สวัสดีค่า เพิ่งสมัครล๊อคอินมาใหม่กริ๊บเลยย เพราะอึดอัดเหลือเกินค่ะ อยากระบายออกบ้าง จะเล่าให้เพื่อนฟังก็กลัวเพื่อนด่า มาเล่าให้คนไม่รู้จักฟังนี่เเหละ น่าจะสบายใจกว่า เริ่มเลยนะคะ..
จขกท. มีคนรักที่คบมานาน 10 ปี ตั้งเเต่อายุ 19 ตอนนี้เราอายุ 29 และกำลังจะ 30 ในไม่กี่เดือนข้างหน้า เเฟนเราอายุ 40 ค่ะ ห่างจากเรา 10 ปี วันเเรกที่คบกันมีเเค่ไหน ปัจจุบันมีเท่าเดิมค่ะ ตั้งเเต่ความรัก การงานรวมไปถึงการเงิน แฟนเราไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ไม่มีเงินเก็บ และไม่มีอนาคตค่ะ ส่วนตัวเรานั้นทุกวันนี้ที่ยังคบกับเค้าอยู่เพราะความสงสารหรือความผูกพันธ์ก็ไม่สามารถทราบได้เลยจริงๆค่ะ หลายครั้งมากที่นั่งมองหน้าเค้าเเละพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อที่จะบอกเลิกเค้าแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะสิ่งที่เเฟนเรามีคือความดีและความห่วงใยค่ะ เค้าไม่เจ้าชู้ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า รักสัตว์ รักเด็ก เเอบติดเกมส์บ้าง เเต่ก็ปกติดีไม่ได้เสพติดรุนเเรง เเละในวันนี้ที่เรามาตั้งกระทู้ เพราะเราคิดว่าความรักนี้มันถึงทางตันจริงๆเเล้วค่ะ ทางตันที่เราพูดถึงนี้ก็คือเหตุการณ์เมื่อ 1 ปีที่เเล้ว เราได้เอ่ยออกไปว่า "เราอยากเเต่งงาน" และใช่ค่ะแฟนเราตอบกลับมาโดยทันทีว่า ถ้าต้องเเต่งงานเเล้วต้องไปกู้เงินมาเเต่ง เป็นหนี้อีก ก็อย่าเเต่งเลย อยู่กันไปเเบบนี้เเหละ.. ผ่ามมม!! ฟ้าผ่าเปรี้ยงเข้ากลางอก เค้าไม่ถามเราสักคำว่าเราต้องการเเต่งงานแบบไหน พร้อมเเล้วใช่ไหม หรือถ้าจะปติเสธน่าจะพูดว่ารอเค้าเก็บเงินก่อนนะตัวเองอะไรก็ว่าไป.. เเต่ก็ไม่
เรื่องกู้เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเรา รายได้ของเราในเเต่ละเดือนมากกว่าเค้าและเรามีเงินเก็บเพียงพอถ้าเกิดต้องเเต่งงาน เเละเราไม่ใช่คนที่จะต้องจัดงานเเต่งงานอลังการ การเเต่งงานที่เราหมายถึง คือการขอตัวเราไปอยู่ด้วยเเบบเปิดเผย ต่อพ่อเเม่และครอบครัวเพื่อนฝูงของเราเราอยากให้เกียรติพ่อเเม่เราบ้าง (พ่อเเม่เราไม่เคยรับรู้การมีตัวตนอยู่ของเค้านะคะ ส่วนเพื่อนรู้ว่าเรามีเเฟนชื่อนี้ เเต่ไม่เคยมีใครเคยเจอตัวจริงเค้า เพราะเค้าเลี่ยงการเผชิญหน้าคนในสังคมเราตลอดค่ะ พูดง่ายๆ ทั้งโลกนี้เรารู้จักกันเเค่ 2 คนค่ะ) เรื่องสินสอดยิ่งไม่ต้องพูดเลย พ่อเเม่เราไม่เรียกเค้าเเน่นอน 100% หลังจากเค้าพูดประโยคนั้นมาใจเราตัดขาดจากเค้าได้เลยเเบบไม่คาใจ อนาคตของเค้าไม่มีเราอยู่ในนั้นเเน่นอน หรือถ้าจะมีเราอยู่ในนั้นเราก็คงอยู่ไปวันๆแบบที่เคยเป็นมาตลอด 10 ปี..เราก็ยังคบกันต่อมาเรื่อยๆค่ะ แต่ใจเราไม่เหมือนเดิมไปเเล้ว จากนั้นเราก็ขอเค้าห่างกันสักพักเค้าก็ยอมย้ายออกจากคอนโดเราเเล้วเช่าห้องอยู่เองค่ะ แต่นั่นยิ่งทำให้เหตุการณ์เเย่ไปใหญ่ เมื่อเค้าออกไปอยู่เองเราเเยกกระเป๋าเงินกันใช้ เค้ามีรายจ่ายค่าเช่าห้องเพิ่มขึ้นมากลายเป็นเราต้องเข้าไปช่วยในจุดนั้นเเล้วยิ่งทำให้ใจเราด้านชาไปทุกวัน เเต่มันกลับทำให้เราตัดกันยากไปอีก เพราะเราสงสารค่ะ ถ้าเค้าเลิกกับเราไปเค้าจะอยู่ได้ไหม เวลามีปัญหา ใครจะอยู่ข้างเค้า..
