"5 ปีหลังจากเหตุการณ์ในซีรีส์ซีซั่น 2 ชีวิตของทั้ง 4 อย่าง กัส กอล์ฟ คิม แน็ตตี้ ต้องพบกับเรื่องราวสุดเวอร์วังมาก เมื่อจู่ ๆ ชีวิตก็นำพาให้ทั้งหมดได้พบเจอกับ เคที่ แคทริโอน่า กรรณิการ์ หวัง ดาราสาวซุปตาร์ที่กวาดเรียบทุกงานในวงการบันเทิง ความฝันของกอล์ฟได้เป็นจริงไม่นาน ก็กลายเป็นฝันร้าย เมื่อเหตุไม่คาดคิดได้ทำให้เคที่ต้องเข้าโรงพยาบาล ความวุ่นวายนี้ทำให้กอล์ฟได้พบกับ เจ๊น้ำ แม่ค้าขายข้าวผัดผงกะหรี่สุดเถื่อนและปากจัดที่ศัลยกรรมใบหน้าจนมีหน้าเหมือนเคที่จนแยกไม่ออก ปฏิบัติการเริ่มเฟคสะเทือนวงการจึงอุบัติขึ้น อรรถรสสุดฮาจึงกลับมาเขย่ากรามอีกครั้ง"
สารภาพว่าก่อนได้ดู รู้สึกเฉย ๆ กับตัวอย่างมาก เรียกได้ว่า ตัวอย่างห่วยที่สุดเท่าที่ GDH เคยมีมาเลย เพราะมุกแป้ก เน้นแม่ชมจนหลงลืมความเป็นตุ๊ดซี่ส์ไป แต่เมื่อได้มาดูจริง ๆ ปรากฏว่าตัวอย่างได้เก็บส่วนที่แย่ที่สุดไว้ และนำส่วนที่ดีที่สุดไปอัดแน่นอยู่ในภาพยนตร์ตลอดเกือบ 2 ชั่วโมง อุดมไปด้วยเนื้อเรื่องที่เหมือนซีรีส์เรียงกันประมาณ 3 ตอน แต่ถูกประสานเรื่องได้อย่างลงตัวประเด็นต่าง ๆ ถักถอออกมาและให้ความสำคัญอย่างพอดิบพอดี มีเล่นใหญ่เพิ่มอรรถรสของเรื่องราว ยิ่งมุกตลกในเรื่องคือฮาแทบไม่ยั้ง หยิบจับสังคมมาจิกกัดอย่างแสบสันต์ ศัพท์กะเทยสุดแซ่บ มุกที่จิกกัดตั้งแต่ค่ายเก่าตัวเองยันนักแสดงในเรื่องก็เป็นอะไรที่ลงตัว และชาญฉลาด แถมยังเต็มไปด้วยมุมกล้องที่พัฒนามาจากซีรีส์อย่างก้าวกระโดด ทำให้บอกได้เลยว่าดูเรื่องนี้ยังไงก็ไม่เครียดแน่นอน เพราะมันตลกจริง ๆ คำหยาบมีขำบ้าง แป้กบ้างตามสถานการณ์ ส่วนใหญ่เป็นทั้งมุกคำพูดหรือมุขตลกภาพ ที่ทำออกมาใช้ได้เลย อาจจะมีบางอย่างที่ต้องมีคนให้คำแนะนำด้วย
ส่วนผสมที่ดีของความสามัคคีในการแสดงที่ไม่เฟค นักแสดงพากันปล่อยของแบบจัดหนักจัดเต็ม ตั้งแต่นักแสดงหลักยันนักแสดงสมทบที่โผล่มาตบมุกส่งบทเป็นระยะ ๆ ราวกับนัดมา แถมมีซีนเป็นของตัวเอง จนอยากต้องให้ไปดูในโรง แต่ที่ต้องยกให้เป็น MVP ของเรื่องนี้น่าจะเป็น ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่ต้องเล่นสองบทหน้าเดียวกัน ทั้ง เคที่ และ เจ๊น้ำ ที่ออกมาได้อย่างเกินคาด อะไรหลายอย่างที่เห็นในตัวอย่างเป็นแค่น้ำจิ้ม แต่ยังมีของดีซ่อนไว้มาก นี่พูดแล้วยังอยากไปดูอีกรอบเลย บอกเลยว่าพีค แต่ภาพรวมการแสดงกลมกล่อมมาก จากที่ในตัวอย่างว่ามันแย่ มันดูประดักประเดิก พอมาดูจริง ๆ กำลังพอดี พลังการแสดงของเธอเรียกได้ว่า ถ้าสายฟ้ามาเห็นคงทึ่งกับการแสดงครั้งนี้ของเธอ แต่ไม่ต้องห่วงว่าเธอจะเด่นกว่าแก๊งตุ๊ดซี่ส์ เพราะที่พูดถึงชมพู่ เพราะการเล่นบทที่ไม่คิดจะไปได้ไกลขนาดนี้ แต่ส่วนที่ดียังอยู่ในนักแสดงหลักเหมือนเดิม แถมมีนักแสดงที่ให้เซอร์ไพรส์ในเรื่องอีกมากมายบานตะไท จนนับไม่ถ้วน
