะไรรุนแรงใส่เค้ามันพังไปแล้ว และรู้สึกรักเราน้อยลง ตอนนั้นเราพังมากๆค่ะ ทำอะไรไม่ได้เลย เคยขอโทษและขอโอกาสเค้าไป เค้าก็ให้เรากลับมาค่ะ แต่มันแค่2วัน เพราะ เค้าบอกว่าเค้าฝืนมันไม่ไหวแล้ว ความรู้สึกที่เคยมีให้เรามันหายไปละจริงๆ อยากเป็นเพื่อนที่ดูแลกันมากกว่า พอเลิกกันก็พยายามห่างๆกันไปค่ะ ตอบแชทน้อยลง และเริ่มหายไปเลย เราพังมากๆค่ะเข้าความรู้สึกของคนกินไม่ได้ นอนไม่หลับเลย นั่งเรียนไม่ได้ น้ำตาไหลทั้งวัน จนทำให้พ่อแม่เป็นห่วง เพื่อนก็เป็นห่วงเราตามไปด้วย น้ำหนักลดลงไป3โลภายใน1อาทิตย์ 555555
      ที่เราเป็นอย่างนั้นเพราะเราคิดว่าเรายังไม่มีโอกาสที่จะทำให้เค้าเห็นว่าเราปรับปรุงตัวเองได้เรื่องนิสัยขี้นอย เราสามารถเข้าใจเค้าได้มากกว่านี้เรื่องคณะที่เค้าเรียน เราอยากอยู่ตรงนั้นกับเค้านะ  จนเราทนไม่ไหวขอนัดเจอเค้าอีกครั้งนึงเอาของที่ตั้งใจจะทำให้เค้าไปให้เค้า เค้าก็ยอมมาเจอเราค่ะแต่ต้องสัญญากันก่อนว่าจะไม่เอาเรื่องเก่าไปพูดเพราะเค้าเหนื่อยมากๆแล้ว และไม่อยากร้องไห้อีก เราก็กะไปง้อเค้าเต็มที่เลยค่ะ อยากไปทำให้เต็มที่ที่สุดจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังและมีเรื่องที่ติดอยู่ในใจจนไม่สามารถมูฟออนไปไหนได้เลย 
      พอเรานัดเจอกัน เราก็พยายามทำตัวให้ร่าเริงที่สุดค่ะ ไม่ร้องไห้ เข้าไปพูดถึงแต่เรื่องดีๆช่วงที่ไม่ได้เจอกัน เค้าก็ดูโอเคนะตอบเรากลับมาดีตลอด จนทำให้เราโยงไปหาว่าเราจะไม่เอาอดีตมาพูดแต่จะมาขอเริ่มต้นกับเค้าใหม่ได้ไหม อยากเป็นคนใหม่ให้เค้าเห็น แต่เค้าก็หนักเเน่นมากค่ะ บอกว่าเป็นเพื่อนกันตอนนี้ดีที่สุดแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่รักเรานะแต่ไม่อยากกลับไปตรงนั้นแล้วอยากอยู่ตรงนี้ในฐานะเพื่อนที่ดีต่อกันมากกว่า เค้ามองอนาคตแล้วเราอยู่ด้วยกันยากด้วยความที่เรียนกันคนละคณะ คนละสังคม เราก็ได้แต่กลับไปละทบวนความรู้สึกตัวเองค่ะ แต่ยังไม่จบแค่นั้น เรายังทักไปหาเค้าเพื่อขอความชัดเจนจากที่พูดกันมากกว่านี้อีก ง้อเค้าจนจนคิดว่าเราเต็มที่ที่สุดแล้วจริงๆ จึงยอมที่จะจบแต่เพียงเท่านี้ค่ะ เป็นแฟนเก่ากันจริงๆแล้ว ที่ยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่เพราะเราก็ยังอยากมีเค้าอยู่ในชีวิตไม่ว่าจะฐานะอะไรก็ตาม และคิดว่าถ้ามันใช่เดี๋ยวเวลาก็เหวี่ยงเรากลับมาเจอกันเอง เหมือนครั้งแรกที่เหวี่ยงคน2คนที่ไม่รู้กันมาก่อนมาเจอกัน จากการไปเคลียและพูดทุกสิ่งที่ติดอยู่ในใจออกมาทั้งหมดมันรู้สึกดีขึ้นกว่าเก่าเยอะเลยค่ะทั้งเค้าละเรา จบกันแบบhappy ending เค้าไม่ต้องมานั่งห่วงว่าเราจะทำอะไรไม่ได้หลังจากเลิกกัน เราก็ไม่ต้องมานั่งรอเค้าแบบไร้จุดหมายอีกต่อไป 
      ทั้งหมดที่พิมมานี้คือ อยากจะบอกว่าถ้าอยากจะมูฟออนต่อไปข้างหน้าได้ ต้องมีสตินะคะคิดดีๆว่าสิ่งที่เราต้องการคืออะไร ทำทุกอย่างให้สุดความสามารถค่ะเหมือนกับที่เราอยากง้อเค้า เเล้วเราทำมันเต็มที่ที่สุดแล้วจริงๆ ไม่ใช่การไปกดดันเค้านะคะต้องเข้าใจในฝ่ายของเค้าด้วย ถึงจะเรียกว่ารักกันจริง ความรักมันไม่ได้มาในรูปแบบของเเฟนอย่างเดียวหรอกค่ะ เป็นเพื่อนกันก็รักกันได้ เราได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปทั้งหมดเคลียใจตัวเองแล้ว เราถึงมูฟออนต่อไปได้ละค่ะ ไม่มานั่งร้องไห้ฟูมฟายแล้ว ขอให้ทุกคนที่มีปัญหานี้เคลียร์ใจตัวเองให้ได้ ละมีสติคิดเองได้นะคะ เข้าใจค่ะว่าคนอกหักมันไม่ฟังใครหรอกค่ะ มีอะไรอยากทำก็ทำให้สุดละไม่เสียดายทีหลังนะคะ จบกันด้วยความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันและยังรักกันอยู่มันมีอยู่จริงๆค่ะ อย่ารั้งกันไว้ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายนึงไม่พร้อมค่ะ มันไม่มีอะไรดีหรอก ทรมานค่ะ

ปล. ไม่ได้บอกนะคะว่ามีฝ่ายใดฝ่ายนึงผิด ผิดทั้งคู่ค่ะ ผิดกันคนละแบบ
ที่พิมอาจจะดูงงๆบ้างนะคะ5555 แต่เต็มใจให้คำปรึกษานะคะ หลังจากที่ได้คำปรึกษาเรื่องอกหักจากคนอื่นมาเยอะเลย 5555
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่