สวัสดีค่ะ อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ของแฟนที่ไปเจอที่ทำงานที่ค่อยข้างไม่ค่อยโอเคนักมาให้อ่านค่ะ เราเล่าไม่เก่งนักจะเขียนเป็นข้อๆนะคะ
ซึ่งบริษัทนี้ตั้งอยู่ย่านรามคำแหง(โซนใกล้เคียงโรงพยาบาลรามคำแหง)
1. บริษัทนี้กดเงินเดือนมากๆเงินเดือนแฟนเราน้อยกว่าทุกๆงานที่เคยทำมา แต่แฟนเราสนใจตำแหน่งนี้เลยอยากทำ ในช่วงแฟนเราสมัครงานเข้าไปทำที่บริบริษัทนี้ได้ไม่นาน ก็ได้พบว่าระบบภายในบริษัทค่อยข้างแย่ จนพนักงานในแผนกของแฟนเราก็ลาออกกันหมดรวมถึงบัญชีก็ออกทั้งแผนก
2.ตอนนั้นแฟนเราพึ่งเคยทำตำแหน่งนี้เลยไม่ค่อยรู้ระบบนัก อีกทั้งไม่มีใครอยู่สอนงานได้(เพราะพี่เขาออกหมด) ซึ่งในระยะเวลาที่พี่ๆเขาอยู่เป็นระยะเวลา13วันในการเรียนรู้งานทั้งหมด ของแฟนเรา ซึ่งเขาก็พยายามเต็มที่แต่ระยะเวลานั้นการสอนงานก็ไม่ได้เต็มที่นักเนื่องจากงานค่อนข้างล้นมือพี่ๆในแผนก
3.นิสัยของนายจ้าง ค่อนข้างลำเอียงและไม่ใส่ใจในการบริหารจัดการระบบภายในบริษัท ซึ่งต่อมาได้มีตำหนิแฟนเรา“ลับหลัง”ว่าไม่เก่ง(ทั้งๆที่เรซูเม่ที่ยื่นสมัครก็ระบุว่าไม่เคยทำตำแหน่งนี้แต่พร้อมเรียนรู้งาน) และซึ่งเขาได้เอาพนักงานแผนกบัญชีไปนินทาลับหลังด้วย
4.ต่อมาไม่นานในแผนกก็มีพนักคนใหม่มาทำงาน2คน ซึ่งหัวหน้าได้คุยเกี่ยวกับระบบภายในบริษัทและสอนงานอื่นๆเพิ่มเติม โดยที่ไม่ให้แฟนเรารับรู้อะไรเลย
5.ต่อมามีปัญหากับพนักงานหน้าร้าน โดยที่พนักงานได้ไปแจ้งกรมแรงงาน(ตรงนี้เราไม่รู้อะไรมากนักแต่รู้แค่ว่ามีปัญหาประมาณนี้บ่อย) และพี่2คนที่พึ่งเข้ามาก็ได้ลาออก และบอกกับแฟนเราว่าระบบบริษัทมันแย่มากและบริษัทเล็กๆแบบไม่นี้ควรมีปัญหาการฟ้องร้องจากลูกจ้างมากขนาดนี้ พี่2คนนั้นแนะนำให้แฟนเราลาออกเพราะพี่ๆเขาเป็นห่วงแฟนเรามากๆ แต่ตอนนั้นแฟนเราก็ยังฝืนทำเพราะอยากได้ประสบการณ์ทำงานตำแหน่งนี้
6.จากนั้นพี่2คนนั้นก็ลาออกไป และก็มีพี่คนใหม่อีกคนเข้ามา ซึ่งงานที่ทั้งพี่เขาและแฟนเราทำมันยุ่งมากๆ เรียกได้ว่าล้นมือจนต้องทำโอแทบทุกวัน(โอฟรี) แต่หัวหน้าไม่มาสนใจแถมยังสั่งงานจุกจิกแทรกมา ให้เปลี่ยนนั้นนี้จนระบบการทำงานบางอย่างที่ช้าอยู่แล้วช้าลงไปอีก และหลายๆงานมีการทำงานซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น
7.ในขณะเดียวกันแผนกบัญชีที่พึ่งมาทำงานพร้อมพี่2คนนั้นก็ได้ลาออกเช่นกันเพราะภาระงานที่เยอะจนแบกรับไม่ไหวจริงๆ
