เสียความรู้สึกกับที่ทำงานเก่า

เราได้งานที่โรงแรมหนึ่ง ตอนนั้นมีอีกที่ที่เราไปสมัครติดต่อมาแต่ทีนี่รับเราก่อน เราเลยปฏิเสธไป อีกอย่างเห็นว่าเป็นงานที่เราต้องการ คือ ทำออฟฟิศ และ เป็นงานที่ทำกลางวันไม่ต้องเข้ากะ
แต่ที่เราไม่โอเคเลย คือ...
- เรารับรู้ได้แต่แรกว่าคนที่ทำตำแหน่งบัญชี ไม่ต้อนรับเรา คนนี้จะเป็นคนสอนงานเรา
เพราะในออฟฟิศมีเจ้าของ บัญชีและเรา ทุกคนในที่ทำงานโอเคหมด แต่มีคนนี้ที่ดูข่มเราและทำให้เราโดนด่าหลายครั้ง
แต่ไม่เคยรับว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ ตอนแรกเราเห็นว่ามาก่อน เราก็ให้เกียรติ แต่นานวัน ไม่ให้เกียรติเราเลย
ทั้งที่เราทำตำแหน่งสูงกว่า เรากลับถ่อมตนเพราะไม่อยากมีเรื่อง

- ในออฟฟิศไม่มีโต๊ะให้เรา เจ้าของเขาบอกว่าใช้โต๊ะเขาแต่พอเขามา เราต้องลุก ส่วนคอม จะอยู่ที่โต๊ะบัญชี 
เธอบอกว่าเราใช้ได้ แต่เล่นนั่งทั้งวัน ถามว่าเราจะใช้ยังไง อีกอย่างตั้งแต่มาแรกๆ จะใช้ให้เราไปดูแลงานนอก ไม่ก็ซื้อของ
ส่วนตัวเองอยู่ในออฟฟิศ ทั้งที่พ่วงตำแหน่งธุรการด้วย

- ตำแหน่งเรารับผิดชอบเยอะมากแต่โดนเอาเปรียบสุด คือ ตอนแรกที่รับสมัครบอกว่าทำงาน 8.00 – 17.00
แต่เอาเข้าไปจริง กลับบอกว่าตำแหน่งเราไม่จำกัดเวลา ไม่มีเบี้ยขยันกับโอทีเหมือนตำแหน่งอื่น
ถึงเงินเดือนจะเยอะกว่าตำแหน่งอื่นก็ 3,000 แต่สวัสดิการมันดูไม่เข้าท่า เราอยากแย้งว่าถ้าไม่จำกัดเวลา
งั้นเรามาทำงานบ่ายโมงได้ไหม แต่เราก็ไม่อยากพูด ไม่พอ คุณบัญชียังบอกเราอีกว่า ไม่ใช่ห้าโมงจ้องจะกลับเลยนะ บางทีอยู่เลยเวลาบ้างอะไรบ้าง 

- วันนั้นเราได้หยุดเป็นวันแรก แต่คุณบัญชีกลับโทรมาให้เราไปเคลียร์ลูกค้า ซึ่งเรารู้สึกมันเกินไป
ส่วนตัวเราเลือกไม่หยุดวันอาทิตย์อยู่แล้ว เพราะโดนดักไว้ก่อนทำงานว่าที่นี่ไม่ให้หยุดวันอาทิตย์
(แต่สิ่งที่เห็นคือบัญชีหยุดวันอาทิตย์) พอไปจริง บอกลูกค้าออกไปกินข้าวจนสุดท้ายบอกเคลียร์เองแล้ว
ตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกไม่โอเค เราเลยคุยกับเจ้าของว่าอาจจะไม่ไหว คือดูงานแล้วน่าจะเป็นญาติหรือคนมีอายุไปเลย
พนักงานเขาจะเกรงใจแต่แรก แต่เจ้าของให้กำลังใจเรา ประกอบกับตอนนั้นแม่เจ้าของมาเยี่ยม
แล้วเจ้าของให้เราเป็นคนดูแล แม่เจ้าของก็ใจดีด้วย เราเลือกสู้ต่อ เราทุ่มเทมาก
เพราะอีกมุมหนึ่งก็ท้าทายความสามารถของเรา แต่มันเกิดเรื่องแบบไม่น่าเกิด

