วิธีการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร (การฟังและการพูด)

วิธีการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร (การฟังและการพูด)
How to Teach English for Communication (Listening and Speaking)

คนไทยส่วนมากโดยเฉพาะเด็กไทยมีความรู้ทางด้านทฤษฎี แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้งานในชีวิตจริงมากเท่าไหร่ และการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันยังเป็นเรื่องยาก และถูกมองในเชิงลบอยู่ ด้วยเหตุนี้ ความตั้งใจของผมคือการให้คำแนะนำในการเตรียมการสอนภาษาอังกฤษโดยการเน้นไปที่จุดอ่อนของคนไทย ซึ่งก็คือการฟังและการพูด

The majority of Thais, especially youths, have a good theoretical understanding of English, but only have so many chances to use them in real life, and finding a chance to do that is still hard and frowned upon. Because of this, I would like to give some advice on teaching English, with a focus on listening and speaking, which are things that Thais struggles with.

ในประสบการณ์ของผม ผมได้ทดลองเทคนิคนี้กับเพื่อนของผม ซึ่งเขาได้บอกกับผมไว้ว่าเขาไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ เขาไม่มั่นใจว่าจะสามารถสนทนาได้โดยคล่อง และยังไม่รู้คำศัพท์มากนัก หลังจากผมได้คุยกับเพื่อนผมแล้ว ผมจึงต้องการให้ความสำคัญเรื่องการพูดและการฟังเป็นพิเศษ เนื่องจากในสภาพแวดล้อมนี้โอกาสในการฝึกฟัง-พูดไม่ได้มีมากนัก

In my experience, I have tried this technique with my friend, who told me that they struggle with English, not sure if they would be able to communicate well, and still don't know a lot of vocabulary. I have determined that I would like to focus on listening and speaking after I talked to my friend and also after seeing that there are not many chances to practice these skills in this environment.

หลังจากที่ได้ทำการสอนเป็นเวลา 1 เดือนครึ่ง รวมทั้งประสบการณ์ในการเรียนภาษาอังกฤษของผมทั้งในและต่างประเทศ ผมสามารถสรุปเทคนิคหลัก ๆ ได้ดังนี้

After one and a half months of teaching, and also accounting for the experience I have had in learning English, both in Thailand and abroad, these are the main techniques in teaching English

1. สอนให้ตรงกับระดับภาษาของผู้เรียน และปรับเนื้อหาและทักษะตามความเหมาะสม
1. Start on the right level and adjust the contents as appropriate

เด็กไทยไม่น้อยมีความรู้ภาษาอังกฤษอยู่พอสมควรแล้ว ในกรณีนี้อาจเริ่มการสอนการฟังและพูดได้เลย โดยไม่ต้องมีการปรับพื้นฐานมาก และสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนทั้งหมดได้ โดยไม่ต้องใช้ภาษาไทยช่วย

Many Thai youths already have decent knowledge in English, in which case the teacher can jump to listening and speaking immediately, with minimal need to review the basics. English can also be used exclusively in teaching, instead of using Thai.

ในขณะเดียวกัน หากผู้เรียนไม่มีพื้นฐานที่ดีมาก การที่จะเริ่มพูดภาษาอังกฤษเลยอาจจะเป็นเรื่องยาก ในกรณีนี้ ให้ใช้ภาษาไทยควบคู่ไปกับภาษาอังกฤษในการสนทนา โดยเริ่มจากการถาม-ตอบแบบง่าย ๆ เป็นคำ ๆ ผู้สอนต้องมีความใจเย็นและไม่เร่งรีบ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน

At the same time, if the student still lacks some basic knowledge, starting by using English immediately may be daunting. In this case, do use Thai together with basic English vocabulary and sentence structure in conversations. The teacher needs to be patient and allow the student to grow at their own pace.

