สวัสดีครับเพื่อนๆสมาชิกชาวพันทิป ผมมีเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวด้วยจักรยานมาฝากกันอีกแล้วครับ คราวนี้ผมจะเดินทางท่องเที่ยวใน จังหวัดเชียงใหม่และรอยต่อเขตแม่ฮ่องสอน โดยจะนำรถจักรยานขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟรังสิตแล้วไปลงที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ แล้วเริ่มออกปั่นไปตามเส้นทาง
ที่ว่ากันว่า เป็นเส้นทางในป่าสนสุดคลาสสิกสวยงาม และเป็นเส้นทางในความฝันของนักปั่นจักรยานทัวร์ริ่งหลายคน ตามเส้นทางสายเชียงใหม่-แม่ริม-สะเมิง- กัลยาณิวัฒนา – ปาย –ห้วยน้ำดัง – เชียงใหม่ โดยจะไปตามโปรแกรมและแผนที่กำหนดไว้ ดังนี้ครับ
วันที่ 1 ( 5 พ.ย.62) สถานีรถไฟเชียงใหม่ – อช.ขุนขาน อ.สะเมิง ( 73 กม.)
วันที่ 2 ( 6 พ.ย.62) อช.ขุนขาน – ออป.วัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา (77 กม.)
วันที่ 3 ( 7 พ.ย.62) ออป.วัดจันทร์ – บ้านแพมบก อ.ปาย ( 54 กม.)
วันที่ 4 ( 8 พ.ย.62) อ.ปาย – อช.ห้วยน้ำดัง (33 กม.)
วันที่ 5 ( 9 พ.ย.62) อช.ห้วยน้ำดัง – เชียงใหม่ (100 กม.) ปิดทริป
โดยการเดินทางในครั้งนี้ แรกเริ่มเดิมที มีผู้ร่วมทริป 2 คน คือผม กับเสือเบริด แต่ระหว่างการเดินทางในทริปนี้ กลับมีเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้น ทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคขึ้นมาหลายอย่าง ทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามโปรแกรมที่ตั้งใจไว้ จึงต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางตั้งแต่วันที่สอง
ของการเดินทาง มันเป็นเหตุพลิกผันที่มีอันทำให้ผมต้องเดินทางคนเดียว ตั้งแต่วันที่สองของทริป ซึ่งเรื่องราวการเดินทางจะเป็นอย่างไร
จะสนุกสนาน บันเทิงเริงร่า อย่างไร ขอเชิญติดตามเลยครับ
บ่ายๆของวันที่ 4 พ.ย.62 พวกเรามาพร้อมที่สถานีรถไฟรังสิต เพื่อขึ้นรถไฟในเวลา 15.30 น. พวกเราแยกกระเป๋าสัมภาระใส่กระสอบ แล้วเอาจักรยาน
ไปไว้ในตู้สัมภาระโดยเสียค่าระวางในราคา 90 บาท ส่วนจักรยานของเสือเบริดเป็นจักรยานพับ นำขึ้นรถไฟได้เลย โดยรถไฟที่เดินทางเป็นขบวนเร็วมี
