ชีวิตเมื่อโดน รีไทล 2รอบ

ก่อนอื่นเลย เรียกผมเหวิงถึงจะไม่ใช่ชื่อจริง ต้องท้าวความถึงอดีต ผมคือนักศึกษาวิศวะทั่วไปที่มีชีวิตอยู่ในกรอบตั้งแต่เด็ก เรียนดี. กีฬาเด่น
      เริ้มแรกผมเป็นเด็กต่างจังหวัด พอช่วงมัธยมมาอยู่กับลุงเพื่อเรียนโรงเรียนใน กทม. ที่สอบเข้ามาได้ ครอบครัว ญาติทุกคนเป็นคนที่เข้มงวด ใส่ใจด้านการเรียน และคาดหวังในตัวผมมากๆเพราะผมเป็นลูกชายคนเดียว ผมถูกภาพที่ตัวเองสร้างขึ้นในสมัยเด็ก ที่เป็นที่เรียนเก่ง เป็นเด็กดี สุภาพ จึงเป็นที่ชื่นชอบของญาติและเป็นที่ขื่นชมของคนรอบตัว 
      เมื่อผมเข้ามัธยม ผมเข้ามาเจอคนเก่งอีกมากมายที่สอบเข้ามาพร้อมกับผม จากห้องคิง เริ่มตกลงเรื่อยๆ จนผมถูกที่บ้านเอ็ด ไม่ถึงกับต่อว่า ผมเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ จากเด็กที่เรียนดี เริ่มเป็นเด็กไม่สนใจที่จะเรียน ขี้เกียจอ่านหนังสือต่างๆนาๆ เริ่มโดดเรียน เตะบอล เล่นเกม สูบบุหรี่ บลาๆตามภาษา  แต่สุดท้ายผมก็ประคองตัวเองจนเอนทรานซ์ติดเข้ามหาลัยได้ วิศวะ พระจอมเกล้าฯ

      เมื่อผมเข้ามหาลัยผมรู้สึกโล่งใจที่ผมจะไม่ต้องอยู่บ้านญาติ หรือ อยู่บ้านผมเอง ออกมาอยู่หอพัก เพราะสิ่งที่ทุกคนคาดหวังในตัวผมคือเรียนเกรดดีดี สมัครเข้าที่ทำงานดีดี เงินเดือนสูงๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ทางบ้านหวังดี แต่มันไม่ใช่ตัวตนของผม สิ่งที่ผมต้องการคือออกจากกรง ออกจากกฏระเบียบ ออกจากข้อกำหนด ข้อห้ามต่างๆที่ทางบ้านผมได้ตั้งเอาไว้ ทุกคนอาจจะสงสัยว่ามันจะอะไรขนาดนั้น ผมไม่รู้จะอธิบายให้เข้าใจได้หรือเปล่า แต่ที่บ้านผมเป็นคนหัวโบราณมาก จนทำให้ผมรู้สึกอึดอัด ว่าคนโน้นคนนี้ทำได้ทำไมผมถึงทำไม่ได้ ทำไมเพื่อนคนโน้นคนนี้มันมีอิสระในชีวิตจังวะ 
      ในช่วงชีวิตปี1 ผมเข้าเรียนผมตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ ทำกิจกรรม เล่นกีฬา ครบ ผมมีความสุขมากๆ ผมมีแฟน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ออกไปกินเหล้า ออกไปเตะบอล ใช้ชีวิตเต็มที่ภาษาวัยรุ่น ฟังดูเหมือนจะดี แต่พอเกรดออกมา เกรดผมเท่าที่จำได้เทอมแรก น่าจะประมาน 2.2-2.3 ประมานนี้ สำหรับผมมันก็แย่แต่ไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่สำหรับพ่อแม่ผม เขาไม่โอเครกับเกรดเท่านี้ ซึ้งเขาไม่รู้เลยว่าผมพยายามขนาดไหน ผมพยายามสุดเท่าที่ศักยภาพของผมตอนนั้นจะทำได้ ทุกคนอาจจะคิดว่าก็ไม่พยายามมากพอ แต่อยากให้เข้าใจว่าคนทุกมีความอดทนในการอ่านหนังสือไม่เท่ากัน ผมเป็นคนหัวพอใข้ได้ เข้าใจอะไรได้อย่างไม่ยากนัก แต่ข้อเสียของผมคือ ผมสมาธิสั้น ผมไม่สามารถที่จะอดทนอ่านหนังสือเป็นเวลานานได้ ประจวบกับโดนที่บ้านโทรมากรอกหูทุกวัน อ่านหนังสือนะ ตั้งใจเรียนนะ ซึ่งผมก็ตั้งใจอยู่แล้ว จนมันกลายเป๋น ความไม่เข้าใจ และต่อต้านในเวลาต่อมา หลังจากที่วนไปแบบนี้เรื่อยๆ จนผมรู้สึกเริ่มท้อ เริ่มไม่เข้าเรียน เรียนไม่เข้าใจ หนีเล่นเกม พอใกล้สอบ ค่อยมารีบๆๆอ่านก่อนสักอาทิตย์นึง ผมติดเพื่อน เที่ยวสนุก ติดแฟน ทำกิจกรรม อะไรที่ไม่ใช่การเรียนผมทำหมด จนเกรดผมตกลงๆ เรื่อยๆ  ติดF บ้าง ดรอปทิ้งบ้าง ตัวที่ผ่านเกรดก็ไม่ได้ดีเด่อะไรนัก 
          จนช่วงขึ้นปี3ผมเริ่มติดโปร หรือเกรดต่ำกว่า2.00นั่นเอง เพราะวิชาที่เรียนยากขึ้นเยอะ ไหนจะลงแลป ดึกดื่น ทำกิจกรรมอีก แทนที่ผมจะพยายามมากขึ้น ผมกลับทำตัวเหมือนเดิม ในระหว่างนั้น ผมทะเลาะกัยที่บ้านมาตลอด เถียงกันทุกครั้งที่กลับบ้าน ประจวบกัยผมเป็นคนที่ชอบอธิบาย แต่มันกลายเป็นคำเถียง ข้องอ้าง สำหรับพ่อแม่ จึงกลายเป็นการที่ไม่เข้าใจกันเลย ทุกคนมีนิสัยที่เหมือนกันทั้งบ้าน ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง ทุกคนต่างเถียงกัน ผมกัยแม่ ผมกับพ่อ แม้กระทั้งแม่กับพ่อผม พ่อผมก็ผิดหวังในตัวผม จากที่เป็นคนที่ดื่มสุราอยู่แล้ว พอมีเรื่องนี้เกิดขึ้น เขายิ่งดื่มหนักขึ้นไปอีก ดื่มจนผมรู้สึกว่าเขาอยากจะดื่มให้หลับไป ไม่ต้องตื่นมาเจอเรื่องพวกนี่หรือเจอลูกอย่างผม แม่ก็ไม่โอเคกับที่พ่อผมดิ่มอยู่แล้ว แถมไม่โอเครกับผมอีก จึงกลายเป็นที่บ้านหึ่มๆกันตลอด ดีบ้าง ทะเลาะบ้าง มีวันนึงที่แม่ว่าผมว่าติด ผญ แล้วไม่ตั้งใจเรียน ต้องบอกก่อนว่าแม่ผมไม่อยากให้ผมมีแฟนเลย ซึ่งมันไม่ใช่ความจริง ผมก็อธิบายๆ จนกลายเป็นหาว่าผมเถียง จบด้วยคำพูดที่ว่า เห็น ผญ ดีกว่าแม่ ต้องอธิบายอีกว่าแม่ผมเป็นคนที่ดีมากเป็นแม่ที่ดีมาก ความสุขของตัวเองไม่มี ทุกอย่างขึ้นอยู่กับลูกอย่างเดียว พอลูกมาเป็นแบบนี้ จึงเหมือนไม่มีความสุขเลย ความคาดหวังของแม่คือ ลูกเรียนจบ กลับมาทำงานดีดีแถวบ้าน อยู่ดูแลแม่ กลับมาอยู่บ้านของเรา พูดกรอกหูผม พูดกับคนข้างบ้าน พูดกับคนโน้นคนนี้ตลอด 
