ก่อนอื่นหวังว่าคงไม่สายเกินไปที่จะบอกสวัสดี 2563 นะคะ 🙏
ฤกษ์งามยามดีต้อนรับปีใหม่ เลยจะมารีวิวทริปที่เพิ่งจบไปหมาดๆ
ทริปนี้เกิดจากการคุยกับเพื่อนว่าอยากไปแบ็คแพ็คใกล้ๆสักที่
และด้วยความที่เป็นนักศึกษาเลยอยากไปแบบงบเบาๆ แต่ขอความสนุกแบบจัดหนัก
สุดท้ายเลยตกลงไปประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆอย่าง “ลาว” 🇱🇦กันค่ะ
โดยส่วนที่เราไปคือ ลาวใต้(ปากเซ-ดอนเดด) ทริปนี้ใช้เวลา 5 วัน 4 คืนด้วยกัน แพลนที่พวกเราได้เที่ยวจริงๆก็ประมาณนี้ค่ะ
วันที่ 1 นั่งเครื่องกทม.-อุบล & ข้ามไปปากเซ &เดินเล่นในเมือง
วันที่ 2 เดินทางไปบ้านนากะสัง-ดอนเดด(คอนพะเพ็ง หลี่ผี)
วันที่ 3 เดินทางกลับปากเซ & เที่ยววัดพู & กินหมูกระทะ
วันที่ 4 เที่ยวน้ำตก : ซิปไลน์ตาดฟาน ตาดถ้ำจำปี ตาดเยือง ตาดอีตู้
วันที่ 5 กลับอุบล : เที่ยวสวนสัตว์ฆ่าเวลา & เดินทางกลับกทม.
ปล.มีสรุปค่าใช้จ่ายแนบท้ายให้น้า
ก่อนจะลงรายละเอียด ขออนุญาตฝากเพจ
https://www.facebook.com/pefectgetawayxyimm/ และชาแนล
https://m.youtube.com/channel/UCZw3R1SFTHBGGQ1MATm0ufg ของเราด้วยนะคะ เพิ่งเริ่มจะจริงจังสักพัก มาๆหายๆบ้างเพราะแอบเรียนหนักนิดหน่อย 😂 ใครชอบก็ฝากกดไลค์ กดติดตามกันด้วยนะค้า
เกริ่นมาเยอะละ มาเริ่มวันแรกกันเลยดีกว่า พวกเรานั่งเครื่องไปถึงที่อุบลเลทกว่าตามตารางเพราะเครื่องดีเลย์เกือบชั่วโมง พอไปถึงสนามบินก็ต่อแท็กซี่ไปบขส.อุบลกันค่ะ จากที่ทำการบ้านมาราคามันควรจะอยู่แค่ประมาณ 80บาท แต่เหมือนคันที่เรานั่งเค้าพาอ้อม ไปๆมาๆจบที่ร้อยกว่าบาทแทน//มองค้อนคนขับ ฮ่าๆ จากนั้นพวกเราก็ต่อรถตู้จากบขส.อุบลไปบขส.ช่องเม็กค่ะ จริงๆมันมีรถบัสไปถึงปากเซเลยนะ แต่เป็นรอบบ่ายซึ่งจะเลทเกินไปสำหรับพวกเรา โดยจากบขส.อุบลไปยังบขส.ช่องเม็กใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งได้ แต่ยังไม่หมดค่า…เรายังต้องต่อรถสองแถว/วินมอเตอร์ไซค์ ไปยังด่านกันก่อนคนละ 20 บาท จากนั้นก็ไปไฟท์เรื่องค่าผ่านแดนกับเจ้าหน้าที่ฝั่งลาวนิดหน่อย เพราะพวกเราโดนคนละ 200 ด้วยเหตุผลว่าไม่เคยมาด่านนี้มาก่อน (แต่ระหว่างทริปเราเจอคนไทยที่ไปเที่ยวปากเซเหมือนกัน เลยลองถามดูบางคนก็โดนแค่ 100 ทั้งๆที่เพิ่งมาครั้งแรกเช่นกัน เป็นเศร้าเลย 200 จุกๆ 😭) ผลสุดท้ายคือต้องยอมๆไป เพราะเดี๋ยวถ้าอดเที่ยวจะแย่กว่าเดิม

