'สุทิน'ไม่เห็นช่องปลด'เสรีพิศุทธ์' แนะยอมสลับโควตาปธ.กมธ.
https://www.dailynews.co.th/politics/742856
"สุทิน”ลั่นเรื่องกรอบเวลาไม่ใช่ปัญหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ย้ำไม่เห็นช่อง "สิระ-ปารีณา" ยื่นสภาฯปลด"เสรีพิศุทธ์"พ้นประธานกมธ.ป.ป.ช. ชี้มีทางเดียวคือ "ฝ่ายค้าน-รัฐบาล"จะยอมสลับโควตา
เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่รัฐสภา นาย
สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการดันญัตติญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ2560 เข้าสู่ที่ประชุมสภา ว่า คาดว่าญัตติเรื่องศึกษาแก้รัฐธรรมนูญจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาได้ไม่เกินสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ต้องขอบคุณนาย
ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีเจตนาต้องการให้เรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาโดยเร็ว มีเพียงแต่ทางรัฐบาลที่ไม่พฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งพฤติกรรมนี้เราจะหยิบยกไปอภิปรายในช่วงปลายเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย
เมื่อถามถึง ระยะเวลาการนับวงรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่นาย
วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีออกมาระบุไม่ตรงกับทางพรรคฝ่ายค้าย นาย
สุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ตรงกัน ซึ่งตน และทีมกฎหมายเข้าใจว่านับเป็นปีปฏิทิน ไม่ใช่รอบปี ทั้งนี้ในทางปฏิบัติคิดว่าไม่มีปัญหา เพราะเราสามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อยู่ดี เพียงแต่หากเข้าใจแบบนาย
วิษณุ ก็เท่ากับนับเดือนส.ค.นี้ ไปชนส.ค.ปีหน้า เราจะอภิปรายไม่ได้อีกเท่านั้นเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่อุปสรรคในการอภิปรายในเดือนธ.ค.นี้ เพียงแต่คราวต่อไปเราจะได้อภิปรายอีกเมื่อไหร่เท่านั้น
เมื่อถามถึง กรณีที่นาย
สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. และน.ส.
ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะกมธ.ป.ป.ช.สภาฯ ออกมาระบุว่าจะประสานไปยังวิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้านเพื่อหารือกรณีเปลี่ยนตัวพล.ต.อ.
เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกมธ.ป.ป.ช.สภาฯ ออกจากตำแหน่งประธาน กมธ. นาย
สุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานมา แต่หากมีการประสานเข้ามา เราก็พร้อมที่จะพูดคุย ซึ่งตนมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของสไตล์การทำงาน ซึ่งพล.ต.อ.
เสรีพิศุทธ์ ก็ทำงานมีประโยชน์ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดเพียงจากพล.ต.อ.
เสรีพิศุทธ์เท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงคนที่ต้องให้ความร่วมมือด้วย ซึ่งหากดูพล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมแล้ว อย่าว่าแต่ กมธ. เลย ขนาดสภาฯใหญ่เขาก็ไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้นปัญหาดังกล่าวต้องพิจารณาทั้ง พล.ต.อ.
เสรีพิศุทธ์ พล.อ.
ประยุทธ์ และพล.อ.
ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะถ้าเชิญแล้วมา ก็คงไม่เกิดปัญหา เพราะ กมธ..ชุดอื่น เขาเชิญคนอื่นมาเขาก็มา ไม่มีปัญหา เช่น ผบ.ทบ.
เมื่อถามว่า วิปฝ่ายค้านจะนำเรื่องดังกล่าวไปพูดคุยหรือไม่ นาย
สุทิน กล่าวว่า คงจะพูดเรื่องโควตา ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นไปตามอำเภอใจของฝ่ายค้าน หรือ ส.ส. คงไม่พูดคุยเรื่องของพฤติกรรม หากไปคุยเรื่องพฤติกรรมจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัว จะไปชี้ขาดตัดสินไม่ได้ ทั้งนี้ความต้องการเปลี่ยนตัวประธานกมธ. ป.ป.ช.สภาฯเป็นเพียงความต้องการของนาย
สิระ และน.ส.
