JJNY : อนุดิษฐ์ขอ หยุดใช้ประเทศเป็นหนูลองยา/เอ๋ฟ้องชวน เจอสวน/วีระเอาผิดปรีณารุกป่า/ส่งออกตค.ติดลบ4.54%/เรียงแถวหั่นGDP

'อนุดิษฐ์' ขอ 'ประยุทธ์' หยุดใช้ประเทศเป็นหนูลองยาแก้เศรษฐกิจ
https://voicetv.co.th/read/6Ct0dgIle

 
เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์หยุดใช้ประเทศเป็นหนูลองยาแก้เศรษฐกิจ หลังมาตรการแจกเงินส่อแววล้มเหลว จนทีมงานด้านเศรษฐกิจเริ่มแสดงอาการถอดใจ
 
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แสดงความห่วงใยประชาชน ที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หลังหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลออกมาเปิดเผยตัวเลขที่ถดถอยลงในทุกๆ ด้าน ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ทำได้เพียงขอร้องไม่ให้พูดเรื่องเศรษฐกิจแย่เพราะจะส่งผลต่อการแก้ปัญหาและขอให้เชื่อมั่นรัฐบาล
 
น.อ.อนุดิษฐ์ เห็นว่า เป็นท่าทีที่ขาดความรับผิดชอบของผู้นำรัฐบาล เพราะการพูดในทำนอง ตัวเองแก้ไม่ได้ แต่กลับยังไปโทษคนอื่นว่าไม่ช่วย ทั้งที่หลายฝ่ายได้เตือนมาตลอดว่าแนวทางแก้เศรษฐกิจของรัฐบาลเดินมาผิดทาง โดยเฉพาะการใช้นโยบายแจกเงินเฉพาะหน้าให้ประชาชน ซึ่งไม่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม แต่รัฐบาลก็ยังดึงดันใช้แนวทางนี้ จนกระทั่งตัวเลขด้านต่างๆ ออกมาประจานความล้มเหลวให้เห็น
 
เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเทศไม่ใช่หนูลองยา ที่จะให้ผู้นำที่ขาดความรู้อย่าง พล.อ.ประยุทธ์มาทดลองแก้เศรษฐกิจ โดยเฉพาะการแจกเงินแบบคิดเอาเองว่าแจกแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แต่วิกฤติครั้งนี้รุนแรงมากกว่าที่คิด เพราะต่อเนื่องมาจากการรัฐประหารที่ต่างชาติไม่ยอมรับ จนกระทั่งมาเป็นนายกฯ รอบ 2 ด้วยกลไกรัฐธรรมนูญที่ถูกออกแบบมาเพื่อสืบทอดอำนาจ ดังนั้นการจะให้ต่างชาติหรือคนส่วนใหญ่เชื่อมั่น จึงเป็นไปได้ยาก
 
ที่ผ่านมารัฐบาลมักโทษไปที่ปัญหาเศรษฐกิจโลก แต่หากย้อนไปดูประเทศเพื่อนบ้าน ตัวเลขทางเศรษฐกิจของเขาดีกว่าของเรามาก เนื่องจากมีผู้นำที่ทำให้คนในชาติเชื่อมั่นได้ ต่างกับของไทยที่ผู้นำขาดวิสัยทัศน์ ทำให้ประชาชนอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและขาดความเชื่อมั่นต่ออนาคตของประเทศ ทำให้พวกเขาเลือกที่จะไม่ใช่จ่ายหรือลงทุน เพราะเห็นฝีมือ พล.อ.ประยุทธ์มาแล้วกว่า 5 ปี ไม่ใช่ 4 เดือนอย่างที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามกล่าวอ้าง
 
อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงตัวเลขโรงงานที่ต้องปิดตัวลงกว่า 1,000 แห่งในยุคของตัวเอง แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว และใช้วิธีการแบบเดิม ๆ แก้ปัญหา นั่นคือ สั่งให้รัฐมนตรีลงไปดูแล ขณะที่ตัวรัฐมนตรีเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะรัฐบาลไม่มีนโยบายร่วมกันที่ชัดเจน แม้กระทั่งค่าแรงขั้นต่ำที่หาเสียงเอาไว้ก็เบี้ยวผู้ใช้แรงงานหน้าตาเฉย สุดท้ายก็แก้ปัญหาแบบแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ ด้วยการเดินตามก้นระบบราชการ
 
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจอยู่ในอำนาจต่อไปได้เรื่อยๆ ด้วยกลไกรัฐธรรมนูญที่พวกเขาช่วยกันออกแบบมา แต่หากอยู่แล้วไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชนได้ ก็น่าสงสัยว่า จะอยากอยู่ต่อไปทำไม หากพล.อ.ประยุทธ์ยิ่งอยู่เศรษฐกิจยิ่งแย่ ขอถามว่า ใครจะรับผิดชอบ กว่า 5 ปีแล้ว พวกเราจะปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้ประเทศเป็นหนูลองยาแก้เศรษฐกิจต่อไปอีกหรือ
 

 
“เอ๋”ฟ้อง“ชวน” จี้สอบจริยธรรม“เสรีพิศุทธ์” เจอสวน ไม่ให้นำเรื่องกมธ.มาพูดที่ประชุมใหญ่
https://www.matichon.co.th/politics/news_1762357
 
“เอ๋ ปารีณา”กัดไม่ปล่อย ร้อง“ชวน”สอบจริยธรรม “เสรีพิศุทธ์”เป็นประธานกมธ.ปราบโกง ชอบดูถูก ดูหมิ่น เจอ “ชวน”สวน ไม่ให้นำเรื่องกมธ.มาพูดในที่ประชุมสภาฯ
 