2. ใช้ภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และใช้เป็นสื่อหลักในการสอน
2. Use English as much as possible, and use them as the main teaching tool

ข้อนี้อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ด้วยความที่เราใช้ภาษาไทยกันจนเคยชินอาจจะทำให้เผลอใช้ภาษาไทยมากเกินไปได้ การใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักจะทำให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวเข้ากับภาษาได้เร็วและมีความคุ้นชินกับภาษา

This may sound obvious, but because we use Thai as the main language in our life, we might end up using too much Thai in teaching. Instead, by using English, the student will be able to adjust their mindset and get used to the language.

โดยปกติแล้ว หากผู้เรียนมีความรู้และทักษะอยู่บ้าง ตั้งแต่เริ่มจนจบแต่ละบทเรียน ผมจะใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด ตั้งแต่การอธิบายหลักการและอธิบายศัพท์ ซึ่งผมจะพยายามอธิบายคำศัพท์ด้วยภาษาอังกฤษพื้นฐานและการยกตัวอย่าง และใช้พจนานุกรมแบบอังกฤษ-อังกฤษ หรือแม้กระทั่งการพูดคุยสนทนาทั่วไประหว่างการสอน การที่ทำแบบนี้จะทำให้ผู้เรียนได้รู้จักกับตัวภาษามากขึ้น และในบริบทอื่นนอกจากในหนังสือเรียน ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Normally, if the student already has some knowledge and skills, I will only use English in the session, from explaining grammar points and usage to explaining vocabulary. I will use basic English words and examples to explain complex words and utilize the English-English dictionary. Even our casual conversations during the sessions are in English. All of this together will help the students get to know the language better and in contexts outside of textbooks, which will allow the students to use the language more naturally.

หากผู้เรียนยังไม่มีความรู้พื้นฐานที่เพียงพอ ให้ใช้ภาษาไทยควบคู่ไปด้วยได้อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แต่ให้ใช้เท่าที่จะเป็นเท่านั้น (อธิบายศัพท์ที่เข้าใจยากหรือประโยค) และยังควรที่จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักอยู่เพิ่อให้ตัวผู้เรียนมีความคุ้นชินกับภาษารวดเร็วขึ้น ถึงแม้ผู้เรียนอาจจะยังไม่สามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วในตอนแรกก็ตาม

If the student still lacks some basic knowledge, using some Thai to aid the teaching is possible, but be aware of it: only use it as needed (explaining some complex vocabularies and sentences) and still use English as the main language, even though the student may not be able to use it fluently.

3. ทำให้ผู้เรียนรู้ว่าการใช้ภาษาผิดไม่ใช่เรื่องน่าอาย และเป็นเรื่องปกติ
3. Make sure the student understands that mistakes are normal and not to be ashamed of

หนึ่งในปัญหาในการเรียนภาษาอังกฤษคือการที่ผู้เรียนกลัวที่จะใช้ภาษาผิด และกลัวที่จะเสียหน้าหากพูดอะไรผิดไป ซึ่งความกลัวนี้ทำให้ผู้คนส่วนมากเรียนรู้ภาษาได้ช้า และไม่มีประสบการณ์ในการใช้งานจริง

One of the problems in learning English is that the students are scared to make mistakes and make a fool out of themselves. This fear slows down the learning process and keeps the user from having more real-life experience.

ความกลัวที่ว่านี้ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้เรียนอาจจะเคยโดนว่ากล่าวเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษที่ผิดด้วยการใช้อารมณ์ หรืออาจจะเคยโดนว่าว่าโง่ หรือโดนล้อเลียนเรื่องสำเนียง ซึ่งอาจจะทำให้ผู้เรียนรู้สึกอับอายและไม่อยากใช้ภาษาอีก

Students may have experienced frustration from others in the past, being called dumb for making mistakes, or being shamed for their accents. All of this humiliates the student from learning and using the language.