ปารีณา ไม่น่าจะทำให้เป็นปัญหา เพราะมีงานอื่นที่ต้องทำอีกมาก เมื่อเรื่องกมธ.เป็นเรื่องโควตา ดังนั้นสมาชิกจะเอาความต้องการของคนสองคนมาเป็นปัญหาของสภาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนยังมองไม่เห็นช่องที่ทั้ง 2 คน จะถอดถอนพล.ต.อ.
เสรีพิศุทธ์ได้ นอกจากฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล จะตกลงเปลี่ยนโควตากัน ย้ายโควตานี้ให้ไปเป็นของพรรคอื่น ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าจะง่าย เพราะส.ส.ทั้ง 2 ซีก คงจะมีสติ และมีงานทำอีกมาก.
ญัตติผลกระทบ ม.44 เข้าสภาฯแล้ว “ปิยบุตร” ปลุกรื้อทิ้งมรดกบาป ด้าน“สาทิตย์” นำปชป.เอาด้วย
https://www.matichon.co.th/politics/news_1762883
ญัตติผลกระทบ ม.44 เข้าสภาฯแล้ว “ปิยบุตร” เปิดฉากอัด คสช. ปลุกรื้อทิ้งมรดกบาป ชี้ 5ปีที่ผ่านมา ใช้มนต์เสกปืนให้เป็นกม. ด้าน “น้องเดียว” นำปชป.เอาด้วย ส.ส.พปชร.ขอถอน ชี้ กลไกปกติทำได้
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา เกียกกาย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนาย
ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 จำนวน 7 ญัตติที่เสนอโดยส.ส.ฝ่ายค้าน และรัฐบาล โดย นาย
ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะหนึ่งในผู้เสนอญัตติ อภิปรายว่า วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เวลานั้น ได้ก่อรัฐประหารยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ตามข้อเท็จจริงถือมีความผิดฐานกบฎ แต่อีกสองเดือนต่อมาได้ออกรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดให้การรัฐประหารไม่มีความผิด โดยแนวคำพิพากษาศาลฎีกายึดถือกันว่า เป็นอำนาจรัฎฐาธิปัตย์มีอำนาจสูงสุดออกคำสั่งใดๆก็ได้
นาย
ปิยบุตร กล่าวว่า คสช.มีกองกำลัง อาวุธทางกายภาพยึดอำนาจปกครองประเทศเป็น [เผล่ะจัง] จริงๆไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายก็ได้ แต่กลับเลือกใช้มาตรการทางกฎหมายตลอด 5 ปีที่ผ่านมา หลากหลายรูปแบบใช้เวทย์มนต์เสกปืนให้เป็นกฎหมาย กระบวนการเช่นนี้จึงไม่แปลกที่พล.อ.
ประยุทธ์ มักบอกให้คนอื่นเคารพกฎหมาย การรัฐประหารครั้งนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทย ดังนี้
1. ในแง่จำนวน คสช.เป็นคณะรัฐประหารที่ออกคำสั่งเป็นจำนวนมาก โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รวบรวมไว้ว่า มีคำสั่งหัวหน้าคสช.217 ฉบับ ประกาศหัวหน้าคสช. 1 ฉบับ ประกาศคสช. 133 ฉบับ และคำสั่งคสช. 214 ฉบับ รวมทั้งหมด 565 ฉบับ เมื่อเทียบกับคณะรัฐประหารสมัยจอมพล
สฤษดิ์ที่ปกคครองบประมาณ 5 ปี ออกประกาศคำสั่ง 57 ฉบับ สมัยจอมพล
ถนอมครองอำนาจ 1 ปี 10 เดือน ออกประกาศคำสั่ง 966 ฉบับ
2. เป็นคณะรัฐประหารที่มีอำนาจมากที่สุด ในอดีตเราจะนึกถึงมาตรา 17 ของจอมพล
สฤษดิ์ แต่ถ้ามองในระบบกฎหมาย พล.อ.