          ขยายความไปไกล กลับมาต่อที่หลังจากผมติดโปร เริ่มติด2เทอม  ผมนั่งคิดว่าถ้านังเป็นอย่างงี้ไม่จบแน่ๆ ผมจึงกลับมาตั้งใจเรียนมากขึ้น แต่อาจจะไม่มากเท่าที่ควร เพราะ ขี้เกีนจจนเป็นนิสัยไปแล้ว ด้วยนะหว่างนี้ผมก็ยังคบกับแฟนคนเดิม เรารักกันมาก ซื่อสัตย์ต่อกัน วางอนาคตไว้ด้วยกัน เขาดี เอาใจใส่ อาจจะงี่เง่าบ่อยไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ผมก็เรียนไปเรื่อยๆแก้ตัวที่ยากๆที่ติดไว้ไปเรื่อยๆ ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่า ผมดองตัวยากๆที่ติดอยู่ มาเรียนเทอมท้ายๆ เพื่อที่จะจบ4ปี ก็แก้ผ่านๆมาเรื่อยๆ แต่เกรดมันไม่ขึ้น เพราะแก้ตัวที่ยากๆให้ผ่าน มันก็ผ่านแค่D D+ ซึ่งมันดูเหมือนแย่ แต่มันคือเกรดของคนส่วนใหญ่เขาก็ทำได้ประมานนี้ เอาง่ายๆคือ ปี1-2 ผมสะสมบุญเก่าไว้น้อย เกรดมันเลยไม่ขึ้น  
            จนกระทั่งเทอมสุดท้ายปี4เทอม2 ผมก็ไม่จบตรงเวลา ประจวบกับคู่โปรเจคผม ทิ้งผมกลางคัน ผมพยายามที่จะช่วย ผมคอยถามตลอด แต่าดท้ายแล้วเขาอยากทำคู่กับผู้หญิงด้วยกัน สถานการณ์จึงกลานเป็น เกรดติดโปรเน่าหนอน +กับทำโปรเจคจบคนเดียว+ทะเลาะกับที่บ้าน ความสุขที่ผมมีได้2อย่างคือ แฟน กับ เพื่อน แฟนผมก็พยายามจะช่วยทุกอย่าง เพื่อนผมก็เช่นกัน
             กลานเป็นผมเรียนปี5เทอม1 เพื่อนผมทยอยจบกันไป แฟนผมก็จบ แต่เรายังคบกันอยู่ เขาเข้าใจผมแต่ก็เริ่มมีอาการเล็กน้อย ผมได้มีโอกาสกลับบ้าน คืนวันก่อนลงทะเบียนเรียนพ่อผมเมาแล้วเดินเข้ามาด่าผม บอกว่าเขาอายที่ผมเป็นแบบนี้ แล้วมีคำพูดว่า กูลงทุนกับไปเยอะนะ ผมกัยพ่อเถียงกันจนเกือบขาดกัน ผมเสียใจที่เขาพูดแบบนั้น แต่ผมก็เข้าใจว่าเขาหวังกับผมไว้มาก ผมกลับมาเรียน5เทอม1 ซึ่งตอนนั้น ผมเหลือวิชาที่จะต้องเรียน4ตัว และเกรดผมคือ1.86 ติดโปร3ไม้ นี่คือโอกาสสุดท้าย หลังจากเถียงกัยพ่อผม ผมตัดสินใจเรียนแค่ไอ4ตัวยากๆนี่แหละเพื่อที่จะไม่ต้องขอตังเขาเพิ่ม ผมตั้งใจเรียนมากขยันมาก อ่านหนังสืออย่างหนัก พอเกรดออกมา รวมทั้งหมดผมได้1.98 พร้อมกัยคำว่าตกออกตัวแดงๆ ต่อท้าย หัวใจผมแหลกสลาย เพียงแค่ผมลงตัวช่วยอีกสัก2ตัว ผมก็ได้รับปริญญาอย่างที่ใจต้องการ ผมไม่คุยกับใคร ผมเก็บเงียบ กลับไปบ้านผมก็โกหกว่าจะจบแล้วทำเล่มโปรเจ็คจบอยู่ ผมอยู่ที่หอเงียบๆไม่เจอใครนอกจากแฟน หายออกจากโลกไปเกือบ4เดือน 
            ทำอย่งเดียวคือการยื่นเรื่องไปที่มหาลัยว่าขอดรอปแค่เทอมสุดท้ายได้ไหม ขอเรียนใหม่อีกแค่เทอมเดียว ผมอยากจะเข้าไปเล่าเรื่องกับอธิการบดีก็ไม่ได้ มีเพียงการตีเอกสารกลับมาแล้วบอกว่าเอกสารไม่ผ่าน
          จนสุดท้ายผมตัดสินใจไปบอกที่บ้าน พ่อกับแม่ผมเสียใจอย่างมาก พ่อผมจะไล่ผมออกจากบ้าน แต่สุดท้าย
