ควรทำยังไงกับพฤติกรรมพี่ชาย

สวัสดีค่ะ วันนี้มีเรื่องอยากระบายและถามเพื่อนๆว่าจะทำอย่างไร คิดอย่างไร กับพฤติกรรมของพี่ชาย
เริ่มจากครอบครัวเราเป็นครอบครัวค่อนข้างใหญ่ มีพ่อแม่ พี่ชาย ตา ยาย น้าชาย น้าสาว หลานชาย
ท้าวความก่อน พี่ชายเรียนมหาลัยชื่อดังอันดับ2ของประเทศ ค่าเทอม 9x,xxx บาท เกี่ยวกับดนตรี อยู่แถวนครปฐม เนื่องจากฐานะปานกลาง แม่ถามพี่ชายก่อนจะเข้าเรียนที่นี้ว่า เรียนไหมถ้าไม่ติดเรื่องค่าเทอม พี่ชายตอบตกลงเพราะ อยากเรียนมาตั้งแต่เด็กและดนตรีโดยเฉพาะ พี่ชายเป็นโรคหอบหืด เหนื่อยง่าย ภูมิแพ้ เขาอยากเข้าวงโยตั้งแต่ป.3 ปรึกษาแม่ แม่ดักทางคุยกับคุณครูว่าอย่ารับเพราะกลัวเหนื่อย ดักทาง2ปี ขึ้นป.5พี่ชายแอบสมัครจนคุณครูรับ และบอกแม่ทีหลัง พ่อจึงบอกให้เขาลองก็ไม่เสียหาย ป.6เริ่มมีการไปแข่งขันวงโย ได้รางวัลมา แม่ภูมิใจมาก จนขึ้นม.1 เข้ารร.รัฐ (เตรียมพัฒฯ) เพราะความสามารถด้านดนตรี แต่ด้วยสมองที่เรียนวิชาการไม่เก่ง ทำให้ขึ้นม.4ยาก จึงใช้วงโยเข้ารร.เดิมนะคะ แต่เป็นเด็กใหม่ ขึ้นม.5 เขาบอกอยากเล่นเบส แม่ก็สนับสนุน เขามีแฟนเป็นรุ่นน้อง คบๆเลิกๆเพราะน้องชอบพูดว่าไม่สนใจ ทำไมต้องไปซ้อมแต่ดนตรี พี่ชายรักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจมากๆ เลือกดนตรีมากกว่าแฟน จนจบม.6 เข้ามหาวิทยาลัย เมื่อปีที่ผ่านมา เข้ารัฐบาลชื่อดังอันดับ2ได้ แต่ด้วยฐานะปานกลางค่าเทอมเหยียบแสน จึงทำการกู้กยศ. แต่ได้ปีละ60,000 เท่านั้น ตัวเราเองรู้สึกภูมิใจที่มีพี่เก่งมาก เข้าปี1 ขับรถไป ไปเช้าเย็นกลับแต่ดึกเพราะซ้อมดนตรี ปี1ผ่านไปด้วยดี เกรเไม่สวยมากแต่ไม่ตกก็โอเค พี่ชายขึ้นปี2 เราขึ้นปี1 เรียนมหาลัยย่านรัชดาเนื่องจากบ้านเราอยู่บางบัวทอง จึงจะขอแม่อยู่หอแต่ เวลาเปิดปิดเทอม มอพี่ชายจะเปิดก่อนประมาณ2เดือน พี่ชายตัดหน้าขออยู่หอ อ้างว่าเสียเวลาซ้อม ตอนไปกลับบ้านจากมอ แรกๆเราไปมอกับแม่เพราะแม่ที่ทำงานใกล้มาก แค่3ป้ายรถเมล์ แต่เพราะแม่ต้องไปตั้งแต่ตี5 ซึ่งเรามีเรียน9โมง จึงนั่งรถไฟฟ้ามาเอง ผ่านไป3เดือน ตุลาคมที่ผ่านมา แม่มาคุยกับเราว่า ไปมอกี่โมง แม่ไปพร้อมหนูนะ แม่ขับรถไม่ไหว เราก็โอเค กลัวแม่ปวดหัวกลางทางรถชน เราจึงขับแทนประมาณ2อาทิตย์ แม่บ่นตลอดว่า ขับรถไม่ไหวปวดหัว ปกติจะจอดรถที่บริษัทแม่ แล้วเราก็นั่งรถเมล์ต่อไปมอ พอเลิกเรียนเที่ยงๆ เราจะบอกแม่ทุกครั้งว่าเลิกแล้วนะกลับบ้านเลยนะ แต่วันนั้นแม่แปลกคือ มาเอารถกลับไป แม่ปวดหัวมาก แล้วก็เงินที่ให้ไว้เก็บนะเพื่อแม่ตกงาน แม่จะเล่าไรให้ฟัง แม่เงียบสักพัก เขาบอกพี่พาแฟนขึ้นห้อง และติดF 2ตัว (บอกก่อนหน่วยกิตละ2,700 ที่ตก ตัวละ3หน่วยกิต) เราเริ่มแปลกใจเพราะแม่ไม่เคยเป็นแบบนี้ ผ่านไปวันถัดมา เราเลิก5โมงพร้อมแม่ แต่แม่กลับบอกว่า กลับก่อนเลยแม่มีประชุม แต่กลับไม่ใช่ประชุมปกติ เราถึงบ้านเกือบๆ2ทุ่ม อาบน้ำรอแม่กลับบ้าน 3ทุ่มกว่าๆพ่อถึงบ้าน คุยกับเราว่า แม่พูดไรเข้มแข็งนะ แม่เดินเข้ามา น้ำตาลคลอ แล้วพูดว่า แม่ตกงานแล้วนะ เราเครียดและร้องไห้หนักมาก วันต่อมารถต้องขับรถไปมอเอง และร้องไห้ตลอดทาง เนื่องจากแม่มีค่าใช้จ่ายเยอะมาก ตกงานมาก็หยุดทำงานไม่ได้ ทำขนมขาย ดิ้นรนหาเงินเพื่อให้ลูกเรียนจบ แต่พี่ชายก็ไม่กระตือรือร้นอะไร ยังขอเงินแม่ทุกวัน ขอซื้อเครื่องดนตรี ตัวเองไม่รู้สึกผิดอะไร พาผญ.เข้ามาอาศัยด้วย แม่ต้องเพิ่มเงินอีก2เท่า แม่ก็ยังค่อยเปย์พี่ชายต่อไป ซักเสื้อผ้าให้ ทำกับข้าวให้เมื่อพี่กลับมาบ้าน ผ่านไป1เดือน แม่เริ่มไม่โอเคกับผญ.คนนี้ ไปอยู่หอแล้ว แต่เอารถไปด้วยเพื่อรับส่งผญ.ทำงานเช้าเย็น ตัวเองเริ่มไม่มีเวลาซ้อมเพราะต้องรับส่งผญ. พาผญ.ไปกินข้าว ไปเที่ยว สุดท้ายจุดพีคอยู่ตรงนี้ค่ะ เราต้องทำงานตัดวิดีโอ คอมเราใช้ไม่ได้เลยไปหอพี่เพื่อทำงานคอมพี่ และผญ.จะย้ายไปอยู่กับพี่สาวเขาแถวลาดพร้าว อ่ะใกล้มอเราไปอีก แต่ก่อนนั้น ผญ.เริ่มขึ้นเสียงใส่แม่เราดังมาก เราต้องทนฟังและทนทำงานให้เสร็จเพาะถ้าเราลุก ไม่มีได้เสร็จงานแน่ จนเสร็จเรากำลังจะลุกด่าว่า "เป็นใครมาขึ้นเสียงใส่แม่กู" แต่ๆๆๆๆ ถามเพื่อนๆห่อนว่าถ้า พ่อแม่เพื่อนๆทะเลาะกับแฟนเพื่อนๆ เพื่อนๆจะพาใครออกจากห้อง ระหว่างแม่กับแฟน ตอบตัวเองกันนะคะ มาต่อค่ะ พี่ชายเราลุกขึ้น และกระชากแม่ทันทีบอกให้กลับบ้าน!! เราสตั้นจ้ะ พี่ชายตะคอกแม่ดังมาก เราก็ดังใส่เข้าไปว่า "เป็น ยิ้มไร นี่แม่นะ" พี่ชายปกป้องผญ.คนนี้สุดๆ จนผ่านวันนั้นไป ผญ.บอกเองว่าจะออกจากชีวิตครอบครัวนี้ เรื่องไม่จบ แม่เราเอาพี่กลับบ้าน ตอนกลับสงบแล้วพี่บอกพน.