ประยุทธ์มีอำนาจมากตรงที่ขนาดเรามีรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 แต่หัวหน้าคสช.ก็ยังมีอำนาจพิเศษอยู่
นาย
ปิยบุตร กล่าวว่า
3. การรัฐประหารที่รับรองประกาศคำสั่งของคณะรัฐประหารได้อย่างรัดกุมมากที่สุด รัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 มาตรา 279 รับรองให้ทุกการกระทำของคณะรัฐประหารชอบด้วยรัฐรรมนูญ เราแค่ยกเลิกประกาศคำสั่งคสช.ยังไม่พอ แต่ต้องทำลายเกราะคุ้มกันประกาศคำสั่งคสช.ด้วย คือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 279 จึงต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกมาตรานี้
และ 4. เป็นการใช้อำนาจครอบคลุมหลายมิติ เพราะไม่ได้มีประกาศคำสั่งที่มีเป้าประสงค์ทางการเมืองเท่านั้นแต่ยังไปกระทบเรื่องอื่นๆด้วยเช่น ป่าไม้ การประมง องค์กรอิสระ สิ่งแวดล้อม การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กระบวนการยุติธรรม เป็นต้น ก่อนที่คสช.จะจากไปก็ยังออกคำสั่งคสช. 9/2562 เพื่อยกเลิกประกาศคำสั่งรวม 78 ฉบับ ดังนั้น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ได้เสนอเสนอร่างพ.ร.บ.เพื่อยกเลิกประกาศคำสั่งคสช.จำนวน 17 ฉบับที่ตกค้าง นอกจากนั้นพบว่าคำสั่ง ประกาศคสช. ยังถูกฝังไว้ในพระราชบัญญัติ ซึ่งถือเป็นมรดกบาป ที่ทำให้ประเทศไทยมีระบบกฎหมาย 2 ระบบคู่กันโดยไม่รู้ตัว และมีเนื้อหาขัดกับรัฐธรรมนูญ 2560 และทำให้ประเทศไทยกลายเป็นรัฐทหาร เพื่อให้ทหารเข้ามามีบทบาททางการเมือง
“นี่จึงสมควรตั้งกมธ. ศึกษาคำสั่ง ประกาศคสช. เพื่อแปรกฎหมายที่ถูกต้องตามระบบ และกฎหมายปกติ หากฉบับใดละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง ยกเลิกและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งผมได้ยินมาว่าส.ส.รัฐบาลจะลงมติไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ทั้งๆที่ญัตตินี้มีส.ส.รัฐบาลเสนอเข้ามาด้วย หลังการประหารรัฐประหาร 2557 หลายคนเป็นส.ส.รัฐบาล รัฐมนตรี ฝ่ายค้าน แต่ทุกคนยังจำตอนที่ถูกเรียกรายงานตัวและถูกข่มขู่ได้หรือไม่ วันนี้เรามีการเลือกตั้งและมีอำนาจนิติบัญญัติจากประชาชน ถึงเวลาแล้วที่สภาฯต้องยืนตรงทระนงองอาจต่ออำนาจเผด็จการ ประเทศไทยไม่มีทางสถาปนาระบอบรัฐธรรมนูญได้ หากยังมีระบอบรัฐประหารฝังตัวอยู่ ประเทศไทยไม่มีทางสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริงได้ หากยังมีมรดกคสช.อยู่ จึงเป็นภารกิจสำคัญของสภาฯที่จะต้องคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาเรื่องนี้” นาย
ปิยบุตร กล่าว
ด้าน นาย
ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้เสนอญัตติ อภิปรายว่า ตนเสนอญัตติเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับผลกระทบต่อผู้บริหารท้องถิ่น จำนวน 8 ฉบับให้หยุด หรือพักการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหาร ข้าราชการท้องถิ่น มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 400 คน ขณะที่ปลดล็อคไปแล้ว 23 คน ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่ากระทบสิทธิและมนุษยชน ทั้งนี้ในกมธ.กระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษสภา ได้ศึกษาและเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง พบว่าภายในเดือนพฤศจิกายนนี้กระบวนการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ ดังนั้นเชื่อว่าภายในสิ้นปี 2562 จะปลดล็อคให้ผู้บริหารท้องถิ่นกลับมาดำรงตำแหน่งได้ ดังนั้นตนมองว่าการใช้กมธ.สามัญเพื่อศึกษาประเด็นคำสั่งหรือประกาศคสช. ที่มีผลกระทบกับประชาชนจะแก้ปัญหาได้รวดเร็ว และตนขอให้ส.ส.ร่วมลงมติไม่เห็นด้วยกับการตั้งกมธ.วิสามัญ เพราะกลไกของกมธ.สามัญสามารถทำได้ ทั้งนี้ ตนขอถอนญัตติที่เสนอดังกล่าวออกจากวาระ
นาย
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้เสนอญัตติ กล่าวว่า เพราะนับตั้งแต่มีรัฐประหาร จะชอบหรือไม่ชอบ แต่ตนคิดว่า คำว่า [เผล่ะจัง] ไม่ได้มีแต่ทหารเท่านั้น เพราะภายใต้เสื้อคลุมประชาธิปไตยก็มี [เผล่ะจัง] เช่นกัน ตนไม่ได้มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง แต่เหตุที่เสนอให้ตั้งกมธ.ศึกษาผลกระทบและหาแนวทางแก้ไข ผลจากประกาศและคำสั่งของปฏิวัติคณะต่าง รวมถึงประกาศและคำสั่งของคสช. และหัวหน้าคสช.นั้น ไม่ใช้การมาเอาคืน หรือจะมาเพื่อการปกป้อง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากบรรดาคำสั่งและประกาศเหล่านี้ถือเป็นหน้าที่ที่สภาจากการเลือกตั้งต้องพิจารณา โดยนำกลับไปสู่เนื้อหาอันเป็นเจตจำนงของประชาชน ส.ส.จะปฏิเสธเสียงของชาวบ้านที่เขาได้รับผลกระทบไม่ได้ เพราะเมื่อมีการปฏิวัติรัฐประหารในแต่ละครั้ง คำสั่งและประกาศต่างๆได้เกิดขึ้นนั้น หลายเรื่องมีผลเปลี่ยนแปลง เป็นปัญหามีการฟ้องร้อง สร้างปัญหาให้กับประชาชน
