เคล็ดลับวิธีเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวด้วยตัวเอง by แพทย์ผิวหนัง



กันแดดออแกนิคไม่ได้แปลว่าไม่แพ้
และกันแดดชนิดเคมีคอลก็ไม่ได้น่ากลัวเพราะคำว่าเคมี 

🔻🔻สิ่งที่จะได้หลังอ่านกระทู้นี้จบคือ 🔺🔺
- เลือกกันได้ที่เหมาะกับผิวของเราได้ด้วยตัวเอง 
- รู้เท่าทัน การตลาดและคำโฆษณาที่บิดเบือนความจริง 
- เข้าใจ ว่า ทำไมครีมกันแดด ถึงกันแดดได้ 
- ข้อดีข้อเสีย ของกันแดดแต่ละประเภท
กระทู้นี้อาจจะไม่เหมาะกับคนที่อยากรู้แค่ว่ากันแดดยี่ห้อไหนดี มีอันไหนแนะนำบ้าง 
เพราะหมอไม่ได้มารีวิว/ขายของ/ดิสเครดิตใคร นะคะ 😘
.
การเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวของแต่ละคนได้ด้วยตัวเอง 
1. ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย เอ๊ะอะก็ผื่นตลอดเวลา แพ้เกือบทุกสิ่งบนโลกนี้
      แนะนำใช้ physical sunscreen SPF 30 PA+++
2. กลุ่มที่เป็นสิว หรือหน้ามัน 
      แนะนำใช้ physical หรือ chemical sunscreen ก็ได้ แต่เลือกยี่ห้อที่มีคำว่า ‘non-comedogenic’ 
   เขียนคำตามนี้เป๊ะๆเลย มันแปลว่า ไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน 
3. คนที่กังวลเรื่องฝ้า กระ จุดด่างดำ
      แนะนำใช้ กันแดดกลุ่ม physical sunscreen ที่มี SPF 50 PA+++ และอาจเสริมด้วย chemical sunscreen ด้วยก็ได้ค่ะ 
4. คนที่ชอบว่ายน้ำ หรือเหงื่อออกมากๆ 
      แนะนำเลือกกันแดดที่มีคำว่า ‘water resistance’ บนฉลากด้วยนะคะ 

อยากรู้เลือกยังไง physical vs chemical ไม่เข้าใจ อย่าเพิ่งตกใจนะคะ 
ตามอ่านด้านล่างได้เลยค่ะ หมอยุ้ยบอกไว้ละเอียดมาก 

😎รับรองว่าทุกคนจะเลือกกันแดดได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่รู้ข้อมูลพวกนี้ค่ะ
.
ชนิดของครีมกันแดด แบ่งตามกลไกที่ช่วยกันแดดให้ผิวของเรา 
ดูรูปภาพประกอบด้านบน จะเข้าใจง่ายขึ้นค่ะ
 1. กันแดดแบบChemical (เคมีคอล) หรือ Organic UV absorber (ออแกนิค) 
ที่มาของคำว่า “เคมีคอล” เพราะกลไกของมันคือใช้คุณสมบัติทางเคมีดูดซับแสง ก่อนเปลี่ยนเป็นความร้อน 
ตัวอย่าง ชื่อ สารกันแดดในกลุ่ม chemical หรือ organic (ตัวเด่นๆที่ใช้บ่อย)
ได้แก่ Oxybenzone, Octisalate, Avobenzone, Homosalate, Octocrylene, Octinoxate 
ชื่อสารพวกนี้ไม่ต้องจำนะคะ  หมอให้เอาไว้เปิดเทียบกับตรงฉลาก ที่ระบุส่วนประกอบของสารกันแดด ก็พอค่ะ  
กลไก คล้ายกับฟองน้ำ (sponge)
คือ ดูดซับแสง แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิว 
ข้อดี 
- ทาแล้วหน้าไม่ขาว
- กันรังสี UVA และ UBV ได้ดี 
- หาซื้อได้ง่าย เพราะส่วนใหญ่ของครีมกันแดดที่วางขายกันในท้องตลาดจะเป็นกลุ่มนี้ค่ะ 
ข้อเสีย 
- ซึมเข้าสู่ผิวได้ทำให้มีโอกาสแพ้ 
- ไม่กัน รังสีอินฟาเรด (infrared) และแสง visible light 
- ต้องทาก่อนออกแดด 20 นาที เพราะต้องรอให้ครีม set ตัวก่อนออกฤทธิ์

