https://pantip.com/topic/39180455 ตอนก่อนหน้า ผจญมนุษย์ไม้แห่งอาณาจักรเมืองร้าง
“นายจะบอกกับผมได้ไหมครับว่า คราวนั้นที่เราเจอมันคืออะไรกันแน่ ผมฟังไอ้ตะบันกับน้องชายมันพูด นายพาเราหลงเข้าไปในป่าหิมพานต์ มันจะเป็นไปได้ยังไง”
เขาเองก็หนักใจไม่น้อยที่จะพูด ดวงตาซ้ายมรกต ดวงตาขวาสีน้ำตาลบอกเเววหนักใจ
“ฉันเองก็รู้ เท่าที่เล่าอูรู้นั่นแหละ เราไปถึงแค่ชายป่า ฉันเปิดเข้าไปทีแรกตามคำของพระธุดงค์ เหมือนท่านจะรู้ฉันต้องนำพวกเราหลบภัยเข้าไปสักวัน แต่ไม่อีกแล้วล่ะ ที่ฉันจะกลับเข้าไปที่นั่นอีก”
สัณฑ์เดินทิ้งไปอย่างรวดเร็ว มือกวัดแกว่งมีดดาบฟันเปิดทาง ทำเครื่องหมายให้พวกที่ตามหลังมา เมื่อไปในทางสะดวกตามด่านไม่ได้ เขาเลือกที่จะเปิดทางไปในอีกเส้น เล่าอูนิ่งคิดทิ้งระยะไปครู่ ดินแดนลึกลับที่มีพระธุดงค์ที่แก่ญาณเข้าไปได้เท่านั้น หากอนาคตเกิดเรื่องร้ายเกินจะรับมือไหว นายสัณฑ์จะต้องใช้แผนที่พาทุกคนหนีภัยเข้าไปที่นั่นได้อีกแน่ แกเชื่ออย่างนั้น
ดินแดนสุวรรณภูมิ ทีแม้กรวดหินในลำธารยังเป็นทองคำ
ตะวันใกล้ลับขุนเขา พรานนำทางเลือกวางแค้มป์พักใต้เวิ้งหินตอนหนึ่ง อุดมไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่แวดล้อมถัดออกไปเป็นธารน้ำตื้นไหลแผ่ว สีของน้ำออกฝาด อุดมด้วยต้นกระดาด ในส่วนที่พักจะเรียบโล่งพอสมควร
สัณฑ์ใช้เท้าเขี่ยฟืนเก่าซุกอยู่ใต้ใบไม้ทับถม กระดูกสัตว์ ซองบุหรี่ ที่นี่มีร่องรอยของการพักอาศัยมาก่อน ต้นทางของลำธารมาจากห้วยแคบสอบ สองฝังรกทึบด้วยวัชพืชและต้นไผ่ เล่าอูแยกตัวออกไป โดยมีพวกเด็กหนุ่มติดตามไปด้วยเพื่อหาฟืน
ทุกคนต่างรู้สึกถึงไอน้ำเย็นเฉียบมาสัมผัสผิวกาย ได้ยินเสียงน้ำไหลจากที่สูง แมกไม้ที่บดบังทำให้มองไม่เห็น แต่รู้แน่ว่าจะต้องมีน้ำตกอยู่ไม่ไกลจากนี้แน่
“ทำไมเราไม่ไปตั้งที่พัก ไกลจากแหล่งน้ำละคะพี่หมอ ตรงโน้นน่าจะโปร่งโล่งกว่าอีก” ผู้หญิงคนเดียวในคณะพุด ช่วยประคองแขนของคนเจ้าสำอางเดินมาถึงที่ตั้งแค้มป์ เนลอญทำเต็นท์นอนให้นายหมอเสร็จแล้ว มารับเอาสัมภาระไปเก็บให้ เธอรู้สึกว่าการที่ตั้งไม่ค่อยเหมาะ พอหันไปมองหลังม่านไผ่ให้ดี จะเห็นสายน้ำตกซ่อนตัวอยู่ ทำเอานัยน์ตาเป็นประกาย คุณหมอหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใด
“เราเคยมาพักบริเวณนี้หลายครั้งแล้ว เป็นที่แห้งน้ำไม่ท่วมขัง ส่วนที่ตรงนั่นมีละอองน้ำเยอะ ความชื้นสูง ไม่เหมาะแก่การพักอาศัย อาจจะเจ็บไข้ได้ง่าย ที่สำคัญช้างป่าอาจลงมาทุกเมื่อจะเกิดอันตรายได้ เราพักอยู่ส่วนนี้จะปลอดภัยกว่า ชาวป่าทีสัญจรมาทางนี้ มักจะเลือกพักเวิ้งตรงนี้เป็นหลัก ถ้าดูตามพื้นจะมีร่องรอยพักอาศัยอยู่นะ”
“เหรอคะ” เธอกระดกปลายลิ้นแตะริมฝีปาก พอหันมาอีกที พื้นที่ถูกจับจองหมดแล้ว ใต้เวิ้งหินไม่ได้กว้างขวางนัก เต๊อะกำลังวางเต็นท์เช่นกัน บอกว่าถ้าออกนอกไปอีก กลางคืนจะเจอน้ำค้างแรง และอยู่ในเส้นทางน้ำป่าจะไม่ปลอดภัย ขอให้พักเบียดกันหน่อย พี่หมอมาชี้ให้วางเต็นท์นอนข้างเต็นท์ของเขา
แค่ปล่อยลมเข้าไปจากปั๊ม เต็นท์บุคคลก็ขยายจากเป้หลังเป็นเต็นท์นอนบุคคล เธอเข้ามายืนมือกุมเข่าดูอย่างสนใจ สอบถามวิธีใช้ต่างๆ มือกุมท้ายยิ้มเขิน ยังดีนะว่าไม่ได้ปฏิเสธของพวกนี้ไปเสียทั้งหมด
ผู้กองหาญศึกกับจ่ามีเพียงเครื่องนอนง่ายๆ ผ้าใบปูพื้นนอน สายตามองทั่ว ที่นี่คงไม่ใช่ที่พักของพวกพรานแน่ ในมือถือปลอกกระสุนเอชเคที่เก็บมาได้ ต้องมีทหารลาดตระเวนผ่านมาพักอาศัยแถวนี้มาก่อน จะวางใจไม่ได้เสียทีเดียว
ห่างออกไปที่พัก บุหรี่คานิ้วยังไม่หมดมวน สัณฑ์ดีดทิ้งใช้รองเท้าขยี้ดับ สั่งความคนใกล้ตัว จะออกสำรวจไม่ไกล ก่อนค่ำจะกลับเข้ามา จากนั้นผิวปากเรียกตะบันกับน้องชาย สองพี่น้องเลือดว้าตามไปด้วย เป็นอันเข้าใจออกตรวจตราเพื่อระวังภัย หาญศึกกำลังจัดที่พักส่วนของตนลอบสังเกต ใจจริงตนอยากออกตระเวนด้วย แต่ปล่อยเจ้าถิ่นขยับไปก่อน
แสงสุดท้ายของตะวันแยงลอดแนวต้นไม้ ในหุบเขาแคบตอนหนึ่ง เถาวัลย์ห้อยพาดระโยง พื้นที่แอ่งน้ำมีน้ำตกไหลเป็นฝอยตกลงมา สร้างความเย็นชุ่มฉ่ำให้กับผู้มาเยือน การเดินทางสิ้นสุดลงสำหรับวันนี้ ที่ตั้งพักแรมคืนนี้อยู่เหนือขึ้นไป อุดมด้วยต้นไผ่ซาง คงกะพัน เดช โย่งสามคนอาสาลงมาตักน้ำ ใช้มีดฟันถากถางลงมา ทางลาดชันค่อนข้างรก
คงกะพันยืนกางแขนสูดอากาศเข้าปอด สิ่งที่พวกตนต้องการคือการผจญภัยได้รับการตอบสนองแล้ว วันนี้ยิงกันเลือดพล่าน ตบท้ายตอนเย็นมาดื่มด่ำกับสายน้ำ เดชไม่สนใจจัดการถอดเสื้อจะลงไปแช่น้ำให้หายคัน เล่าอูแบกปืนลูกซองตามมาร้องเดี๋ยว!
