สวัสดีค่ะ สิ้นสุดการรอคอยสำหรับภาคจบของมหากาพย์บ้านสกายวอร์คเกอร์ที่มีประวัติยาวนาน ชุลมุนวุ่นวาย เดี๋ยวคนนั้นเป็นตัวดี เดี๋ยวนี้คนนี้เป็นตัวร้าย ทั้งที่เป็นพ่อแม่ลูกกันทั้งนั้น ภาคนี้เคลมตัวเองว่าเป็นภาคจบ แต่ดันตั้งชื่อสปอยตัวเองสุดๆ ว่า The rise of skywalker เราไปลองดูมาแล้ว เดี๋ยวเล่าให้ฟังจ้า
หลังจากภาคที่ 8 Last Jedi เจไดคนสุดท้าย Luke Skywalker ตายกลายเป็น Force ไปแล้ว ภาคนี้ศิษย์รัก แม่นางเรย์ (ไม่มีนามสกุล) ก็ฝึกปรือเตรียมพร้อมในการทำภารกิจ ในขณะเดียวกันฝ่ายตรงข้ามไคโรเร็นสุดหล่อ ในภาคนี้มีหน้ากากเป็นของตนเองแล้วนะจ้ะ เขาพยายามพิสูจน์ว่าตัวเองไปได้ไกลกว่าท่านตา หลังจากฆ่าพ่อของตัวเองไปแล้ว จุดมุ่งหมายของภาคนี้ จึงยังคงเป็นเรื่องเดิมจากภาคที่แล้วการสู้กันระหว่าง 2 ฝ่ายการเมือง เหมือนเดิม สมกับที่เป็นภาคต่อจริงๆ
สตาร์วอร์โดยปกติจะเดินเรื่องโดยให้ตัวละครหลักไปทำภารกิจ (ทำภารกิจล่ม ไปทำภารกิจใหม่ ไปทำภารกิจใหญ่แล้วฟินจบเรื่อง) แต่ภาคนี้ทำออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เรียกว่าย่ำอยู่กับที่ทำให้ยากอยู่หลายฉากเลยดีกว่า เราเห็นคนดูผลัดกันไปเข้าห้องน้ำในช่วงกลางเรื่อง แล้วกลับมานั่งดูต่อได้ชิวๆ เนื้อเรื่องที่ Miss ไป ไม่มีผลเลย แต่พอเรื่องจะง่ายก็ง่ายจังเลย ง่ายจนเหมือนว่าไอ้ที่ทำๆ มาช่างไร้ความหมาย ไม่ส่งอารมณ์ให้คนดูได้อินไปกับเรื่อง ซึ่งตรงนี้เราว่าเป็นจุดที่ทำให้เนื้อเรื่องมีปัญหา นอกจากนี้หนังยังพยายามเซอร์วิสแฟนๆ โดยใส่สิ่งที่รู้ว่าแฟนๆ น่าจะชอบมาเยอะไปหมด เรามองว่าควรจะพอดีๆ ใส่ใจเรื่องการดำเนินเรื่องจะดีกว่าไหม มุกไหนเคยทำแล้วทีมงานทำการบ้านหน่อย เสน่ห์ของสตาร์วอร์คือความเซอร์ไพร์สและความว้าวนะ ในภาคจบแน่นอนว่ามันต้องคลี่คลายทุกปริศนาว้าวๆ แต่ถ้าทำออกมาเหมือนนิทาน เล่าไปเรื่อยคนดูเขาจะว้าวได้ไง โมโห!

