จะทำอย่างไรดี..เมื่อในใจไม่เคยลืมคนเคยคุยคนนึงได้เลย?

สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเรา เหตุผลที่เราตั้งกระทู้ก็เพราะเรามีเรื่องกวนหัวใจเรื่องนึงค่ะ เลยอยากจะเล่าเหตุการณ์ฉบับย่อ(ย่อแล้วจริงๆ555) เพื่อให้เพื่อนๆช่วยแชร์วิธีลืมคนๆให้หน่อยค่ะ

       ก่อนอื่นเราต้องขอเล่าเรื่องราวของเรากับคนๆนี้ก่อนนะคะ
เริ่มจากบอกลักษณะ นิสัยของเราก่อนละกันค่ะ นิสัยส่วนตัวเราเป็ผู้หญิงขี้เล่นติดตลกแซวไปเรื่อย ยิ่งตอนเมานี่ยิ่งเลอะเทอะ เอาฮาไปเรื่อย ส่วนเค้าเป็นผช.หน้าตาดีระดับนึงเลยค่ะ ดูกะล่อนนิดหน่อย ไม่พูดเยอะ แต่สายตาเชื้อชวนไม่ธรรมดาเลย และด้วยความที่เป็นคนแบบนี้แหละค่ะ มันเลยเป็นจุดเริ่มต้นของเรากับเค้า ....... 

        เมื่อประมาณ4ปีก่อน เราเองก็เป็นเด็กใหม่ในที่ทำงานที่เพิ่งทำงานได้ราวๆ7-8เดือน (ยังใหม่อยู่ใช่มั๊ย?55) ส่วนเค้าเด็กใหม่จ๋ามาก เพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน จำได้ว่า(*ขออนุญาตแทนชื่อเค้าว่า M ) เรากับ M เจอกันครั้งแรกในห้องประชุม ประมาณว่าเจ้านายเค้าแนะนำ M กับเจ้านายเรา ..นั่นแหละค่ะ สบตาและยิ้มให้กันครั้งแรก แบบสบตาอยู่พักนึงเลย ในขณะที่จน.เรายืนคุยกัน หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ค่อยได้เจอกันค่ะ แต่พอผ่านไปซักประมาณเดือนกว่าๆ ที่ทำงานเราจัดทริปไปเที่ยวกัน ดันบังเอิญได้นั่งรถคันเดียวกันกับ M ตอนไปก็ตามปกติของการท่องเที่ยวแหละค่ะเฮฮา ดื่มปาตี้ สนุกสนานกันไปโฟกัสแค่ความสนุกตรงหน้า
จนไปถึงที่พักหรือสถานที่ท่องเที่ยว เราเองก็ไม่ได้เจอกันนะคะ เรามาเจอกันอีกที่ก็ตอนกลับนี่แหละค่ะ........

         ด้วยความที่ เป็นขากลับ ทุกคนก็ดื่ม ร้อง เล่น เต้นกันสุดเหวี่ยง จนกรึ่มได้ที่ เราก็ชวนทุกคนเล่นเกม M ก็เข้ามาร่วมวงด้วย และแน่นอนค่ะ เป็นเกมส์เกี่ยวกับการดื่มเหล้า เวียนกันไปเวียนกันมา เราเองพอเริ่มเมาก็เริ่มแซว M เป็นหมาหยอกไก่เลย  ระหว่างนั้นก็มีสบตายิ้มกริ่มให้กันบ้าง (ตอนนั้นแซวเค้าแต่พอโดนสบตาก็แอบใจสั่นเฉยเลย >///< ) ส่วนคนอื่นในวงก็ร่วงกันไปทีละคนจากนั้น ก็เริ่มแยกย้ายกันไป เราแอบเห็นเค้าไปนั่งคนเดียว ด้วยเมาหรือความร่านหรืออะไรเข้าสิงก็ไม่รู้ค่ะแม่คุณเอ๊ย! เดินไปนั่งข้างเค้า และเต๊าะเล่นอยู่พักนึง จนรถจอดที่จุดท่องเที่ยวจุดนึง ให้ทุกคนลงไปพักผ่อน เราก็กำลังเดินไปหยิบกระเป๋าที่เพื่อนเตรียมลงรถ บังเอิ๊ญ! เราโดนเหยียบรองเท้าขาดค่ะ ก็แอบบ่นงุมงำๆ พร้อมถามหาว่าใครมีรองเท้าให้ใส่บ้าง  M ก็บอกว่า "เอารองเท้าเราไปใส่ก่อนสิ เรามีสำรองอีกคู่" ตอนลงรถไป นางก็เอารองเท้านางให้เราใส่ พร้อมกับเอารองเท้าขาดๆของเราไปถือ และใส่อีกคู่ แล้วเดินไปพร้อมกับเรา จังหวะนั้นก็ยืนงงและแอบยิ้มในใจ รู้สึกเขินแปลกๆ (แอบงงเหมือนเราป่ะ ว่าจะถือรองเท้าไว้ทำไม ทำไมไม่วางทิ้งไว้ 55555)  กลายเป็นว่าจู่ๆเราก็มาเดินด้วยกันซะงั้น จนเพื่อนก็แอบแซว ...หรือตรงนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราชอบ M ก็ได้ 
หลังจากนั้นก็ขึ้นรถกลับ แต่ก่อนจะแยกกัน ก็แอบแลกไลน์กันไว้ .....

