ครป.จี้ตั้ง ‘สภาพลเมือง’ กระจายอำนาจ เร่งจัดเลือกตั้งท้องถิ่น
https://www.matichon.co.th/politics/news_1837802
ครป.จี้ตั้ง ‘สภาพลเมือง’ กระจายอำนาจ เร่งจัดเลือกตั้งท้องถิ่น
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ มีการจัดอภิปรายสาธารณะหัวข้อ ‘
ข้อเสนอ ครป.กับการกระจายอำนาจการปกครอง’ วิทยากร อาทิ นาง
รสนา โตสิตระกูล, นาย
ชำนาญ จันทร์เรือง, นาย
วีระ สมความความคิด, นาย
สมชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, นาย
กษิต ภิรมย์ ดำเนินรายการโดย นาย
เมธา มาสขาว เลขา ครป.
ทั้งนี้ ในงานดังกล่าว มีการเผยแพร่แแถลงการณ์คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เรื่อง ขอให้รัฐบาลกระจายอำนาจการปกครองและจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นโดยเร็ว
ดังนี้
เป็นที่เข้าใจกันโดยกว้างขวางในหมู่ประชาชนโดยทั่วไปว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการรุมเร้าอย่างหนักหน่วงของปัญหาอันหลากหลาย ทั้งปัญหาที่เป็นผลมาจากการแข่งขันแย่งชิงกันทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และปัญหาภายในประเทศที่บรรดาปัญหาใหญ่-น้อยทั้งหลายนั้นส่งผลถึง “ความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง” ระหว่างประชาชนที่ต่างชนชั้น ต่างฐานะทางสังคม ที่อยู่ในเมืองกับอยู่ในชนบทและอื่นๆ แต่ปรากฎว่า รัฐบาลและกลไกรัฐทั้งหลายยังมีกระบวนทัศน์ว่า การเป็น “รัฐราชการ” หรือ “รัฐรวมศูนย์อำนาจ” แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจะเป็นสิ่งที่ทำให้รัฐไทยสามารถเผชิญกับปัญหาและความท้าทายต่างๆ ได้ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาภายใต้กระบวนทัศน์นี้ไม่อาจลดทอนปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าวลงได้ ตรงกันข้ามกลับทวีความรุนแรงเพิ่มยิ่งขึ้น
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ซึ่งมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ เห็นว่า รัฐบาลและกลไกรัฐในราชการฝ่ายบริหาร และรัฐสภาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การบริหารราชการแผ่นดินและการตรากฎหมายแล้วแต่กรณีจากการเป็น “รัฐราชการแบบเข้มข้น” หรือ “รัฐรวมศูนย์อำนาจเด็ดขาด” ซึ่งเต็มไปด้วยการคอร์รัปชั่นของข้าราชการและนักการเมืองอย่างเป็นระบบ และเชื่อว่ารัฐบาลและกลไกของรัฐต่างๆ เท่านั้นเป็นฝ่ายที่มีความสามารถในการตัดสินใจบริหารจัดการประเทศได้ดีที่สุดและถูกต้องที่สุด และถือว่าประชาชนเป็นเพียงฝ่ายที่ต้องรอรับผลการตัดสินใจหรือตอบสนองต่อทิศทางการดำเนินการของฝ่ายรัฐทั้งที่มีข้อจำกัดมากมาย ประการสำคัญ กระบวนทัศน์และแนวทางเช่นนี้ได้ละทิ้งโอกาสอย่างมหาศาลในการนำเอาศักยภาพและพลังของประชาชนในท้องถิ่นและทรัพยากรท้องถิ่นที่มีอยู่ในทั่วประเทศมาขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ช่วยลดภาระของรัฐบาลในส่วนกลาง รวมทั้ง เพิ่มพลังในการแข่งขันให้กับประเทศให้มากยิ่งขึ้น
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาล และคณะกรรมาธิการต่างๆ ของรัฐสภา รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งหลายว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ กำหนดนโยบาย และตรากฎหมายให้เกิดการบริหารจัดการประเทศร่วมกันระหว่างรัฐกับประชาชนภายใต้ภัยคุกคามความมั่นคงในรูปแบบใหม่ ดังต่อไปนี้
1.ขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาการผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจของกลุ่มนายทุนผูกขาด โดยต้องกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจและบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ให้เกิดความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ หยุดธุรกิจที่ผูกขาดตลาดเกินกว่ากึ่งหนึ่งโดยนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ จัดให้มีกฎหมายการเก็บภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้าเหมือนนานาอารยประเทศ ยกเลิกนโยบายส่งเสริมการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษและการลดภาษีเงินได้และให้อภิสิทธิ์พิเศษแก่โครงการของกลุ่มทุน