นาย
สาทิตย์ กล่าวว่า เช่น การออกคำสั่ง 31/2560 แก้หรือผลต่อกฏหมายส.ป.ก.ในปี 2518 โดยเปลี่ยนแปลงจากการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกร ไปทำอย่างด้วย อาทิ พลังงานทดแทน และ เหมืองแร่ หรือ การออกคำสั่งหรือประกาศเพื่ออกมาเกี่ยวกับการผังเมืองในโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก หรือ อีอีซี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพที่บางเรื่องต้องนำกลับมาทบทวน อย่างไรก็ตาม ถามว่า แปลกไหม ที่ประชาธิปัตย์เป็นพรรคร่วมรัฐบาลมาเสนอเรื่องนี้ แต่ตนยืนยันว่า บางเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชน ตนไม่มีอคติใดๆ แต่ต้องทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัตติเพื่อทำกฏหมายให้สะท้อนเสียง และคำนึงถึงของประชาชนมากที่สุด
JJNY : 4in1 สุทินไม่เห็นช่องปลดเสรีพิศุทธ์/ญัตติผลกระทบม.44 เข้าสภาฯแล้ว/โรงงานไม้ยางตรังปิดกิจการ/โลกร้อนฉุดอุณหภูมิศก.
https://www.dailynews.co.th/politics/742856
เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการดันญัตติญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ2560 เข้าสู่ที่ประชุมสภา ว่า คาดว่าญัตติเรื่องศึกษาแก้รัฐธรรมนูญจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาได้ไม่เกินสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ต้องขอบคุณนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีเจตนาต้องการให้เรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาโดยเร็ว มีเพียงแต่ทางรัฐบาลที่ไม่พฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งพฤติกรรมนี้เราจะหยิบยกไปอภิปรายในช่วงปลายเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย
เมื่อถามถึง ระยะเวลาการนับวงรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีออกมาระบุไม่ตรงกับทางพรรคฝ่ายค้าย นายสุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ตรงกัน ซึ่งตน และทีมกฎหมายเข้าใจว่านับเป็นปีปฏิทิน ไม่ใช่รอบปี ทั้งนี้ในทางปฏิบัติคิดว่าไม่มีปัญหา เพราะเราสามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อยู่ดี เพียงแต่หากเข้าใจแบบนายวิษณุ ก็เท่ากับนับเดือนส.ค.นี้ ไปชนส.ค.ปีหน้า เราจะอภิปรายไม่ได้อีกเท่านั้นเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่อุปสรรคในการอภิปรายในเดือนธ.ค.นี้ เพียงแต่คราวต่อไปเราจะได้อภิปรายอีกเมื่อไหร่เท่านั้น
เมื่อถามถึง กรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. และน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะกมธ.ป.ป.ช.สภาฯ ออกมาระบุว่าจะประสานไปยังวิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้านเพื่อหารือกรณีเปลี่ยนตัวพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกมธ.ป.ป.ช.สภาฯ ออกจากตำแหน่งประธาน กมธ. นายสุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานมา แต่หากมีการประสานเข้ามา เราก็พร้อมที่จะพูดคุย ซึ่งตนมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของสไตล์การทำงาน ซึ่งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ทำงานมีประโยชน์ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดเพียงจากพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงคนที่ต้องให้ความร่วมมือด้วย ซึ่งหากดูพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมแล้ว อย่าว่าแต่ กมธ. เลย ขนาดสภาฯใหญ่เขาก็ไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้นปัญหาดังกล่าวต้องพิจารณาทั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะถ้าเชิญแล้วมา ก็คงไม่เกิดปัญหา เพราะ กมธ..ชุดอื่น เขาเชิญคนอื่นมาเขาก็มา ไม่มีปัญหา เช่น ผบ.ทบ.