       หลังจากวันนั้นก็เริ่มมีการทักหากันคุยกัน หยอดกันบ้างไรบ้าง แต่ต้องบอกก่อนว่า ตอนนั้นเราสองคนต่างคนต่างก็มีแฟนอยู่แล้ว (และฟไม่ได้อยู่ด้วยกันกับแฟน) ซึ่งเราตกลงกันแล้วว่า โอเคนะแค่คุยกันเฉยๆ (ก็นั่นล่ะค่ะ แอบร้ายทั้งคู่ 555 ) ก็เหมือนกะคุยเต๊าะกันเล่นๆ และการคุยกันของเราในแต่ละวันก็ไม่ได้ยาวนานอ่ะไรค่ะ ทักทายถามไถ่ ในเรื่องของแต่ละวัน หยอดกันบ้าง แต่ไม่เคยมีการโทรคุยกัน มีเพียงแค่พิมพ์หากันเท่านั้นค่ะ

        พอคุยกันได้ เริ่มสนิทในระดับนึง ก็เริ่มมีการชวนกันเที่ยวค่ะ งานวัดใกล้ๆหอพัก งานลอยกระทง และน้ำตก ทั้งนี้ทั้งนั้น เราไม่ได้ไปกันสองต่อสองค่ะ ต้องเอาเพื่อนไปบังหน้าด้วย 555  ความใกล้ชิดที่มากที่สุดของเราน่าจะเป็นตอนที่เราไปน้ำตกนี่ล่ะค่ะ แต่ไม่ได้ 18+ อะไรนะคะ แค่ไปเดินเล่นด้วยกัน ถ่ายรูปกัน สัมผัสมือกันนิดหน่อย (^///^) เป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกดีมากเลยล่ะ
มาถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่าแฟนของเราสองคนไปไหน ต้องบอกก่อนว่าเราไม่เคยถามไถ่เรื่องแฟนของกันและกันเลย ฉะนั้นเราไม่มีทางรู้ความสัมพันธ์ของ M กับแฟน M เลย ส่วนแฟนเรา ณ ตอนนั้น เค้าไม่ค่อยสนใจเราค่ะ ด้วยคบกันมานานหลายปี ไม่ค่อยโทรหา ไม่ค่อยใส่ใจ ทะเลาะกันบ่อยๆ มายาวนาน และแน่นนอนค่ะ วันที่เราไปไหนมาไหนมีแค่เราโทรบอกเค้า ส่วนเค้าก็จะรับรู้แต่ไม่ได้สนใจอะไร บางที่ก็หาเรื่องทะเลาะปิดเครื่องหนีไม่คุยไม่รับสายอยู่หลายวันก็มี จนตัวเราเองก็ชินชา เราคิดว่า จุดนี้คงทำให้เราหวั่นไหวกับชายอื่นได้ง่าย