ตู้นอนปรับอากาศครับ
***** เป้าหมายวันแรก เชียงใหม่ – แม่ริม - สะเมิง – อช.ขุนขาน ระยะทาง 73 กม.
เวลาประมาณ 04.30 น. ของวันที่ 5 พ.ย.62 รถไฟเทียบชานชลา ณ สถานีรถไฟเชียงใหม่ พวกเรานำจักรยานและสัมภาระลงจากรถไฟพร้อมตรวจเช็คความเรียบร้อย ประกอบกระเป๋าเข้ากับตะแกรงด้านข้างของจักรยาน
เวลาประมาณ 05.00 น.พวกเราจึงเริ่มเดินทางออกจากสถานีรถไฟเชียงใหม่ โดยลัดเลาะซอกแซกไปตามถนนในเมือง จนทะลุออกไปถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ตัด ถนนสาย 107 เส้นที่จะไป อ.แม่ริม เช้ามืดเช่นนี้อากาศที่เชียงใหม่กำลังเย็นสบายไม่หนาวอย่างที่คิดไว้ พวกเราปั่นวอร์มขากันมาเรื่อย ๆ
ผ่านอุโมงค์ทางลอดดอนแก้ว และผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริมมาได้ไม่ไกล ก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเส้น 1096 ทางที่จะไปน้ำตกแม่สา
ทันทีที่เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเส้นนี้ ก็เริ่มสัมผัสความชันของถนนเส้นนี้ขึ้นมาทันที แรกๆจะเป็นทางชันสลับขึ้นลงยาวไปเรื่อยๆ สองข้างทางจะมองเห็นรีสอร์ท ที่สวยงามต่างๆ เรียงรายไปเป็นระยะๆ ต้นไม้ตามสองข้างทางยังคงเขียวชอุ่มและหนาแน่น เนื่องจากยังผ่านพ้นฤดูฝนไปไม่นาน ยิ่งปั่นเข้าไปเรื่อยๆ เนินก็เริ่มจะชันขึ้นชันขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกัน สองข้างทางเริ่มหนาแน่นไปด้วยต้นไม้ จนเริ่มเปลี่ยนไปเป็นป่า เราปั่นผ่านรีสอร์ท ที่พัก ต่างๆ มาไม่นาน เราก็มาถึงทางเข้าน้ำตกแม่สา มองดูเวลายังไม่ถึงเจ็ดโมงเช้าเลย เรายังพอมีเวลาที่จะเข้าไปยังน้ำตก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทางเข้าเท่าใดนัก “ อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ที่น้ำตกเสียเลย ” เติมความสดชื่นก่อนจะลุยกันต่อ
หลังจากใช้เวลาอยู่ที่น้ำตกแม่สาไม่นาน พวกเราก็ออกเดินทางกันต่อ เส้นทางต่อจากนี้เริ่มขึ้นเขาบ้างแล้ว พวกเราไม่ลืมที่จะหาข้าวกินตามร้านอาหาร
ริมทาง เสร็จแล้วจึงเดินทางต่อ พวกเราปั่นผ่านสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังบนถนนสายนี้
ไม่นานก็มาถึง ต .โปงแยง ทางแยกที่จะไปม่อนแจ่ม ซึ่งที่นี่เป็นชุมชนที่ใหญ่พอสมควร มีร้านค้าต่างๆมากมาย ซึ่งพอจากจุดนี้ พวกเราต้องปั่นไต่ระดับความชันขึ้นเรื่อยๆ เพื่อจะไปให้ถึงจุดชมวิวทิวทัศน์ป่าสะเมิง
ถึงตอนนี้เสือเบริดได้ปั่นนำผมไปแล้ว เสือเบริดนี่แกปั่นเก่งครับ เห็นตัวเล็กๆ นี่ปั่นไวมาก ผมเองก็ก้มหน้าก้มตางัดเนินไปเรื่อยๆ สัมภาระที่ขนมาก็หนักอยู่แล้ว ยังจะใช้จักรยานล้อ 700 c อีก จึงต้องรับสภาพไป แม้เส้นทางจะมีบางช่วงให้ไหลลงยาวๆ แต่พอได้ขึ้นเนินเท่านั้น ความชันของเขาแต่ละลูก
มันช่างชันเหลือเกิน เหงื่อนี่ไหลจนท่วมตัว เหนื่อยก็จอดพักขา หรือเก็บภาพไปเรื่อยๆครับ ดีที่ยังเป็นช่วงภาคเช้า แดดยังไม่แรง ผมจึงปั่นแบบเก็บระยะ
กินเนินไปเรื่อยๆ
ประมาณ 11.30 น.ผมก็มาถึงจุดชมวิวทิวทัศน์ป่าสะเมิงจนได้ จุดชมวิวนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของถนนเส้นนี้ที่จะไปยังอำเภอสะเมิงเลยก็ว่าได้
ผมจอดจักรยาน ยืนมองดูขุนเขาสลับซับซ้อนจากจุดชมวิว ทำให้ช่วยคลายความเหนื่อยล้าไปได้บ้าง หลังจากที่ก้มหน้าก้มตาปั่นขึ้นเขากันมาตลอด
ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เป็นช่วงเวลาเอาคืนครับ มีทุกข์ก็ต้องมีสุข ออกจากจุดชมวิว ก็ไหลยาวมาเรื่อย ๆ ผ่านทางเข้าบ้านบวกจั๋น ที่เป็นที่ตั้ง
ของโครงการหลวงทุ่งเรา จนมาถึงสามแยกที่เลี้ยวขวาลงไป อ.สะเมิง ผมไหลยาวลงมาจนถึงตลาดสดเทศบาลตำบลสะเมิงใต้ ซึ่งเสือเบริด
ลงมารออยู่ที่นี่ซักพักแล้ว เราแวะกินข้าวกลางวันและซื้อเสบียง เพื่อเอาไปกินกันที่อุทยานแห่งชาติขุนขานจากตลาดสดที่นี่เลย
วันนี้ช่วงเช้าเราทำเวลากันได้ดีมาก ประมาณบ่ายโมงพวกเราจึงเริ่มเดินทางต่อไปยัง อช.ขุนขาน ซึ่งต้องออกจากสะเมิงไปอีกประมาณ 18 กม.
เราคาดกันว่าน่าจะใช้เวลาอีกไม่นานก็คงถึงที่พัก
พวกเราปั่นออกจากสะเมิงมาได้ซักระยะ ผ่านหมู่บ้านต่างๆ ที่นี่ชาวบ้านนิยมทำไร่สตอร์เบอร์รี่กันทั้งนั้น บางเจ้าเปิดเป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนกันด้วย ตอนแรกพวกเราคิดว่าจะปั่นกันสบายๆ แต่สิ่งที่เราเจอ.... “มันไม่ใช่” อากาศที่ร้อนอบอ้าวคือตัวแปรที่สำคัญ ความเหนื่อยล้าเริ่มเข้ามาเยือน เส้นทางเริ่มขึ้นเนินเผชิญเขา พวกเราปั่นกันมาจนถึงปากทางเข้าถ้ำหลวงแม่สาบ จึงจอดพักยก พักเหนื่อยกันก่อน
พอออกจากทางเข้าถ้ำหลวงแม่สาปก็ปั่นต่อ ผ่านบ้านแม่สาปก็จะขึ้นเขาทันที และต้องยอมรับเลยว่าภูเขาลูกนี้ทำเอาผมหมดแรงเลยทีเดียว
ปั่นไปจอดพักขาไปตลอด แต่ละเนินที่ปั่นขึ้น หายใจแทบไม่ทัน สุดท้ายก็ถูลู่ถูกังจนมาถึงทางเข้าพระธาตุดอยนก พวกเราแวะพักกันอีกยกใหญ่ๆ
พอเรี่ยวแรงกลับมา ก็ออกปั่นงัดดอยกันต่อไป ความเร็วไม่ต้องพูดถึง ให้เด็กมาวิ่งแข่งก็คงแซงผมขาดลอย งัดดอยสอยเขามาได้ซักพักก็ไหลลงมายัง
บ้านแม่ขาน มองไกลๆ เห็นวิวทุ่งนาขนาบด้วยลำน้ำขานสวยงามยิ่งนัก ที่นี่ชาวบ้านเขาคงอยู่กันแบบสงบสุขและพอเพียง ผมควงขาต่อมาเรื่อย ๆ
พอพ้นบ้านแม่ขานก็ขึ้นเขากันอีกลูก เขาลูกนี้แม้จะไม่หนักเท่าลูกที่ผ่านมา แต่กับกำลังเรี่ยวแรงที่ผมเหลืออยู่ตอนนี้ เล่นเอากระอักเหมือนกัน
ผมงัดดอยมาเรื่อย ๆ แบบคนหมดเรี่ยวแรง จนมาถึงทางเข้าบ้านอมลอง จอดแวะพักหายใจ ก่อนที่จะปั่นต่อไป
พอพ้นเขาลูกนี้ ก็ไหลลงยาวเลย ไหลจนมาถึงอุทยานแห่งชาติขุนขานในเวลาประมาณ 15.30 น.
