ก่อนจะมีทุกอย่างในวันนี้ ก็ผ่านเรื่องแย่ๆมาก่อน งานประจำคือความมั่นคง จริงหรอ

เผื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่ท้อแท้ งานไม่มีเงินก็หมดกับในยุคที่อะไรๆก็เกิดขึ้นได้

เข้าเรื่องเลยนะคะ ฝ้ายเรียนจบมาหลายปีแล้ว แต่ในช่วงที่จบมาใหม่ๆก็ต้องสมัครงาน หางานตามเว็ป คลิ๊กเข้าไป อันไหนถูกใจ ก็กด resume ส่งไป แต่มือใหม่หัดใช้ เราลืมคลิ๊กคำว่า ยกเว้นงานประกัน !! เสียงเรียกเข้าโทรมาซ้ำแล้วซ้ำเล่ามักจะเป็นงานขายประกันทั้งหมด โคตรเกลียดอาชีพนี้เลย เข้าเว็ปอีกครั้งไปกดติ๊ก ไม่เอางานประกัน หลังจากนั้นก็มีโทรมาบ้าง งานแรกที่ได้คือธุรการจ้า จบคอมแต่ไปทำงานในโรงงานด้วยเงินเดือน 9000 บาท ในปี 2552 ป๊าด ในขณะที่คนอื่นๆ 15000 ป่ะ คือสมัยนั้นปริญญาตรีเป็นปีแรกค่าแรงต้อง 15000 รายวันต้อง300 เอาแล้วจะลาออกก็ไม่กล้าทนทำมาได้ซัก 3 เดือน แตะหลักหมื่นแล้วเว้ย หมื่นต้นๆทำมาได้ปีกว่า แต่วันนึงต้องลาออกเพราะมีความจำเป็นต้องกลับบ้านนอก

อยู่บ้านนอกได้ 1 ปี ดิ้นกลับมาทำงานในเมืองหลวง งานแรกคือ callcenter เงินเดือน 13500 16000 18000 ตามลำดับ ทำที่เดิม 3 ปี แต่เปลี่ยนหัวบริษัททุกปี แต่มันมีจุดพีคคือ ตั้งแต่ทำงานมา เงินเดือนไม่เคยพอใช้ หนี้บัตรเครดิตบานเลยจ้า โอ้ยทำงัยละทีนี้ ประจวบเหมาะกับมรสุมชีวิตคบกับคนๆนึงมาสิบปีแต่เลิกกัน มันติดการพนันเว้ย เราไม่อยากคบ แต่ก็ทน ทนได้งัย จนวันนึงเจอสามีคนปัจจุบัน คนที่ 2 ของชีวิตเหมือนฉุดขึ้นมาจากเหวเลย เราขอยืมเงินเค้า 2000 บาท ซื้อของมาขาย กำไรเยอะขึ้นเริ่มเป็นอีเจ้ขายส่งแระ แล้วก็ควักเงินอีก 199 บาทไปเป็นตัวแทนขายครีมอีก คราวนี้ขาย 2 อย่าง ลาออกจากงานประจำเลยจ้า คือเราก็กดดันตัวเอง คือกูไม่ไหวกับหัวหน้าแระ ยิ้มบีบอยู่นั้นแหละ ออกยิ้มเลย 55 หลังจากนั้นชีวิตมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีเงิน เริ่มใช้หนี้ มีอิสรภาพทางเวลา คบกับสามีได้ 1 ปี แต่งงานเลย ด้วยเงินของเรา2 คน

หลังจากนั้นต่อมาเริ่มขายน้ำหอม รับแบบพรีออเดอร์ จากเจ้าเล็กๆกลายเป็นเจ้าใหญ่ เออมันก็ดีแหละ แต่คราวนี้ ขาย3 อย่างเหนื่อยอีก ทำคนเดียว เลยลองนั่งถามตัวเองมีงานไรมั๊ยที่แบบกำไรมันจะได้เยอะกว่านี้อะ มีคนบอกว่าแม่ค้ากำไร 5-10 บาทก็เอา แต่เหนื่อย ถ้าเป็นนักธุรกิจกำไรมันต้องชัด ทุกอย่างคิดลงทุน เงินลอยมา เออ !! นั่นแหละอยากเป็นแบบนั้น ไปนั่งขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อะไรที่เค้าว่าดี ไปหมดจ้า ไปขอพร ขอให้ลูกได้กำไรเป็นแสน เป็นล้าน สิบล้าน ร้อยล้านต่อเดือนแต่ประเด็นคือ กำไรได้เท่านี้มันจะได้หลักล้านสิบล้านงัยวะ คือต้องถูกล็อตเตอรี่มั๊ยหรืองัย งั้นพักเรื่องนี้ไว้ก่อน ขออย่างเดียวคงจะได้หรอกนะ

ต่อมาด้วยความอ้วนเป็นเหตุ พี่คนนึงก็เลยอธิบายแบรนด์นึงให้ฟัง แล้วนัดกันไปคุยที่บริษัท เอาแล้ว!!!ขายตรงหรอ ไม่ ชั้นไม่เอา กูโดนหลอกอีกแล้ว แต่บังเอิญสามีกับโค้ชอธิบายให้เราเข้าใจสัจธรรมข้อนึงเรากินแล้วเห็นผล วันนึงจะมีคนทักเรามาเองโดยที่เราไม่ต้องไปบอกให้ใครมาซื้อหรอก เออมันก็เป็นงั้นจริงๆอะ ไขมันที่เรามี กินเห็นผล แลกเงินล้าน หลังจากนั้นก็เข้าไปเรียนไปฟังเรื่อยๆทุกวันพุธ แผนธุรกิจกายขาย เติมกำลังใจ นั่นแหละเราถึงบรรลุทางสว่าง ที่เราเคยขอพรว่าขอให้ได้กำไรเป็นหลักแสนหลักล้าน มันต้องมาทางนี้เท่านั้น

ต่อมาเข้าสู่วังวนการขายสินเชื่อธนาคารแห่งนึง ซึ่งเราไม่ได้หาลูกค้าจากการโทร แต่เราอาศัยจากทางเฟสบุ๊คนี่แหละ เราว่ามันค่อนข้างดีเลยทีเดียว ดีกว่านั่งโทร แล้วให้ปลายสายด่าหรือปฎิเสธ อันนี้รายได้ค่าคอมค่อนข้างดีทีเดียว

ต่อมาอีก !! อันนี้พีคสุด หัวข้อการขายประกัน ที่เด็กรุ่นใหม่ จบใหม่ ไม่เอาแน่นอน แต่เราเข้ามาสู่วังวนนี้เพราะเพื่อนที่ทำบัตรเครดิตนั้นแหละ ตอนนี้เพิ่งขายได้เดือนเดียว ได้สิทธิ์เที่ยวฟรี 2 ที่นั่งแล้วจ๊ะ

สรุปประสบการณ์นี่ยิ้มทรหดจริงๆ ขายหลายอย่าง ทำหลายอย่างจนคนอื่นงง แต่เราไม่งง เราชอบของเราแบบนี้แหละ ถ้าใครคิดว่าตกงาน ท้อแท้ คุณลองพยายามนะ เรื่องเล่าของฝ้ายอาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย แต่ในระหว่างช่วงชีวิต ก็ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรคนะ ก็มีแต่ผ่านมันมาได้ด้วย 2 มือของเราคะ

จบข่าว รีบไปหาไรกินหน่อย เย็นวันศุกร์เราไม่เหงา

ติดตามและเป็นกำลังใจได้ที่
FB : Sunisa Rakravee

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่