เมื่อวันที่ 21 พ.ย.เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานในที่ประชุม ในช่วงแรกเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาต่างๆ โดยน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้เรียกร้องให้ นายชวน สอบจริยธรรม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมอภิปรายว่าตนเป็นผู้หญิงที่ทำงานในสภาฯมานาน ส่วนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทำงานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มานาน ซึ่ง 2 องค์กรแตกต่างกัน ที่ผ่านมาตนทนกับพฤติกรรมของประธานกมธ.ชุดดังกล่าวมาระยะหนึ่ง ไม่คุ้นเคย และไม่ชอบ รวมถึงรู้สึกว่า ประธานกมธ.ฯ ดูถูก ดูหมิ่น ด้วยคำพูด รวมถึงโดนชี้หน้าด้วย
 
ทั้งนี้ ก่อนที่น.ส.ปารีณา จะอภิปรายจบ นายชวน กล่าวตัดบทขึ้นว่า ไม่ให้นำเรื่องภายในกมธ.มาหารือในที่ประชุมสภาฯ และตนไม่ประสงค์ให้นำเรื่องนี้มาพูด ทำให้น.ส.ปารีณา โต้แย้งว่า เป็นสิทธิที่ทำได้ เพราะการทำหน้าที่ประธานกมธ.ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีลักษณะดูถูก ดูหมิ่น ดังนั้นตนอยากให้นายชวนสอบจริยธรรมพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และขอให้ช่วยเหลือเพราะการทำงานต้องทำด้วยกิริยาไม่ดูถูก หรือดูหมิ่นใคร ดังนั้นต้องสอบ
 
ทำให้นายชวน กล่าวตัดบทอีกว่า ขอให้ส่งเรื่องดังกล่าวมา และตักเตือนน.ส.ปารีณาว่า การหารือในที่ประชุมสภาฯ ต้องไม่พูดเพื่อกระทบกับผู้อื่น ปัญหาภายในของ กมธ. ต้องจัดการกันเอง ตนต้องการให้ทุกคนทำงานเพื่อประชาชนร่วมกัน ไม่ขัดแย้งในเรื่องที่ไม่ควรขัดแย้ง
 

 
‘วีระ’ แจ้งความเอาผิด ‘ปารีณา’ บุกรุกป่า 1,706 ไร่
https://www.one31.net/news/detail/16370

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 21 พ.ย.62 นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) ได้เดินทางไปที่สำนักงานทรัพยากรป่าไม้จังหวัดราชบุรี ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง เขตเทศบาลเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ขอพบผู้อำนวยการสำนักงานเพื่อขอข้อมูลกรณีที่ดินของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐที่ครอบครองที่ดินกว่า 1,706 ไร่ ในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง แต่เมื่อไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทราบว่าป่าไม้จังหวัดไม่อยู่ เดินทางไปที่กรมป่าไม้
 
จากนั้นนายวีระ สมความคิด เลขาธิการ คปต. ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอจอมบึง เพื่อแจ้งความกับ ร.ต.อ.กัมปนาท เจริญศรี รอง สว. (สอบสวน) สภ.จอมบึง ให้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ และที่ดิน ส.ป.ก.ในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีการนำเอกสารหลักฐานสำคัญต่างๆที่เกี่ยวข้องมาเป็นหลักฐาน เช่น เอกสารภาพถ่ายที่ดินทางอากาศ เอกสารข้อมูลของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่กล่าวถึงคดีที่ดินดังกล่าวซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 1,706 ไร่ รวมถึงข้อมูลจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่พูดถึงที่ดินดังกล่าว มาแสดงเป็นหลักฐาน เพื่อยื่นให้กับพนักงานสอบสวน พร้อมกับลงชื่อกำกับไว้เป็นหลักฐานด้วย โดยมี พ.ต.ท.แมนสรวง กาญจนสะอาด รองผู้กำกับ สภ.จอมบึงร่วมตรวจสอบเอกสารที่มีการนำมายื่นในวันนี้ด้วย
 
นายวีระ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาพบหัวหน้าป่าไม้เพื่อจะมาสอบถามเรื่องนี้ว่าเป็นอย่างไรในอำนาจหน้าที่ของป่าไม้ และจะถามว่าอยากจะไปแจ้งความกับเราด้วยหรือไม่ ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลกฎหมาย แต่หากไม่ไปกับเรา ผมก็จะต้องแจ้งความหมดว่าที่ผ่านมามีการปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำผิดกฎหมายป่าสงวน ซึ่งทางป่าไม้ได้ดูแลอยู่ ในเมื่อไม่พบเพราะทราบจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในระดับเล็กๆ ส่วนระดับที่สามารถประสานคุยกันได้นั้น ไม่มีใครอยู่เลย โดยคงต้องไปที่สถานีตำรวจภูธรจอมบึง เพื่อไปทำการแจ้งความกล่าวโทษ กับผู้กระทำความผิดทุกคน ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้ว มีหลักฐานคงต้องไปดูกัน ซึ่งมีแผนที่ มีข้อกฎหมาย เชื่อว่าคนไทยคงได้เห็นแล้ว แม้แต่ รมช.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นคนพูดเองว่า มีการบุกรุกก่อนที่จะเป็น ส.ป.ก. ซึ่งป่าไม้คิดว่า ละเว้นมานานแล้ว ตั้งแต่มีการเข้าไปบุกรุก และคงจะต้องไปดูในข้อเท็จจริงโดยเอาข้อกฎหมายเป็นตัวตั้ง.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่