ถึงที่พักในเวลาที่เหมาะสม พอได้มีเวลาพักผ่อน
ที่นี่อุทยานแห่งชาติขุนขาน ตรงบริเวณสถานที่กางเต็นท์จะไม่มีสัญณาณอินเตอร์เน็ตนะครับ ใครอยากใช้อินเตอร์เน็ตต้องเดินไปขอใช้ไวไฟกับเจ้าหน้าที่ที่ป้อมยาม ตรงทางเข้าอุทยานได้ครับ เขาจะให้รหัสมา ซึ่งก็ต้องนั่งเล่นแถวๆนั้นนะครับ ถ้าเดินออกมาห่างจากตรงนั้นเน็ตก็หลุด 555+
พอหายเหนื่อย พวกเราจัดแจงกางเต็นท์ หุงข้าวทำกับข้าว สำหรับมื้อเย็นในวันนี้ โดยมีเสือเบริดเป็นพ่อครัว จากนั้นก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ สำหรับใครที่ไม่อยากอาบน้ำเย็น ที่นี่ก็จะมีบ่อน้ำอุ่นให้อาบด้วยนะครับ
หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็มานั่งกินข้าวกันที่ริมลำธาร บรรยากาศเหมือนร้านอาหารเลยพับผ่า 555++ หลังจากกินข้าวกันเสร็จ พวกเราก็เดินขึ้นไป
นั่งเล่นโทรศัพท์โดยไปขอใช้สัญณาณไวไฟจากที่ป้อม โดยส่วนใหญ่ก็พูดคุยกับคนทางบ้านและเพื่อนฝูง ถามไถ่ถึงการเดินทางของพวกเราอะไรประมาณนี้ พอเริ่มมืดหัวค่ำ อากาศก็เริ่มเย็นขึ้นตามลำดับ พวกเราก็กลับมาพักผ่อนที่เต็นท์ใครเต็นท์มัน หัวถึงหมอนก็นอนหลับกันเลยครับ
******
สำหรับวันนี้การเดินทางในวันแรกก็สิ้นสุดไว้แต่เพียงเท่านี้ พรุ่งนี้จะรีวิวถึงเส้นทางลอยฟ้าสุดสวย จาก อช.ขุนขานไปยัง
อ.กัลยาณิวัฒนา ให้เพื่อนๆได้รับชมกันต่อไปครับ โดยการเดินทางของวันพรุ่งนี้ จะเหลือเพี่ยงแค่เรากับเขาเท่านั้น เมื่อผมจะต้องถูกเทกลางทาง
อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง อย่าลืมติดตามนะครับ
วันนี้ขอตัวพักผ่อนก่อนนะครับ
[c
[SR] และแล้วก็เหลือเรากับ(ขุน)เขาเท่านั้น กับทริปปั่นจักรยานทัวร์ริ่งเส้นทางในป่าสน เชียงใหม่-แม่ริม-สะเมิง-วัดจันทร์-ปาย
ที่ว่ากันว่า เป็นเส้นทางในป่าสนสุดคลาสสิกสวยงาม และเป็นเส้นทางในความฝันของนักปั่นจักรยานทัวร์ริ่งหลายคน ตามเส้นทางสายเชียงใหม่-แม่ริม-สะเมิง- กัลยาณิวัฒนา – ปาย –ห้วยน้ำดัง – เชียงใหม่ โดยจะไปตามโปรแกรมและแผนที่กำหนดไว้ ดังนี้ครับ
วันที่ 1 ( 5 พ.ย.62) สถานีรถไฟเชียงใหม่ – อช.ขุนขาน อ.สะเมิง ( 73 กม.)
วันที่ 2 ( 6 พ.ย.62) อช.ขุนขาน – ออป.วัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา (77 กม.)
วันที่ 3 ( 7 พ.ย.62) ออป.วัดจันทร์ – บ้านแพมบก อ.ปาย ( 54 กม.)
วันที่ 4 ( 8 พ.ย.62) อ.ปาย – อช.ห้วยน้ำดัง (33 กม.)
วันที่ 5 ( 9 พ.ย.62) อช.ห้วยน้ำดัง – เชียงใหม่ (100 กม.) ปิดทริป
ของการเดินทาง มันเป็นเหตุพลิกผันที่มีอันทำให้ผมต้องเดินทางคนเดียว ตั้งแต่วันที่สองของทริป ซึ่งเรื่องราวการเดินทางจะเป็นอย่างไร
จะสนุกสนาน บันเทิงเริงร่า อย่างไร ขอเชิญติดตามเลยครับ
บ่ายๆของวันที่ 4 พ.ย.62 พวกเรามาพร้อมที่สถานีรถไฟรังสิต เพื่อขึ้นรถไฟในเวลา 15.30 น. พวกเราแยกกระเป๋าสัมภาระใส่กระสอบ แล้วเอาจักรยาน
ไปไว้ในตู้สัมภาระโดยเสียค่าระวางในราคา 90 บาท ส่วนจักรยานของเสือเบริดเป็นจักรยานพับ นำขึ้นรถไฟได้เลย โดยรถไฟที่เดินทางเป็นขบวนเร็วมี
ตู้นอนปรับอากาศครับ
เวลาประมาณ 04.30 น. ของวันที่ 5 พ.ย.62 รถไฟเทียบชานชลา ณ สถานีรถไฟเชียงใหม่ พวกเรานำจักรยานและสัมภาระลงจากรถไฟพร้อมตรวจเช็คความเรียบร้อย ประกอบกระเป๋าเข้ากับตะแกรงด้านข้างของจักรยาน
ที่นี่อุทยานแห่งชาติขุนขาน ตรงบริเวณสถานที่กางเต็นท์จะไม่มีสัญณาณอินเตอร์เน็ตนะครับ ใครอยากใช้อินเตอร์เน็ตต้องเดินไปขอใช้ไวไฟกับเจ้าหน้าที่ที่ป้อมยาม ตรงทางเข้าอุทยานได้ครับ เขาจะให้รหัสมา ซึ่งก็ต้องนั่งเล่นแถวๆนั้นนะครับ ถ้าเดินออกมาห่างจากตรงนั้นเน็ตก็หลุด 555+
พอหายเหนื่อย พวกเราจัดแจงกางเต็นท์ หุงข้าวทำกับข้าว สำหรับมื้อเย็นในวันนี้ โดยมีเสือเบริดเป็นพ่อครัว จากนั้นก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ สำหรับใครที่ไม่อยากอาบน้ำเย็น ที่นี่ก็จะมีบ่อน้ำอุ่นให้อาบด้วยนะครับ
นั่งเล่นโทรศัพท์โดยไปขอใช้สัญณาณไวไฟจากที่ป้อม โดยส่วนใหญ่ก็พูดคุยกับคนทางบ้านและเพื่อนฝูง ถามไถ่ถึงการเดินทางของพวกเราอะไรประมาณนี้ พอเริ่มมืดหัวค่ำ อากาศก็เริ่มเย็นขึ้นตามลำดับ พวกเราก็กลับมาพักผ่อนที่เต็นท์ใครเต็นท์มัน หัวถึงหมอนก็นอนหลับกันเลยครับ
อ.กัลยาณิวัฒนา ให้เพื่อนๆได้รับชมกันต่อไปครับ โดยการเดินทางของวันพรุ่งนี้ จะเหลือเพี่ยงแค่เรากับเขาเท่านั้น เมื่อผมจะต้องถูกเทกลางทาง
อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง อย่าลืมติดตามนะครับ วันนี้ขอตัวพักผ่อนก่อนนะครับ
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น