สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเจ้าของกระทู้เลย หากทำอะไรผิดพลาด ก็ขออภัยด้วยน้าาา
ขออนุญาตแนะนำตัว เจ้าของกระทู้เป็นสาววัยทำงาน อายุย่างเข้า 27 ปีแล้ว
ตอนนี้รู้สึกหมดไฟในการทำงานมากๆ แทบไม่มีกำลังใจหรือแรงบันดาลใจในการทำงานด้วยซ้ำ
รู้สึกว่างานที่ทำอยู่มันไม่ใช่ตัวตนของเรา ความสุขความบันเทิงในชีวิตดูลดลง ก่อนหน้านี้ก็พยายามเปลี่ยนแปลง/ปรับเปลี่ยนแนวคิดของตัวเองแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ผล เลยอยากขอคำแนะนำจากเพื่อนๆในพันทิปค่ะ
งั้นขออนุญาตเล่าประวัติการศึกษา/การทำงานของตัวเอง เพื่อให้เพื่อนๆช่วยแนะนำอาชีพที่คิดว่าเจ้าของกระทู้น่าจะลองสมัครงานดูค่ะ
- จบคณะวิทยาศาสตร์ ชีวเคมี จากมหาวิทยาลัย top5 ของไทย เกรดเฉลี่ยมากกว่า 3.5 ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับพอใช้
- ตอนจบใหม่เลือกทำงานที่บริษัทที่ 1 สายงาน QC lab ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของคนไทย ไม่ใหญ่มาก ไม่มีโอทีเลย ทำ8โมง เลิก5โมงเย็นทุกวัน ทำได้เกือบปีก็ลาออก เนื่องจากทำงานจันทร์-เสาร์ และอยากหาความก้าวหน้าให้ตัวเอง
- บริษัทที่ 2 ย้ายไปทำงานกับบริษัทต่างชาติ แต่ยังคงเป็นสายงาน QC lab เหมือนเดิม ที่นี่เจ้าของกระทู้ได้เรียนรู้งานที่เป็นระบบมากขึ้น บริษัทมีมาตรฐานสูง สวัสดิการค่อนข้างดี ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ มีโอทีพอประมาณ แต่ก็ทำได้อยู่ประมาณ 2ปี 8เดือน ก็ตัดสินใจลาออก เนื่องจากมองไม่เห็นความก้าวหน้า โอกาสในการเติบโตช้า ไม่อยากทำแลปแล้ว เลยเลือกที่จะหางานใหม่ (ตอนนั้นคือรู้สึกอยากจะโตขึ้น หัวหน้าก็ชื่นชมการทำงานของเรา แต่เนื่องจากข้อจำกัดของโครงสร้างองค์กร/แผนก ทำให้ไม่สามารถที่จะโตได้)
**** การทำงานในสาย QC lab สำหรับเจ้าของกระทู้ ถือว่าไม่ได้เลวร้ายหรือกดดันอะไรมาก แค่วางแผนว่าวันนี้จะต้องทำอะไรให้เสร็จบ้าง งานจบคือจบ ไม่ต้องเก็บเอามาคิดมากที่บ้าน ****
- บริษัทที่ 3 นับว่าเป็นบริษัทใหญ่ ซึ่งครั้งนี้เปลี่ยนสายงานไปนิดหน่อย ได้ทำตำแหน่ง QA/QC supervisor ถือว่าเป็นการท้าทายมากที่สุดในชีวิตการทำงานเลยจริงๆ ได้เรียนรู้งานใหม่ๆ เปิดหูเปิดตาในโลกการทำงานสุดๆ ต้องติดต่อกับคนนอกคนในเยอะไปหมด รู้สึกชอบเนื้องาน (ถึงแม้ว่างานจะหนักมาก เลิกไม่เป็นเวลา) แต่ก็นั่นแหละค่ะ ข้อเสียมันเยอะจนกว่าจะทนไหว งานนี้ทำให้เรากลายเป็นคนเครียดง่าย เก็บเอางานกลับมาคิดตลอดเวลา โดนโทรตามงานดึกๆดื่นๆ ไหนจะต้องสู้รบตบมือกับเพื่อนร่วมงาน จนทำให้ไม่มีความสุขเอาซะเลย work-life balance คือแย่มาก
