JJNY : 4in1 เสธ.แมวโต้ข่าวไม่ซักฟอกป้อม/คนแห่ฟัง'ธนาธร'โชว์วิสัยทัศน์/กำลังซื้อช่วงตรุษจีนหด/“ชิมช้อปใช้เฟส 4”สะดุดกลโกง

เสธ.แมว โต้ข่าว ไม่ซักฟอก 'บิ๊กป้อม' แลกเงินก้อนโต้ ชี้ พท.ล็อกเป้า ยำใหญ่ 'บิ๊กตู่' เป็นหลัก
https://www.matichon.co.th/politics/news_1900247
 


เสธ.แมว โต้ข่าว ไม่ซักฟอก ‘บิ๊กป้อม‘ แลกเงินก้อนโต้ ชี้ พท.ล็อกเป้ายำใหญ่ ‘บิ๊กตู่‘ เป็นหลัก แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นจะเสนอ เราไม่ขัดข้อง
 
เมื่อวันที่ 18 มกราคม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ (กพศ.) พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ว่าถือเป็นดิสเครดิต เป็นข่าวที่น่าตลกเชื่อถือไม่ได้ เพราะ กพศ.ได้มีการแถลงข่าวไปชัดเจนแล้วว่า เราไม่ได้ปิดกั้นพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ที่จะอภิปราย พล.อ.ประวิตร หากมีข้อมูลใหม่ที่ชัดเจน จึงถือเป็นความอ่อนด้อยและย้อนแย้งของการปล่อยข่าวของฝ่ายสืบทอดอำนาจ ที่ต่างเก็บอาการไม่อยู่ต้องดิ้นรนเพื่อลดทอนกระแสการจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจากพรรคร่วมฝ่ายค้านที่กำลังจะเกิดขึ้น 
 
อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่า ความชัดเจนของเป้าหมายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยต้องการให้เกิดผลเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จึงต้องอภิปรายยำใหญ่ไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ส่วนรัฐมนตรีอื่นๆ ถือเป็นแค่เครื่องเคียงที่ไปยึดโยงกับตัวนายกฯ เท่านั้น โดยพรรคฝ่ายค้านเชื่อมั่นในข้อมูลของเราว่า จะทำให้พี่น้องประชาชนและพรรคการเมืองทุกฝ่ายหูตาสว่างว่า ผู้นำสืบทอดอำนาจไม่ใช่สุจริตชน หมดสภาพการเป็นผู้นำ และไม่มีเครดิตที่จะนำพาการบริหารประเทศอีกแล้ว
 
ประมาณการว่าทางพรรคร่วมฝ่ายค้านมองไปไกลแล้วโดยได้เตรียมการการรองรับการเปลี่ยนแปลงคู่ขนานไปกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจผู้นำสืบทอดอำนาจและพวกไว้แล้ว เมื่อถูกอภิปรายก็จะถูกสอยออกจากตำแหน่งไป เพียงแต่จะเป็นรูปการณ์ใดเท่านั้นเอง ดังนั้น ทางพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านคงจะมีการปรับการจัดการและองคาพยพตามมาภายหลังจากการอภิปรายอย่างรวดเร็ว เพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์ทางการเมืองที่จะเกิดการผันผวนเปลี่ยนแปลงสูงในอนาคตอันใกล้นี้” พล.ท.ภราดรกล่าว
 

  
คนแห่ฟัง 'ธนาธร' โชว์วิสัยทัศน์ 'พิมพ์เขียวเปลี่ยนประเทศ' ออกแบบเพื่ออนาคตลูกหลาน
https://www.matichon.co.th/politics/news_1900003
 
คนแห่ฟัง ‘ธนาธร’ โชว์วิสัยทัศน์ ‘พิมพ์เขียวเปลี่ยนประเทศ’ ออกแบบเพื่ออนาคตลูกหลาน
  
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 มกราคม พรรคอนาคตใหม่ จัดงาน  ที่ SC3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต (ตึกสีส้ม) โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงปิดคดียุบพรรคอนาคตใหม่ & อนาคตการเมืองไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวในประเด็นพิมพ์เขียวประเทศไทย & อนาคตใหม่ชาติ โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมหลากหลายวัย จำนวนประมาณ 1,500 คน
 
นายธนาธรกล่าวว่า เราอยากฝันเห็นประเทศไทยเป็นแบบไหน หรือจะส่งต่ออนาคตให้ลูกหลานเราแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการก่อสร้างบ้าน รถยนต์ หรือเรือดำน้ำ เราก็ต้องมีพิมพ์เขียว เพื่อออกแบบว่าจะทำให้ออกมาเป็นแบบไหน จากกิจกรรมที่เราทำตลอดมามีความหลากหลาย แต่มีความเป็นเอกภาพคือเรากำลังสู้ เรากำลังซ่อม และเรากำลังสร้างสังคมไทย ตนอยากให้เรามองย้อนโมเดลที่ผ่านมาของประเทศไทย อย่างแรกคือ โมเดลการสร้างรูปแบบเศรษฐกิจประชารัฐ ที่ให้กลุ่มทุนใหญ่เข้าร่วมมาทำงานกับภาครัฐ โดยคาดว่า จะสามารถดึงภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กขึ้นไปด้วย
 