“อย่าพึ่งลงไป ship หายแล้ว
“อะไรรึน้า!”
“มีรอยตีนคนลงมาก่อนพวกเรา” แกวาดกระบอกปืนลงไปที่ทรายละเอียดก้นห้วย จากนั้นลงไปวักน้ำมาดม สายตาคู่นั้นคล้ายกำลังคิดหนัก
“น้ำเป็นพิษแล้ว มีมือดีแอบมาวางยา” คำสรุปของแก ผิวหน้าซี้ดเพราะติดเหล้ามานาน สติยังดีรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว ทำเอาพวกเด็กหนุ่มหน้าเหวอ ทั้งที่น้ำที่ไหลซึมผ่านทรายละเอียดใสเย็นน่าดื่มกินมาก
“ป่าแถวนี้ ไม่ใช่ที่เที่ยวเดินของชาวป่าเหมือนเมื่อก่อนแล้ว โจรป่าพวกห้าร้อยเพ่นพ่าน ถ้าเผลอเราเสร็จมัน” แกชี้ให้ลองวักน้ำมาดมดู คงกะพันไม่ได้รู้สึกอะไร ผิดกับโย่งทำหน้าแปลก
“พวกแกเป็นเด็กในเมือง คงแยกไม่ออก ตามชนบทไร่นา เขาใช้ยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง กลิ่นมันก็แบบนี้ กลิ่นยาฆ่าแมลงชัดๆ ใครเผลอดื่มกิน ไม่ตายก็ซมแน่”
“เราโดนแล้ว น่าจะเป็นพวกนั่นมาดักหน้า กวนน้ำของเรา คอยดูจับได้จะฆ่าพวกมันให้หมด” เล่าอูสีหน้าดุขึ้น หันไปมองหาบางอย่างก่อนจะชักมีดเดินป่าออกมา ขุดเดินบนเนินที่ห่างออกไป บอกจะขุดบ่อหาน้ำ ยาพิษคงซึมไปไม่ถึง
“น้าระแวงไปหรือเปล่า”
“อย่าเถียงสิไอ้คง เราต้องศึกษาจากน้าเขานะ วันนี้มีคนตายด้วย แกจะทำอะไรเล่นๆ ไม่ได้” โย่งเตือนเพื่อน จากนั้นเดินตรงไปฟันไม้ไผ่ขนาดเหมาะมือ เสี้ยมปลายให้แหลมมาช่วยขุดดิน สองคนพอว่างไม่รู้จะทำอะไร เล่าอูชี้ให้ขนฟืนขึ้นไป สูงล้ำขึ้นไปอุดมไปด้วยหญ้าสาบเสือ สัณฑ์โผล่หน้าขึ้นมากู่เรียก
“พวกมัน! วางยาในน้ำครับนาย ผมกำลังขุดบ่อหาน้ำไปใช้” แล้วแกก็หันมาพูดกับเด็กหนุ่ม “ไม่ต้องห่วง ในป่านายของเล่าอูแกเก่ง ใครมาร้าย ไม่พ้นมือนาย จัดการเรียบวุธ ใครมาร้ายก่อนรับรองเงาหัวไม่มี”
โย่งร้องโอ้โห มองตามขึ้นไป คนคนนั้นหายไปแล้ว ป่ามันรกมาก ไม่มีทางเห็นกันได้ เล่าอูหันมาเรียกให้ออกแรงขุดดินกันต่อ พอขุดดินไปได้หน่อยเดียว น้ำซึมออกบ่อแต่มันขุ่นคลักเอามาก แกบอกคงต้องรอให้ใสก่อนจะตักเอาไปใช้ได้ เล่าอูเลือกลำไผ่กระบอกงามฟัดมาใช้เป็นที่เก็บน้ำ เด็กหนุ่มยิ้มชื่น เหมือนในหนังในละครเลย จะได้ชีวิตเดินป่าจริงๆ เสียที
