หลังจากตั้งกระทู้ส่วนตัวเรื่องนั่น เรื่องนี่มาเยอะแยะ นี่จะเป็นกระทู้แรกละกันที่ขอระบายสิ่งที่อยู่ในใจ แล้วผมคิดว่าคนอื่นไม่เข้าใจสักหน่อยดีกว่า จริงๆผมมี background story ที่ยาวมากๆ บางสิ่งที่เกิดขึ้นเวอร์ยิ่งกว่าละครหรือนิยาย แต่กล้าบอกได้เลยว่ามันคือเรื่องจริง บางเรื่องก็เล่าไม่ได้เพราะไม่ใช่เรื่องที่ดี อาจจะส่งผลให้ผมเสียหายในหลายๆด้าน ผมไม่ขอลงรายละเอียดอะไรเยอะ เอาเป็นว่ามาอ่านสิ่งที่อยู่ในใจผมวันนี้ดีกว่า
ความรู้สึกในแต่ละวันตอนนี้สำหรับผม ผมรู้สึกว่า การมีชีวิตต่อๆไปในแต่ละวัน มันยากมากกกกกกกกกกกกก ยากแม้กระทั่งหายใจใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ ผมก็เคยเป็นเหมือนทุกๆคนนั้นแหละ อยากรวย อยากเป็นเจ้าของกิจการ ผมเคยมีคู่รัก ผมเคยมีแม่ ผมใช้ชีวิตและมีความใฝ่ฝันถึงแต่ในสิ่งที่ดีขึ้น เหมือนกับทุกๆคน ผมคือคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง อีโก้สูง ดื้อรั้น ทะเยอทะยาน คิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนทั่วไป ชีวิตมีเป้าหมายฝันไว้ว่า อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ มีเงินซื้อบ้าน ซื้อรถมาเป็นของตัวเอง เพื่อเมียและแม่ แต่สิ่งที่เคยฝันถึง นั่นคือเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว
ตั้งแต่ 2018 มา ผมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผมเริ่มท้อ เริ่มหมดเป้าหมาย ผมเสียแม่ไปตอนประมาณปี 2016 ผมรับรู้ได้เลยว่า ผมเสียคนที่เขารักผมมากที่สุดในโลกไปแล้ว เพราะไม่มีใครรักผมได้เท่ากับแม่ผม ส่วนเรื่องพ่อคือ ชีวิตนี้ผมไม่เคยมีพ่อ เพราะพ่อแม่แยกกันตั้งแต่ผมยังเด็กๆ ผมมีโอกาสได้เจอพ่อแค่ช่วงปิดเทอมสั้นๆ และพ่อก็เสียตั้งแต่ผมอายุ 15 เสียไปนานมากๆแล้ว
ชีวิตรักของผม ผมมีเมียมา 12 ปี ไม่มีลูก จริงๆเราทั้งคู่พังตั้งแต่ปีที่ 7 แต่เราฝืนอยู่ต่อด้วยกันมาจนถึง 12 ปี และเมื่อปีที่แล้ว 2019 ที่ผ่านมา เมียผมพาแฟนใหม่เข้าบ้าน ผมถึงได้ย้ายบ้านออกมาเช่าห้องอยู่คนเดียวใกล้ๆที่ออฟฟิศที่ตัวเองทำงาน ผมไม่เสียใจเท่าไหร่เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องมีวันนี้ แล้วผมก็มีความรักครั้งใหม่ในรูปแบบที่ผมเป็นฝ่ายรักเขาข้างเดียว ผมแอบหวังตั้งใจให้เขาเป็นเหคุผลที่จะทำให้ผมใช้ชีวิตอยู่ต่อเพื่อที่จะได้จะดูแลเขา แต่มันก็ไม่มีทางจะเป็นไปได้ และเขาก็ไม่ได้ต้องการความรักจากผม ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณจะเห็นว่าผมมีเป้าหมายหลักที่จะทำเพื่อคนอื่นมากกว่าตัวเอง สิ่งที่ผมเคยอยากซื้อให้ตัวเองในสมัยก่อนก็มีแต่ figure ของสะสม นอกนั้นไม่มีอะไรเลยที่อยากทำ นอกจากทำให้ตัวเองมีสิ่งต่างๆเพื่อที่จะมอบให้ผู้อื่น