2.ขอให้รัฐบาลกระจายอำนาจการปกครองจากรัฐราชการรวมศูนย์ ไปสู่การพัฒนาเมืองต่างๆ ให้เติบโตยั่งยืนด้วยตนเองได้ และส่งเสริมให้ท้องถิ่นจัดการตนเองด้วยระบบราชการสมัยใหม่ที่ทันสมัย โดยให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารจังหวัดเหมือนกับกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เพื่อให้ทุกเมืองได้พัฒนาทรัพยากรในท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่เพื่อผลประโยชน์ของคนในท้องถิ่นเอง
3.ขอให้รัฐบาลผลักดันรูปแบบการปกครองในรูปจังหวัดจัดการตนเองซึ่งเป็น “การปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น” ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 249 และเป็นรูปแบบ “องค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเต็มพื้นที่จังหวัด” ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ พ.ศ. 2542 มาตรา 19 ใน “จังหวัดที่ความพร้อม” ก่อนเพื่อนำร่องทดลองรูปแบบการกระจายอำนาจอย่างเป็นระบบ
4.ขอให้รัฐบาลจัดให้มี “สภาพลเมือง” ขึ้นในทุกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล โดยให้สภาพลเมืองเป็นที่สำหรับการปรึกษาหารือ การร่วมตัดสินกำหนดแผนพัฒนาท้องถิ่น การร่วมแก้ไขปัญหาของท้องถิ่น เป็นต้น รวมทั้ง ควรเปิดโอกาสให้สภาองค์กรชุมชน องค์กรและเครือข่ายภาคประชาสังคมได้มีบทบาทในการให้คำปรึกษาและร่วมตัดสินใจกับองค์กรปกครองท้องถิ่น ตลอดทั้ง ร่วมหรือรับทำบริการสาธารณะที่เหมาะสมด้วย
5.ขอให้รัฐบาลเร่งจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศโดยเร็วที่สุดภายในกำหนดเวลาไม่เกิน 3 เดือนนับจากนี้ หลังจากที่ไม่มีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากว่า 7 ปีตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ใช้อำนาจมาตรา 44 ขยายเวลาออกไป จนบัดนี้มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่นานแล้ว สมควรให้มีการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นโดยเร็วเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและเพื่อให้การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความต่อเนื่องของระบบ
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาล รวมถึงรัฐสภาไทย จะรับฟังข้อเรียกร้องอันบริสุทธิ์ใจนี้ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและรัฐสภาไทยในที่สุด เพื่อเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาประเทศอย่างจริงจัง
ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2562 คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
เงินสะพัดปีใหม่1.37แสนล้านต่ำสุดรอบ12ปี
https://www.innnews.co.th/economy/news_561111/
นาง
เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่า
กลุ่มตัวอย่าง 1,223 ตัวอย่างทั่วประเทศ ร้อยละ 76.8 มีการวางแผนออกนอกพื้นที่ในช่วงปีใหม่ เพื่อเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัด โดยร้อยละ 84.7 มีการวางแผนท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวมคนละ 15,615 บาท ร้อยละ 15.3 วางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 58,842 บาท
นอกจากนี้ยังมีการวางแผนซื้อของขวัญทั้งให้ตนเองและผู้อื่น ส่งผลทำให้เงินสะพัดในช่วงเทศกาลปีใหม่ปีนี้
ขยายตัวร้อยละ 1.9 ต่ำสุดในรอบ 12 ปี คิดเป็นมูลค่า 137,809 ล้านบาท โดยประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่ายเนื่องจากเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่รัฐบาลควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด คือ เศรษฐกิจโดยรวม,ปัญหาสังคม,เสถียรสภาพทางการเมืองและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยธรรมชาติ
JNY : ครป.จี้ตั้ง‘สภาพลเมือง’กระจายอำนาจ/เงินสะพัดปีใหม่ต่ำสุดรอบ12ปี/ค้าปลีกไทยต่ำเป้า โตแค่ 2.8%/ส่งออก62มีแววลบเกิน3%
https://www.matichon.co.th/politics/news_1837802
ครป.จี้ตั้ง ‘สภาพลเมือง’ กระจายอำนาจ เร่งจัดเลือกตั้งท้องถิ่น
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ มีการจัดอภิปรายสาธารณะหัวข้อ ‘ข้อเสนอ ครป.กับการกระจายอำนาจการปกครอง’ วิทยากร อาทิ นางรสนา โตสิตระกูล, นายชำนาญ จันทร์เรือง, นายวีระ สมความความคิด, นายสมชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, นายกษิต ภิรมย์ ดำเนินรายการโดย นายเมธา มาสขาว เลขา ครป.