นายธนาธรกล่าวว่า จากโมเดลเศรษฐกิจประชารัฐตนสามารถสรุปได้เป็น 3 ขา คือ 
1. การให้กลุ่มทุนใหญ่เข้ามากำหนด เป็นหัวหอกในการพัฒนาเศรษฐกิจ 
2. เปิดเสรีให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน เช่น โครงการอีอีซี และโครงการรถไฟความเร็วสูง 
และ 3. สงเคราะห์คนยากไร้ให้อยู่พออยู่ได้
กลไกแบบนี้จะพาเราไปสู่อนาคตแบบที่มีแต่การพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติ ที่จะทำให้ประเทศไทยเติบโตต่อไปอย่างไร้เทคโนโลยี และอำนาจที่มาจากการแต่งตั้งสูงกว่าเสียงและอำนาจของประชาชน จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม และสุดท้าย การกดทับกีดกันเสรีภาพจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนามนุษย์ และการพัฒนานวัตกรรมของประเทศ
 
นายธนาธรกล่าวว่า เราจึงอย่ากลัวอนาคต อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง แต่เราควรกลัวว่าเราจะสายเกินกาล ตนอยากเสนอเรื่องที่ค่อนข้างกว้าง และเป็นนามธรรม ในอนาคตผมอยากเห็นประชาชนมีความมั่นคง มีสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าถึงบริการภาครัฐ ทั้งน้ำ อากาศ และการเดินทางสาธารณะ มีสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียมกัน ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในระดับโลก แต่จากนี้จะสร้างประเทศไทยจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร
 
ตนจึงเสนอว่า เราจำเป็นต้องกลับมาดูปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยปัจจุบันก่อน คือ 
1. การบริโภคของประชาชน จากการพิจารณายอดขายของบริษัทประเภทสินค้าอุปโภคบริโภคที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในปี 2562 จะพบว่ามียอดขายลดลง ทั้งที่การเติบโตของ GDP ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 จะเพิ่มขึ้น 
2. การลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถทำเกิดการจ้างงาน และการลงทุนครั้งใหญ่ให้กับประเทศไทยได้อีกต่อไป 
และ 3. การส่งออกและการนำเข้า ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าจีนและสหรัฐอเมริกา 
 
ดังนั้น ถ้าดูแล้วจะพบว่าทั้ง 3 ข้อจะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไกลกว่านี้ จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการใช้จ่ายภาครัฐ ในระดับที่ใหญ่พอที่จะให้ทั้งสามตัวกลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งการใช้จ่ายภาครัฐต้องไม่ใช่ทำแบบบี้หัวแตก ไม่ใช่เพื่อจัดนิทรรศการ ไม่ใช่เพื่อฝึกอบรม และไม่นำเพื่อไปอุ้มระบบราชการ แต่เราต้องนำเอาปัญหาที่เกิดขึ้นของประเทศมาสร้างเป็นดีมาน จากนั้นนำเอาดีมานด์อุตสาหกรรม และเอาอุตสาหกรรมมาสร้างเทคโนโลยีที่เป็นของประเทศไทย” นายธนาธรกล่าว
 
นายธนาธรกล่าวว่า พิมพ์เขียวเศรษฐกิจยังไม่พอ เรายังต้องมีพิมพ์เขียวการบริหารภาครัฐ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้สภาผู้แทนราษฎรเพิ่งผ่านงบประมาณรายจ่าย 2563 โดยอีกไม่นานเราจะต้องวางกรอบงบรายจ่ายของประมาณปี 2564 อีก พรรคอนาคตใหม่อยากเสนอให้จัดทำงบประมาณแบบ Zero-based budgeting คือการวางงบแบบเริ่มออกแบบใหม่ว่าปัญหาของประเทศคืออะไร และเราต้องการอะไร นี่คือสิ่งที่เราต้องเปลี่ยน เราอยากเห็นการใช้งบประมาณที่เกิดประโยชน์ เราอยากเห็นการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมือง ไม่กระจุกตัวอยู่เพียงส่วนกลาง อย่าให้การตัดสินใจอยู่ที่ กทม.อย่างเดียว
 
นายธนาธรกล่าวว่า นอกจากนี้ เรายังต้องมีพิมพ์เขียวการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ก่อนหน้านี้บริษัทไทยซัมมิท ได้จัดกิจกรรม CSR ด้วยการไปปลูกป่าชายเลน สร้างวัด และโรงเรียน โดยหากเราจะลงทุนสร้างค่ายวิทยาศาตร์ และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาเยาวชนให้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมต้องใช้เงินประมาณ 40 ล้านบาท และหากต้องการจะสร้างใน 700 อำเภอทั่วประเทศไทย เราจะใช้งบ 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเท่ากับราคาเรือดำน้ำ 2 ลำ
 
หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวเพิ่มอีกว่า หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่เรายังมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำตามนโยบายของเรา ยกตัวอย่างด้านประชาธิปไตย เราได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช. พ.ร.บ.ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ด้านสวัสดิการ เราได้ผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิแรงงาน และด้านแก้ไขกลุ่มทุนผูกขาด เราได้ผลัก พ.ร.บ.สุราเสรี
 
เราตั้งใจจริงที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ แต่ทุกอย่างจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราไม่มีพิมพ์เขียวด้านการเมือง ก็จะไม่มีทางสำเร็จได้ เพราะกว่า 88 ปี ของการพัฒนาประชาธิปไตยไทยที่มีรัฐธรรมนูญกว่า 20 ฉบับ ทุกคนคิดว่าโครงสร้างแบบนี้ไม่สามารถพาประเทศไทยไปข้างหน้าได้ ดังนั้น เราต้องจัดการปัญหาทางการเมือง เพราะการเมืองที่ดีเท่านั้นที่จะทำให้เศรษฐกิจดีได้” นายธนาธรกล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่