เอาจริงๆก็รู้ตัวตั้งแต่ 2 เดือนแรกแล้ว ว่าวัฒนธรรมองค์กรที่นี่ไม่แมทช์กับเรา แต่ตอนนั้นคือใจสู้ คิดว่าเราต้องทำได้ ขอแค่อดทนเข้าไว้ สุดท้ายมันทนไม่ไหวจริงๆค่ะ ทำได้สุทธิ 7 เดือน เลยตัดสินใจลาออกอีกครั้ง
-บริษัทที่ 4 คือที่ที่ทำอยู่ปัจจุบัน (จริงๆแล้วกลับไปทำงานกับบริษัทที่ 2 แต่เปลี่ยนหน้าที่และตำแหน่งงาน) การตัดสินใจกลับมาอยู่บริษัทเดิม เพราะมีคนชักชวนให้กลับมา นี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดถูกหรือคิดผิด แต่ที่รู้ๆคือไม่สามารถทำงานบริษัทที่ 3 ต่อไปได้อย่างจิตปกติสุข #เอาวะเป็นไงเป็นกัน อย่างน้อยเราก็รู้ background ของบริษัทเก่าแหละ
ซึ่งเนื้องานที่เจ้าของกระทู้ต้องรับผิดชอบ คือเป็น coordinator เกี่ยวกับการรับ-ตอบข้อร้องเรียนของลูกค้า ฟังดูแล้วอาจจะคิดว่าคงไม่หนักหนาสาหัสมากหรอก พอมาทำเข้าจริงเท่านั้นแหละ โอโห้!!! ทำไมมันเยอะแบบนี้ บางเรื่องก็ปิดจบได้ไม่ยาก บางเรื่องก็ต้องประสานงานกับฝ่ายต่างๆเพื่อหาทางแก้ปัญหา
นั่นแหละค่ะ ความยากและหนักใจมันอยู่ตรงนี้ เพราะเราไม่สามารถที่จะคอนโทรลได้เองคนเดียว ต้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องมา support จากนั้นเราต้องคอยนัดประชุม ตามความคืบหน้า อัพเดทข้อมูล ทำรีพอร์ต บลาๆ ในขณะเดียวกับฝั่งลูกค้าก็ตามยิกๆ มีไทม์ไลน์ในการทำรายงานอยู่ว่าต้องปิดจบให้ได้ภายในวันนี้นะ คือแบบ มันเหนื่อยมากจริงๆกับการทำงานปริมาณเยอะๆในเวลาที่จำกัด (อยู่ในช่วงที่บริษัทงดโอที เลยต้องทำโอฟรี) บางวันเอางานกลับมาทำที่บ้านถึงตี 2 ก็มี นี่ยังไม่รวมงานที่ได้รับมอบหมายอื่นๆอีกนะเออ
นี่คือจุดเริ่มต้นของไฟที่เริ่มมอด ความรู้สึกเบื่อก็เกิดขึ้นบ่อย ประกอบกับรู้สึกว่าตัวเองไม่ชอบงานลักษณะนี้ (การเป็นคนกลางนี่มันไม่ง่ายเลยนะคะ คนนั้นจะเอาแบบนี้ คนนี้บอกมาว่าทำแบบโน้นสิ) ความกดดันที่ต้องแบกรับ ความรับผิดชอบที่ต้องทำให้สำเร็จ กลายเป็นว่าเรารู้สึกกดดันตัวเองมากๆ แต่ๆๆๆ ข้อดีของงานปัจจุบันก็คือ หัวหน้าและเพื่อนในแผนกที่ดีสุดๆไปเลย นี่คงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยังทำงานนี้อยู่
**** งานด้าน supervisor กับ coordinator เป็นงานที่ท้าทาย เงินเดือนสูงขึ้น แต่ก็ต้องแลกกับความกดดันและเวลาทำงานที่มาล้ำเส้นชีวิตส่วนตัวอยู่บ่อยครั้ง ****
ใครอ่านถึงตรงนี้ ก็ขอบคุณมากๆนะคะ ที่เข้ามาฟังเรื่องราวของเจ้าของกระทู้
งั้นเข้าเรื่องเลยแล้วกันค่ะ #ถ้าหากว่าอยากเปลี่ยนสายงาน หรือเปลี่ยนบริษัท ช่วยแนะนำหน่อยค่ะว่าจะไปทำอะไรดี
วุฒิการศึกษา/ประสบการณ์ ประมาณนี้ เบื่อแล้วกับการเป็น QA-QC ในสายโรงงานยา/เครื่องสำอาง