เมื่อถามว่า วิปฝ่ายค้านจะนำเรื่องดังกล่าวไปพูดคุยหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า คงจะพูดเรื่องโควตา ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นไปตามอำเภอใจของฝ่ายค้าน หรือ ส.ส. คงไม่พูดคุยเรื่องของพฤติกรรม หากไปคุยเรื่องพฤติกรรมจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัว จะไปชี้ขาดตัดสินไม่ได้ ทั้งนี้ความต้องการเปลี่ยนตัวประธานกมธ. ป.ป.ช.สภาฯเป็นเพียงความต้องการของนายสิระ และน.ส.ปารีณา ไม่น่าจะทำให้เป็นปัญหา เพราะมีงานอื่นที่ต้องทำอีกมาก เมื่อเรื่องกมธ.เป็นเรื่องโควตา ดังนั้นสมาชิกจะเอาความต้องการของคนสองคนมาเป็นปัญหาของสภาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนยังมองไม่เห็นช่องที่ทั้ง 2 คน จะถอดถอนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ นอกจากฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล จะตกลงเปลี่ยนโควตากัน ย้ายโควตานี้ให้ไปเป็นของพรรคอื่น ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าจะง่าย เพราะส.ส.ทั้ง 2 ซีก คงจะมีสติ และมีงานทำอีกมาก.
ญัตติผลกระทบ ม.44 เข้าสภาฯแล้ว “ปิยบุตร” ปลุกรื้อทิ้งมรดกบาป ด้าน“สาทิตย์” นำปชป.เอาด้วย
https://www.matichon.co.th/politics/news_1762883
ญัตติผลกระทบ ม.44 เข้าสภาฯแล้ว “ปิยบุตร” เปิดฉากอัด คสช. ปลุกรื้อทิ้งมรดกบาป ชี้ 5ปีที่ผ่านมา ใช้มนต์เสกปืนให้เป็นกม. ด้าน “น้องเดียว” นำปชป.เอาด้วย ส.ส.พปชร.ขอถอน ชี้ กลไกปกติทำได้
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา เกียกกาย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 จำนวน 7 ญัตติที่เสนอโดยส.ส.ฝ่ายค้าน และรัฐบาล โดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะหนึ่งในผู้เสนอญัตติ อภิปรายว่า วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เวลานั้น ได้ก่อรัฐประหารยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ตามข้อเท็จจริงถือมีความผิดฐานกบฎ แต่อีกสองเดือนต่อมาได้ออกรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดให้การรัฐประหารไม่มีความผิด โดยแนวคำพิพากษาศาลฎีกายึดถือกันว่า เป็นอำนาจรัฎฐาธิปัตย์มีอำนาจสูงสุดออกคำสั่งใดๆก็ได้
นายปิยบุตร กล่าวว่า คสช.มีกองกำลัง อาวุธทางกายภาพยึดอำนาจปกครองประเทศเป็น [เผล่ะจัง] จริงๆไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายก็ได้ แต่กลับเลือกใช้มาตรการทางกฎหมายตลอด 5 ปีที่ผ่านมา หลากหลายรูปแบบใช้เวทย์มนต์เสกปืนให้เป็นกฎหมาย กระบวนการเช่นนี้จึงไม่แปลกที่พล.อ.ประยุทธ์ มักบอกให้คนอื่นเคารพกฎหมาย การรัฐประหารครั้งนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทย ดังนี้
1. ในแง่จำนวน คสช.เป็นคณะรัฐประหารที่ออกคำสั่งเป็นจำนวนมาก โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รวบรวมไว้ว่า มีคำสั่งหัวหน้าคสช.217 ฉบับ ประกาศหัวหน้าคสช. 1 ฉบับ ประกาศคสช. 133 ฉบับ และคำสั่งคสช. 214 ฉบับ รวมทั้งหมด 565 ฉบับ เมื่อเทียบกับคณะรัฐประหารสมัยจอมพลสฤษดิ์ที่ปกคครองบประมาณ 5 ปี ออกประกาศคำสั่ง 57 ฉบับ สมัยจอมพลถนอมครองอำนาจ 1 ปี 10 เดือน ออกประกาศคำสั่ง 966 ฉบับ