แม่เจ้าของซื้อตุ๊กตาให้เราและเราบอกเจ้าของ แต่ดูเจ้าของไม่พอใจอะไรไม่รู้ กลับด่าเรา
ตอนนั้นเรางงมาก แต่มันทำให้เราตัดสินใจออก เพราะว่าเจ้าของเองก็ด่าเราหลายครั้ง จนครั้งนี้เรารู้สึกว่าไร้สาระ
แต่ตอนนั้นแม่เจ้าของไปปฏิบัติธรรมที่วัด เราเลยไม่ได้คุยกับใคร แบบเรายอมรับเลยว่าไม่ได้เงินเดือนก็ช่าง
แต่เราทนอยู่ไม่ได้ โดนเจ้าของ โดนทั้งบัญชี สุขภาพจิตแย่ลงเรื่อยๆ

จน 4 วันต่อมา แม่เจ้าของออกจากปฏิบัติธรรม โทรหาเรา ให้เราไปรับเพราะเจ้าของไปต่างจังหวัด
เราเลยบอกว่าเราออกแล้วแต่ด้วยความที่แม่เจ้าของเขาดีกับเรา เขาเข้าใจเรา เราเลยบอกว่าไปรับได้
เพราะเท่าที่ดู เราก็งงๆ กับเจ้าของนะคะ ตอนแรกแม่จะมาก็เห็นดีใจ แต่ตอนเราอยู่ยังทำงานที่นั่น
ไม่ค่อยเห็นแกเข้ามาหาแม่ อีกอย่างไม่เอาแม่ไปนอนบ้านและเหตุผลที่เราต้องดูแล เพราะพนักงานในนั้นนินทาเจ้าของ
ไม่มีใครอยากดูแลแม่เจ้าของด้วย มีแต่เรา ท่านก็ตกใจเรื่องที่เราออกและเจ้าของก็บอกแม่เขาวันนั้นว่าจะเปลี่ยนคนใหม่มาดูแล
โดยที่ไม่รู้นะคะว่าเราเป็นคนไปรับที่วัดและตลอดเวลาที่เจ้าของไปต่างจังหวัด เราเป็นคนพาแม่เขาไปเที่ยวและกินข้าว
เพราะท่านเป็นคนโทรหาเรา ท่านบอกว่าจะขอคนที่ทำบัญชีก็ไม่อยากขอ

พอก่อนกลับแม่เจ้าของบอกว่าเดี๋ยวแม่จะลองคุยให้เรากลับไปทำงาน แต่เราไม่อยากกลับไปทำแล้ว
เพราะเครียดหลายอย่างและเวลาพนักงานนินทาเจ้าของ เราเป็นคนอยู่ที่นั่น 
เรารู้หมดแต่เราก็ฟ้องเจ้าของทุกเรื่องไม่ได้ งั้นมันอึดอัด ส่วนเจ้าของเป็นอะไรไม่รู้ เรื่องตุ๊กตาก็ด่าเรา 
พอแม่เขาบอกไปว่าตลอดเวลาที่ออกวัดมาอยู่โรงแรม แม่ไม่ได้ใช้คนของลูก คือเราที่เป็นคนดูแล 
ทางฝั่งเจ้าของก็เงียบ แต่เจ้าของกับแม่เขาเหมือนมีเรื่องโกรธกันเพราะเจ้าของไปพูดที่วัดว่า 
แม่ไม่ได้เลี้ยงเขามา อีกอย่างพอแม่ออกมากลับถามว่าจะกลับกรุงเทพเลยไหม คนแก่เขาก็น้อยใจ