ในสมัยก่อนที่ผ่านมา ผมอยู่แบบมีความหวังจะเติบโต แม้จะทำให้ผู้อื่น แต่ผมก็ยังมีสิ่งของที่อยากได้มาให้ตัวเอง ยังรักตัวเองบ้าง แต่เมื่อผมผ่านทุกสิ่งมาจนวันนี้ ผมไม่มีประเทศที่อยากเที่ยว ไม่มีของที่อยากได้ ไม่มีอาหารที่อยากกิน เรียกได้ว่าผมไม่รักตัวเองเอาซะเลย ผมทำงานหหาเงินมาเพื่อใช้หนี้สินที่ตัวเองเคยก่อเอาไว้เท่านั้น มีชีวิตเพื่อหาเงินใช้หนี้สิน ผมพยายามหลอกตัวเองด้วยการสร้างเป้าหมายที่ตัวเองอยากทำก่อนตายขึ้นมาเพื่อหลอกให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อ เหมือนว่ามันจะได้ผล แต่ในวันนี้มันแทบไม่มีผล สิ่งที่ผมจะต้องทำต่อจากนี้ เหลือแค่ไม่กี่เรื่องแล้ว ยิ่งผมทำ To Do List ของผมสำเร็จมากเท่าไหร่ ชีวิตผมยิ่งเข้าใกล้ความตายมากขึนเท่านั้น สิ่งเดียวที่ผมยังทำไม่สำเร็จคือการก้าวผ่านความกลัวเจ็บ ผมไม่กลัวหรอกความตายน่ะ แต่ผมกลัวว่าตัวเองจะทุกข์ทน ทรมานก่อนที่จะตาย ผมถึงยังฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ และผนวกกับยังมีเรื่องบางอย่างที่อยากทำให้สำเร็จก่อน อย่างน้อยๆคือใช้หนี้ เพราะผมไม่อยากให้ใครด่าว่าฆ่าตัวตายหนีหนี้ (ซึ่งหนี้ใกล้จะหมดแล้ว)
มีหลายคนบอกให้ผมเข้าวัดทำสมาธิสวดมนต์ เข้าทางธรรม การฆ่าตัวตายคือบาป แต่บอกเลยว่าผมเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องบุญ กรรม ชาตินี้ ชาติหน้า นรกสวรรค์สำหรับผมไม่มีจริง เพราะผมเชื่อว่าคนเรามีแค่ 1 ชีวิต ถ้าตายแล้วก็คงเหมือน Computer เวลา Shut Down แต่สิ่งที่ผมเชื่อคือ ผมเชื่อเรื่องกรรมดี กรรมชั่วที่เกิดจากการกระทำ ส่วนทางเรื่องศาสนา ผมไม่มีใจจะเข้าหาเลย เพราะไม่ศรัทธา
มีคนบอกว่าผมอายุยังไม่เยอะ แถมโสดภาระไม่มี พ่อแม่ก็ไม่มี ลูกก็ไม่มี ผมควรสนุกกับชีวิตให้มากกว่านี้ แต่ผมสนุกไม่ออกครับ ผมท้อแท้ ผมรู้สึกไม่มีใคร เหมือนตัวคนเดียวบนโลก เพราะผมไม่สนิทกับญาติฝั่งพ่อหรือฝั่งแม่เลย พ่อแม่ก็ตาย เมียก็เลิก ตอนนี้เช่าบ้านอยู่คนเดียว ชีวิตตอนนี้มันไม่สนุกจริงๆ อยากหายไปจากโลกนี้เพื่อหนีทุกสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ และไม่มีใครเข้าใจผมเลยสักคน มัวแต่บอกให้ผมทำนั่น ทำนี่ เช่นบอกว่าหาสิ่งที่ชอบ สิ่งที่มีความสุขทำ
แต่ผมไม่รู้จะทำอะไร และไม่มี passion จะทำด้วย ไม่คิดจะหาอะไรทั้งนั้น มันรู้สึกเหนื่อยแม้กระทั่งหายใจ ทุกวันนี้ แม้แต่ตอนนี้ที่กำลังพิมพ์อยู่ ผมยังตอบคำถามตัวเองไม่ได้เลยว่ามีชีวิตไปเพื่ออะไร ทำไมยังไม่ตายวะ ทำไมผมถึงยังอยู่ แล้วจะอยู่เพื่อใคร เพื่ออะไร ผมก็เหมือนกับระเบิดเวลาที่นับถอยหลังตัวเองนั่นแหละ รอวันที่ผมจะทำทุกอย่างสำเร็จดังใจ แล้วรอวันก้าวผ่านความกลัวการเจ็บปวดทรมาน หรือเจอวิธีที่จะตายที่ดีที่สุด เมื่อผมก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นมาได้ ผมคงตัดสินใจฆ่าตัวตายจริงๆ ผมไม่มีพ่อแม่ที่ต้องทดแทนบุญคุณ ไม่มีคนข้างหลังให้ต้องห่วง เพราะฉะนั้นการตายของผม จะไม่มีทางสร้างความเสียใจให้ใครทั้งนั้นแน่นอน