ตอนนั่งสองแถวมาที่ด่าน ยังไม่ทันลงจากรถก็มีคนมารุมล้อมพวกเรากันเยอะมาก ทั้งขายซิม ทั้งเสนอรถไปปากเซ ตอนนั้นมึนไปหมด ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ไปๆมาๆ พวกเราก็จบที่ดีลรถตู้ชาวบ้านแถวนั้นคนละ 150 บาท ส่งถึงร้านเช่ารถใกล้ๆที่พักเลย ซึ่งจริงๆมันมีรถตู้ประจำทางด้วยนะ(เรียกงี้ได้รึเปล่า) คนละ 100 แต่ไม่ได้ส่งถึงที่พัก
นั่งรถไปสักพัก(แต่รู้สึกว่านานมาก) ก็มาถึงปากเซกันแล้วค่า จังหวะที่ได้ลงจากรถคือ…"สักที ถึงสักที! หลายต่อเหลือเกิน"
จริงๆวันนี้พวกเราตั้งใจจะขี่รถไปปราสาทวัดพูกันเลย แต่เนื่องจากร้านเช่ารถระแวกนั้นเหมือนนัดกันรถหมด แถมเวลาก็เลทมากๆแล้ว พวกเราเลยตัดสินใจเปลี่ยนเป็นเดินเล่นชิลๆในเมืองกันแทนค่ะ แต่ก่อนอื่นขอเข้าไปเช็คอิน พักผ่อนสักนิดก่อน โดยเราพักกันที่ Alisa Guesthouse ค่ะ ค่อนข้างใหม่ สะอาด ใกล้ร้านอาหารและมินิมาร์ท และราคาดีมากๆ ห้อง 3 คน ราคา500 ปลายๆเท่านั้นเอง จากนั้นก็ได้เวลาไปเดินเที่ยวสำรวจปากเซกัน
เอาจริง เป็นวันแรกที่ไม่รู้จะไปไหนจริงๆ เลยได้แต่เดินแรนดอมไปเรื่อยๆ เอาเป็นว่ามาซึมซับบรรยากาศเพื่อนบ้าน เป็นคอร์สแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมสั้นๆละกันค่ะ ฮ่าๆ
ส่วนไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลยช่วงเย็นก็คือการไปดูพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำโขงกันค่า สวยประทับใจมาก แอบอิจฉาคนที่นี่ที่มีโลเคชั่นดูพระอาทิตย์ตกเจ๋งๆแบบนี้ทุกวัน

วันแรกจบไปสั้นๆ ปิดท้ายด้วยการจองรถไปดอนเดดในราคา 60000กีบ/คน (รวมค่าเรือแล้ว)
พิกัด: เราจองของบริษัท Pakse Travel&Motorbike rental(ใกล้ๆโรงแรมลานคำ) ราคา 60000 คือเท่าขากลับนะ แต่ร้านอื่นแถวนั้นติดไว้ 65000-70000
เริ่มวันที่ 2 กันเลยเนอะ วันนี้ต้องตื่นเช้า เพราะเราจะไปดอนเดดกันค่ะ รถออก 8 โมง แต่ด้วยความที่ที่ขึ้นรถใกล้กับที่พักนิดเดียว(ที่เดียวกับที่จองตั๋ว)เลยไม่ต้องเร่งรีบเท่าไร จากปากเซไปดอนเดดโดยบัสรอบนี้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง โดยเราต้องไปลงรถที่บ้านนากะสังกันก่อนแล้วต่อเรือข้ามไปดอนเดดอีกทีค่ะ รถตรงเวลามาก บอกไปถึงนากะสัง 11:20 ก็เป๊ะจริงๆ เพราะจอดรออะไรไม่รู้เกือบๆ 1 ชั่วโมง ไม่งั้นน่าจะถึงก่อน 😂 เอาจริงขากลับใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆเอง

พอลงจากบัสก็กลายเป็นคนดังอีกรอบแล้วค่ะ โดนรุมล้อมด้วยพี่ๆสามล้อ ด้วยข้อเสนอรับส่งไปกลับคอนพะเพ็ง “Niagara of Asia” ในราคา 100000กีบ/3คน ด้วยความที่ใจง่ายแล้ว ณ จุดนั้นเพราะรับราคาได้ เลยตกลงไป พร้อมบวก 20000 กรณีที่พี่เค้าต้องรอพวกเราที่คอนพะเพ็งนาน(อยากรู้จังปกติราคาเท่าไร เพราะพวกเราไม่ได้ถามเจ้าอื่นเลย)