ตัวเจ้าของกลับจากต่างจังหวัดก็ไม่ได้รับเข้ามาหาแม่เลย จนเรามองว่าเขาดูรำคาญแม่และไม่อยากดูแล 
ท้ายๆ นี่ไม่เอาเลย แม่เขาเลยจองตั๋วกลับ ตอนนั้นเราเห็นว่าเป็นวันสุดท้ายแล้วที่แม่เจ้าของจะกลับ 
กลับกรุงเทพแล้วต้องไปต่างประเทศต่อ ท่านอยู่ต่างประเทศ งั้นเราว่ามันสำคัญมากๆ 
เราเลยส่งตั๋วเครื่องไปให้เจ้าของและบอกว่าท่านจะให้เราไปส่งแต่เราต้องไปขายของ 
อันที่จริงเราไม่มีธุระแต่อ้างไปเพราะอยากให้เจ้าของไปส่งแม่เขา เจ้าของเปิดอ่านแต่ไม่ตอบ 
พอเช้าวันต่อมา เราถึงรู้ว่าเขาโทรไปเหวี่ยงแม่ แล้วพูดกับแม่ว่าเราทำให้เขากับแม่ทะเลาะกัน 
คือเขาน่ะ เป็นต้นเหตุทำให้แม่เขาโกรธ ส่วนเรารับเละหมด ก่อนออกก็ทุ่มเทกับงานในนั้น 
ไหนจะดูแลแม่เขาอีก เราก็งงนะคะ ทำเหมือนรักแม่แต่ก็ไม่

สรุปวันต่อมาเราต้องเป็นคนไปส่งแม่เขาอยู่ดีเพราะเขาไม่ยอมไป แล้วรู้ด้วยนะคะว่าแม่อยู่กับเรา 
บอกว่าเราเป็นคนอื่นแต่ตัวเองก็ไม่ได้มาดูแลแม่หรือออกตัวว่าจะไปส่งเลย ทิ้งให้เราหมด 
เราพูดเลยว่าถ้าเป็นคุณบัญชี จะโดนสาปส่งนานแล้ว ตอนแรกพนักงานในนั้นเขาถามว่าพี่อยากกลับมาทำงานไหม 
เราจะช่วยคุยให้ แต่พอวันต่อมา น้องเขาบอกว่าเจ้าของประกาศให้คุณบัญชีทำควบตำแหน่งเรา แบบคุมโรงแรมเลย 
ซึ่งเรามองออกแต่แรกแล้วว่าคนนี้อยากทำ 

สุดท้ายเราไม่ได้ทวงเงินเดือน เรารอดูว่าจะโอนให้เราไหม ปรากฏว่าไม่มี คนที่บ้านบอกให้ทวง แม่เขาก็บอกให้ทวง
พอแม่เราโทรไป เจ้าของบ่นกับแม่เราแล้วพูดให้เราผิดหมด แถมบอกว่าให้เราเลิกติดต่อกับพนักงานและแม่เขา
ตั้งแต่เราออกมีพนักงานที่ถามกันมาตลอดเรื่องเหตุผลที่ออก ส่วนตอนนี้แม่เขากลับแล้วแต่ก็ยังติดต่อเรา
เพราะท่านเห็นความดีของเรา สรุปเจ้าของโอนเงินมาแค่ 7 วันแรกที่เราทำงาน ซึ่งเราทำไป 20 วัน
ถึงตอนนี้เรายังสตั้นท์อยู่เลย เราทุ่มเทมากจริงๆ แต่ดูเขาไม่ได้เชื่อใจหรือไว้ใจเรา กลับไปไว้ใจบัญชีที่นินทาลับหลังทุกวัน
เราพูดอะไรไม่ออก ยังคิดอยู่ว่าจะโอนเงินกลับไปให้เขาแต่เราไม่มีเลขบัญชี เรื่องเงินไม่เท่าไหร่แต่มันเสียความรู้สึก

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่