ดราม่าของหนังก็ยังเป็นอะไรที่น่าเสียดาย เพราะค่อนข้างจะบางเบา ทั้ง ๆ ที่พล็อตของเรื่องสามารถผลักไปได้ไกลกว่านี้ แต่กลับคลี่คลายปมต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ยังสอดแทรกมุมมองที่น่าสนใจ ชีวิตคนเรามีหลายครั้งที่ต้องเฟค หรือเสแสร้ง ทั้งต่อสิ่งที่เรารัก และ สิ่งที่เราเกลียด หนังเรื่องนี้ให้ภาพการทำงานในวงการบันเทิงว่าไม่ใช่แค่การแสดง แต่คือความรู้สึก ซึ่งสอดคล้องไปกับชีวิตประจำวัน ทั้งความต้องการที่จะหาสมดุลในชีวิต ที่ต้องทำอะไรที่เราไม่ชอบใจ หรือ จำเป็นต้องทำ แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ดีที่สุด คือการเปิดใจยอมรับความจริง เพื่อจะมีความสุขแบบไม่เฟค ที่ซึ่งตัวละครแต่ละตัวจะได้พบมุมมองของการกระทำ และผลที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้มุมมองของจิตใจก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ตราบใดที่จิตใจดี ใบหน้าจะเป็นเช่นไร ก็ย่อมดีตามเช่นกัน ไม่มีใครเป็น "ตัวปลอม" ตราบใดที่เรายังคงเป็น "ตัวเอง" เรียกได้ว่าไม่ได้น้ำตากลับบ้าน แต่จะได้ความอิ่มใจแน่นอน
ภาพยนตร์ส่งท้ายปีที่ออกมาเหมือนจะไม่ดี แต่ดันออกมาเกินคาด อาจด้วยความที่ดูซีรีส์มาสองซีซั่นเลยต่อกับเรื่องติดอย่างรวดเร็ว สเกลถูกขยายให้เหมาะสมกับจอใหญ่ เปี่ยมด้วยสถานการณ์วายป่วงที่แทบจะหาในชีวิตจริงไม่ได้ แต่เพราะงั้น มันถึงได้สนุกหลุดโลกขนาดนี้ ขำทุก 5 นาที จิกกัดตั้งแต่ค่ายหนังเก่ายันนักแสดง ตลกโบ๊ะบ๊ะไม่น่ารำคาญ โรแมนติกดี สาระไม่ค่อยมี เซอร์ไพรส์ตั้งแต่ต้นจนจบ ตัวละครทุกตัวเด่นมีเสน่ห์พอที่จะทำให้อึ้งกับการกระทำ แต่ตัวอย่างตัดเน้นชมพู่เด่นจนคิดว่าจะเด่นมากกว่านี้ แต่ชมพู่คือสุดจริงในเรื่อง จนอยากรู้ว่าจีดีเอชจ่ายแม่เท่าไหร่ ทำไมเล่นได้ขนาดนี้ แนะนำสุดสัปดาห์นี้ ถ้าถูกเจ้านายด่า เพื่อนว่า พ่อแม่ไม่รัก การเมืองวุ่นวาย เครียดจากสัมมนา ก็แนะนำให้ไปดูอย่างยิ่งครับ รับรองว่านอกจากไม่เครียดแล้ว ยังมีพลังที่จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขโดยไม่เฟคครับ
8.5/10 รอดูฮาวทูทิ้งอยู่นะ