ขอแนะนำ พี่พรชัย(ที่ออกเสียงว่าพรซัยแบบฉบับภาษาลาว) นักซิ่งสามล้อแห่งบ้านนากะสังผู้เป็นโชเฟอร์ของเราในวันนี้ค่า
พอมาถึงน้ำตกก็ซื้อตั๋วแล้วเข้าไปได้เลย สำหรับนทท.ต่างชาติ ค่าเข้า 55000 กีบ โดยเราเลือกได้นะว่าอยากจะเดินหรือนั่งรถกอล์ฟเข้าไป ส่วนพี่พรชัยก็จะเฝ้ากระเป๋ารอพวกเราที่รถ

ส่วนวิวที่เจอก็ใหญ่โตมโหฬารสมกับชื่อไนแอการาจริงๆ สวยด้วยที่สำคัญ ช่วงที่เราไปน้ำใสมาก

เราสามารถลงไปเดินตรงโขดหินด้านล่างได้ด้วยนะ

เสร็จจากคอนพะเพ็งก็เดินทางกลับไปที่ท่าเรือ ข้ามไปฝั่งดอนเดดกันค่ะ โดยตั๋วบัสที่เรามีตั้งแต่แรกให้เก็บไว้เพื่อมาเปลี่ยนเป็นตั๋วเรืออีกทีค่ะ (สามารถขึ้นรอบกี่โมงก็ได้) โดนใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีก็ข้ามมาถึงฝั่งดอนเดดกันค่า ประทับใจวิวแม่น้ำโขงระหว่างทางมาก

เราจองที่พักไว้ที่ River Garden Guesthouse ซึ่งตอนจองก็ไม่ได้เอะใจว่ามันจะไกลจากท่าเรือค่อนข้างมาก แต่ให้อภัยเพราะว่าวิวดีมาก ใกล้กับสะพานข้ามไปฝั่งดอนคอนเลย

ไม่ใช่แค่ที่พักดี เจ้าของที่พัก พนักงานและชาวบ้านที่นั่นก็น่ารักมากๆ ด้วย

ส่วนการเดินทางในดอนเดดพวกเราเลือกเช่าจักรยานปั่นกัน ในราคา 10000กีบ/วัน แถวๆท่าเรือมีร้านให้เลือกเยอะเลยค่ะ
ปล.จักรยานที่นี่ไม่มีที่ล็อคให้นะ ลุงเจ้าของร้านเช่าบอกว่าไม่ต้องล็อคหรอกลูก ไม่หาย ที่นี่ไม่มีขโมย// ลุงหารู้ไม่ พวกหนูนี่ล่ะค่ะขโมย ฮ่าๆ

การได้มาอยู่ที่ดอนเดด มันคือการได้มาพักผ่อนจริงๆค่ะทุกคน มันเงียบสงบ มันได้อยู่กับธรรมชาติมากๆ ทุ่มสองทุ่มคือมืดหมดแล้ว โดยเฉพาะแถบที่เราอยู่ และที่สำคัญมันชิลมากๆเลย ตอนเย็นหลังจากที่พวกเราไปถึงที่พักก็ปั่นจักรยานไปเที่ยวน้ำตกหลี่ผีกันต่อ ไปดูพระอาทิตย์ตกที่นั่น กลับมาก็นั่งชิลริมน้ำหน้าที่พัก วันถัดมาก็ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สะพาน ดูเด็กๆเดินไปโรงเรียน

น้ำตกหลี่ผีช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก

ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นกันค่า

2 วัน 1 คืนในดอนเดดผ่านไปไวมากจริงๆ แอบเสียดายตรงที่ยังไม่ได้สำรวจเกาะให้ทั่วกว่านี้เพราะมีเวลากันไม่มาก
วันที่ 3 ช่วงแห่งความชิลหมดลง ถึงเวลาเดินทางกลับปากเซแล้วค่า รอบรถขากลับเนี่ย มีทั้งรถสองแถว ซึ่งจะมีถึงแค่ 9 โมงเช้า และรถบัส มีรอบเที่ยงกับบ่ายสาม(ถ้าจำไม่ผิดนะ) พวกเราเลือกกลับกันรอบเที่ยง เพราะเย็นนี้จะไปวัดพูกันต่อ
หลังจากเอาจักรยานไปคืน ก็ไปซื้อตั๋วกลับปากเซกันค่ะ (ที่ขายอยู่ตรงท่าเรือเลย) แต่จากข้อมูลเรื่องเวลาที่ได้มาไม่ตรงกันเลยสักที่ ทำให้พวกเรามาถึงท่าเรือก่อนเวลาเรือออกชั่วโมงกว่าๆ แต่ทำไงได้ จักรยานก็คืนไปแล้ว เลยได้แต่นั่งรอไปเรื่อยๆ ซึ่งเรือจะออกก่อนเวลารถบัส 1 ชั่วโมงค่ะ

พอกลับมาถึงปากเซพวกเราก็กลับเข้าที่พักและไปหารถเช่ากันต่อค่ะ ใจจริงอยากเช่าแค่เวฟเพราะราคาถูกสุด แต่ไม่มีร้านไหนเหลืออีกแล้ว เลยได้ zoomer x มาแทน จาก Wangwang Motor Rental ในราคา 75000 กีบ/วัน(ตัดสินใจเช่าเพิ่มอีกวันเลยขอลดเหลือ 70000) จากราคาเต็มคันละประมาณ 80000-90000กีบ/วัน

ได้มอเตอร์ไซค์แล้ว ก็ออกตะลุยกันเลย ทางไปวัดพูวิวดีมาก ยกนิ้วโป้งให้สามนิ้ว โดยเฉพาะความสวยงามของภูเขาระหว่างทาง
พวกเราใช้เวลาขี่รถราวๆ 1 ชั่งโมงได้ ในที่สุดก็มาถึงวัดพูกันแล้วค่า ค่าจอดรถ 5000 กีบค่าเข้า 55000 กีบ และของไหว้ที่จะซื้อหรือไม่ก็ได้ 10000 กีบค่ะ พอซื้อตั๋วเสร็จก็นั่งรถต่อเข้าไปนิดหน่อย ก็จะถึงทางเข้าตัวปราสาท
เสียดายที่เริ่มเย็นแล้ว เลยไม่ได้ขึ้นไปถึงด้านบนสุด เพราะต้องทำเวลาขากลับไม่ให้มืดเกิน(นี่ขนาดพยายามกลับไวนะ ยังบันเทิงเลยค่า) แต่เท่าที่ได้เดินดูก็สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่และสวยงามมากๆของที่นี่ นับถือเลยในสมัยนั้น สร้างกันได้สุดยอดมากๆ 👍👍👍
และแล้วก็มาถึงขากลับที่ว่าบันเทิงกันค่ะ เนื่องด้วยทางที่มืดมาก(หมดช่วงชุมชนมาคือไม่มีไฟเลย) เราก็เลยเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยด้วยการขับรถชน...
.
.
.
.
.
.
ไก่ 🐔
คือน้องโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ค่ะ เห็นอีกทีคือโดนแล้ว แต่ดีที่ยังเบรคทันและรถไม่ล้ม ไม่งั้นอาจไม่ได้มานั่งพิมพ์กระทู้นี้แน่ๆ แฮ่
เอาเป็นว่าฟาดเคราะห์กันไป แต่ยังไงก็อยากเตือนสำหรับใครที่จะไปปราสาทวัดพูนะคะ อย่ากลับกันเย็นมาก ตอนมืดๆทางมันเปลี่ยวและอันตรายจริงๆ
คืนนั้นเลยปลอบขวัญตัวเองด้วยการกินบุฟเฟต์ค่ะ แต่ไม่กินไก่นะ ฮ่าๆ ขอบอกว่าเป็นบุฟเฟต์หมูกระทะที่นี่ถูกมาก มีอาหารทะเลด้วย รวมน้ำแล้วตกคนละ 220 กว่าบาทเท่านั้น (พิกัด: Phoungkarng Buffet)

อิ่มมากค่ะทุกคน ชาร์จพลังให้เต็มที่เพราะวันที่ 4 เราจะไปเสียว...ที่น้ำตกกันค่า
ปล.ต่อในคอมเมนต์นะคะ
[CR] ลาวใต้ 5 วัน 4 คืน ขี่มอเตอร์ไซค์ โหนซิปไลน์ เที่ยวไนแอการ่า ครบทุกรสจบในทริปเดียว
วันที่ 1 นั่งเครื่องกทม.-อุบล & ข้ามไปปากเซ &เดินเล่นในเมือง
วันที่ 2 เดินทางไปบ้านนากะสัง-ดอนเดด(คอนพะเพ็ง หลี่ผี)
วันที่ 3 เดินทางกลับปากเซ & เที่ยววัดพู & กินหมูกระทะ
วันที่ 4 เที่ยวน้ำตก : ซิปไลน์ตาดฟาน ตาดถ้ำจำปี ตาดเยือง ตาดอีตู้
วันที่ 5 กลับอุบล : เที่ยวสวนสัตว์ฆ่าเวลา & เดินทางกลับกทม.
ปล.มีสรุปค่าใช้จ่ายแนบท้ายให้น้า
ก่อนจะลงรายละเอียด ขออนุญาตฝากเพจ https://www.facebook.com/pefectgetawayxyimm/ และชาแนล https://m.youtube.com/channel/UCZw3R1SFTHBGGQ1MATm0ufg ของเราด้วยนะคะ เพิ่งเริ่มจะจริงจังสักพัก มาๆหายๆบ้างเพราะแอบเรียนหนักนิดหน่อย 😂 ใครชอบก็ฝากกดไลค์ กดติดตามกันด้วยนะค้า
นั่งรถไปสักพัก(แต่รู้สึกว่านานมาก) ก็มาถึงปากเซกันแล้วค่า จังหวะที่ได้ลงจากรถคือ…"สักที ถึงสักที! หลายต่อเหลือเกิน"
จริงๆวันนี้พวกเราตั้งใจจะขี่รถไปปราสาทวัดพูกันเลย แต่เนื่องจากร้านเช่ารถระแวกนั้นเหมือนนัดกันรถหมด แถมเวลาก็เลทมากๆแล้ว พวกเราเลยตัดสินใจเปลี่ยนเป็นเดินเล่นชิลๆในเมืองกันแทนค่ะ แต่ก่อนอื่นขอเข้าไปเช็คอิน พักผ่อนสักนิดก่อน โดยเราพักกันที่ Alisa Guesthouse ค่ะ ค่อนข้างใหม่ สะอาด ใกล้ร้านอาหารและมินิมาร์ท และราคาดีมากๆ ห้อง 3 คน ราคา500 ปลายๆเท่านั้นเอง จากนั้นก็ได้เวลาไปเดินเที่ยวสำรวจปากเซกัน
เอาจริง เป็นวันแรกที่ไม่รู้จะไปไหนจริงๆ เลยได้แต่เดินแรนดอมไปเรื่อยๆ เอาเป็นว่ามาซึมซับบรรยากาศเพื่อนบ้าน เป็นคอร์สแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมสั้นๆละกันค่ะ ฮ่าๆ
ส่วนไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลยช่วงเย็นก็คือการไปดูพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำโขงกันค่า สวยประทับใจมาก แอบอิจฉาคนที่นี่ที่มีโลเคชั่นดูพระอาทิตย์ตกเจ๋งๆแบบนี้ทุกวัน
วันแรกจบไปสั้นๆ ปิดท้ายด้วยการจองรถไปดอนเดดในราคา 60000กีบ/คน (รวมค่าเรือแล้ว)
พิกัด: เราจองของบริษัท Pakse Travel&Motorbike rental(ใกล้ๆโรงแรมลานคำ) ราคา 60000 คือเท่าขากลับนะ แต่ร้านอื่นแถวนั้นติดไว้ 65000-70000
เริ่มวันที่ 2 กันเลยเนอะ วันนี้ต้องตื่นเช้า เพราะเราจะไปดอนเดดกันค่ะ รถออก 8 โมง แต่ด้วยความที่ที่ขึ้นรถใกล้กับที่พักนิดเดียว(ที่เดียวกับที่จองตั๋ว)เลยไม่ต้องเร่งรีบเท่าไร จากปากเซไปดอนเดดโดยบัสรอบนี้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง โดยเราต้องไปลงรถที่บ้านนากะสังกันก่อนแล้วต่อเรือข้ามไปดอนเดดอีกทีค่ะ รถตรงเวลามาก บอกไปถึงนากะสัง 11:20 ก็เป๊ะจริงๆ เพราะจอดรออะไรไม่รู้เกือบๆ 1 ชั่วโมง ไม่งั้นน่าจะถึงก่อน 😂 เอาจริงขากลับใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆเอง
พอลงจากบัสก็กลายเป็นคนดังอีกรอบแล้วค่ะ โดนรุมล้อมด้วยพี่ๆสามล้อ ด้วยข้อเสนอรับส่งไปกลับคอนพะเพ็ง “Niagara of Asia” ในราคา 100000กีบ/3คน ด้วยความที่ใจง่ายแล้ว ณ จุดนั้นเพราะรับราคาได้ เลยตกลงไป พร้อมบวก 20000 กรณีที่พี่เค้าต้องรอพวกเราที่คอนพะเพ็งนาน(อยากรู้จังปกติราคาเท่าไร เพราะพวกเราไม่ได้ถามเจ้าอื่นเลย)
ขอแนะนำ พี่พรชัย(ที่ออกเสียงว่าพรซัยแบบฉบับภาษาลาว) นักซิ่งสามล้อแห่งบ้านนากะสังผู้เป็นโชเฟอร์ของเราในวันนี้ค่า
พอมาถึงน้ำตกก็ซื้อตั๋วแล้วเข้าไปได้เลย สำหรับนทท.ต่างชาติ ค่าเข้า 55000 กีบ โดยเราเลือกได้นะว่าอยากจะเดินหรือนั่งรถกอล์ฟเข้าไป ส่วนพี่พรชัยก็จะเฝ้ากระเป๋ารอพวกเราที่รถ
ส่วนวิวที่เจอก็ใหญ่โตมโหฬารสมกับชื่อไนแอการาจริงๆ สวยด้วยที่สำคัญ ช่วงที่เราไปน้ำใสมาก
เราสามารถลงไปเดินตรงโขดหินด้านล่างได้ด้วยนะ
เสร็จจากคอนพะเพ็งก็เดินทางกลับไปที่ท่าเรือ ข้ามไปฝั่งดอนเดดกันค่ะ โดยตั๋วบัสที่เรามีตั้งแต่แรกให้เก็บไว้เพื่อมาเปลี่ยนเป็นตั๋วเรืออีกทีค่ะ (สามารถขึ้นรอบกี่โมงก็ได้) โดนใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีก็ข้ามมาถึงฝั่งดอนเดดกันค่า ประทับใจวิวแม่น้ำโขงระหว่างทางมาก
เราจองที่พักไว้ที่ River Garden Guesthouse ซึ่งตอนจองก็ไม่ได้เอะใจว่ามันจะไกลจากท่าเรือค่อนข้างมาก แต่ให้อภัยเพราะว่าวิวดีมาก ใกล้กับสะพานข้ามไปฝั่งดอนคอนเลย
ไม่ใช่แค่ที่พักดี เจ้าของที่พัก พนักงานและชาวบ้านที่นั่นก็น่ารักมากๆ ด้วย
ส่วนการเดินทางในดอนเดดพวกเราเลือกเช่าจักรยานปั่นกัน ในราคา 10000กีบ/วัน แถวๆท่าเรือมีร้านให้เลือกเยอะเลยค่ะ
ปล.จักรยานที่นี่ไม่มีที่ล็อคให้นะ ลุงเจ้าของร้านเช่าบอกว่าไม่ต้องล็อคหรอกลูก ไม่หาย ที่นี่ไม่มีขโมย// ลุงหารู้ไม่ พวกหนูนี่ล่ะค่ะขโมย ฮ่าๆ
การได้มาอยู่ที่ดอนเดด มันคือการได้มาพักผ่อนจริงๆค่ะทุกคน มันเงียบสงบ มันได้อยู่กับธรรมชาติมากๆ ทุ่มสองทุ่มคือมืดหมดแล้ว โดยเฉพาะแถบที่เราอยู่ และที่สำคัญมันชิลมากๆเลย ตอนเย็นหลังจากที่พวกเราไปถึงที่พักก็ปั่นจักรยานไปเที่ยวน้ำตกหลี่ผีกันต่อ ไปดูพระอาทิตย์ตกที่นั่น กลับมาก็นั่งชิลริมน้ำหน้าที่พัก วันถัดมาก็ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สะพาน ดูเด็กๆเดินไปโรงเรียน
น้ำตกหลี่ผีช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก
ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นกันค่า
2 วัน 1 คืนในดอนเดดผ่านไปไวมากจริงๆ แอบเสียดายตรงที่ยังไม่ได้สำรวจเกาะให้ทั่วกว่านี้เพราะมีเวลากันไม่มาก
วันที่ 3 ช่วงแห่งความชิลหมดลง ถึงเวลาเดินทางกลับปากเซแล้วค่า รอบรถขากลับเนี่ย มีทั้งรถสองแถว ซึ่งจะมีถึงแค่ 9 โมงเช้า และรถบัส มีรอบเที่ยงกับบ่ายสาม(ถ้าจำไม่ผิดนะ) พวกเราเลือกกลับกันรอบเที่ยง เพราะเย็นนี้จะไปวัดพูกันต่อ
หลังจากเอาจักรยานไปคืน ก็ไปซื้อตั๋วกลับปากเซกันค่ะ (ที่ขายอยู่ตรงท่าเรือเลย) แต่จากข้อมูลเรื่องเวลาที่ได้มาไม่ตรงกันเลยสักที่ ทำให้พวกเรามาถึงท่าเรือก่อนเวลาเรือออกชั่วโมงกว่าๆ แต่ทำไงได้ จักรยานก็คืนไปแล้ว เลยได้แต่นั่งรอไปเรื่อยๆ ซึ่งเรือจะออกก่อนเวลารถบัส 1 ชั่วโมงค่ะ
พอกลับมาถึงปากเซพวกเราก็กลับเข้าที่พักและไปหารถเช่ากันต่อค่ะ ใจจริงอยากเช่าแค่เวฟเพราะราคาถูกสุด แต่ไม่มีร้านไหนเหลืออีกแล้ว เลยได้ zoomer x มาแทน จาก Wangwang Motor Rental ในราคา 75000 กีบ/วัน(ตัดสินใจเช่าเพิ่มอีกวันเลยขอลดเหลือ 70000) จากราคาเต็มคันละประมาณ 80000-90000กีบ/วัน
ได้มอเตอร์ไซค์แล้ว ก็ออกตะลุยกันเลย ทางไปวัดพูวิวดีมาก ยกนิ้วโป้งให้สามนิ้ว โดยเฉพาะความสวยงามของภูเขาระหว่างทาง
พวกเราใช้เวลาขี่รถราวๆ 1 ชั่งโมงได้ ในที่สุดก็มาถึงวัดพูกันแล้วค่า ค่าจอดรถ 5000 กีบค่าเข้า 55000 กีบ และของไหว้ที่จะซื้อหรือไม่ก็ได้ 10000 กีบค่ะ พอซื้อตั๋วเสร็จก็นั่งรถต่อเข้าไปนิดหน่อย ก็จะถึงทางเข้าตัวปราสาท
เสียดายที่เริ่มเย็นแล้ว เลยไม่ได้ขึ้นไปถึงด้านบนสุด เพราะต้องทำเวลาขากลับไม่ให้มืดเกิน(นี่ขนาดพยายามกลับไวนะ ยังบันเทิงเลยค่า) แต่เท่าที่ได้เดินดูก็สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่และสวยงามมากๆของที่นี่ นับถือเลยในสมัยนั้น สร้างกันได้สุดยอดมากๆ 👍👍👍
และแล้วก็มาถึงขากลับที่ว่าบันเทิงกันค่ะ เนื่องด้วยทางที่มืดมาก(หมดช่วงชุมชนมาคือไม่มีไฟเลย) เราก็เลยเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยด้วยการขับรถชน...
.
.
.
.
.
.
ไก่ 🐔
คือน้องโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ค่ะ เห็นอีกทีคือโดนแล้ว แต่ดีที่ยังเบรคทันและรถไม่ล้ม ไม่งั้นอาจไม่ได้มานั่งพิมพ์กระทู้นี้แน่ๆ แฮ่
เอาเป็นว่าฟาดเคราะห์กันไป แต่ยังไงก็อยากเตือนสำหรับใครที่จะไปปราสาทวัดพูนะคะ อย่ากลับกันเย็นมาก ตอนมืดๆทางมันเปลี่ยวและอันตรายจริงๆ
คืนนั้นเลยปลอบขวัญตัวเองด้วยการกินบุฟเฟต์ค่ะ แต่ไม่กินไก่นะ ฮ่าๆ ขอบอกว่าเป็นบุฟเฟต์หมูกระทะที่นี่ถูกมาก มีอาหารทะเลด้วย รวมน้ำแล้วตกคนละ 220 กว่าบาทเท่านั้น (พิกัด: Phoungkarng Buffet)
อิ่มมากค่ะทุกคน ชาร์จพลังให้เต็มที่เพราะวันที่ 4 เราจะไปเสียว...ที่น้ำตกกันค่า
ปล.ต่อในคอมเมนต์นะคะ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้