ทั้งนี้ ในงานดังกล่าว มีการเผยแพร่แแถลงการณ์คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เรื่อง ขอให้รัฐบาลกระจายอำนาจการปกครองและจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นโดยเร็ว
ดังนี้
เป็นที่เข้าใจกันโดยกว้างขวางในหมู่ประชาชนโดยทั่วไปว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการรุมเร้าอย่างหนักหน่วงของปัญหาอันหลากหลาย ทั้งปัญหาที่เป็นผลมาจากการแข่งขันแย่งชิงกันทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และปัญหาภายในประเทศที่บรรดาปัญหาใหญ่-น้อยทั้งหลายนั้นส่งผลถึง “ความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง” ระหว่างประชาชนที่ต่างชนชั้น ต่างฐานะทางสังคม ที่อยู่ในเมืองกับอยู่ในชนบทและอื่นๆ แต่ปรากฎว่า รัฐบาลและกลไกรัฐทั้งหลายยังมีกระบวนทัศน์ว่า การเป็น “รัฐราชการ” หรือ “รัฐรวมศูนย์อำนาจ” แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจะเป็นสิ่งที่ทำให้รัฐไทยสามารถเผชิญกับปัญหาและความท้าทายต่างๆ ได้ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาภายใต้กระบวนทัศน์นี้ไม่อาจลดทอนปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าวลงได้ ตรงกันข้ามกลับทวีความรุนแรงเพิ่มยิ่งขึ้น
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ซึ่งมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ เห็นว่า รัฐบาลและกลไกรัฐในราชการฝ่ายบริหาร และรัฐสภาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การบริหารราชการแผ่นดินและการตรากฎหมายแล้วแต่กรณีจากการเป็น “รัฐราชการแบบเข้มข้น” หรือ “รัฐรวมศูนย์อำนาจเด็ดขาด” ซึ่งเต็มไปด้วยการคอร์รัปชั่นของข้าราชการและนักการเมืองอย่างเป็นระบบ และเชื่อว่ารัฐบาลและกลไกของรัฐต่างๆ เท่านั้นเป็นฝ่ายที่มีความสามารถในการตัดสินใจบริหารจัดการประเทศได้ดีที่สุดและถูกต้องที่สุด และถือว่าประชาชนเป็นเพียงฝ่ายที่ต้องรอรับผลการตัดสินใจหรือตอบสนองต่อทิศทางการดำเนินการของฝ่ายรัฐทั้งที่มีข้อจำกัดมากมาย ประการสำคัญ กระบวนทัศน์และแนวทางเช่นนี้ได้ละทิ้งโอกาสอย่างมหาศาลในการนำเอาศักยภาพและพลังของประชาชนในท้องถิ่นและทรัพยากรท้องถิ่นที่มีอยู่ในทั่วประเทศมาขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ช่วยลดภาระของรัฐบาลในส่วนกลาง รวมทั้ง เพิ่มพลังในการแข่งขันให้กับประเทศให้มากยิ่งขึ้น
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาล และคณะกรรมาธิการต่างๆ ของรัฐสภา รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งหลายว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ กำหนดนโยบาย และตรากฎหมายให้เกิดการบริหารจัดการประเทศร่วมกันระหว่างรัฐกับประชาชนภายใต้ภัยคุกคามความมั่นคงในรูปแบบใหม่ ดังต่อไปนี้
1.ขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาการผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจของกลุ่มนายทุนผูกขาด โดยต้องกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจและบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ให้เกิดความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ หยุดธุรกิจที่ผูกขาดตลาดเกินกว่ากึ่งหนึ่งโดยนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ จัดให้มีกฎหมายการเก็บภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้าเหมือนนานาอารยประเทศ ยกเลิกนโยบายส่งเสริมการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษและการลดภาษีเงินได้และให้อภิสิทธิ์พิเศษแก่โครงการของกลุ่มทุน