เรื่องที่ 30 : ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค - เพราะเราทุกคนล้วนมีเรื่องต้องเสแสร้ง
"5 ปีหลังจากเหตุการณ์ในซีรีส์ซีซั่น 2 ชีวิตของทั้ง 4 อย่าง กัส กอล์ฟ คิม แน็ตตี้ ต้องพบกับเรื่องราวสุดเวอร์วังมาก เมื่อจู่ ๆ ชีวิตก็นำพาให้ทั้งหมดได้พบเจอกับ เคที่ แคทริโอน่า กรรณิการ์ หวัง ดาราสาวซุปตาร์ที่กวาดเรียบทุกงานในวงการบันเทิง ความฝันของกอล์ฟได้เป็นจริงไม่นาน ก็กลายเป็นฝันร้าย เมื่อเหตุไม่คาดคิดได้ทำให้เคที่ต้องเข้าโรงพยาบาล ความวุ่นวายนี้ทำให้กอล์ฟได้พบกับ เจ๊น้ำ แม่ค้าขายข้าวผัดผงกะหรี่สุดเถื่อนและปากจัดที่ศัลยกรรมใบหน้าจนมีหน้าเหมือนเคที่จนแยกไม่ออก ปฏิบัติการเริ่มเฟคสะเทือนวงการจึงอุบัติขึ้น อรรถรสสุดฮาจึงกลับมาเขย่ากรามอีกครั้ง"
สารภาพว่าก่อนได้ดู รู้สึกเฉย ๆ กับตัวอย่างมาก เรียกได้ว่า ตัวอย่างห่วยที่สุดเท่าที่ GDH เคยมีมาเลย เพราะมุกแป้ก เน้นแม่ชมจนหลงลืมความเป็นตุ๊ดซี่ส์ไป แต่เมื่อได้มาดูจริง ๆ ปรากฏว่าตัวอย่างได้เก็บส่วนที่แย่ที่สุดไว้ และนำส่วนที่ดีที่สุดไปอัดแน่นอยู่ในภาพยนตร์ตลอดเกือบ 2 ชั่วโมง อุดมไปด้วยเนื้อเรื่องที่เหมือนซีรีส์เรียงกันประมาณ 3 ตอน แต่ถูกประสานเรื่องได้อย่างลงตัวประเด็นต่าง ๆ ถักถอออกมาและให้ความสำคัญอย่างพอดิบพอดี มีเล่นใหญ่เพิ่มอรรถรสของเรื่องราว ยิ่งมุกตลกในเรื่องคือฮาแทบไม่ยั้ง หยิบจับสังคมมาจิกกัดอย่างแสบสันต์ ศัพท์กะเทยสุดแซ่บ มุกที่จิกกัดตั้งแต่ค่ายเก่าตัวเองยันนักแสดงในเรื่องก็เป็นอะไรที่ลงตัว และชาญฉลาด แถมยังเต็มไปด้วยมุมกล้องที่พัฒนามาจากซีรีส์อย่างก้าวกระโดด ทำให้บอกได้เลยว่าดูเรื่องนี้ยังไงก็ไม่เครียดแน่นอน เพราะมันตลกจริง ๆ คำหยาบมีขำบ้าง แป้กบ้างตามสถานการณ์ ส่วนใหญ่เป็นทั้งมุกคำพูดหรือมุขตลกภาพ ที่ทำออกมาใช้ได้เลย อาจจะมีบางอย่างที่ต้องมีคนให้คำแนะนำด้วย
ส่วนผสมที่ดีของความสามัคคีในการแสดงที่ไม่เฟค นักแสดงพากันปล่อยของแบบจัดหนักจัดเต็ม ตั้งแต่นักแสดงหลักยันนักแสดงสมทบที่โผล่มาตบมุกส่งบทเป็นระยะ ๆ ราวกับนัดมา แถมมีซีนเป็นของตัวเอง จนอยากต้องให้ไปดูในโรง แต่ที่ต้องยกให้เป็น MVP ของเรื่องนี้น่าจะเป็น ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่ต้องเล่นสองบทหน้าเดียวกัน ทั้ง เคที่ และ เจ๊น้ำ ที่ออกมาได้อย่างเกินคาด อะไรหลายอย่างที่เห็นในตัวอย่างเป็นแค่น้ำจิ้ม แต่ยังมีของดีซ่อนไว้มาก นี่พูดแล้วยังอยากไปดูอีกรอบเลย บอกเลยว่าพีค แต่ภาพรวมการแสดงกลมกล่อมมาก จากที่ในตัวอย่างว่ามันแย่ มันดูประดักประเดิก พอมาดูจริง ๆ กำลังพอดี พลังการแสดงของเธอเรียกได้ว่า ถ้าสายฟ้ามาเห็นคงทึ่งกับการแสดงครั้งนี้ของเธอ แต่ไม่ต้องห่วงว่าเธอจะเด่นกว่าแก๊งตุ๊ดซี่ส์ เพราะที่พูดถึงชมพู่ เพราะการเล่นบทที่ไม่คิดจะไปได้ไกลขนาดนี้ แต่ส่วนที่ดียังอยู่ในนักแสดงหลักเหมือนเดิม แถมมีนักแสดงที่ให้เซอร์ไพรส์ในเรื่องอีกมากมายบานตะไท จนนับไม่ถ้วน