อ่านมาถึงตรงนี้หลายๆท่านอ่านตัดสินเค้า เเละตัดสินเราไปเเล้ว เเต่มาฟังด้านดีๆ ของเค้ากันก่อนค่ะ ข้อเเรกเลยที่เค้ามี คือเค้ารักเรามากก รักเเบบชินๆ รักเเบบเฉยๆ ฮ่าๆๆ คือเรามองว่าเป็นเพราะเราคบมานานเเล้วด้วยเเหละ อยู่กันเหมือนเพื่อนเลยค่ะ เราใช้ชีวิตอยู่กับเค้าเเบบจำลองสามีภรรยามานานถึง 6 ปี ตั้งเเต่เราเริ่มทำงานใหม่ๆ เราสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง เค้าเป็นผู้ใหญ่ที่ให้คำปรึกษาได้ดี และเป็นเป็นเพื่อนที่เข้าใจเราตลอดเพียงเเค่มองตากัน เราสนิทกันมาก มากจนไม่คิดว่าจะหาคนที่สนิทมากกว่านี้จากที่ไหนได้อีก เค้าไม่เคยมีเรื่องนอกใจหรือเรื่องโกหกให้เราต้องคอยเช็คคอยถาม พูดง่ายๆว่าคบเค้าเเล้วสบายใจเเบบสุดๆไปเลย เป็นที่พักพิงทางใจที่ดี
ปัญหาเรื่องเดียวของเค้าที่มีก็คือ ไม่มีอนาคตและไม่มีเงินเก็บ - ยอมรับตรงๆว่าย้อนกลับไป 10 ปีที่เเล้วเราไม่เคยมองเรื่องนี้มาก่อน เป็นรักใสๆหัวใจสี่ดวงมากค่ะ เเต่พอเราโตขึ้นสังคมเราเปลี่ยน ความคิด มุมมองชีวิตเราก็เปลี่ยนตามทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า อายุ 30 เเล้วนะเอ็งวัยสาวเอ็งผ่านไปเเล้วนะ ถ้าคิดว่าคนนี้ไม่ใช่ก็ควรรีบไปตั้งเเต่ตอนนี้ดีไหม เราคิดวนเวียนเเบบนี้มาตลอดตั้งเเต่เราเห็นเลข 3 ของอายุ ลอยมาไกลๆ ค่ะ..