2.ขอให้รัฐบาลกระจายอำนาจการปกครองจากรัฐราชการรวมศูนย์ ไปสู่การพัฒนาเมืองต่างๆ ให้เติบโตยั่งยืนด้วยตนเองได้ และส่งเสริมให้ท้องถิ่นจัดการตนเองด้วยระบบราชการสมัยใหม่ที่ทันสมัย โดยให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารจังหวัดเหมือนกับกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เพื่อให้ทุกเมืองได้พัฒนาทรัพยากรในท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่เพื่อผลประโยชน์ของคนในท้องถิ่นเอง
3.ขอให้รัฐบาลผลักดันรูปแบบการปกครองในรูปจังหวัดจัดการตนเองซึ่งเป็น “การปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น” ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 249 และเป็นรูปแบบ “องค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเต็มพื้นที่จังหวัด” ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ พ.ศ. 2542 มาตรา 19 ใน “จังหวัดที่ความพร้อม” ก่อนเพื่อนำร่องทดลองรูปแบบการกระจายอำนาจอย่างเป็นระบบ
4.ขอให้รัฐบาลจัดให้มี “สภาพลเมือง” ขึ้นในทุกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล โดยให้สภาพลเมืองเป็นที่สำหรับการปรึกษาหารือ การร่วมตัดสินกำหนดแผนพัฒนาท้องถิ่น การร่วมแก้ไขปัญหาของท้องถิ่น เป็นต้น รวมทั้ง ควรเปิดโอกาสให้สภาองค์กรชุมชน องค์กรและเครือข่ายภาคประชาสังคมได้มีบทบาทในการให้คำปรึกษาและร่วมตัดสินใจกับองค์กรปกครองท้องถิ่น ตลอดทั้ง ร่วมหรือรับทำบริการสาธารณะที่เหมาะสมด้วย
5.ขอให้รัฐบาลเร่งจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศโดยเร็วที่สุดภายในกำหนดเวลาไม่เกิน 3 เดือนนับจากนี้ หลังจากที่ไม่มีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากว่า 7 ปีตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ใช้อำนาจมาตรา 44 ขยายเวลาออกไป จนบัดนี้มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่นานแล้ว สมควรให้มีการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นโดยเร็วเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและเพื่อให้การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความต่อเนื่องของระบบ
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาล รวมถึงรัฐสภาไทย จะรับฟังข้อเรียกร้องอันบริสุทธิ์ใจนี้ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและรัฐสภาไทยในที่สุด เพื่อเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาประเทศอย่างจริงจัง
ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2562 คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
เงินสะพัดปีใหม่1.37แสนล้านต่ำสุดรอบ12ปี
https://www.innnews.co.th/economy/news_561111/
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่า
กลุ่มตัวอย่าง 1,223 ตัวอย่างทั่วประเทศ ร้อยละ 76.8 มีการวางแผนออกนอกพื้นที่ในช่วงปีใหม่ เพื่อเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัด โดยร้อยละ 84.7 มีการวางแผนท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวมคนละ 15,615 บาท ร้อยละ 15.3 วางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 58,842 บาท
นอกจากนี้ยังมีการวางแผนซื้อของขวัญทั้งให้ตนเองและผู้อื่น ส่งผลทำให้เงินสะพัดในช่วงเทศกาลปีใหม่ปีนี้ ขยายตัวร้อยละ 1.9 ต่ำสุดในรอบ 12 ปี คิดเป็นมูลค่า 137,809 ล้านบาท โดยประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่ายเนื่องจากเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่รัฐบาลควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด คือ เศรษฐกิจโดยรวม,ปัญหาสังคม,เสถียรสภาพทางการเมืองและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยธรรมชาติ