ขอแบบความเป็นจริงที่ไม่วิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์นะคะ
ท้าวความก่อนว่า เราอายุ24 แฟนอายุมากกว่า1ปี คบกับแฟนอีกไม่กี่เดือนเข้าปีที่7 มีลูกสาว1คนอายุ5ขวบค่ะ
คือที่บอกว่าอยากเลิกแต่ก็ยังรัก คือเราเหนื่อยค่ะ เราท้องตั้งแต่อายุยังน้อย และครอบครัวเราเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างของลูกเราโดยที่แฟนหรือครอบครัวเขาไม่เคยช่วยเลยแรกๆเราก็ไม่คิดอะไรแต่พอเราเริ่มโตขึ้น ทำให้เรารู้สึกละอายใจและเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นค่ะ ยืดมาซะเยอะ5555
ถ้าตัดเรื่องลูกออกไป เราอยู่บ้านเดียวกับแฟนค่ะ แต่เราเหมือนใช้ชีวิตคนเดียว เพราะทุกสิ่งอย่างเราผ่านทุกอย่างมาตัวคนเดียว เราอยู่ด้วยกันแทบไม่คุยกันไม่มีการหวานบอกรักหรือแม้แต่การกระทำก็ไม่มี ในทุกๆวันเราต้องออกไปหาซื้อข้าว,ของเองและซื้อให้แฟนด้วยในซอยบ้านที่เปลี่ยวและขับมอไซต์ งานบ้านทำเองหมด แฟนไม่เคยได้ให้เงินใช้หรือซื้ออะไรให้ แต่เราไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยเรื่องนี้ ด้วยความที่รักเขามาก แฟนไม่เคยสนใจเรา ไม่ว่าเราจะเครียดหรือมีปัญหาอะไรก็ไม่เคยสนหรือถามซักคำ แฟนทำงานกับครอบครัวเราแต่ก็ไม่ใช่ประจำมันเป็นรายได้หลักแทบไม่ได้ ที่เหลือก็นอนอยู่บ้านติดเกมส์ เราทำงานช่วงกลางคืน รถมีแต่เขาไม่เคยไปรับ-ส่งไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ไม่เคยพาไปไหน ป่วยไม่สบายเกือบตายบอกให้พาไปรพ.ก็ไม่พาไปจนเราต้องโทรหาแม่เขาถึงพาไปแล้วมาว่าเราฟ้องแม่ ไม่สบายยาไม่เคยไปซื้อเราหอบสังขารขับรถไปเองตลอด อีกอย่างคือตอนนั้นเรารถล้มค่อนข้างแรง ล้มห่างจากบ้าน1กม. เราโทรหาแฟนจะให้มารับยกรถขึ้นรถกะบะกลับไปเพราะมีคนรอช่วยอยู่ แต่เขาดันให้เราขับรถกลับต่อมาเอง ทั้งที่สภาพเราตอนนั้นเลือดอาบตัวฝนตก แต่ก็ต้องขับกลับ พอกลับไปถึงให้ไปซื้อที่ทำแผลก็ต้องทะเลาะกันก่อนเพราะเขาบอกว่าง่วง เราเจ็บประมานครึ่งเดือน เดินแทบไม่ได้แต่ต้องหาข้าวกินเอง เราก็เอาเงินเก็บมาใช้แล้วต้องให้เขาใช้ด้วยจนมีปัญหากันเรื่องเงินที่ทำเราเครียดจิตตกมาก โทษตัวเองถ้าไม่รถล้มคงไม่เป็นแบบนี้ แฟนเราก็เอาแต่ด่าและทวงบุญคุณที่เรามาอยู่บ้านเขา แต่เราก็แทบไม่มีแล้ว จนเราหาย เราทำงานหนักกว่าเดิมดึกกว่าเดิมโดยที่แฟนก็ไม่ได้สนใจอะไรเลย เราเริ่มไปนอนบ้านเพื่อนเพราะตื่นมาจะได้ไปทำงานพร้อมกันเลย แต่พอเราไม่ได้กลับเขาก็มาไล่เราออกจากบ้านด่าต่างๆนาๆ ทั้งที่ไม่ถามเราซักคำ เราเป็นแบบนี้ซักพัก พอเราได้เจอเพื่อนทำให้จิตใจเราดีขึ้นมาก และเราไม่ได้มีคนอื่น จนวันนึงหลังจากรถล้มเกือบตายทำงานจนแทบไม่ได้นอน เรามารู้สึกตัวอีกทีว่าเราก็อยู่คนเดียวได้หนิ แฟนปล่อยให้เราอยู่คนเดียวจนเราอยู่คนเดียวได้แล้ว แต่ก่อนเราไม่เคยทำแบบนี้เพราะรักเขามากตามติดเขาตลอด แต่วันนี้เราไม่เหมือนเดิม แต่เราก็ยังรักเขามากเรากลัวทำใจไม่ได้เพราะความผูกพันธ์มันน่ากลัวมาก แต่6ปีที่ผ่านมามันไม่มีอะไรดีขึ้นเราคงไม่หวังให้มันดีในปีที่7 พอมีความคิดนี้เข้ามาก็จะมีคนค้านว่าให้ทนเพื่อลูก แต่ลูกเราครอบครัวเราดูแลและไม่คิดจะปิดกั้นเขาเลยถ้าอยากอยู่กับลูก เราเป็นคนที่แย่มากไหมคะที่อยากจะเลิก แต่เรารู้สึกว่าเรามองไม่เห็นอนาคตข้างหน้า เราสร้างอยู่คนเดียวเราเหนื่อย เราเครียด เราท้อ ไม่มีออกจากปากเขาซักคำว่าเป็นอะไร พูด,ระบายให้เขาฟังเขาก็ไม่ฟังจนต้องเก็บไว้คนเดียวตลอด เหมือนเขาสนใจแค่เหตุผลของตัวเอง ทำยังไงให้เราตัดสินใจเด็ดขาดได้บ้างคะ เราผิดมั้ยที่คิดแบบนี้ ? แต่เราก็รู้ตัวเองว่าถ้าเลิกต้องเสียใจมากๆแน่ค่ะ แต่เราก็ไม่อยากจมอยู่ตรงนี้.
ปล.เราไม่สามารถกลับไปอยู่บ้านของตัวเองได้ค่ะ เนื่องจากพ่อเราเอง...
มีคนที่ยังรักแฟนแต่อยากเลิกกับเขาไหมคะ?
ท้าวความก่อนว่า เราอายุ24 แฟนอายุมากกว่า1ปี คบกับแฟนอีกไม่กี่เดือนเข้าปีที่7 มีลูกสาว1คนอายุ5ขวบค่ะ
คือที่บอกว่าอยากเลิกแต่ก็ยังรัก คือเราเหนื่อยค่ะ เราท้องตั้งแต่อายุยังน้อย และครอบครัวเราเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างของลูกเราโดยที่แฟนหรือครอบครัวเขาไม่เคยช่วยเลยแรกๆเราก็ไม่คิดอะไรแต่พอเราเริ่มโตขึ้น ทำให้เรารู้สึกละอายใจและเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นค่ะ ยืดมาซะเยอะ5555
ถ้าตัดเรื่องลูกออกไป เราอยู่บ้านเดียวกับแฟนค่ะ แต่เราเหมือนใช้ชีวิตคนเดียว เพราะทุกสิ่งอย่างเราผ่านทุกอย่างมาตัวคนเดียว เราอยู่ด้วยกันแทบไม่คุยกันไม่มีการหวานบอกรักหรือแม้แต่การกระทำก็ไม่มี ในทุกๆวันเราต้องออกไปหาซื้อข้าว,ของเองและซื้อให้แฟนด้วยในซอยบ้านที่เปลี่ยวและขับมอไซต์ งานบ้านทำเองหมด แฟนไม่เคยได้ให้เงินใช้หรือซื้ออะไรให้ แต่เราไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยเรื่องนี้ ด้วยความที่รักเขามาก แฟนไม่เคยสนใจเรา ไม่ว่าเราจะเครียดหรือมีปัญหาอะไรก็ไม่เคยสนหรือถามซักคำ แฟนทำงานกับครอบครัวเราแต่ก็ไม่ใช่ประจำมันเป็นรายได้หลักแทบไม่ได้ ที่เหลือก็นอนอยู่บ้านติดเกมส์ เราทำงานช่วงกลางคืน รถมีแต่เขาไม่เคยไปรับ-ส่งไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ไม่เคยพาไปไหน ป่วยไม่สบายเกือบตายบอกให้พาไปรพ.