อยากลองทำอะไรใหม่ๆ แต่ก็ยังไม่กล้าเสี่ยง ช่วยกันแนะนำหน่อยนะคะ
ช่วยแนะนำงานใหม่ให้หน่อยค่ะ
ขออนุญาตแนะนำตัว เจ้าของกระทู้เป็นสาววัยทำงาน อายุย่างเข้า 27 ปีแล้ว
ตอนนี้รู้สึกหมดไฟในการทำงานมากๆ แทบไม่มีกำลังใจหรือแรงบันดาลใจในการทำงานด้วยซ้ำ
รู้สึกว่างานที่ทำอยู่มันไม่ใช่ตัวตนของเรา ความสุขความบันเทิงในชีวิตดูลดลง ก่อนหน้านี้ก็พยายามเปลี่ยนแปลง/ปรับเปลี่ยนแนวคิดของตัวเองแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ผล เลยอยากขอคำแนะนำจากเพื่อนๆในพันทิปค่ะ
งั้นขออนุญาตเล่าประวัติการศึกษา/การทำงานของตัวเอง เพื่อให้เพื่อนๆช่วยแนะนำอาชีพที่คิดว่าเจ้าของกระทู้น่าจะลองสมัครงานดูค่ะ
- จบคณะวิทยาศาสตร์ ชีวเคมี จากมหาวิทยาลัย top5 ของไทย เกรดเฉลี่ยมากกว่า 3.5 ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับพอใช้
- ตอนจบใหม่เลือกทำงานที่บริษัทที่ 1 สายงาน QC lab ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของคนไทย ไม่ใหญ่มาก ไม่มีโอทีเลย ทำ8โมง เลิก5โมงเย็นทุกวัน ทำได้เกือบปีก็ลาออก เนื่องจากทำงานจันทร์-เสาร์ และอยากหาความก้าวหน้าให้ตัวเอง
- บริษัทที่ 2 ย้ายไปทำงานกับบริษัทต่างชาติ แต่ยังคงเป็นสายงาน QC lab เหมือนเดิม ที่นี่เจ้าของกระทู้ได้เรียนรู้งานที่เป็นระบบมากขึ้น บริษัทมีมาตรฐานสูง สวัสดิการค่อนข้างดี ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ มีโอทีพอประมาณ แต่ก็ทำได้อยู่ประมาณ 2ปี 8เดือน ก็ตัดสินใจลาออก เนื่องจากมองไม่เห็นความก้าวหน้า โอกาสในการเติบโตช้า ไม่อยากทำแลปแล้ว เลยเลือกที่จะหางานใหม่ (ตอนนั้นคือรู้สึกอยากจะโตขึ้น หัวหน้าก็ชื่นชมการทำงานของเรา แต่เนื่องจากข้อจำกัดของโครงสร้างองค์กร/แผนก ทำให้ไม่สามารถที่จะโตได้)
**** การทำงานในสาย QC lab สำหรับเจ้าของกระทู้ ถือว่าไม่ได้เลวร้ายหรือกดดันอะไรมาก แค่วางแผนว่าวันนี้จะต้องทำอะไรให้เสร็จบ้าง งานจบคือจบ ไม่ต้องเก็บเอามาคิดมากที่บ้าน ****
- บริษัทที่ 3 นับว่าเป็นบริษัทใหญ่ ซึ่งครั้งนี้เปลี่ยนสายงานไปนิดหน่อย ได้ทำตำแหน่ง QA/QC supervisor ถือว่าเป็นการท้าทายมากที่สุดในชีวิตการทำงานเลยจริงๆ ได้เรียนรู้งานใหม่ๆ เปิดหูเปิดตาในโลกการทำงานสุดๆ ต้องติดต่อกับคนนอกคนในเยอะไปหมด รู้สึกชอบเนื้องาน (ถึงแม้ว่างานจะหนักมาก เลิกไม่เป็นเวลา) แต่ก็นั่นแหละค่ะ ข้อเสียมันเยอะจนกว่าจะทนไหว งานนี้ทำให้เรากลายเป็นคนเครียดง่าย เก็บเอางานกลับมาคิดตลอดเวลา โดนโทรตามงานดึกๆดื่นๆ ไหนจะต้องสู้รบตบมือกับเพื่อนร่วมงาน จนทำให้ไม่มีความสุขเอาซะเลย work-life balance คือแย่มาก