การที่จะสอนภาษาอังกฤษให้ได้ผลนั้น ตัวผู้สอนต้องมีความใจเย็นและความเข้าใจต่อผู้เรียน เวลาที่ผู้เรียนใช้ภาษาผิดต้องช่วยแก้ไขอย่างใจเย็น และช่วยสอนและให้ฝึกใช้งานจนเข้าใจ หนึ่งในวิธีที่ผมใช้คือการยกตัวอย่างที่ตัวเองเคยใช้ภาษาผิดและมีผู้อื่นช่วยแก้ให้ หรืออาจจะเป็นเรื่องตลกที่ภาษาที่เราใช้ผิด ทำให้ความหมายเปลี่ยนเป็นความหมายที่แปลกไป ซึ่งจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนจดจำเนื้อหาได้มากขึ้นด้วย

Teaching English well requires understanding and patience. When the student makes mistakes, you must be kind and patient and help them understand the concepts they are mistaking. One of the techniques I use is giving anecdotes of myself being corrected by others or some funny story about myself making mistakes that alter with the meaning of the word in a weird way. This will help the student to remember the contents better.

4. หมั่นสังเกตความพัฒนาของนักเรียน และบอกกับผู้เรียนถึงการพัฒนาของตัวเอง
4. Keep track of the student's development, and make sure they know they are making progress

นอกจากข้อที่แล้ว การที่ผู้เรียนได้รู้ว่าภาษาของตนนั้นพัฒนาขึ้น และการได้รับคำชมเมื่อผู้เรียนมีการพัฒนา จะทำให้ผู้เรียนมีความมั่นใจในภาษาของตัวเองมากขึ้น กล้าใช้ภาษามากขึ้น และทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาภาษาของตนให้เร็วขึ้น

In addition to the last point, if the student knows they are making progress and are being encouraged, they will be more confident in their skills and more willing to use it, which will help the student to learn even faster.

ตัวผู้สอนควรสังเกตถึงความสามารถของผู้เรียนตั้งแต่ตอนเริ่มต้น และคอยบอกผู้เรียนอยู่เรื่อย ๆ ว่ามีการพัฒนาด้านไหนบ้าง มีสิ่งไหนที่ทำได้ดี และควรที่จะให้ความสำคัญกับสิ่งได้เป็นเรื่องต่อไป

The teacher should be observant of the student's skill level from the beginning, and keep on encouraging the student by telling them how they have grown and what they should focus on next.

ทั้งนี้ การโกหกว่าผู้เรียนทำได้ดีในเรื่องที่ยังทำได้ไม่ดี จะส่งผลเสียกับตัวผู้เรียน ทำให้ไม่เข้าใจในเนื้อหาและทักษะอย่างแท้จริง และจดจำความรู้ที่ผิด

However, lying to the student about this would not help them in the long run, as they will not understand the content truly based on their current skill level.

5. นอกจากสิ่งที่อยู่ในหนังสือเรียน ให้สอนสิ่งที่เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันด้วย
5. Do teach the language in the real-life context outside of textbooks

เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่หลายครั้งผู้สอนอาจจะสอนตามหนังสือเพียงอย่างเดียวและลืมสอนเกี่ยวกับการนำภาษาไปใช้งานจริง เช่นบริบทของคำศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกัน คำและสำนวนในภาษาพูดและภาษาเขียน รวมไปถึงคำแสลง ซึ่งเป็นหัวข้อที่การเรียนในห้องเรียนปกติและหนังสือเรียนไม่ได้ครอบคลุม และเป็นหนึ่งในเรื่องที่คนไทยยังอ่อนอยู่

This may also sound like another obvious one, but often, real-life context is forgotten and only textbooks content is being taught. Things like the words with multiple meanings based on the context, phrases often used in spoken and written English, or slangs, which are not usually included in traditional classes and textbooks, and thus one of the things that most Thai struggle with.

การเรียนการสอนที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดจะช่วยให้การสอนเนื้อหาเหล่านี้ง่ายขึ้น เพราะตัวนักเรียนเองจะได้ใช้ภาษาอังกฤษในบริบททั่วไปอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้ตัวนักเรียนมีทักษะและความเป็นธรรมชาติในการใช้ภาษาได้อย่างเป็นลื่นไหลและธรรมชาติ

Using English as the main medium will help in teaching these things, as the students will be using the language in a normal context, which will give the student the skills and intuition on the language.


ต่อด้านล่าง
Continued Below
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่