ชีวิตตอนนี้เหมือนกับเราอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆที่ไม่เข้าใจเราว่าเรารู้สึกยังไง ผมรู้ว่าพวกเขาหวังดี ถึงได้แนะนำผมไปแบบนั้น แต่ผมไม่สามารถทำได้ แถมคำแนะนำบางอย่างมันขัดกับความเชื่อในหัวผม มันเลยกลายเป็นนสร้างความหงุดหงิดให้ผม บางคนก็มาให้กำลังใจแบบขอไปที ซึ่งผมฟังแล้วไม่รู้สึกว่ามันช่วยอะไรเลย แม้แต่การตั้งกระทู้นี้ ผมยังไม่รู้เลยว่าตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร จะตั้งขึ้นมาทำไมในเมื่อวันข้างหน้าผมก็ต้องฆ่าตัวตายอยู่ดี แต่ผมแค่อยากพิมพ์ อยากระบายในสิ่งที่มันอยู่ในใจก็เท่านั้นเอง อาจจะมีบ้างที่แอบหวังว่าจะมีคอมเม้นต์ที่ทำให้ผมอ่านแล้วมี Inspiration แต่ก็ไม่ได้คิดถึงขนาดว่า ฉันตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อขอความเห็นใจหรือ Seek Attention ผมแค่เครียดแบบเครียดมากๆ เพราะผมคุยกับใครไม่ได้ ไม่มีใครฟังผมพูดจบ ไม่มีใครให้คำแนะนำที่ดี
การพิมพ์ลงใน Pantip ผมเลยคิดว่าดีที่สุดเพื่อลดทอนอาการอึดอัดภายในใจที่มีอยู่ สุดท้ายนี้ผมได้แต่หวังว่า ผมจะดีขึ้นมาบ้าง ชวิตตอนนี้เหมือนมัน 50/50 ครึ่งนึงของผมตายไปแล้ว ส่วนอีกครึ่งนึงก็ยังไม่ได้อยากรีบตายสักเท่าไหร่ เหมือนจะยังรออะไรบางอย่างอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากที่จะมีชีวิตเพื่อให้ความรักหรือทำดีเพื่อดูแลใครสักคนเหมือนกัน
ใครที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ยังไง ก็ขอบคุณมากๆครับ สำหรับกระทู้นี้ผมคงพอแค่นี้ก่อนเพราะผมว่าผมระบายความในใจออกไปเยอะแล้วล่ะ
หมดกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไปในแต่ละวัน
ความรู้สึกในแต่ละวันตอนนี้สำหรับผม ผมรู้สึกว่า การมีชีวิตต่อๆไปในแต่ละวัน มันยากมากกกกกกกกกกกกก ยากแม้กระทั่งหายใจใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ ผมก็เคยเป็นเหมือนทุกๆคนนั้นแหละ อยากรวย อยากเป็นเจ้าของกิจการ ผมเคยมีคู่รัก ผมเคยมีแม่ ผมใช้ชีวิตและมีความใฝ่ฝันถึงแต่ในสิ่งที่ดีขึ้น เหมือนกับทุกๆคน ผมคือคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง อีโก้สูง ดื้อรั้น ทะเยอทะยาน คิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนทั่วไป ชีวิตมีเป้าหมายฝันไว้ว่า อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ มีเงินซื้อบ้าน ซื้อรถมาเป็นของตัวเอง เพื่อเมียและแม่ แต่สิ่งที่เคยฝันถึง นั่นคือเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว
ตั้งแต่ 2018 มา ผมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผมเริ่มท้อ เริ่มหมดเป้าหมาย ผมเสียแม่ไปตอนประมาณปี 2016 ผมรับรู้ได้เลยว่า ผมเสียคนที่เขารักผมมากที่สุดในโลกไปแล้ว เพราะไม่มีใครรักผมได้เท่ากับแม่ผม ส่วนเรื่องพ่อคือ ชีวิตนี้ผมไม่เคยมีพ่อ เพราะพ่อแม่แยกกันตั้งแต่ผมยังเด็กๆ ผมมีโอกาสได้เจอพ่อแค่ช่วงปิดเทอมสั้นๆ และพ่อก็เสียตั้งแต่ผมอายุ 15 เสียไปนานมากๆแล้ว
