Brexit  จุดเริ่มต้นของความไม่เสถียร

วันนี้ (31 มกราคม 2563) เป็นวันที่สหราชอาณาจักร หรือ ประเทศอังกฤษ ได้เปิดศักราชใหม่ ด้วยการออกจากสหภาพยุโรป European Union (EU) อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ได้อยู่ใน EU มานานเกือบครึ่งศตวรรษ
(47 ปี) จะเกิดอะไรขึ้นหลัง Brexit ได้เกิดขึ้นแล้ว นอกจากการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของพลเมืองระหว่างประเทศไม่เป็นอิสระเหมือนแต่ก่อน


ความสัมพันธ์ระหว่าง US กับ UK จะกลายเป็นสิ่งที่ต้องระวังสำหรับนาย Boris Johnson นายกอังกฤษที่จะต้องทําให้ความสัมพันธ์ในหลายเรื่องสมดุล อาทิ เช่น การยอมให้ Huawei มาช่วยทําโครงสร้าง 5G ที่จะทําให้อเมริกาไม่พอใจ, จุดยืนของสันติภาพในตะวันออกกลาง (ข้อขัดแย้งระหว่างอเมริกาและอิหร่าน), ดีลการค้ากับ Washington ที่อังกฤษจะคิดภาษี (digital service tax) และอเมริกาจะตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีนําเข้าของรถยนต์

ถึงแม้ตอนนี้สหราชอาณาจักรจะพุ่งเป้าไปที่ ข้อตกลงทางการค้ากับ EU แต่ทว่าถ้าถึงสิ้นปีแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ จะยิ่งทําให้โดดเดี่ยวอย่างสหราชอาณาจักรต้องพึ่งพาเพื่อนพ้องอย่างอเมริกาหรือ จีน มากขึ้น 

Brexit ไม่ใช่ทางเลือกของคนรุ่นใหม่ แต่ก็กลายเป็นอนาคตของประเทศไปแล้ว ในช่วงรอการเปลี่ยนแปลงแบบสมบูรณ์ 11 เดือนถัดจากนี้ นาย Boris Johnson จะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า ภาษี ข้อกฏหมาย อย่างละเอียดกับ EU ได้หรือไม่

ผลสุดท้ายแล้ว การออกจาก EU ของสหราชอาณาจักรจะส่งผลดีหรือผลเสียในระยะยาว คงต้องติดตามดูต่อไป 

หากชอบบทความนี้ ช่วยกดไลค์เป็นกําลังใจให้ด้วยครับ Facebook: @BarracudaStocks

#brexit
#31December
#digitalservicetax
#techtax

อ้างอิงจาก
https://www.cnn.com/2020/01/31/uk/european-union-brexit-intl-gbr/index.html
https://www.cnbc.com/2020/01/23/europe-digital-tax-and-trumps-tariff-threats.html

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่