“นายมีพรายกระซิบบอกทุกครั้ง ศัตรูจะมาไม้ไหนรู้หมด คืนนี้พวกที่มันคิดร้าย ถ้าไม่รีบหนี ได้โดนนายล่าแน่” พอน้ำเริ่มตกตะกอน ใสขึ้น แกเริ่มตักใส่กระบอกอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ตะกอนลอยขึ้นมา ปากก็พุดคุยโวถึงตบะของนายสัณฑ์ พอตกกลางคืนถ้าได้ออกล่าแล้ว ไม่มีใครหน้าไหนจะหนีพ้นมือ เล่าอูมั่นใจในฝีมือของนายเป็นอันมาก
“ดูน้าจะมั่นใจ ในตัวพี่สัณฑ์มากเลยนะครับ”
“มันแน่อยู่แล้ว ลุยกันมาหลายปี ที่คณะแพทย์อาสาของนายหมอกฤษณ์เดินป่าอย่างสบายใจ ไปโผล่ตามเผ่าต่างๆ ทำงานได้สำเร็จลุล่วง ไม่ใช่เพราะว่าพวกชาวป่าชาวเขา และยังพวกทหารป่าเห็นเป็นหมอมาช่วยชีวิตคน แต่เพราะไม่เคยมีใครทำอันตรายพวกเราได้ต่างหาก
ดวงใจในไพรเถื่อน ตอน นอนป่าคืนแรกกับเเขกของนายหมอ
“นายจะบอกกับผมได้ไหมครับว่า คราวนั้นที่เราเจอมันคืออะไรกันแน่ ผมฟังไอ้ตะบันกับน้องชายมันพูด นายพาเราหลงเข้าไปในป่าหิมพานต์ มันจะเป็นไปได้ยังไง”
เขาเองก็หนักใจไม่น้อยที่จะพูด ดวงตาซ้ายมรกต ดวงตาขวาสีน้ำตาลบอกเเววหนักใจ
“ฉันเองก็รู้ เท่าที่เล่าอูรู้นั่นแหละ เราไปถึงแค่ชายป่า ฉันเปิดเข้าไปทีแรกตามคำของพระธุดงค์ เหมือนท่านจะรู้ฉันต้องนำพวกเราหลบภัยเข้าไปสักวัน แต่ไม่อีกแล้วล่ะ ที่ฉันจะกลับเข้าไปที่นั่นอีก”
สัณฑ์เดินทิ้งไปอย่างรวดเร็ว มือกวัดแกว่งมีดดาบฟันเปิดทาง ทำเครื่องหมายให้พวกที่ตามหลังมา เมื่อไปในทางสะดวกตามด่านไม่ได้ เขาเลือกที่จะเปิดทางไปในอีกเส้น เล่าอูนิ่งคิดทิ้งระยะไปครู่ ดินแดนลึกลับที่มีพระธุดงค์ที่แก่ญาณเข้าไปได้เท่านั้น หากอนาคตเกิดเรื่องร้ายเกินจะรับมือไหว นายสัณฑ์จะต้องใช้แผนที่พาทุกคนหนีภัยเข้าไปที่นั่นได้อีกแน่ แกเชื่ออย่างนั้น
ดินแดนสุวรรณภูมิ ทีแม้กรวดหินในลำธารยังเป็นทองคำ
ตะวันใกล้ลับขุนเขา พรานนำทางเลือกวางแค้มป์พักใต้เวิ้งหินตอนหนึ่ง อุดมไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่แวดล้อมถัดออกไปเป็นธารน้ำตื้นไหลแผ่ว สีของน้ำออกฝาด อุดมด้วยต้นกระดาด ในส่วนที่พักจะเรียบโล่งพอสมควร