เอาจริงๆก็รู้ตัวตั้งแต่ 2 เดือนแรกแล้ว ว่าวัฒนธรรมองค์กรที่นี่ไม่แมทช์กับเรา แต่ตอนนั้นคือใจสู้ คิดว่าเราต้องทำได้ ขอแค่อดทนเข้าไว้ สุดท้ายมันทนไม่ไหวจริงๆค่ะ ทำได้สุทธิ 7 เดือน เลยตัดสินใจลาออกอีกครั้ง
-บริษัทที่ 4 คือที่ที่ทำอยู่ปัจจุบัน (จริงๆแล้วกลับไปทำงานกับบริษัทที่ 2 แต่เปลี่ยนหน้าที่และตำแหน่งงาน) การตัดสินใจกลับมาอยู่บริษัทเดิม เพราะมีคนชักชวนให้กลับมา นี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดถูกหรือคิดผิด แต่ที่รู้ๆคือไม่สามารถทำงานบริษัทที่ 3 ต่อไปได้อย่างจิตปกติสุข #เอาวะเป็นไงเป็นกัน อย่างน้อยเราก็รู้ background ของบริษัทเก่าแหละ
ซึ่งเนื้องานที่เจ้าของกระทู้ต้องรับผิดชอบ คือเป็น coordinator เกี่ยวกับการรับ-ตอบข้อร้องเรียนของลูกค้า ฟังดูแล้วอาจจะคิดว่าคงไม่หนักหนาสาหัสมากหรอก พอมาทำเข้าจริงเท่านั้นแหละ โอโห้!!! ทำไมมันเยอะแบบนี้ บางเรื่องก็ปิดจบได้ไม่ยาก บางเรื่องก็ต้องประสานงานกับฝ่ายต่างๆเพื่อหาทางแก้ปัญหา
นั่นแหละค่ะ ความยากและหนักใจมันอยู่ตรงนี้ เพราะเราไม่สามารถที่จะคอนโทรลได้เองคนเดียว ต้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องมา support จากนั้นเราต้องคอยนัดประชุม ตามความคืบหน้า อัพเดทข้อมูล ทำรีพอร์ต บลาๆ ในขณะเดียวกับฝั่งลูกค้าก็ตามยิกๆ มีไทม์ไลน์ในการทำรายงานอยู่ว่าต้องปิดจบให้ได้ภายในวันนี้นะ คือแบบ มันเหนื่อยมากจริงๆกับการทำงานปริมาณเยอะๆในเวลาที่จำกัด (อยู่ในช่วงที่บริษัทงดโอที เลยต้องทำโอฟรี) บางวันเอางานกลับมาทำที่บ้านถึงตี 2 ก็มี นี่ยังไม่รวมงานที่ได้รับมอบหมายอื่นๆอีกนะเออ
นี่คือจุดเริ่มต้นของไฟที่เริ่มมอด ความรู้สึกเบื่อก็เกิดขึ้นบ่อย ประกอบกับรู้สึกว่าตัวเองไม่ชอบงานลักษณะนี้ (การเป็นคนกลางนี่มันไม่ง่ายเลยนะคะ คนนั้นจะเอาแบบนี้ คนนี้บอกมาว่าทำแบบโน้นสิ) ความกดดันที่ต้องแบกรับ ความรับผิดชอบที่ต้องทำให้สำเร็จ กลายเป็นว่าเรารู้สึกกดดันตัวเองมากๆ แต่ๆๆๆ ข้อดีของงานปัจจุบันก็คือ หัวหน้าและเพื่อนในแผนกที่ดีสุดๆไปเลย นี่คงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยังทำงานนี้อยู่
**** งานด้าน supervisor กับ coordinator เป็นงานที่ท้าทาย เงินเดือนสูงขึ้น แต่ก็ต้องแลกกับความกดดันและเวลาทำงานที่มาล้ำเส้นชีวิตส่วนตัวอยู่บ่อยครั้ง ****
ใครอ่านถึงตรงนี้ ก็ขอบคุณมากๆนะคะ ที่เข้ามาฟังเรื่องราวของเจ้าของกระทู้
งั้นเข้าเรื่องเลยแล้วกันค่ะ #ถ้าหากว่าอยากเปลี่ยนสายงาน หรือเปลี่ยนบริษัท ช่วยแนะนำหน่อยค่ะว่าจะไปทำอะไรดี
วุฒิการศึกษา/ประสบการณ์ ประมาณนี้ เบื่อแล้วกับการเป็น QA-QC ในสายโรงงานยา/เครื่องสำอาง
อยากลองทำอะไรใหม่ๆ แต่ก็ยังไม่กล้าเสี่ยง ช่วยกันแนะนำหน่อยนะคะ