ไปเดอะมอลล์บางกะปิจะไปเชียร์เพือนแข่งดนตรีตอนบ่าย แต่ตื่นมาตอนเช้า ลงมาบอกจะไปทันทีตอน9โมง พอตกเย็นบอกแม่ว่า ไปเดินเล่นลาดพร้าวคนเดียว เพื่อนๆจำได้ไหมคะ ผญ.คนนั้นย้ายมาอยู่ที่ไหน แค่จากบ้านเดินไปตลาดมันยังไม่ไปเลย ครั้งแรกก็ไม่อะไร แต่พอรู้ละค่ะว่าไปเจอกัน เพราะเรายังเห็นเค้าคุยกันอยู่ ผ่านไป1อาทิตย์ กลับมาบ้าน10นาทีออกไปกินหมูทะบ้านเพื่อนกลับตอนเที่ยงคืน และกลับหอทันที ต่อมากลับมาถึงบ่ายๆเกือบไป ไปตลาดจตุจักรค่ะ โอ้มายก้อด ยอมนั่งรถเป็นชม.เพื่อไปหาผญ.แค่นั่งรถเมล์จากบ้านไปเซนเวส ใช้เวลา10นาที ไม่เคยค่ะ ถัดมา2วันแม่ยอมขับรถจากบางบัวทองไปนครปฐมเพื่อดูแลพี่ค่ะ ไปกลับนะคะทุกวัน จุดพีคไปอีกคือ พี่เริ่มว่าแม่ค่ะ แม่ทำให้ชีวิตพัง ที่เขากับผญ.เลิกเพราะแม่และเพื่อน ที่ติดFก็เพราะเพื่อน แม่เลี้ยงด้วยเงิน ไม่เคยใส่ใจ แม่ไม่เคยสนใจความรู้สึกเลย เพราะแม่บังคับ เขาโกหกความชอบเล่นดนตรี ไปสายนี้ไม่ได้ เพราะไม่ชอบ เรียนจบปี2จะลาออก ว่าเสร็จวันถัดมา พี่เราบอกแม่ครับเงินหมด แม่เราโอนให้ทันที เป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่เกิดเรื่อง อ้าวไงเป็นงี้อ่ะ เราไม่โอเคตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง อยู่กับดนตรีมา12ปี ผญ.คนนี้เข้ามาติดF ด่าแม่ จะลาออก เพราะผญ.คนนี้มาอยู่ด้วยแค่5เดือน แม่บังคับให้เราคุยกับพี่ บอกให้อย่าไปอคติกับพี่ เพราะเป็นพี่น้องกัน ยายเราบอกให้เวลาช่วย เราต้องคุยกับเขา ชวนเขาคุย เอ้า?? เราไม่ผิดทำไมเราต้องเข้าหาละ เขาผิดเต็มๆถ้าเขายังรักครอบครัวอยู่ เขาต้องเป็นคนเริ่มคุยสิเพื่อให้เรารู้ว่าเขาสำนึก แต่นี่ไม่จ้ะ กลับมาขอเงินแม่ไปเที่ยวเหมือนเดิม ไม่มีสำนึกอะไรทั้งสิ้น ตั้งแต่แม่ตกงานเราชวนแม่ทุกอย่าง กลับดึกแค่ไหน2-3ทุ่มก็ช่วยทำขนมเสมอ ช่วยขาย เราปิดเทอมพอมีทุน เราทำขนมขายเอง ใช้เงินตัวเองทั้งหมด อาจจะมีแว้บไปเที่ยวแต่ไม่เคยขอเงินแม่ ช่วยแม่ต้มชาทุกวัน ปิดร้านก็ไปรับ3-4ทุ่ม ได้วันละ100 ตอนนี้แม่เปิดร้านชานมแล้วนะคะ แต่พี่นั่งๆนอนๆได้เป็นพัน พอเราพูดคิดอะไรอยู่ เพราะปลอบกันอยู่แบบนี้ไงเมื่อไรจะคิดได้ ไม่โตสักที ยายกับแม่กลับว่าเรา ทำไมคิดแบบนี้ ต้องพูดกับเขาดีๆสิ สรุปเป็นเราคนผิดใช่ไหมกลับเป็นเรา ที่พูดอะไรไม่ได้เลยค่ะ ควรทำยังไงดี (มีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่