คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
เรามองว่าการอยู่ก่อนแต่งขึ้นอยู่กับความพร้อมสร้างครอบครัวของทั้งคู่โดยเฉพาะผู้ชาย วัย วุฒิภาวะ การแคร์ความรู้สึกของแฟนตัวเอง ขอไม่ตอบตามข้อคำถามนะคะ
ถ้าผู้ชายพร้อมสร้างครอบครัว พอจะมีเงินเก็บสำรองบ้าง การอยู่ก่อนแต่งก็จะเป็นวิธีการที่เป็นประโยชน์ เหมือนเป้าหมายคือ การเรียนรู้กันก่อนแต่งงานจริงๆ
-ถามว่า 1 เดือนรู้มั๊ย ตามความเห็นเราคิดว่าไม่รู้ ตอนเราแต่งงานช่วงโปรมีประมาณ 2 ปี ต่างคนต่างยังพยายามหันด้านดีเข้าหากัน แต่หลังจากมีลูก เริ่มต่างคนต่างเหนื่อย เราถึงเริ่มหมุนรอบตัวเอง เรามองว่าจะรู้สันดอนไม่ได้ขึ้นกับเวลาอย่างเดียว มันขึ้นอยู่กับจุดวิกฤติของชีวิตด้วย ถ้าผ่านไปได้ ไม่ว่าอยู่ด้วยกันก่อนหรือหลังแต่ง มักจะจับมือกันผ่านไปได้ (ไม่เกี่ยวกับการนอกใจทีหลังเพราะมันเป็นเรื่องของปัจจัยอื่น)
-เรื่อง sex 1 เดือนยังเป็นช่วงข้าวใหม่ปลามัน ต่างคนต่างยังมีไฟ เรื่องนี้พิสูจน์ไม่ได้เลยว่าเข้ากันได้หรือเปล่า ยกเว้น case ที่แย่จริงๆ เห็นแก่ตัว ไม่พยายามเรียนรู้ ไม่พยายามปรับ และไม่รู้วิธีจูนกัน ยิ่งถ้าผู้ชายไม่เคยมีแฟนซิงแล้วผู้หญิงยังซิงแต่สอนไม่เป็นเอาแต่คาดหวังแบบนี้มีปัญหาแน่
ส่วนเด็กวัยรุ่นที่ยังเรียนแล้วอยู่ด้วยกัน ยังขอเงินพ่อแม่อย่าเรียกว่าอยู่ก่อนแต่งเพื่อจุดประสงค์นี้เลย เรียกว่าอยากนอนด้วยกันแล้วเอาเรื่องอยู่ก่อนแต่งมาอ้าง ผู้ชายเลว ผู้หญิงขี้เกียจ เงินไม่มี ท้องไม่พร้อม พอมีปัญหาแก้ไม่เป็นเอาแต่ตั้งกระทู้ขอพวกด่าแฟนตัวเอง อยู่กันมานานไม่ยอมแต่งเป็นเรื่องปกติ เพราะไปอยู่กับผู้ชายที่ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่ได้อยากแต่งแค่อยากมีคู่นอน ได้อยู่กับแฟน อนาคตก็แล้วแต่เวรแต่กรรม สังเกตสิปัญหาในพันทิปมักเกิดกับคนกลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่
และปัญหาอีกอย่างคือ ผู้หญิงมักใช้คำว่ารักไปแล้ว อยู่ด้วยกันแล้วไม่กล้าเลิก ขนาดโดนนอกใจก่อนแต่งยังฝืนแต่งเพราะกลัวอาย แบบนี้จะเรียกว่าเพื่อเรียนรู้กันได้ไง
ปัญหาที่คุณพูดส่วนใหญ่มาอยู่ด้วยกันเพราะแค่อยากนอนด้วยกันแค่นั้นเอง การเรียนรู้เป็นเรื่องรอง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ประสบการณ์ของตัวเราเองคบกันมา 12 ปีก่อนแต่ง ไม่เคยอยู่ก่อนแต่ง ทะเลาะกันน้อยมาก ไม่เคยอยากเลิกกัน เพราะเวลามีปัญหาเราก็แก้ไปทีละเรื่อง เรื่องไหนแก้ไม่ได้ก็ยอมรับ ค่อยๆปรับค่อยๆเปลี่ยนให้จูนกันได้อยู่ด้วยกันได้
