เรื่องความรักครั้งหนึ่งของฉัน

สวัสดีคะ วันนี้ เอาประสบการณ์ เมื่อนานมากแล้วมาแชร์ คือประสบการณ์ในการอกหักคะ เคยคิดจะไปเล่าให้พี่อ้อย พี่ฉอดฟัง แต่ ก็ไม่ได้ทำซะที และพอผ่านไป เริ่มรู้สึกว่าจริงๆมันก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย วันนี้เลยมาเล่าในพันทิปดีกว่า

เมื่อสักสิบปี ตอนที่อายุสักยี่สิบกลางๆ เราไปเรียนปริญาตรีภาคพิเศษ (คือเรียนเฉพาะเสาร์-อาทิตย์) ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เราเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย จันทร์ถึงศุกร์ เป็นสาวโรงงาน เสาร์อาทิตย์มาเป็นนักศึกษา ที่เรียนด้วยกัน ในสาขาเรามีทั้งหม สิบกว่า คน เรียนเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ เราเป็นคนเฉยๆ ไม่ค่อยคุย ไม่ได้เป็นจุดสนใจ และไม่ได้มีอะไรเด่นเลยสักนิด ไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ บ้าง แต่สิ่งทำให้เด่นขึ้นมา คือเมื่อสอบกลางภาค เราคะแนนดี อยู่ในระดับรองท๊อป หรือ ท๊อปตลอด  ผ่านไปสักพักมีพี่คนหนึ่ง มาบอกเราว่ามีเพื่อนในห้องคนหนึ่งแอบชอบเรา หลังจากนั้นเราก็เริ่มศึกษาดูใจกันและในที่สุด ก็เริ่มศึกษาดูใจกัน

ให้ชื่อว่า พี่หนึ่ง แล้วกัน พี่หนึ่งอายุมากกว่า หลายปี เป็นลูกชายคนเดียว ของครอครัว มาเรียนเพราะตัวเองทำงานเกี่ยวกับด้านนี้ อยู่ ทำงานอยู่ในบริษัทของญาติซึ่งเขาก็ผลักดันให้มาเรียน แรกๆที่คบกัน เราช่วยเหลือกันใสหลายเรื่อง เค้าให้ความรู้เกี่ยวกับพวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ เราก็ติวสอบให้ หลังจากคบกันได้สักพัก เราก็ไปที่บ้านเข้าไปรู้จักพ่อ แม่ของเขา พ่อ เป็นชายชราอายุ 90กว่า ส่วนแม่ ก็อายุ 70 เกือบแปดสิบปี ซึ่งฐานะไม่ได้ดีอะไร เราเอง อยากให้พ่อแม่เข้าเอ็นดู เราต้องพยายามทำหลายอย่างเพื่อให้เข้ายอมรับ

เริ่มโดย ช่วยแม่เขาซักผ้า คือพี่หนึ่ง ไม่เคยทำงานบ้านใดๆ เองเลย ทุกอย่างแม่ทำให้หมด  พอเราไป เราไปช่วยแม่เค้าซักผ้า แม่ของเขาติดเราว่าโอ๊ยทำใมบิดผ้าไม่มีแรงเลย คืออยากบอกว่า แม่คะที่บ้านหนูซักเครื่อง ไม่ต้องบิดผ้ามากมายขนาดนี้  คือแกไม่ยอมซื้อเครื่องซักผ้า แต่กับพ่อไม่มีปัญหา ด้วยความที่แกเป็นคนแก แล้วเราซื้อโน่นนี่ไปฝาก บางทีฟังแกคุยเรื่องแกไปรบสงครามเอเชียบูรพา เรื่องตอนแกยังทำงาน ก็สนุกดี แต่กับหม่เค้า นี่แทบเข้ากันไม่ได้เลยสักอย่างเดียว ติดทุกอย่าง ติดทุกเรื่อง

ระหว่างที่คบกันในเรื่องเรียนเวลามีการทำกลุ่มรายงานส่วนใหญ่ เราจะอยู่กลุ่มเดียวกัน และหาข้อมูล จัดหน้า และส่งให้เขาปริ้น ในช่วงนั้นเราเริ่มช่วยเค้าพาพ่อเค้าหาหมอ ซึ่งแก ต้องไปหาหมอประจำทุกเดือน เราก็ไปนั่งเฝ้า เพราะ เราพักร้อนเหลือเผื่อ และแม่เค้าไม่ชอบโรงพยาบาล เราก็ช่วยทำในสิ่งนี้ให้ ช่วยซื้อหาของที่แม่เข้าต้องการ ซึ่งก็มักโดนติว่า ไม่ดี เลือกไม่เป็น  ซื้อขนมไปฝาก ก็ไม่อร่อยไม่ดี เรียกว่า ทำอะไรผิดเสมอ 