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญมาถึงเเล้วค่ะ เมื่อเราเเละเพื่อนไปเที่ยวกระบี่กันต้นเดือนสิงหาคม ทริปนั้นไปทั้งหมด 7 คน ระหว่างที่เที่ยวเราได้เจอ นักท่องเที่ยวต่างชาติมากัน 2 คนเป็นเพื่อนกัน ผู้ชายทั้งคู่ อายุ 28 เด็กกว่า 1 ปีค่ะ เข้ามาคุยด้วยในลักษณะหาเพื่อนนะคะ ไม่มีจีบเเต่อย่างใดเเละเเจคพอตที่เราพัก รร. เดียวกันอีก ฟ้าดินกลั่นเเกล้งค่ะ เพื่อนเราในกลุ่ม 1 คนทำงานเป็นเเอร์เเละสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีที่สุดในกลุ่มเเล้ว ก็ชวน 2 คนนั้นเที่ยวกับเเกงค์เราไปเลยเราก็เที่ยวด้วยกันอยู่ 4 วันค่ะ จากนั้นก็เเยกย้าย หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ 2 คนนี้ก็เข้ามาเที่ยวกรุงเทพค่ะ เราก็เลยชวนกันพาเค้าเที่ยวที่กรุงเทพต่อเเละเค้าก็บินกลับบ้านเค้าไป ตอนนั้นเราไม่มีความรู้สึกอะไรนะคะ เเค่คุยเล่นกันตามประสาคนที่รู้จักกันใหม่แต่มีเเลกไลน์กลุ่มไว้คุยกันอยู่ค่ะ
หลังจากนั้น วันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมาเราก็ได้บินไปเที่ยวประเทศของเพื่อนใหม่คนนี้ และเเน่นอนว่าเค้าต้อนรับ เทคเเคร์เป็นอย่างดีค่ะ มีโอกาสได้ไปพักบ้านเค้าอยู่ 2 คืนเเละเจอพ่อ เเม่เค้าด้วย (ทุกครั้งที่ไปเที่ยวกันจะมีเพื่อนในกลุ่มไปด้วยตลอดนะคะ เจอหน้ากัน 4 คนขึ้นไปทุกครั้งไม่มี 2 ต่อสอง) เเต่ยอมรับว่าตัวเราเองก็รู้สึกได้ว่าเราชอบกันอยู่ เพียงเเต่ว่าเราไม่ได้คุยกันตรงๆ
และล่าสุดค่ะ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมาเค้าบินกลับมาไทยอีกครั้ง ให้เราพาไปเที่ยวบ้านเกิดเรา เเละเค้าก็ขอเราเเต่งงานต่อหน้า พ่อเเม่เราเลย ช๊อคค่ะ ไม่คิดว่าจะมีอะไรแบบนี้ มาถึงตอนนี้เราได้ให้คำตอบเค้าไปค่ะ ว่าไม่พร้อมยังอึ้งอยู่ เเละเรามีเเฟนที่ต้องเคลียก่อน และเราจะให้คำตอบหลังจากนี้ ตลอดเวลาที่เค้ามาไทยตั้งเเต่วันที่ 1-18 พ.ย. (เค้าเพิ่งกลับไปค่ะ) เราอยู่กับเค้าตลอดเลยค่ะ เลิกงานก็มากินข้าวกัน (No Sex นะคะ) เรามีความสุขมากค่ะ เรารู้สึกรักเค้าอย่างง่ายดาย อาจจะหลงก็ได้ แต่เรารู้สึกว่าถ้าคนที่จะใช่ เเทบไม่ต้องพยายามเลย เค้าทำทุกอย่างที่เเฟนเราทำให้เราไม่ได้ เค้ามาเติบเต็มทุกจุดจริงๆค่ะ
เเต่เมื่อเค้ากลับไป เรามาสำรวจตัวเอง ความคิด อารมณ์ เหตุผล เเละเราพบว่า เราต้องการเค้าค่ะ เเละเราอยากเลิกกับเเฟน มันอาจดูเหมือนว่าเรานอกใจเค้า เรากำลังเห่อของใหม่ เรายอมรับเเบบนั้นได้ค่ะ เเต่ถ้าเเฟนเราเป็นคนที่ใช่สำหรับเราตั้งเเต่เเรก มันก็คงไม่เดินมาถึงจุดนี้เเละจบเเบบนี้ถูกหรือปล่าวคะ และเราควรบอกเลิกเค้าเเบบไหนดี ที่ไม่ทำให้เค้าเสียใจ ให้เค้าเข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด และไม่ให้เค้าโทษตัวเอง และให้เค้าสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ในวัย 40 ปี สำหรับเรา เรารู้สึกผิดที่คิดจะเลิกกับเค้าในวันที่เค้าอายุมากเเล้ว และยอมรับอย่างเต็มอกว่ายังเป็นห่วงเค้า กังวลว่าเค้าจะเป็นยังไง แต่ถ้าจะให้ฝืนทนคบต่อไป หัวใจเราก็ถามตัวเองว่า จะไม่ลองใช้ชีวิตในเเบบที่ตัวเองอยากได้บ้างหรอ สงสารเค้าเเล้วตัวเองล่ะ สงสารบ้างไหม...
ขอบคุณทุกท่านที่เเวะเข้ามาอ่านนะคะ แต่อยากให้ลองเเนะนำจขกท. ด้วย บางทีเราก็รู้สึกค่ะ ว่าของใหม่บังตาเราอยู่หรือป่าว หรือรักครั้งใหม่เราจะรอดหรือป่าวมันก็คงเป็นเรื่องของอนาคตค่ะ เเต่ไม่ว่ายังไง คำตอบสุดท้ายสำหรับเรายังไงก็คงต้องเลิกกับเเฟนอยู่ดีค่ะ
ขอวิธีบอกเลิก ที่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำน้อยที่สุด
จขกท. มีคนรักที่คบมานาน 10 ปี ตั้งเเต่อายุ 19 ตอนนี้เราอายุ 29 และกำลังจะ 30 ในไม่กี่เดือนข้างหน้า เเฟนเราอายุ 40 ค่ะ ห่างจากเรา 10 ปี วันเเรกที่คบกันมีเเค่ไหน ปัจจุบันมีเท่าเดิมค่ะ ตั้งเเต่ความรัก การงานรวมไปถึงการเงิน แฟนเราไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ไม่มีเงินเก็บ และไม่มีอนาคตค่ะ ส่วนตัวเรานั้นทุกวันนี้ที่ยังคบกับเค้าอยู่เพราะความสงสารหรือความผูกพันธ์ก็ไม่สามารถทราบได้เลยจริงๆค่ะ หลายครั้งมากที่นั่งมองหน้าเค้าเเละพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อที่จะบอกเลิกเค้าแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะสิ่งที่เเฟนเรามีคือความดีและความห่วงใยค่ะ เค้าไม่เจ้าชู้ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า รักสัตว์ รักเด็ก เเอบติดเกมส์บ้าง เเต่ก็ปกติดีไม่ได้เสพติดรุนเเรง เเละในวันนี้ที่เรามาตั้งกระทู้ เพราะเราคิดว่าความรักนี้มันถึงทางตันจริงๆเเล้วค่ะ ทางตันที่เราพูดถึงนี้ก็คือเหตุการณ์เมื่อ 1 ปีที่เเล้ว เราได้เอ่ยออกไปว่า "เราอยากเเต่งงาน" และใช่ค่ะแฟนเราตอบกลับมาโดยทันทีว่า ถ้าต้องเเต่งงานเเล้วต้องไปกู้เงินมาเเต่ง เป็นหนี้อีก ก็อย่าเเต่งเลย อยู่กันไปเเบบนี้เเหละ.. ผ่ามมม!! ฟ้าผ่าเปรี้ยงเข้ากลางอก เค้าไม่ถามเราสักคำว่าเราต้องการเเต่งงานแบบไหน พร้อมเเล้วใช่ไหม หรือถ้าจะปติเสธน่าจะพูดว่ารอเค้าเก็บเงินก่อนนะตัวเองอะไรก็ว่าไป.. เเต่ก็ไม่
เรื่องกู้เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเรา รายได้ของเราในเเต่ละเดือนมากกว่าเค้าและเรามีเงินเก็บเพียงพอถ้าเกิดต้องเเต่งงาน เเละเราไม่ใช่คนที่จะต้องจัดงานเเต่งงานอลังการ การเเต่งงานที่เราหมายถึง คือการขอตัวเราไปอยู่ด้วยเเบบเปิดเผย ต่อพ่อเเม่และครอบครัวเพื่อนฝูงของเราเราอยากให้เกียรติพ่อเเม่เราบ้าง (พ่อเเม่เราไม่เคยรับรู้การมีตัวตนอยู่ของเค้านะคะ ส่วนเพื่อนรู้ว่าเรามีเเฟนชื่อนี้ เเต่ไม่เคยมีใครเคยเจอตัวจริงเค้า เพราะเค้าเลี่ยงการเผชิญหน้าคนในสังคมเราตลอดค่ะ พูดง่ายๆ ทั้งโลกนี้เรารู้จักกันเเค่ 2 คนค่ะ) เรื่องสินสอดยิ่งไม่ต้องพูดเลย พ่อเเม่เราไม่เรียกเค้าเเน่นอน 100% หลังจากเค้าพูดประโยคนั้นมาใจเราตัดขาดจากเค้าได้เลยเเบบไม่คาใจ อนาคตของเค้าไม่มีเราอยู่ในนั้นเเน่นอน หรือถ้าจะมีเราอยู่ในนั้นเราก็คงอยู่ไปวันๆแบบที่เคยเป็นมาตลอด 10 ปี..เราก็ยังคบกันต่อมาเรื่อยๆค่ะ แต่ใจเราไม่เหมือนเดิมไปเเล้ว จากนั้นเราก็ขอเค้าห่างกันสักพักเค้าก็ยอมย้ายออกจากคอนโดเราเเล้วเช่าห้องอยู่เองค่ะ แต่นั่นยิ่งทำให้เหตุการณ์เเย่ไปใหญ่ เมื่อเค้าออกไปอยู่เองเราเเยกกระเป๋าเงินกันใช้ เค้ามีรายจ่ายค่าเช่าห้องเพิ่มขึ้นมากลายเป็นเราต้องเข้าไปช่วยในจุดนั้นเเล้วยิ่งทำให้ใจเราด้านชาไปทุกวัน เเต่มันกลับทำให้เราตัดกันยากไปอีก เพราะเราสงสารค่ะ ถ้าเค้าเลิกกับเราไปเค้าจะอยู่ได้ไหม เวลามีปัญหา ใครจะอยู่ข้างเค้า..
อ่านมาถึงตรงนี้หลายๆท่านอ่านตัดสินเค้า เเละตัดสินเราไปเเล้ว เเต่มาฟังด้านดีๆ ของเค้ากันก่อนค่ะ ข้อเเรกเลยที่เค้ามี คือเค้ารักเรามากก รักเเบบชินๆ รักเเบบเฉยๆ ฮ่าๆๆ คือเรามองว่าเป็นเพราะเราคบมานานเเล้วด้วยเเหละ อยู่กันเหมือนเพื่อนเลยค่ะ เราใช้ชีวิตอยู่กับเค้าเเบบจำลองสามีภรรยามานานถึง 6 ปี ตั้งเเต่เราเริ่มทำงานใหม่ๆ เราสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง เค้าเป็นผู้ใหญ่ที่ให้คำปรึกษาได้ดี และเป็นเป็นเพื่อนที่เข้าใจเราตลอดเพียงเเค่มองตากัน เราสนิทกันมาก มากจนไม่คิดว่าจะหาคนที่สนิทมากกว่านี้จากที่ไหนได้อีก เค้าไม่เคยมีเรื่องนอกใจหรือเรื่องโกหกให้เราต้องคอยเช็คคอยถาม พูดง่ายๆว่าคบเค้าเเล้วสบายใจเเบบสุดๆไปเลย เป็นที่พักพิงทางใจที่ดี
ปัญหาเรื่องเดียวของเค้าที่มีก็คือ ไม่มีอนาคตและไม่มีเงินเก็บ - ยอมรับตรงๆว่าย้อนกลับไป 10 ปีที่เเล้วเราไม่เคยมองเรื่องนี้มาก่อน เป็นรักใสๆหัวใจสี่ดวงมากค่ะ เเต่พอเราโตขึ้นสังคมเราเปลี่ยน ความคิด มุมมองชีวิตเราก็เปลี่ยนตามทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า อายุ 30 เเล้วนะเอ็งวัยสาวเอ็งผ่านไปเเล้วนะ ถ้าคิดว่าคนนี้ไม่ใช่ก็ควรรีบไปตั้งเเต่ตอนนี้ดีไหม เราคิดวนเวียนเเบบนี้มาตลอดตั้งเเต่เราเห็นเลข 3 ของอายุ ลอยมาไกลๆ ค่ะ..
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญมาถึงเเล้วค่ะ เมื่อเราเเละเพื่อนไปเที่ยวกระบี่กันต้นเดือนสิงหาคม ทริปนั้นไปทั้งหมด 7 คน ระหว่างที่เที่ยวเราได้เจอ นักท่องเที่ยวต่างชาติมากัน 2 คนเป็นเพื่อนกัน ผู้ชายทั้งคู่ อายุ 28 เด็กกว่า 1 ปีค่ะ เข้ามาคุยด้วยในลักษณะหาเพื่อนนะคะ ไม่มีจีบเเต่อย่างใดเเละเเจคพอตที่เราพัก รร. เดียวกันอีก ฟ้าดินกลั่นเเกล้งค่ะ เพื่อนเราในกลุ่ม 1 คนทำงานเป็นเเอร์เเละสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีที่สุดในกลุ่มเเล้ว ก็ชวน 2 คนนั้นเที่ยวกับเเกงค์เราไปเลยเราก็เที่ยวด้วยกันอยู่ 4 วันค่ะ จากนั้นก็เเยกย้าย หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ 2 คนนี้ก็เข้ามาเที่ยวกรุงเทพค่ะ เราก็เลยชวนกันพาเค้าเที่ยวที่กรุงเทพต่อเเละเค้าก็บินกลับบ้านเค้าไป ตอนนั้นเราไม่มีความรู้สึกอะไรนะคะ เเค่คุยเล่นกันตามประสาคนที่รู้จักกันใหม่แต่มีเเลกไลน์กลุ่มไว้คุยกันอยู่ค่ะ