ความรักจะยืนยาวได้เราว่าแค่แก้ปัญหาให้เป็น อย่าหมุนรอบตัวเอง ใช้คำว่าเรานำชีวิต ไม่ว่าเรื่องเงิน การอยู่ร่วมกัน sex แค่มีความรักเป็นตัวเชื่อมก็จูงกันไป ฉุดกระฉากลากถูกกันไปให้ตลอดรอดฝั่งได้ ไม่ต้องลองอยู่กันก่อนหรอก
ถ้าผู้ชายพร้อมสร้างครอบครัว พอจะมีเงินเก็บสำรองบ้าง การอยู่ก่อนแต่งก็จะเป็นวิธีการที่เป็นประโยชน์ เหมือนเป้าหมายคือ การเรียนรู้กันก่อนแต่งงานจริงๆ
-ถามว่า 1 เดือนรู้มั๊ย ตามความเห็นเราคิดว่าไม่รู้ ตอนเราแต่งงานช่วงโปรมีประมาณ 2 ปี ต่างคนต่างยังพยายามหันด้านดีเข้าหากัน แต่หลังจากมีลูก เริ่มต่างคนต่างเหนื่อย เราถึงเริ่มหมุนรอบตัวเอง เรามองว่าจะรู้สันดอนไม่ได้ขึ้นกับเวลาอย่างเดียว มันขึ้นอยู่กับจุดวิกฤติของชีวิตด้วย ถ้าผ่านไปได้ ไม่ว่าอยู่ด้วยกันก่อนหรือหลังแต่ง มักจะจับมือกันผ่านไปได้ (ไม่เกี่ยวกับการนอกใจทีหลังเพราะมันเป็นเรื่องของปัจจัยอื่น)
-เรื่อง sex 1 เดือนยังเป็นช่วงข้าวใหม่ปลามัน ต่างคนต่างยังมีไฟ เรื่องนี้พิสูจน์ไม่ได้เลยว่าเข้ากันได้หรือเปล่า ยกเว้น case ที่แย่จริงๆ เห็นแก่ตัว ไม่พยายามเรียนรู้ ไม่พยายามปรับ และไม่รู้วิธีจูนกัน ยิ่งถ้าผู้ชายไม่เคยมีแฟนซิงแล้วผู้หญิงยังซิงแต่สอนไม่เป็นเอาแต่คาดหวังแบบนี้มีปัญหาแน่
ส่วนเด็กวัยรุ่นที่ยังเรียนแล้วอยู่ด้วยกัน ยังขอเงินพ่อแม่อย่าเรียกว่าอยู่ก่อนแต่งเพื่อจุดประสงค์นี้เลย เรียกว่าอยากนอนด้วยกันแล้วเอาเรื่องอยู่ก่อนแต่งมาอ้าง ผู้ชายเลว ผู้หญิงขี้เกียจ เงินไม่มี ท้องไม่พร้อม พอมีปัญหาแก้ไม่เป็นเอาแต่ตั้งกระทู้ขอพวกด่าแฟนตัวเอง อยู่กันมานานไม่ยอมแต่งเป็นเรื่องปกติ เพราะไปอยู่กับผู้ชายที่ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่ได้อยากแต่งแค่อยากมีคู่นอน ได้อยู่กับแฟน อนาคตก็แล้วแต่เวรแต่กรรม สังเกตสิปัญหาในพันทิปมักเกิดกับคนกลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่
และปัญหาอีกอย่างคือ ผู้หญิงมักใช้คำว่ารักไปแล้ว อยู่ด้วยกันแล้วไม่กล้าเลิก ขนาดโดนนอกใจก่อนแต่งยังฝืนแต่งเพราะกลัวอาย แบบนี้จะเรียกว่าเพื่อเรียนรู้กันได้ไง
ปัญหาที่คุณพูดส่วนใหญ่มาอยู่ด้วยกันเพราะแค่อยากนอนด้วยกันแค่นั้นเอง การเรียนรู้เป็นเรื่องรอง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ประสบการณ์ของตัวเราเองคบกันมา 12 ปีก่อนแต่ง ไม่เคยอยู่ก่อนแต่ง ทะเลาะกันน้อยมาก ไม่เคยอยากเลิกกัน เพราะเวลามีปัญหาเราก็แก้ไปทีละเรื่อง เรื่องไหนแก้ไม่ได้ก็ยอมรับ ค่อยๆปรับค่อยๆเปลี่ยนให้จูนกันได้อยู่ด้วยกันได้
ความรักจะยืนยาวได้เราว่าแค่แก้ปัญหาให้เป็น อย่าหมุนรอบตัวเอง ใช้คำว่าเรานำชีวิต ไม่ว่าเรื่องเงิน การอยู่ร่วมกัน sex แค่มีความรักเป็นตัวเชื่อมก็จูงกันไป ฉุดกระฉากลากถูกกันไปให้ตลอดรอดฝั่งได้ ไม่ต้องลองอยู่กันก่อนหรอก
จอมสับขาระดับโลก ถูกใจ, ศตายุพบู ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2716157 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2014295 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5662527 ถูกใจ, Arom_rai_mak ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4441049 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5560834 ถูกใจ, love2loveU ถูกใจ, เค้าหาว่าหนูเหมือนแมวน้ำ ถูกใจรวมถึงอีก 3 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ทดลองอยู่ก่อนแต่งทำให้ความอยากจัดงานแต่งงานลดลงหรือไม่
ส่วนตัวเราคิดว่าถ้าได้ลองอยู่ก่อน ผู้ชายอาจจะหมดความอยากแต่งงานไปอ่ะค่ะ เพราะอ้อยเข้าปากช้างแล้ว 55
แต่เราว่าทดลองอยู่ก่อนมันก็ดีกว่าแต่งไปแล้วไม่เวิร์คมันเสียดายเงิน (คนงกต้องทำใจค่ะ) แถมจะหย่าทีหลังก็ต้องคิดหนักกว่าเลิกกับแฟนธรรมดาๆอีกนะ แบบชีวิตมาผูกกันแล้ว
เข้าคำถามเลยดีกว่า
1.ทดลองอยู่ก่อนแต่งทำให้ไม่อยากจัดงานแต่งหรือไม่ (สมมติว่าก่อนหน้านี้มีแพลนว่าจะแต่งงานกันแล้ว ตกลงแต่งกันแต่ยังไม่เตรียมงานหรือบอกพ่อแม่)
2.คิดว่าอยู่ซัก1เดือนมันพอที่จะค้นหาธาตุแท้ในการใช้ชีวิต นิสัยต่างๆได้รึยังคะ ถ้าไม่พอ ต้องนานเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม
3.จากประสบการณ์ที่เคยเจอหรือเรื่องของคนอื่น สรุปการทดลองอยู่มีประโยชน์หรือไม่(บางทีคนเราอาจนิสัยเปลี่ยนไปหลัง10ปี ขนาดทดลองมาดีแล้วยังเลือกผิดคน)
4.ถ้าค้างด้วยกันระยะสั้นๆ เช่น2-3วัน นานๆครั้ง จะนับเป็นทดสอบได้หรือไม่คะ(ทดสอบนิสัย การใช้ชีวิตค่ะ)
มาแชร์กันหน่อยนะคะ
ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