สัณฑ์ใช้เท้าเขี่ยฟืนเก่าซุกอยู่ใต้ใบไม้ทับถม กระดูกสัตว์ ซองบุหรี่ ที่นี่มีร่องรอยของการพักอาศัยมาก่อน ต้นทางของลำธารมาจากห้วยแคบสอบ สองฝังรกทึบด้วยวัชพืชและต้นไผ่ เล่าอูแยกตัวออกไป โดยมีพวกเด็กหนุ่มติดตามไปด้วยเพื่อหาฟืน
ทุกคนต่างรู้สึกถึงไอน้ำเย็นเฉียบมาสัมผัสผิวกาย ได้ยินเสียงน้ำไหลจากที่สูง แมกไม้ที่บดบังทำให้มองไม่เห็น แต่รู้แน่ว่าจะต้องมีน้ำตกอยู่ไม่ไกลจากนี้แน่
“ทำไมเราไม่ไปตั้งที่พัก ไกลจากแหล่งน้ำละคะพี่หมอ ตรงโน้นน่าจะโปร่งโล่งกว่าอีก” ผู้หญิงคนเดียวในคณะพุด ช่วยประคองแขนของคนเจ้าสำอางเดินมาถึงที่ตั้งแค้มป์ เนลอญทำเต็นท์นอนให้นายหมอเสร็จแล้ว มารับเอาสัมภาระไปเก็บให้ เธอรู้สึกว่าการที่ตั้งไม่ค่อยเหมาะ พอหันไปมองหลังม่านไผ่ให้ดี จะเห็นสายน้ำตกซ่อนตัวอยู่ ทำเอานัยน์ตาเป็นประกาย คุณหมอหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใด
“เราเคยมาพักบริเวณนี้หลายครั้งแล้ว เป็นที่แห้งน้ำไม่ท่วมขัง ส่วนที่ตรงนั่นมีละอองน้ำเยอะ ความชื้นสูง ไม่เหมาะแก่การพักอาศัย อาจจะเจ็บไข้ได้ง่าย ที่สำคัญช้างป่าอาจลงมาทุกเมื่อจะเกิดอันตรายได้ เราพักอยู่ส่วนนี้จะปลอดภัยกว่า ชาวป่าทีสัญจรมาทางนี้ มักจะเลือกพักเวิ้งตรงนี้เป็นหลัก ถ้าดูตามพื้นจะมีร่องรอยพักอาศัยอยู่นะ”
“เหรอคะ” เธอกระดกปลายลิ้นแตะริมฝีปาก พอหันมาอีกที พื้นที่ถูกจับจองหมดแล้ว ใต้เวิ้งหินไม่ได้กว้างขวางนัก เต๊อะกำลังวางเต็นท์เช่นกัน บอกว่าถ้าออกนอกไปอีก กลางคืนจะเจอน้ำค้างแรง และอยู่ในเส้นทางน้ำป่าจะไม่ปลอดภัย ขอให้พักเบียดกันหน่อย พี่หมอมาชี้ให้วางเต็นท์นอนข้างเต็นท์ของเขา
แค่ปล่อยลมเข้าไปจากปั๊ม เต็นท์บุคคลก็ขยายจากเป้หลังเป็นเต็นท์นอนบุคคล เธอเข้ามายืนมือกุมเข่าดูอย่างสนใจ สอบถามวิธีใช้ต่างๆ มือกุมท้ายยิ้มเขิน ยังดีนะว่าไม่ได้ปฏิเสธของพวกนี้ไปเสียทั้งหมด
ผู้กองหาญศึกกับจ่ามีเพียงเครื่องนอนง่ายๆ ผ้าใบปูพื้นนอน สายตามองทั่ว ที่นี่คงไม่ใช่ที่พักของพวกพรานแน่ ในมือถือปลอกกระสุนเอชเคที่เก็บมาได้ ต้องมีทหารลาดตระเวนผ่านมาพักอาศัยแถวนี้มาก่อน จะวางใจไม่ได้เสียทีเดียว
ห่างออกไปที่พัก บุหรี่คานิ้วยังไม่หมดมวน สัณฑ์ดีดทิ้งใช้รองเท้าขยี้ดับ สั่งความคนใกล้ตัว จะออกสำรวจไม่ไกล ก่อนค่ำจะกลับเข้ามา จากนั้นผิวปากเรียกตะบันกับน้องชาย สองพี่น้องเลือดว้าตามไปด้วย เป็นอันเข้าใจออกตรวจตราเพื่อระวังภัย หาญศึกกำลังจัดที่พักส่วนของตนลอบสังเกต ใจจริงตนอยากออกตระเวนด้วย แต่ปล่อยเจ้าถิ่นขยับไปก่อน
แสงสุดท้ายของตะวันแยงลอดแนวต้นไม้ ในหุบเขาแคบตอนหนึ่ง เถาวัลย์ห้อยพาดระโยง พื้นที่แอ่งน้ำมีน้ำตกไหลเป็นฝอยตกลงมา สร้างความเย็นชุ่มฉ่ำให้กับผู้มาเยือน การเดินทางสิ้นสุดลงสำหรับวันนี้ ที่ตั้งพักแรมคืนนี้อยู่เหนือขึ้นไป อุดมด้วยต้นไผ่ซาง คงกะพัน เดช โย่งสามคนอาสาลงมาตักน้ำ ใช้มีดฟันถากถางลงมา ทางลาดชันค่อนข้างรก
คงกะพันยืนกางแขนสูดอากาศเข้าปอด สิ่งที่พวกตนต้องการคือการผจญภัยได้รับการตอบสนองแล้ว วันนี้ยิงกันเลือดพล่าน ตบท้ายตอนเย็นมาดื่มด่ำกับสายน้ำ เดชไม่สนใจจัดการถอดเสื้อจะลงไปแช่น้ำให้หายคัน เล่าอูแบกปืนลูกซองตามมาร้องเดี๋ยว!
“อย่าพึ่งลงไป ship หายแล้ว
“อะไรรึน้า!”
“มีรอยตีนคนลงมาก่อนพวกเรา” แกวาดกระบอกปืนลงไปที่ทรายละเอียดก้นห้วย จากนั้นลงไปวักน้ำมาดม สายตาคู่นั้นคล้ายกำลังคิดหนัก
“น้ำเป็นพิษแล้ว มีมือดีแอบมาวางยา” คำสรุปของแก ผิวหน้าซี้ดเพราะติดเหล้ามานาน สติยังดีรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว ทำเอาพวกเด็กหนุ่มหน้าเหวอ ทั้งที่น้ำที่ไหลซึมผ่านทรายละเอียดใสเย็นน่าดื่มกินมาก
“ป่าแถวนี้ ไม่ใช่ที่เที่ยวเดินของชาวป่าเหมือนเมื่อก่อนแล้ว โจรป่าพวกห้าร้อยเพ่นพ่าน ถ้าเผลอเราเสร็จมัน” แกชี้ให้ลองวักน้ำมาดมดู คงกะพันไม่ได้รู้สึกอะไร ผิดกับโย่งทำหน้าแปลก
“พวกแกเป็นเด็กในเมือง คงแยกไม่ออก ตามชนบทไร่นา เขาใช้ยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง กลิ่นมันก็แบบนี้ กลิ่นยาฆ่าแมลงชัดๆ ใครเผลอดื่มกิน ไม่ตายก็ซมแน่”