         กลับมาที่เรื่องของ M เรายังคงคุยกันไปเรื่อยๆ จนเราเองก็มั่นใจได้ว่า เราชอบเค้าไปแล้วจริงๆ แต่ก็คงไม่ใช่แค่เราคนเดียวค่ะ ทำไมเราถึงมั่นใจล่ะ?? แน่นอนค่ะคนคุยกันมันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่าเราไม่ได้คิดไปเองคนเดียว เราเองก็เคยถามเค้าว่าจริงๆแล้วที่คุยกัน M ชอบเราจริงๆหรือเปล่า และคำตอบก็คือ "ชอบ...ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน" (OMG!!! เราตกใจมากจริงๆ555) และยังคงมีประโยคนึงที่ติดค้างอยู่ในใจมาตลอด เป็นประโยคที่เค้าเคยบอกเราว่า เสียดายที่ "เรามาอยู่กันถูกที่...แต่ผิดเวลา" ..ชอบกันแค่ไหน ก็ไปต่อกันไม่ได้ ..  ฟังดูเศร้า แต่เราสองคนก็เลือกที่จะยืนอยู่บนความถูกต้อง  (ก็แอบเศร้านะเอาจริงๆ TwT) หลังจากนั้นเราก็ยังคงมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้ปีใหม่ หรือกิจกรรมในที่ทำงานที่ต้องทำร่วมกัน เรากับ M ก็จะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกัน เพื่อเว้นระยะห่างไว้ แต่ก็มีบางช่วงเวลาที่ใกล้ชิดกันบ้าง คอยดูแลเราบ้าง แต่ก็ไม่เคยล้ำเส้นใดๆ

     หลังจากที่ผ่านไปไม่กี่เดือน เรากับแฟนก็เลิกกัน เพื่อจบปัญหาเรื้อรัง
และหลังจากนั้นไม่นาน M เองก็น่าจะมีปัญหากับแฟน ไม่แน่ใจว่าเพราะเรา หรือเพราะอะไร เราเลยเลือกที่จะถอยออกมาให้มากกว่าเดิม เพื่อไม่อยากให้เค้ามีปัญหามากกว่านี้ ถามว่าตัดขาดกันไปเลยมั๊ย มันก็ไม่เชิงเพราะก็ยังมีทักมาหาบ้างแต่ไม่ใช่ทุกๆวันเหมือนเดิม ก็มีคุยบ้าง ข่มใจไม่คุยบ้าง (ทั้งที่ใจก็อยากจะคุยแทบตาย)

       จนกระทั่งวันนึงเรารู้ข่าวมาว่า M ลาออก...... ใจมันก็หวิว..แบบบอกไม่ถูกเลย อยู่ดีๆก็ร้องไห้ออกมาโดยไม่มีเหตุผล เหมือนว่าตอนนั้นใจเราไม่ได้รู้สึกแค่ชอบเค้า...TTwTT 
        หลังจากที่เค้าลาออกไป เราก็คุยกันน้อยลงมาก จนเริ่มหายไปจากกัน เราตัดสินใจลบข้อความ ลบรูปทุกอย่างที่เคยถ่ายคู่กันออกไป และเราก็ลองเปิดใจคุยกับคนใหม่ๆ จนกระทั้งได้คบกับคนๆนึงและเป็นแฟนคนปัจจุบันของเรา เค้าเป็นคนดีค่ะ ดีกับเรามากทุกอย่าง จนเราทำใจได้กับเรื่องที่ผ่านมา แต่น่าแปลกที่ เรายังคงไม่เคยลืม M ได้เลย..จนกระทั่งตอนนี้ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ยังคงมีบางสถานที่ บางสิ่งบางอย่างที่ยังคงตอกย้ำให้เรายังคงคิดถึงเค้าเสมอเลยทั้งๆที่เราก็ไม่รู้ไม่เห็นเรื่องราวความเคลื่อนไหวชีวิตของ M เลย (เราไม่ได้เป้นเพื่อนกันทางสื่อโซเชี่ยลอื่นๆเลยนอกจากLine) 

       มันเป็นความคิดถึงที่ทรมานมากเหมือนกันค่ะ ทรมานที่เราก็รักแฟนเราอยู่มีแฟนอยู่ข้างๆทั้งคน แต่ก็ยังไปคิดถึงเค้าแบบคิดถึงมาก อยากเจออยากคุย ถึงตรงนี้เราอยากหาวิธีลืมเค้าค่ะ TwT เรารู้สึกผิดกับแฟนเรา มีใครเคยเป็นแบบเราบ้างคะ ช่วยแนะนำเราที

ปล.1.หากเราพิมพ์ไม่รู้เรื่องต้องขออภัยด้วยนะคะ 😁
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่