และทุกครั้งที่ทะเลาะกัน พี่หนึ่งจะไปเล่าให้แม่ฟัง และแม่ก็ว่าเราว่าเราเอาแต่ใจ ทั้งทีจริงๆ บางเรื่อง พี่หนึ่งเป็นคนผิด แต่เราได้แต่อดทน กับทุกอย่าง เรายังช่วยพี่เค้าเรื่องเรียน จนกระทั่งเราจบปริญาตรีพร้อมกัน  และแม่ของเราเริ่มถามว่าเรียนจบแล้วไม่คิดจะแต่งงานเหรอ เราก็บอกว่าไม่รู้สิ ถ้าถึงเวลามันก็คงได้แต่งเอง เราเองไม่เคยถาม ไม่เคยเร่งรัดใดๆ ในการแต่งงานเลย มีคุยเรื่องอนาคตกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีอะไรถึงกับว่างแผนว่ามันจะต้องแบบนี้ อย่างนี้

ก็คบกันมาเรื่อยๆ มีคุยกันบ้างห่างกันบ้าง แต่เรายังคงพาพ่อเขาไปหาหมอและไปเยี่ยมบ้าง และพ่อของพี่หนึ่ง ล้มในห้องน้ำทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยายบาล และสุดท้ายแกก็จากเราไป อีกนั่นแหละในะฐานะแฟนของลูกชาย เราช่วยเรื่องงานศพ ตั้งแต่ต้นจนจบ จนกระทั่งเอากระดูกไปลอยอังคาร 

และเมื่อคบกันนาน ทุกอย่างก็หมดโปร เราโทรหาเริ่มบอกเราว่าง่วง เหนื่อย แต่ออกไปกับเพื่อนได้ ความรักเหมือนเริ่มจึดจาง เราพยามยามไม่ให้ห่าง แต่เหมือนมัน ไม่ดีเหมือนเคย ญาติเขามาถามเราให้เราไปทำงานด้วยกัน ซึ่งเราตอบตกลง โดยหวังว่าการทำงานด้วยกันมันจะช่วยให้เรารักกันมากยิ่งขึ้น แต่ป่าวเลย เขาทำเหมือนไม่สนใจ เราเองมีปัญหากับคนเก่าที่ทำงานแฟนเรานอกจากจะไม่สนใจ และไม่เคยปกป้องเราเลยแม้แต่นิดเดียว เราเองไม่เข้าใจการที่เรารักไม่รัก คือประเด็นอะไรในบริษัท หาว่าเราหึงแฟนบ้าง ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย จนเรารู้สึกเครียด นั่งรถเมล์กลับบ้าน ไม่ได้อยากร้องไห้ แต่น้ำตาไหลออกเอง ถึงบ้าน ได้แต่นึกโทษ ถามตัวเองว่าฉันทำอะไรผิดไป

สุดท้ายเราต้องออกจากงานด้วยเหตุผลที่ว่า เราเข้ากับคนเก่าไม่ได้ไม่ต้องการให้เรามีปัญหา ให้เราออกสิ้นเดือน  เราก็ยังคงไปทำงานเหมือนเดิม หลังจากวันนั้น แฟนเราโทรมาบอกว่าไม่ต้องมาทำงานแล้วแต่จะจ่ายเงินให้เติมเดือน และเค้าไม่เคยติดต่อมาอีกเลย เอาจริงๆ ใจเราพัง เราเสียทุกอย่าง งาน แฟน แล้วจะเริ่มต้นใหมยังไง ยังดีที่เรามีเพื่อนดี ช่วยเราให้งานเราในการทำงาน สุดท้าย 5ปีที่คบกันมามันไม่เหลืออะไรเลย

เราเคยถามช่วงที่ห่างเยอะ เราถามว่า เราหมดประโยชน์แล้วใช่ใหมถึงทำกับเราแบบนี้ เค้าตอบว่าใช่ คนยังเรา ถ้าไม่คบกับเขาก็ไม่มีใครเอาแล้ว ตอนนั้นเราคิดว่าเค้าพูดเล่น แต่จริงๆแล้วคือ ความจริงอยู่ตรงหน้า แล้ว แต่เราเองที่ไม่เห็น เรารักเขา เรายอมเขาทุกอย่าง จนลืม รักตัวเอง รักครอบครัวเราเอง ทิ้งศักดิ์ศรี ถ้าเรายอมรับความจริงสักนิด แล้วเดินออกมาแต่เนิ่นๆ เราคงไม่พังขนาดนี้  แต่เป็นเพราะ มัวแต่หลอกตัวเองว่าเดียวมันจะดีขึ้น เพราะคิดว่า เค้าไม่ได้บอกเลิกซะหน่อย แค่เขาบอกฉันจะเดินออกมาเลย แต่เหมือนพี่อ้อยพี่ฉอดว่า เค้าบอกด้วยการกระทำ มันชัดเจน แต่เราเองต่างหากที่หลอกตัววเราเองอยู่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่