2. เป็นคณะรัฐประหารที่มีอำนาจมากที่สุด ในอดีตเราจะนึกถึงมาตรา 17 ของจอมพลสฤษดิ์ แต่ถ้ามองในระบบกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจมากตรงที่ขนาดเรามีรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 แต่หัวหน้าคสช.ก็ยังมีอำนาจพิเศษอยู่
นายปิยบุตร กล่าวว่า
3. การรัฐประหารที่รับรองประกาศคำสั่งของคณะรัฐประหารได้อย่างรัดกุมมากที่สุด รัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 มาตรา 279 รับรองให้ทุกการกระทำของคณะรัฐประหารชอบด้วยรัฐรรมนูญ เราแค่ยกเลิกประกาศคำสั่งคสช.ยังไม่พอ แต่ต้องทำลายเกราะคุ้มกันประกาศคำสั่งคสช.ด้วย คือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 279 จึงต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกมาตรานี้
และ 4. เป็นการใช้อำนาจครอบคลุมหลายมิติ เพราะไม่ได้มีประกาศคำสั่งที่มีเป้าประสงค์ทางการเมืองเท่านั้นแต่ยังไปกระทบเรื่องอื่นๆด้วยเช่น ป่าไม้ การประมง องค์กรอิสระ สิ่งแวดล้อม การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กระบวนการยุติธรรม เป็นต้น ก่อนที่คสช.จะจากไปก็ยังออกคำสั่งคสช. 9/2562 เพื่อยกเลิกประกาศคำสั่งรวม 78 ฉบับ ดังนั้น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ได้เสนอเสนอร่างพ.ร.บ.เพื่อยกเลิกประกาศคำสั่งคสช.จำนวน 17 ฉบับที่ตกค้าง นอกจากนั้นพบว่าคำสั่ง ประกาศคสช. ยังถูกฝังไว้ในพระราชบัญญัติ ซึ่งถือเป็นมรดกบาป ที่ทำให้ประเทศไทยมีระบบกฎหมาย 2 ระบบคู่กันโดยไม่รู้ตัว และมีเนื้อหาขัดกับรัฐธรรมนูญ 2560 และทำให้ประเทศไทยกลายเป็นรัฐทหาร เพื่อให้ทหารเข้ามามีบทบาททางการเมือง
“นี่จึงสมควรตั้งกมธ. ศึกษาคำสั่ง ประกาศคสช. เพื่อแปรกฎหมายที่ถูกต้องตามระบบ และกฎหมายปกติ หากฉบับใดละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง ยกเลิกและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งผมได้ยินมาว่าส.ส.รัฐบาลจะลงมติไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ทั้งๆที่ญัตตินี้มีส.ส.รัฐบาลเสนอเข้ามาด้วย หลังการประหารรัฐประหาร 2557 หลายคนเป็นส.ส.รัฐบาล รัฐมนตรี ฝ่ายค้าน แต่ทุกคนยังจำตอนที่ถูกเรียกรายงานตัวและถูกข่มขู่ได้หรือไม่ วันนี้เรามีการเลือกตั้งและมีอำนาจนิติบัญญัติจากประชาชน ถึงเวลาแล้วที่สภาฯต้องยืนตรงทระนงองอาจต่ออำนาจเผด็จการ ประเทศไทยไม่มีทางสถาปนาระบอบรัฐธรรมนูญได้ หากยังมีระบอบรัฐประหารฝังตัวอยู่ ประเทศไทยไม่มีทางสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริงได้ หากยังมีมรดกคสช.อยู่ จึงเป็นภารกิจสำคัญของสภาฯที่จะต้องคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาเรื่องนี้” นายปิยบุตร กล่าว