“เราโดนแล้ว น่าจะเป็นพวกนั่นมาดักหน้า กวนน้ำของเรา คอยดูจับได้จะฆ่าพวกมันให้หมด” เล่าอูสีหน้าดุขึ้น หันไปมองหาบางอย่างก่อนจะชักมีดเดินป่าออกมา ขุดเดินบนเนินที่ห่างออกไป บอกจะขุดบ่อหาน้ำ ยาพิษคงซึมไปไม่ถึง
“น้าระแวงไปหรือเปล่า”
“อย่าเถียงสิไอ้คง เราต้องศึกษาจากน้าเขานะ วันนี้มีคนตายด้วย แกจะทำอะไรเล่นๆ ไม่ได้” โย่งเตือนเพื่อน จากนั้นเดินตรงไปฟันไม้ไผ่ขนาดเหมาะมือ เสี้ยมปลายให้แหลมมาช่วยขุดดิน สองคนพอว่างไม่รู้จะทำอะไร เล่าอูชี้ให้ขนฟืนขึ้นไป สูงล้ำขึ้นไปอุดมไปด้วยหญ้าสาบเสือ สัณฑ์โผล่หน้าขึ้นมากู่เรียก
“พวกมัน! วางยาในน้ำครับนาย ผมกำลังขุดบ่อหาน้ำไปใช้” แล้วแกก็หันมาพูดกับเด็กหนุ่ม “ไม่ต้องห่วง ในป่านายของเล่าอูแกเก่ง ใครมาร้าย ไม่พ้นมือนาย จัดการเรียบวุธ ใครมาร้ายก่อนรับรองเงาหัวไม่มี”
โย่งร้องโอ้โห มองตามขึ้นไป คนคนนั้นหายไปแล้ว ป่ามันรกมาก ไม่มีทางเห็นกันได้ เล่าอูหันมาเรียกให้ออกแรงขุดดินกันต่อ พอขุดดินไปได้หน่อยเดียว น้ำซึมออกบ่อแต่มันขุ่นคลักเอามาก แกบอกคงต้องรอให้ใสก่อนจะตักเอาไปใช้ได้ เล่าอูเลือกลำไผ่กระบอกงามฟัดมาใช้เป็นที่เก็บน้ำ เด็กหนุ่มยิ้มชื่น เหมือนในหนังในละครเลย จะได้ชีวิตเดินป่าจริงๆ เสียที
“นายมีพรายกระซิบบอกทุกครั้ง ศัตรูจะมาไม้ไหนรู้หมด คืนนี้พวกที่มันคิดร้าย ถ้าไม่รีบหนี ได้โดนนายล่าแน่” พอน้ำเริ่มตกตะกอน ใสขึ้น แกเริ่มตักใส่กระบอกอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ตะกอนลอยขึ้นมา ปากก็พุดคุยโวถึงตบะของนายสัณฑ์ พอตกกลางคืนถ้าได้ออกล่าแล้ว ไม่มีใครหน้าไหนจะหนีพ้นมือ เล่าอูมั่นใจในฝีมือของนายเป็นอันมาก
“ดูน้าจะมั่นใจ ในตัวพี่สัณฑ์มากเลยนะครับ”
“มันแน่อยู่แล้ว ลุยกันมาหลายปี ที่คณะแพทย์อาสาของนายหมอกฤษณ์เดินป่าอย่างสบายใจ ไปโผล่ตามเผ่าต่างๆ ทำงานได้สำเร็จลุล่วง ไม่ใช่เพราะว่าพวกชาวป่าชาวเขา และยังพวกทหารป่าเห็นเป็นหมอมาช่วยชีวิตคน แต่เพราะไม่เคยมีใครทำอันตรายพวกเราได้ต่างหาก