ชีวิตรักของผม ผมมีเมียมา 12 ปี ไม่มีลูก จริงๆเราทั้งคู่พังตั้งแต่ปีที่ 7 แต่เราฝืนอยู่ต่อด้วยกันมาจนถึง 12 ปี และเมื่อปีที่แล้ว 2019 ที่ผ่านมา เมียผมพาแฟนใหม่เข้าบ้าน ผมถึงได้ย้ายบ้านออกมาเช่าห้องอยู่คนเดียวใกล้ๆที่ออฟฟิศที่ตัวเองทำงาน ผมไม่เสียใจเท่าไหร่เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องมีวันนี้ แล้วผมก็มีความรักครั้งใหม่ในรูปแบบที่ผมเป็นฝ่ายรักเขาข้างเดียว ผมแอบหวังตั้งใจให้เขาเป็นเหคุผลที่จะทำให้ผมใช้ชีวิตอยู่ต่อเพื่อที่จะได้จะดูแลเขา แต่มันก็ไม่มีทางจะเป็นไปได้ และเขาก็ไม่ได้ต้องการความรักจากผม ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณจะเห็นว่าผมมีเป้าหมายหลักที่จะทำเพื่อคนอื่นมากกว่าตัวเอง สิ่งที่ผมเคยอยากซื้อให้ตัวเองในสมัยก่อนก็มีแต่ figure ของสะสม นอกนั้นไม่มีอะไรเลยที่อยากทำ นอกจากทำให้ตัวเองมีสิ่งต่างๆเพื่อที่จะมอบให้ผู้อื่น
ในสมัยก่อนที่ผ่านมา ผมอยู่แบบมีความหวังจะเติบโต แม้จะทำให้ผู้อื่น แต่ผมก็ยังมีสิ่งของที่อยากได้มาให้ตัวเอง ยังรักตัวเองบ้าง แต่เมื่อผมผ่านทุกสิ่งมาจนวันนี้ ผมไม่มีประเทศที่อยากเที่ยว ไม่มีของที่อยากได้ ไม่มีอาหารที่อยากกิน เรียกได้ว่าผมไม่รักตัวเองเอาซะเลย ผมทำงานหหาเงินมาเพื่อใช้หนี้สินที่ตัวเองเคยก่อเอาไว้เท่านั้น มีชีวิตเพื่อหาเงินใช้หนี้สิน ผมพยายามหลอกตัวเองด้วยการสร้างเป้าหมายที่ตัวเองอยากทำก่อนตายขึ้นมาเพื่อหลอกให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อ เหมือนว่ามันจะได้ผล แต่ในวันนี้มันแทบไม่มีผล สิ่งที่ผมจะต้องทำต่อจากนี้ เหลือแค่ไม่กี่เรื่องแล้ว ยิ่งผมทำ To Do List ของผมสำเร็จมากเท่าไหร่ ชีวิตผมยิ่งเข้าใกล้ความตายมากขึนเท่านั้น สิ่งเดียวที่ผมยังทำไม่สำเร็จคือการก้าวผ่านความกลัวเจ็บ ผมไม่กลัวหรอกความตายน่ะ แต่ผมกลัวว่าตัวเองจะทุกข์ทน ทรมานก่อนที่จะตาย ผมถึงยังฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ และผนวกกับยังมีเรื่องบางอย่างที่อยากทำให้สำเร็จก่อน อย่างน้อยๆคือใช้หนี้ เพราะผมไม่อยากให้ใครด่าว่าฆ่าตัวตายหนีหนี้ (ซึ่งหนี้ใกล้จะหมดแล้ว)
มีหลายคนบอกให้ผมเข้าวัดทำสมาธิสวดมนต์ เข้าทางธรรม การฆ่าตัวตายคือบาป แต่บอกเลยว่าผมเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องบุญ กรรม ชาตินี้ ชาติหน้า นรกสวรรค์สำหรับผมไม่มีจริง เพราะผมเชื่อว่าคนเรามีแค่ 1 ชีวิต ถ้าตายแล้วก็คงเหมือน Computer เวลา Shut Down แต่สิ่งที่ผมเชื่อคือ ผมเชื่อเรื่องกรรมดี กรรมชั่วที่เกิดจากการกระทำ ส่วนทางเรื่องศาสนา ผมไม่มีใจจะเข้าหาเลย เพราะไม่ศรัทธา