หลังจากนั้น วันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมาเราก็ได้บินไปเที่ยวประเทศของเพื่อนใหม่คนนี้ และเเน่นอนว่าเค้าต้อนรับ เทคเเคร์เป็นอย่างดีค่ะ มีโอกาสได้ไปพักบ้านเค้าอยู่ 2 คืนเเละเจอพ่อ เเม่เค้าด้วย (ทุกครั้งที่ไปเที่ยวกันจะมีเพื่อนในกลุ่มไปด้วยตลอดนะคะ เจอหน้ากัน 4 คนขึ้นไปทุกครั้งไม่มี 2 ต่อสอง) เเต่ยอมรับว่าตัวเราเองก็รู้สึกได้ว่าเราชอบกันอยู่ เพียงเเต่ว่าเราไม่ได้คุยกันตรงๆ
และล่าสุดค่ะ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมาเค้าบินกลับมาไทยอีกครั้ง ให้เราพาไปเที่ยวบ้านเกิดเรา เเละเค้าก็ขอเราเเต่งงานต่อหน้า พ่อเเม่เราเลย ช๊อคค่ะ ไม่คิดว่าจะมีอะไรแบบนี้ มาถึงตอนนี้เราได้ให้คำตอบเค้าไปค่ะ ว่าไม่พร้อมยังอึ้งอยู่ เเละเรามีเเฟนที่ต้องเคลียก่อน และเราจะให้คำตอบหลังจากนี้ ตลอดเวลาที่เค้ามาไทยตั้งเเต่วันที่ 1-18 พ.ย. (เค้าเพิ่งกลับไปค่ะ) เราอยู่กับเค้าตลอดเลยค่ะ เลิกงานก็มากินข้าวกัน (No Sex นะคะ) เรามีความสุขมากค่ะ เรารู้สึกรักเค้าอย่างง่ายดาย อาจจะหลงก็ได้ แต่เรารู้สึกว่าถ้าคนที่จะใช่ เเทบไม่ต้องพยายามเลย เค้าทำทุกอย่างที่เเฟนเราทำให้เราไม่ได้ เค้ามาเติบเต็มทุกจุดจริงๆค่ะ
เเต่เมื่อเค้ากลับไป เรามาสำรวจตัวเอง ความคิด อารมณ์ เหตุผล เเละเราพบว่า เราต้องการเค้าค่ะ เเละเราอยากเลิกกับเเฟน มันอาจดูเหมือนว่าเรานอกใจเค้า เรากำลังเห่อของใหม่ เรายอมรับเเบบนั้นได้ค่ะ เเต่ถ้าเเฟนเราเป็นคนที่ใช่สำหรับเราตั้งเเต่เเรก มันก็คงไม่เดินมาถึงจุดนี้เเละจบเเบบนี้ถูกหรือปล่าวคะ และเราควรบอกเลิกเค้าเเบบไหนดี ที่ไม่ทำให้เค้าเสียใจ ให้เค้าเข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด และไม่ให้เค้าโทษตัวเอง และให้เค้าสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ในวัย 40 ปี สำหรับเรา เรารู้สึกผิดที่คิดจะเลิกกับเค้าในวันที่เค้าอายุมากเเล้ว และยอมรับอย่างเต็มอกว่ายังเป็นห่วงเค้า กังวลว่าเค้าจะเป็นยังไง แต่ถ้าจะให้ฝืนทนคบต่อไป หัวใจเราก็ถามตัวเองว่า จะไม่ลองใช้ชีวิตในเเบบที่ตัวเองอยากได้บ้างหรอ สงสารเค้าเเล้วตัวเองล่ะ สงสารบ้างไหม...
ขอบคุณทุกท่านที่เเวะเข้ามาอ่านนะคะ แต่อยากให้ลองเเนะนำจขกท. ด้วย บางทีเราก็รู้สึกค่ะ ว่าของใหม่บังตาเราอยู่หรือป่าว หรือรักครั้งใหม่เราจะรอดหรือป่าวมันก็คงเป็นเรื่องของอนาคตค่ะ เเต่ไม่ว่ายังไง คำตอบสุดท้ายสำหรับเรายังไงก็คงต้องเลิกกับเเฟนอยู่ดีค่ะ