ก็ไม่พาไปจนเราต้องโทรหาแม่เขาถึงพาไปแล้วมาว่าเราฟ้องแม่ ไม่สบายยาไม่เคยไปซื้อเราหอบสังขารขับรถไปเองตลอด อีกอย่างคือตอนนั้นเรารถล้มค่อนข้างแรง ล้มห่างจากบ้าน1กม. เราโทรหาแฟนจะให้มารับยกรถขึ้นรถกะบะกลับไปเพราะมีคนรอช่วยอยู่ แต่เขาดันให้เราขับรถกลับต่อมาเอง ทั้งที่สภาพเราตอนนั้นเลือดอาบตัวฝนตก แต่ก็ต้องขับกลับ พอกลับไปถึงให้ไปซื้อที่ทำแผลก็ต้องทะเลาะกันก่อนเพราะเขาบอกว่าง่วง เราเจ็บประมานครึ่งเดือน เดินแทบไม่ได้แต่ต้องหาข้าวกินเอง เราก็เอาเงินเก็บมาใช้แล้วต้องให้เขาใช้ด้วยจนมีปัญหากันเรื่องเงินที่ทำเราเครียดจิตตกมาก โทษตัวเองถ้าไม่รถล้มคงไม่เป็นแบบนี้ แฟนเราก็เอาแต่ด่าและทวงบุญคุณที่เรามาอยู่บ้านเขา แต่เราก็แทบไม่มีแล้ว จนเราหาย เราทำงานหนักกว่าเดิมดึกกว่าเดิมโดยที่แฟนก็ไม่ได้สนใจอะไรเลย เราเริ่มไปนอนบ้านเพื่อนเพราะตื่นมาจะได้ไปทำงานพร้อมกันเลย แต่พอเราไม่ได้กลับเขาก็มาไล่เราออกจากบ้านด่าต่างๆนาๆ ทั้งที่ไม่ถามเราซักคำ เราเป็นแบบนี้ซักพัก พอเราได้เจอเพื่อนทำให้จิตใจเราดีขึ้นมาก และเราไม่ได้มีคนอื่น จนวันนึงหลังจากรถล้มเกือบตายทำงานจนแทบไม่ได้นอน เรามารู้สึกตัวอีกทีว่าเราก็อยู่คนเดียวได้หนิ แฟนปล่อยให้เราอยู่คนเดียวจนเราอยู่คนเดียวได้แล้ว แต่ก่อนเราไม่เคยทำแบบนี้เพราะรักเขามากตามติดเขาตลอด แต่วันนี้เราไม่เหมือนเดิม แต่เราก็ยังรักเขามากเรากลัวทำใจไม่ได้เพราะความผูกพันธ์มันน่ากลัวมาก แต่6ปีที่ผ่านมามันไม่มีอะไรดีขึ้นเราคงไม่หวังให้มันดีในปีที่7 พอมีความคิดนี้เข้ามาก็จะมีคนค้านว่าให้ทนเพื่อลูก แต่ลูกเราครอบครัวเราดูแลและไม่คิดจะปิดกั้นเขาเลยถ้าอยากอยู่กับลูก เราเป็นคนที่แย่มากไหมคะที่อยากจะเลิก แต่เรารู้สึกว่าเรามองไม่เห็นอนาคตข้างหน้า เราสร้างอยู่คนเดียวเราเหนื่อย เราเครียด เราท้อ ไม่มีออกจากปากเขาซักคำว่าเป็นอะไร พูด,ระบายให้เขาฟังเขาก็ไม่ฟังจนต้องเก็บไว้คนเดียวตลอด เหมือนเขาสนใจแค่เหตุผลของตัวเอง ทำยังไงให้เราตัดสินใจเด็ดขาดได้บ้างคะ เราผิดมั้ยที่คิดแบบนี้ ? แต่เราก็รู้ตัวเองว่าถ้าเลิกต้องเสียใจมากๆแน่ค่ะ แต่เราก็ไม่อยากจมอยู่ตรงนี้.
ปล.เราไม่สามารถกลับไปอยู่บ้านของตัวเองได้ค่ะ เนื่องจากพ่อเราเอง...