มีคนบอกว่าผมอายุยังไม่เยอะ แถมโสดภาระไม่มี พ่อแม่ก็ไม่มี ลูกก็ไม่มี ผมควรสนุกกับชีวิตให้มากกว่านี้ แต่ผมสนุกไม่ออกครับ ผมท้อแท้ ผมรู้สึกไม่มีใคร เหมือนตัวคนเดียวบนโลก เพราะผมไม่สนิทกับญาติฝั่งพ่อหรือฝั่งแม่เลย พ่อแม่ก็ตาย เมียก็เลิก ตอนนี้เช่าบ้านอยู่คนเดียว ชีวิตตอนนี้มันไม่สนุกจริงๆ อยากหายไปจากโลกนี้เพื่อหนีทุกสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ และไม่มีใครเข้าใจผมเลยสักคน มัวแต่บอกให้ผมทำนั่น ทำนี่ เช่นบอกว่าหาสิ่งที่ชอบ สิ่งที่มีความสุขทำ
แต่ผมไม่รู้จะทำอะไร และไม่มี passion จะทำด้วย ไม่คิดจะหาอะไรทั้งนั้น มันรู้สึกเหนื่อยแม้กระทั่งหายใจ ทุกวันนี้ แม้แต่ตอนนี้ที่กำลังพิมพ์อยู่ ผมยังตอบคำถามตัวเองไม่ได้เลยว่ามีชีวิตไปเพื่ออะไร ทำไมยังไม่ตายวะ ทำไมผมถึงยังอยู่ แล้วจะอยู่เพื่อใคร เพื่ออะไร ผมก็เหมือนกับระเบิดเวลาที่นับถอยหลังตัวเองนั่นแหละ รอวันที่ผมจะทำทุกอย่างสำเร็จดังใจ แล้วรอวันก้าวผ่านความกลัวการเจ็บปวดทรมาน หรือเจอวิธีที่จะตายที่ดีที่สุด เมื่อผมก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นมาได้ ผมคงตัดสินใจฆ่าตัวตายจริงๆ ผมไม่มีพ่อแม่ที่ต้องทดแทนบุญคุณ ไม่มีคนข้างหลังให้ต้องห่วง เพราะฉะนั้นการตายของผม จะไม่มีทางสร้างความเสียใจให้ใครทั้งนั้นแน่นอน
ชีวิตตอนนี้เหมือนกับเราอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆที่ไม่เข้าใจเราว่าเรารู้สึกยังไง ผมรู้ว่าพวกเขาหวังดี ถึงได้แนะนำผมไปแบบนั้น แต่ผมไม่สามารถทำได้ แถมคำแนะนำบางอย่างมันขัดกับความเชื่อในหัวผม มันเลยกลายเป็นนสร้างความหงุดหงิดให้ผม บางคนก็มาให้กำลังใจแบบขอไปที ซึ่งผมฟังแล้วไม่รู้สึกว่ามันช่วยอะไรเลย แม้แต่การตั้งกระทู้นี้ ผมยังไม่รู้เลยว่าตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร จะตั้งขึ้นมาทำไมในเมื่อวันข้างหน้าผมก็ต้องฆ่าตัวตายอยู่ดี แต่ผมแค่อยากพิมพ์ อยากระบายในสิ่งที่มันอยู่ในใจก็เท่านั้นเอง อาจจะมีบ้างที่แอบหวังว่าจะมีคอมเม้นต์ที่ทำให้ผมอ่านแล้วมี Inspiration แต่ก็ไม่ได้คิดถึงขนาดว่า ฉันตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อขอความเห็นใจหรือ Seek Attention ผมแค่เครียดแบบเครียดมากๆ เพราะผมคุยกับใครไม่ได้ ไม่มีใครฟังผมพูดจบ ไม่มีใครให้คำแนะนำที่ดี
การพิมพ์ลงใน Pantip ผมเลยคิดว่าดีที่สุดเพื่อลดทอนอาการอึดอัดภายในใจที่มีอยู่ สุดท้ายนี้ผมได้แต่หวังว่า ผมจะดีขึ้นมาบ้าง ชวิตตอนนี้เหมือนมัน 50/50 ครึ่งนึงของผมตายไปแล้ว ส่วนอีกครึ่งนึงก็ยังไม่ได้อยากรีบตายสักเท่าไหร่ เหมือนจะยังรออะไรบางอย่างอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากที่จะมีชีวิตเพื่อให้ความรักหรือทำดีเพื่อดูแลใครสักคนเหมือนกัน
ใครที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ยังไง ก็ขอบคุณมากๆครับ สำหรับกระทู้นี้ผมคงพอแค่นี้ก่อนเพราะผมว่าผมระบายความในใจออกไปเยอะแล้วล่ะ