ดราม่าของหนังก็ยังเป็นอะไรที่น่าเสียดาย เพราะค่อนข้างจะบางเบา ทั้ง ๆ ที่พล็อตของเรื่องสามารถผลักไปได้ไกลกว่านี้ แต่กลับคลี่คลายปมต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ยังสอดแทรกมุมมองที่น่าสนใจ ชีวิตคนเรามีหลายครั้งที่ต้องเฟค หรือเสแสร้ง ทั้งต่อสิ่งที่เรารัก และ สิ่งที่เราเกลียด หนังเรื่องนี้ให้ภาพการทำงานในวงการบันเทิงว่าไม่ใช่แค่การแสดง แต่คือความรู้สึก ซึ่งสอดคล้องไปกับชีวิตประจำวัน ทั้งความต้องการที่จะหาสมดุลในชีวิต ที่ต้องทำอะไรที่เราไม่ชอบใจ หรือ จำเป็นต้องทำ แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ดีที่สุด คือการเปิดใจยอมรับความจริง เพื่อจะมีความสุขแบบไม่เฟค ที่ซึ่งตัวละครแต่ละตัวจะได้พบมุมมองของการกระทำ และผลที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้มุมมองของจิตใจก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ตราบใดที่จิตใจดี ใบหน้าจะเป็นเช่นไร ก็ย่อมดีตามเช่นกัน ไม่มีใครเป็น "ตัวปลอม" ตราบใดที่เรายังคงเป็น "ตัวเอง" เรียกได้ว่าไม่ได้น้ำตากลับบ้าน แต่จะได้ความอิ่มใจแน่นอน
ภาพยนตร์ส่งท้ายปีที่ออกมาเหมือนจะไม่ดี แต่ดันออกมาเกินคาด อาจด้วยความที่ดูซีรีส์มาสองซีซั่นเลยต่อกับเรื่องติดอย่างรวดเร็ว สเกลถูกขยายให้เหมาะสมกับจอใหญ่ เปี่ยมด้วยสถานการณ์วายป่วงที่แทบจะหาในชีวิตจริงไม่ได้ แต่เพราะงั้น มันถึงได้สนุกหลุดโลกขนาดนี้ ขำทุก 5 นาที จิกกัดตั้งแต่ค่ายหนังเก่ายันนักแสดง ตลกโบ๊ะบ๊ะไม่น่ารำคาญ โรแมนติกดี สาระไม่ค่อยมี เซอร์ไพรส์ตั้งแต่ต้นจนจบ ตัวละครทุกตัวเด่นมีเสน่ห์พอที่จะทำให้อึ้งกับการกระทำ แต่ตัวอย่างตัดเน้นชมพู่เด่นจนคิดว่าจะเด่นมากกว่านี้ แต่ชมพู่คือสุดจริงในเรื่อง จนอยากรู้ว่าจีดีเอชจ่ายแม่เท่าไหร่ ทำไมเล่นได้ขนาดนี้ แนะนำสุดสัปดาห์นี้ ถ้าถูกเจ้านายด่า เพื่อนว่า พ่อแม่ไม่รัก การเมืองวุ่นวาย เครียดจากสัมมนา ก็แนะนำให้ไปดูอย่างยิ่งครับ รับรองว่านอกจากไม่เครียดแล้ว ยังมีพลังที่จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขโดยไม่เฟคครับ
8.5/10 รอดูฮาวทูทิ้งอยู่นะ