ด้าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้เสนอญัตติ อภิปรายว่า ตนเสนอญัตติเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับผลกระทบต่อผู้บริหารท้องถิ่น จำนวน 8 ฉบับให้หยุด หรือพักการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหาร ข้าราชการท้องถิ่น มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 400 คน ขณะที่ปลดล็อคไปแล้ว 23 คน ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่ากระทบสิทธิและมนุษยชน ทั้งนี้ในกมธ.กระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษสภา ได้ศึกษาและเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง พบว่าภายในเดือนพฤศจิกายนนี้กระบวนการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ ดังนั้นเชื่อว่าภายในสิ้นปี 2562 จะปลดล็อคให้ผู้บริหารท้องถิ่นกลับมาดำรงตำแหน่งได้ ดังนั้นตนมองว่าการใช้กมธ.สามัญเพื่อศึกษาประเด็นคำสั่งหรือประกาศคสช. ที่มีผลกระทบกับประชาชนจะแก้ปัญหาได้รวดเร็ว และตนขอให้ส.ส.ร่วมลงมติไม่เห็นด้วยกับการตั้งกมธ.วิสามัญ เพราะกลไกของกมธ.สามัญสามารถทำได้ ทั้งนี้ ตนขอถอนญัตติที่เสนอดังกล่าวออกจากวาระ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้เสนอญัตติ กล่าวว่า เพราะนับตั้งแต่มีรัฐประหาร จะชอบหรือไม่ชอบ แต่ตนคิดว่า คำว่า [เผล่ะจัง] ไม่ได้มีแต่ทหารเท่านั้น เพราะภายใต้เสื้อคลุมประชาธิปไตยก็มี [เผล่ะจัง] เช่นกัน ตนไม่ได้มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง แต่เหตุที่เสนอให้ตั้งกมธ.ศึกษาผลกระทบและหาแนวทางแก้ไข ผลจากประกาศและคำสั่งของปฏิวัติคณะต่าง รวมถึงประกาศและคำสั่งของคสช. และหัวหน้าคสช.นั้น ไม่ใช้การมาเอาคืน หรือจะมาเพื่อการปกป้อง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากบรรดาคำสั่งและประกาศเหล่านี้ถือเป็นหน้าที่ที่สภาจากการเลือกตั้งต้องพิจารณา โดยนำกลับไปสู่เนื้อหาอันเป็นเจตจำนงของประชาชน ส.ส.จะปฏิเสธเสียงของชาวบ้านที่เขาได้รับผลกระทบไม่ได้ เพราะเมื่อมีการปฏิวัติรัฐประหารในแต่ละครั้ง คำสั่งและประกาศต่างๆได้เกิดขึ้นนั้น หลายเรื่องมีผลเปลี่ยนแปลง เป็นปัญหามีการฟ้องร้อง สร้างปัญหาให้กับประชาชน
นายสาทิตย์ กล่าวว่า เช่น การออกคำสั่ง 31/2560 แก้หรือผลต่อกฏหมายส.ป.ก.ในปี 2518 โดยเปลี่ยนแปลงจากการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกร ไปทำอย่างด้วย อาทิ พลังงานทดแทน และ เหมืองแร่ หรือ การออกคำสั่งหรือประกาศเพื่ออกมาเกี่ยวกับการผังเมืองในโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก หรือ อีอีซี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพที่บางเรื่องต้องนำกลับมาทบทวน อย่างไรก็ตาม ถามว่า แปลกไหม ที่ประชาธิปัตย์เป็นพรรคร่วมรัฐบาลมาเสนอเรื่องนี้ แต่ตนยืนยันว่า บางเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชน ตนไม่มีอคติใดๆ แต่ต้องทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัตติเพื่อทำกฏหมายให้สะท้อนเสียง และคำนึงถึงของประชาชนมากที่สุด