JJNY : 4in1 นัดกำหนดขอบเขตซักฟอก6ม.ค.นี้/อนค.ล็อกเป้าอนุพงษ์ปมนำเข้าขยะ/ส.ส.ปชป.จี้แก้ปากท้อง/เอฟเฟ็กต์"เรือล่ม"ลากยาว

'ภูมิธรรม' เผย ฝ่ายค้านนัดประชุมกำหนดขอบเขตซักฟอก 6 ม.ค.นี้ ให้เวลาทุกพรรคเต็มที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_1866696
 
 

‘ภูมิธรรม’ เผย ฝ่ายค้านนัดประชุมกำหนดขอบเขตซักฟอก 6 ม.ค.นี้ ให้เวลาทุกพรรคเต็มที่ ไม่จำกัดเวลา
 
เมื่อวันที่ 5 มกราคม นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แจ้งว่า ในวันที่ 6 มกราคมนี้ แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือเพื่อกำหนดกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยจะพยายามไม่ให้ประเด็นซ้ำกัน และจะเปิดโอกาสให้ทุกพรรคได้ใช้เวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อย่างเต็มที่ ไม่จำกัดเวลา เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาสาระมากที่สุด ส่วนการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจกำหนดไว้ช้าสุดไม่เกินวันที่ 20 มกราคมนี้ เพื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุช่วงเวลาการอภิปรายหลังเทศกาลตรุษจีน 

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนหลัก จะนำข้อมูลกรอบการอภิปรายที่ได้รับจากพรรคร่วมทั้งหมดมาประมวลและหารือร่วมกับคณะกรรมการกิจการพิเศษ (กพศ.) อีกครั้งในวันที่ 7 มกราคม ขณะที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์จะมีการประชุมวางตัวผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ
 

 
อนค.เตรียมจัดหนักซักฟอก รบ. ล็อกเป้า 'อนุพงษ์' ปมนำเข้าขยะ ไม่สนคำเตือน 'บิ๊กตู่' อภิปรายย้อนอดีตยุค คสช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_1866448
 
‘อนาคตใหม่’ ซุ่มทำการบ้าน จัดหนักซักฟอก ‘รัฐบาล’ ล็อกเป้ายิง ‘อนุพงษ์’ ไม่สนคำเตือน ‘บิ๊กตู่’ อภิปรายย้อนอดีตยุค คสช. เชื่อ ตัวป่วนสภาเพียบ
 
เมื่อวันที่ 5 มกราคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคอนาคตใหม่ ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ว่า ตอนนี้ความคืบหน้า หรือประเด็นที่ท้วงติงร่างกฎหมายฉบับนี้ก็คงจะเหมือนกับในวาระที่ 1 เช่น เรื่องงบกลาง การจัดซื้อเรือดำน้ำ การจัดซื้อรถถังยานเกราะสไตรเกอร์ หรือการจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นต้น เท่าที่หารือกับพรรค เราจะพยายามไม่ฟุ้งว่าจะเน้นหนักไปที่ประเด็นไหน
 
เมื่อถามถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายวิโรจน์เปิดเผยว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้อภิปรายครั้งนี้ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปรายย้อนเรื่องรัฐบาลที่แล้วนั้น เราต้องกลับมาดูว่า 
1.รัฐบาลที่แล้วและรัฐบาลนี้เป็นรัฐมนตรีคนเดิม 
และ 2.นโยบายของรัฐบาลนี้เป็นนโยบายสืบเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้ว 
และการออกมาดักคอฝ่ายค้านเช่นนี้ คาดว่าคงมีการวางตัว ส.ส.ให้มาประท้วงการอภิปรายด้วย
 
สำหรับเรื่องที่จะเป็นการเปิดแผล และสั่นคลอนรัฐบาลมากที่สุด นายวิโรจน์แสดงความเห็นว่า ส่วนนี้คาดว่าจะเป็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในประเด็นเรื่องการนำเข้าขยะจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทั้งที่กรมควบคุมมลพิษ และกรมการกงสุล ออกมาบอกว่าจะยุติการนำเข้าขยะแล้ว และมีผู้ประกอบการเพียง 2 ราย ซึ่งเป็นนักลงทุนจีน ที่ได้รับอนุญาตในการนำเข้าขยะ ตนต้องตั้งคำถามว่า หากการนำเข้าขยะมีกฎหมายห้าม แต่ทำไมจึงยังสามารถนำเข้า และเพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น หมายความว่าต้องมีไอ้โม่ง หรือขาใหญ่ที่เปิดทางไว้ให้ โดยในช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้มาตรา 44 ที่อนุญาตให้เปิดโรงงานโดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงแผนที่ผังเมือง จากนั้นจึงมีการเปิดขออนุญาตเต็มไปหมด จนเกิดธุรกิจการขายใบอนุญาตขึ้น ต่อมาก็มีการนำเข้าขยะเพื่อนำไปผลิตพลังงาน “RDF” (อาร์ดีเอฟ) หรือ “เชื้อเพลิงขยะ” ซึ่งตนก็ค่อนข้างเห็นด้วย แต่หากเกิดการจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่เกิดพลังงานอย่างเพียงพอ ซึ่งในประเด็นเรื่องขยะจะเป็น ส.ส.อีกคนที่จะอภิปราย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่