2. กันแดดแบบPhysical (ฟิสิคอล) หรือ Inorganic (อินออแกนิค) particulates
 จึงเป็นที่มาของคำว่า physical เพราะใช้หลักการสะท้อนแสงของโมเลกุลสารกันแดด 
กลไก คล้ายกับโล่ห์ (shield)
คือ สะท้อนแสงออกจากผิว 
ตัวอย่าง ชื่อ สารกันแดดในกลุ่มนี้ ได้แก่ Titanium dioxide, Zinc oxide
ข้อดี 
- กันได้ครบทุกคลื่น ตั้งแต่ UVA, UVB, infrared จนถึง visible light
- ไม่แพ้ จึงเหมาะกับแพ้ง่าย ผิวระคายเคืองง่าย (sensitive skin type), เหมาะกับคนที่มีฝ้า 
- ทาแล้วออกแดดได้ทันที ไม่ต้องรอ 20 นาที 
ข้อเสีย 
- ทาแล้วหน้าขาว (หน้าวอกหรือหน้าเทา)
.

3. กันแดดแบบ Organic particulates เป็นกลุ่มใหม่ 
ที่ออกฤทธิ์ทั้งดูดซับและสะท้อนแสง 
กลุ่มนี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อลดข้อเสียของกันแดดของ 2 แบบแรก แต่อาจจะยังไม่ค่อยมีขายทั่วไป 
ถ้าอ่านจากที่อื่น เท่าที่หมอหาข้อมูลมา ส่วนใหญ่จะยังแบบกว้างๆแค่ 2 กลุ่มแรกเท่านั้นค่ะ ซึ่งไม่ได้ผิดนะคะ 
.
ที่นี้ ลองมา
รู้ทันการตลาดของครีมกันแดด
กันแดดออแกนิคไม่ได้แปลว่าไม่แพ้
กลุ่มแรก บางครั้ง เค้าจะเลือกใช้คือว่า Organic sunscreen มาใช้โปรโมท มากกว่าเขียนคำว่า chemical ลงไป
คำว่า organic ดูเป็นมิตร และยังมีความหมาย positive มากกว่าคำว่า chemical 
ซึ่งตรงนี้แหละ ที่ทำให้หลายๆคน เข้าใจผิดเพราะคิดว่าorganicคือผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติใช้แล้วไม่แพ้ แต่จริงๆกันแดดในกลุ่มนี้ พบว่ามีคนแพ้ได้ 

กันแดดชนิดเคมิคอลก็ไม่ได้น่ากลัวเพราะว่ามีคำว่าเคมี 
กลุ่มที่สอง ก็มีการทำการตลาดเหมือนกัน โดย มักจะเคลมว่ากันแดดของเค้าเนี่ยปลอดภัย 
ไม่มีสารเคมีเพราะว่าไม่ใช่chemical sunscreen ซึ่งตรงนี้หมอคิดว่าทำให้คนเข้าใจคาดเคลื่อนนิดหน่อย ตรงคำว่า chemical จริงๆน่าจะสื่อถึงว่ากันแดดใช้ปฎิกิริยาทางเคมี เปลี่ยนพลังงานแสงที่อันตรายต่อผิว ให้กลายเป็นความร้อนแล้วค่อยๆคายออกมา มากกว่า ไม่ได้ความถึง เคมีแบบสารเคมีอะไร ที่คนส่วนใหญ่กลัวกัน 
.
       
📮📮 สรุปนะคะ กันแดดทุกชนิด มีประโยชน์แต่ก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป 
พิมพ์มายาวมาก หวังว่าทุกๆคนที่ได้เข้ามาอ่าน จะได้เข้าใจเรื่องครีมกันแดดอย่างถูกต้องกันนะคะ
ในยุคนี้เราต้องระวัง 
รู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อคำโฆษณาที่บิดเบือนข้อมูลค่ะ
ใครอ่านจบแล้ว มีคำถามหรือข้อสงสัย comment ไว้ได้เลยนะคะ
แต่ขออนุญาตไม่ตอบคำถามแนวที่ถามว่ายี่ห้อไหนดีเพราะขี้เกียจอ่านเองนะคะ 555

เพจ Dr. Yui คุยทุกเรื่องผิว ❤️
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่