8.และเรื่องราวที่เกิดขึ้นล่าสุดคือแฟนเราทำงานไม่ทันเพราะมันล้นมือเกิน และหัวหน้าได้ทำการด่าแฟนเราต่อหน้าคนที่พึ่งมาสมัครงาน ด้วยอารมณ์รุนแรงและบังคับแฟนเราเซ็นใบลาออกและให้ออกเลย ตอนนั้นแฟนเราได้โทรมาปรึกษาเราจึงบอกว่าอย่าเซ็นและจะให้ไปคุยกับพี่เขาว่ามีเงินชดเชยไหมเพราะแบบนี้คือเลิกจ้างกระทันหัน ตอนแรกแฟนเราพยายามเจรจาแต่เขาเลือกไม่คุย เราเลยจะพาไปกรมแรงงานวันนั้นเลย แต่ที่นี่อยู่ดีๆเขาก็มาบอกว่าให้อีก30วันค่อยออก แต่ใจตอนนั้นคือแฟนเราไม่ไหวกับที่นี้แล้ว เราเลยบอกให้ลาออกมาเลยก็ได้ ตอนนั้นพี่ในแผลกเลยตัดสินใจลาออกในวันเดียวกัน เพราะพี่เขาก็รู้สึกว่างานมันล้นมือแต่หัวหน้าไม่ซัพพอร์ตเลย แถมยังใช้อารมณ์มากว่าสติปัญญาและนายจ้างไม่ค่อยมาดูว่าระบบมันเละแบบนี้
ลืมบอกเลยว่าแฟนเราเคยลาป่วย แต่แจ้งลาป่วยทุกคนรับรู้แต่พอเงินเดือนออกเขาตัดเป็นลากิจและหักเงินในส่วนของวันนั้น
และบริษัทนี้เป็นรูปแบบธุรกิจครอบครัว คนที่ตำแหน่งใหญ่ๆก็เป็นญาติสนิทไม่ก็เพื่อนเขา ยากที่จะจัดการระบบให้ดีกว่านี้เพราะเจ้าของธุรกิจและหัวหน้าคนอื่นๆไม่สนใจระบบภายในเลย สนใจหน้าร้านและตั้งเป้าที่จะเปิดสาขาใหม่ๆ แต่ระบบภายในพังเละและคืออยากได้คนเก่งมาทำงานนะแต่กดเงินเดือนมากๆ
เราค่อนข้างไม่ค่อยเข้าใจหัวหน้าและนายจ้างสักเท่าไหร่ แต่ก็ดีใจมากๆที่แฟนหลุดพ้นออกมา เพราะสังเกตตั้งแต่แฟนเราไปทำงานแรกๆแล้ว ว่าที่นี้ดูไม่ค่อยโอเคเลยแถมกดเงินเดือนจนได้น้อยกว่าเราที่ทำร้านกาแฟอีก แต่แฟนเราก็อยากทำตำแหน่งนี้มากๆตอนนั้นเราเลยไม่กล้าว่าอะไร
บริษัทแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง
ซึ่งบริษัทนี้ตั้งอยู่ย่านรามคำแหง(โซนใกล้เคียงโรงพยาบาลรามคำแหง)
1. บริษัทนี้กดเงินเดือนมากๆเงินเดือนแฟนเราน้อยกว่าทุกๆงานที่เคยทำมา แต่แฟนเราสนใจตำแหน่งนี้เลยอยากทำ ในช่วงแฟนเราสมัครงานเข้าไปทำที่บริบริษัทนี้ได้ไม่นาน ก็ได้พบว่าระบบภายในบริษัทค่อยข้างแย่ จนพนักงานในแผนกของแฟนเราก็ลาออกกันหมดรวมถึงบัญชีก็ออกทั้งแผนก
2.ตอนนั้นแฟนเราพึ่งเคยทำตำแหน่งนี้เลยไม่ค่อยรู้ระบบนัก อีกทั้งไม่มีใครอยู่สอนงานได้(เพราะพี่เขาออกหมด) ซึ่งในระยะเวลาที่พี่ๆเขาอยู่เป็นระยะเวลา13วันในการเรียนรู้งานทั้งหมด ของแฟนเรา ซึ่งเขาก็พยายามเต็มที่แต่ระยะเวลานั้นการสอนงานก็ไม่ได้เต็มที่นักเนื่องจากงานค่อนข้างล้นมือพี่ๆในแผนก
3.นิสัยของนายจ้าง ค่อนข้างลำเอียงและไม่ใส่ใจในการบริหารจัดการระบบภายในบริษัท ซึ่งต่อมาได้มีตำหนิแฟนเรา“ลับหลัง”ว่าไม่เก่ง(ทั้งๆที่เรซูเม่ที่ยื่นสมัครก็ระบุว่าไม่เคยทำตำแหน่งนี้แต่พร้อมเรียนรู้งาน) และซึ่งเขาได้เอาพนักงานแผนกบัญชีไปนินทาลับหลังด้วย
4.ต่อมาไม่นานในแผนกก็มีพนักคนใหม่มาทำงาน2คน ซึ่งหัวหน้าได้คุยเกี่ยวกับระบบภายในบริษัทและสอนงานอื่นๆเพิ่มเติม โดยที่ไม่ให้แฟนเรารับรู้อะไรเลย