ในส่วนของ 2 ตัวละครหลัก เรย์ในภาคนี้ไม่มีฉากไหนเลยที่จะทำให้เราจดจำเธอไปได้ 10-20 ปี ทั้งที่นักแสดงเองก็มีความตั้งใจในการแสดง หนักไปกว่านั้นคือ ไคโลเรน เดิมเรามองว่าตัวละครตัวนี้ช่างมีมิติ น่าจะเป็นตัวร้ายที่น่าจดจำเหมือนท่านตาเวเดอร์เคยทำไว้ พอมาดูตอนจบโอโห้~ มันปวดใจ ทำอะไรก็ไม่รู้ ตัวเขาเองมีจุดมุ่งหมายอย่างไรยังตอบยากเลยค่ะ เสียดายฝีมือของอดัม ไดเวอร์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เพราะสุดท้ายแล้วเหมือนมาจีบสาวมากกว่า เราจึงได้ดูหนังรัก(รึเปล่า?) ที่ไม่รู้ว่าไปรักกันตอนไหน
นอกจากนี้ฉากการปะดาบก็ไม่ได้ลุ้นระทึกอะไรเลย ปกติมันต้องนั่งไม่ติดแล้วนะ เรื่องดีดีที่สามารถพูดได้เรื่องเดียวคือเสียงเพลงประกอบภาพยนตร์ อันนี้ยอมรับว่าทำออกมาได้ดีทั้งเรื่องไดนามิกและจังหวะที่ควรมีก็มีเสมอๆ เลย
---------------------------------------
ฝากเพจ Like Flick ทาง Facebook ด้วยนะคะ
Star Wars : The rise of Skywalker ยัยเจไดตัวร้ายกับนายตัวดี
หลังจากภาคที่ 8 Last Jedi เจไดคนสุดท้าย Luke Skywalker ตายกลายเป็น Force ไปแล้ว ภาคนี้ศิษย์รัก แม่นางเรย์ (ไม่มีนามสกุล) ก็ฝึกปรือเตรียมพร้อมในการทำภารกิจ ในขณะเดียวกันฝ่ายตรงข้ามไคโรเร็นสุดหล่อ ในภาคนี้มีหน้ากากเป็นของตนเองแล้วนะจ้ะ เขาพยายามพิสูจน์ว่าตัวเองไปได้ไกลกว่าท่านตา หลังจากฆ่าพ่อของตัวเองไปแล้ว จุดมุ่งหมายของภาคนี้ จึงยังคงเป็นเรื่องเดิมจากภาคที่แล้วการสู้กันระหว่าง 2 ฝ่ายการเมือง เหมือนเดิม สมกับที่เป็นภาคต่อจริงๆ
สตาร์วอร์โดยปกติจะเดินเรื่องโดยให้ตัวละครหลักไปทำภารกิจ (ทำภารกิจล่ม ไปทำภารกิจใหม่ ไปทำภารกิจใหญ่แล้วฟินจบเรื่อง) แต่ภาคนี้ทำออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เรียกว่าย่ำอยู่กับที่ทำให้ยากอยู่หลายฉากเลยดีกว่า เราเห็นคนดูผลัดกันไปเข้าห้องน้ำในช่วงกลางเรื่อง แล้วกลับมานั่งดูต่อได้ชิวๆ เนื้อเรื่องที่ Miss ไป ไม่มีผลเลย แต่พอเรื่องจะง่ายก็ง่ายจังเลย ง่ายจนเหมือนว่าไอ้ที่ทำๆ มาช่างไร้ความหมาย ไม่ส่งอารมณ์ให้คนดูได้อินไปกับเรื่อง ซึ่งตรงนี้เราว่าเป็นจุดที่ทำให้เนื้อเรื่องมีปัญหา นอกจากนี้หนังยังพยายามเซอร์วิสแฟนๆ โดยใส่สิ่งที่รู้ว่าแฟนๆ น่าจะชอบมาเยอะไปหมด เรามองว่าควรจะพอดีๆ ใส่ใจเรื่องการดำเนินเรื่องจะดีกว่าไหม มุกไหนเคยทำแล้วทีมงานทำการบ้านหน่อย เสน่ห์ของสตาร์วอร์คือความเซอร์ไพร์สและความว้าวนะ ในภาคจบแน่นอนว่ามันต้องคลี่คลายทุกปริศนาว้าวๆ แต่ถ้าทำออกมาเหมือนนิทาน เล่าไปเรื่อยคนดูเขาจะว้าวได้ไง โมโห!
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
นอกจากนี้ฉากการปะดาบก็ไม่ได้ลุ้นระทึกอะไรเลย ปกติมันต้องนั่งไม่ติดแล้วนะ เรื่องดีดีที่สามารถพูดได้เรื่องเดียวคือเสียงเพลงประกอบภาพยนตร์ อันนี้ยอมรับว่าทำออกมาได้ดีทั้งเรื่องไดนามิกและจังหวะที่ควรมีก็มีเสมอๆ เลย
---------------------------------------
ฝากเพจ Like Flick ทาง Facebook ด้วยนะคะ