เขาก็ไม่ไล่ ทางที่ผมจะไปต่อตอนนี่คือการรีรหัส โอนหน่วยกิต

            การรีรหัส โอนหน่วยกิต คือการที่เอาวิชาที่เรียนได้C ขึ้นไปมาเทียบและไม่ต้องเรียนใหม่ แต่ตัวที่ต่ำกว่าต้องเรียนใหม่ทั้งหมด ซึ่งทุกคนอาจจะนึกภาพออกว่าตัวที่ต่ำกว่าC ก็คือตัวอยากๆที่เราขยันจนผ่านไปได้แบ้วทั้งนั้น แต่เราต้องกลับมาเรียนใหม่ทั้งหมด โดยคิดเกรดแค่ตัวที่เรียนใหม่เท่านั้น สรุปคือ ปมต้องเรียนใหม่ทั้งหมด 70กว่าหน่วยกิตซึ่งเป็นวิชายากล้วนๆ  เกรดที่คิดจะไม่คิดรวมกับตัวที่เทียบโอนไปแล้ว คือต้องเรียนตัวที่ยากล้วนๆและเกรดจบต้องจบให้มากกว่า2.00  โดยไม่มีเกรดตัวที่ผมเคยได้A B มาช่วยเลย เริ่มใหม่หมด. แฟนผมก็เริ่มไม่โอเคมีการทะเลาะกันอย่างหนัก และบอกว่าให้โอกาสผมอีก2ปี เพราะเขาอยากจะมีชีวิตที่ดีที่สมบูรณ์กว่านี้
   
              เทอมแรกที่ผมเรียนผมลงไปทั้งหมด6ตัว ตัวยากล้วนๆ ประเภทที่ไม่มีใครเขาทำกัน เพราะเพื่อผมอยากจะรีบให้ตัวเองจบเสียทีรวมกับการกดดันจากทางบ้าน และแฟนมาโดยตลอด ผมตั้งใจอ่านหนังสือ ตั้งใจเรียน
แต่สุดท้ายแล้ว จบด้วยการที่ผมผ่านทุกตัว แต่ เกรดรวมไม่ถึง1.5 หรือง่ายๆ ก็คือ D+ 3ตัว D3ตัว ไม่ผ่านเกณฑ์ของมหาลัยคือเทอมแรกต้องเกิน1.5 ดังนั้นผมรีไทล์รอบที่2ในชีวิตทันที ซึ่งตอนนี้ที่ผมกำลังพิมอยู่ตอนนี้ แฟนผมเลิกกับผม หลังจากที่คบกันมา5ปีเขาบอกว่าเขารอผมไม่ไหวหรอก เขาอยากมองเห็นอนาคตที่ดีกว่านี้ และผมยังไม่ได้บอกที่บ้านเรื่องที่เกิดขึ้น

ตอนนี้ผมเหมือนตกลงไปอยู่ในเหวโดยที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ ผมนั่งคิดและนึกย้อนไป ทุกอย่างมันเป็นความผิดของผมล้วนๆ ไม่มีใครทำให้ผมมาอยู่จุดนี้ นอกจากตัวผมเองทั้งนั้น ผมทำให้ผมเสียแฟนคนเดียวที่รักมากที่สุด ผิดใจกับที่บ้าน เรียนไม่จบ เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีให้กับทุกคนและหวังว่าจะไม่เจอแบบผม หลังจากผ่านปีใหม่นี้ไป ผมคงต้องบอกเรื่องนี้ให้ที่บ้านฟัง ไม่รู้จะกิดอะไรขึ้นกับผมต่อ แต่ถ้ายังมีโอกาสผมยังอยากจะทำเรื่องขอโอนหน่วยย้ายมหาลัยกลับมาแถวบ้าน หากมีใครมีความรู้รายละเอียดและทางออก ก็ช่วยแนะนำให้ผมได้นะครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูง.   

       สุดท้ายนี้ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขสมหวังในปีใหม่นี้
และขออวยพรให้ตัวเองด้วย สู้ๆครับ หวังว่าที่บ้านผมจะเข้าใจและหวังว่าแฟนผมจะกลับมา ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่