5.ต่อมามีปัญหากับพนักงานหน้าร้าน โดยที่พนักงานได้ไปแจ้งกรมแรงงาน(ตรงนี้เราไม่รู้อะไรมากนักแต่รู้แค่ว่ามีปัญหาประมาณนี้บ่อย) และพี่2คนที่พึ่งเข้ามาก็ได้ลาออก และบอกกับแฟนเราว่าระบบบริษัทมันแย่มากและบริษัทเล็กๆแบบไม่นี้ควรมีปัญหาการฟ้องร้องจากลูกจ้างมากขนาดนี้ พี่2คนนั้นแนะนำให้แฟนเราลาออกเพราะพี่ๆเขาเป็นห่วงแฟนเรามากๆ แต่ตอนนั้นแฟนเราก็ยังฝืนทำเพราะอยากได้ประสบการณ์ทำงานตำแหน่งนี้
6.จากนั้นพี่2คนนั้นก็ลาออกไป และก็มีพี่คนใหม่อีกคนเข้ามา ซึ่งงานที่ทั้งพี่เขาและแฟนเราทำมันยุ่งมากๆ เรียกได้ว่าล้นมือจนต้องทำโอแทบทุกวัน(โอฟรี) แต่หัวหน้าไม่มาสนใจแถมยังสั่งงานจุกจิกแทรกมา ให้เปลี่ยนนั้นนี้จนระบบการทำงานบางอย่างที่ช้าอยู่แล้วช้าลงไปอีก และหลายๆงานมีการทำงานซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น
7.ในขณะเดียวกันแผนกบัญชีที่พึ่งมาทำงานพร้อมพี่2คนนั้นก็ได้ลาออกเช่นกันเพราะภาระงานที่เยอะจนแบกรับไม่ไหวจริงๆ
8.และเรื่องราวที่เกิดขึ้นล่าสุดคือแฟนเราทำงานไม่ทันเพราะมันล้นมือเกิน และหัวหน้าได้ทำการด่าแฟนเราต่อหน้าคนที่พึ่งมาสมัครงาน ด้วยอารมณ์รุนแรงและบังคับแฟนเราเซ็นใบลาออกและให้ออกเลย ตอนนั้นแฟนเราได้โทรมาปรึกษาเราจึงบอกว่าอย่าเซ็นและจะให้ไปคุยกับพี่เขาว่ามีเงินชดเชยไหมเพราะแบบนี้คือเลิกจ้างกระทันหัน ตอนแรกแฟนเราพยายามเจรจาแต่เขาเลือกไม่คุย เราเลยจะพาไปกรมแรงงานวันนั้นเลย แต่ที่นี่อยู่ดีๆเขาก็มาบอกว่าให้อีก30วันค่อยออก แต่ใจตอนนั้นคือแฟนเราไม่ไหวกับที่นี้แล้ว เราเลยบอกให้ลาออกมาเลยก็ได้ ตอนนั้นพี่ในแผลกเลยตัดสินใจลาออกในวันเดียวกัน เพราะพี่เขาก็รู้สึกว่างานมันล้นมือแต่หัวหน้าไม่ซัพพอร์ตเลย แถมยังใช้อารมณ์มากว่าสติปัญญาและนายจ้างไม่ค่อยมาดูว่าระบบมันเละแบบนี้
ลืมบอกเลยว่าแฟนเราเคยลาป่วย แต่แจ้งลาป่วยทุกคนรับรู้แต่พอเงินเดือนออกเขาตัดเป็นลากิจและหักเงินในส่วนของวันนั้น
และบริษัทนี้เป็นรูปแบบธุรกิจครอบครัว คนที่ตำแหน่งใหญ่ๆก็เป็นญาติสนิทไม่ก็เพื่อนเขา ยากที่จะจัดการระบบให้ดีกว่านี้เพราะเจ้าของธุรกิจและหัวหน้าคนอื่นๆไม่สนใจระบบภายในเลย สนใจหน้าร้านและตั้งเป้าที่จะเปิดสาขาใหม่ๆ แต่ระบบภายในพังเละและคืออยากได้คนเก่งมาทำงานนะแต่กดเงินเดือนมากๆ
เราค่อนข้างไม่ค่อยเข้าใจหัวหน้าและนายจ้างสักเท่าไหร่ แต่ก็ดีใจมากๆที่แฟนหลุดพ้นออกมา เพราะสังเกตตั้งแต่แฟนเราไปทำงานแรกๆแล้ว ว่าที่นี้ดูไม่ค่อยโอเคเลยแถมกดเงินเดือนจนได้น้อยกว่าเราที่ทำร้านกาแฟอีก แต่แฟนเราก็อยากทำตำแหน่งนี้มากๆตอนนั้นเราเลยไม่กล้าว่าอะไร