คือว่าเรามีปัญหากับเมท ซึ่งเป็นเพื่อนมหาลัยตั้งแต่ปี1และได้ย้ายมาอยู่หอด้วยกันมา2ปีกว่าๆแล้ว
และเราได้มีปัญหากับเมทอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งครั้งนี้เราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้ แต่ว่าก่อนหน้านี้เรามีปัญหากัน ก็เกิดจากเมทเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่พอใจอะไรก็แสดงท่าทางอาการฟึดฟัด ฟัดเหวี่ยงใส่เรา ซึ่งมันเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าไม่ได้ดั่งใจเขา เขาก็จะเหวี่ยงและแสดงท่าทางที่แย่และไม่ดีต่อเรา ถ้าถามว่าทำไมเราถึงทนอยู่ เพราะคำว่าเพื่อน เราไม่อยากทะเลาะด้วยเรื่องเล็กน้อย เราเลยต้องเลือกทนและนิ่งเฉย ต้องเป็นฝ่ายที่รุกเข้าไปชวนเขาคุย รุกทำตัวเหมือนง้อ ซึ่งเราไม่ใช่คนผิด แต่ที่เราทำแบบนั้น เพราะเรามองว่า ถ้าเราทำดีกับเขาเขาคงเห็นใจเราบ้าง ถ้าเราเกรงใจกับเขาเขาคงเกรงใจเราบ้าง แต่การที่เราเป็นคนที่ยอมทุกอย่างและเก็บไว้คนเดียว ก็ทำให้เมทเราทำตัวเหมือนเดิม และเราก็เป็นฝ่ายที่ทุกข์เหมือนเดิม และเรื่องที่เรารับไม่ได้มันมีอยู่ว่า เมื่อไม่นานมานี้อาจารย์ให้เราจัดทำซุ้มพี่บัณฑิต ไฟล์ภาพนำเสนอ และเพาเวอพอยนำเสนอบัณฑิต ซึ่งงานพวกนี้เราไม่ค่อยถนัดเลย แต่อาจารย์วานให้ช่วยทำก็ต้องทำ และเราก็ได้ทำงานจนถึงตี1กว่าๆในหอของเรา ซึ่งห้องของเราอยู่กับเมท2คน มีไฟเพดาน1ดวงตรงกลาง เราเปิดไฟทำงานจนถึงตี1กว่า และเมทเราก็บอกให้ปิดไฟ เราเลยบอกเมทว่า ขอเวลาแปบนึง เดะปิดไฟให้ ขอตัดต่อไฟล์ภาพนี่เสร็จก่อน เรากลัวมันเบี้ยว เมทเราก็นิ่งและลงไปนอนเล่นโทรศัพท์ ส่วนเราก็ทำงานต่อไป ผ่านไปได้5นาทีเมทเราก็ลุกขึ้นจากที่นอน บ่นว่านอนไม่ได้แสงไฟเข้าตา และก็ลุกขึ้นปิดประตูกระแทกเสียงดังออกไปจากห้อง เราที่ทำงานอยู่เราก็ชะงักและส่งข้อความถามเมทว่าเป็นอะไร และเราก็พิมขอโทษที่เราเปิดไฟทำงานดึก โทรหาทั้งเฟสและโทรเสียตังด้วยความเป็นห่วงว่าเมทอยู่ไหน เมทไม่รับ เรายอมรับว่าเรารู้สึกแย่ กับครั้งนี้ คือเมทเราก็เคยทำงานดึกนะ จนถึงตี 2 ตี3 แต่เราไม่ได้ว่าอะไรเมท เพราะเรามองว่ามันคือการทำงาน มันยาก กว่าจะเสร็จก็เลยดึก ถ้าเมททำงานดึกเลยเที่ยงคืน เราก็เลือกที่จะนิ่ง และพยายามนอนให้หลับ และไม่ได้แสดงท่าทางอาการฟึดฟัด เหวี่ยงใส่เมทเราเลย แต่เมทกลับแสดงท่าทางทุกครั้งว่าไม่พอใจให้เราเห็นหรือนับรู้ตลอด และครั้งนี้ หลังจากที่เราโทรหาและพิมขอโทษ เมทเราพิมกลับมาว่าขอโทษเหมือนกัน และบ่นว่าน้อยใจ เหนื่อย เพราะเมื่อคืนนอนตี4ตื่นบ่ายไปช้อปปิ้งเดินจนเมื่อย จึงเหนื่อยและรู้สึกหงุดหงิด จึงแสดงท่าทีใส่เราแบบนั้น แต่เราอ่ะ เหนื่อยกว่ามันอีกนะแต่เราเลือกที่จะไม่พูด คือเราไปผ่าฟันคุดมา อ้าปากกินไรไม่ได้เลย ไหนจะต้องเลี้ยงหลานตัวน้อยให้พี่สาว ไหนจะทำสัมมนา ไหนจะจัดงานซุ้มอีก เราไม่มีเวลาพักผ่อนเลย สรุปนะ ผ่านไป 20 นาที เมทเรากลับมานอน ส่วนเราทำงานต่อยาวๆถึงตี4และตื่นมาทำอีกที7โมง และเอางานไปส่งอาจารย์ หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เมทที่พิมมาน้อยใจบอกขอโทษ เมทก็กลับมานอนปกติ ไปเรียนปกติ ทำเหมือนไม่มีเรื่องเกิดขึ้น เมทไม่คุยกับเรา ทำเหมือนเราไม่มีตัวตน เรากลับมานอนหอกันทุกวัน เมทกับเราก็ไม่มีการคุยกัน คือเราควรทำไงอ่ะ ง้ออีกแล้วเหรอ ต้องเป็นฝ่ายรุกไปคุยก่อนอีกแล้วเหรอ (ถ้ามีคนมากระแทกประตูใส่คุณ มาอ้างนู่นนี้ว่าเหนื่อย แต่หารู้ไม่ว่าเราเหนื่อยกว่าแต่เลือกที่จะไม่บอกไม่พูดไม่อ้างว่าเหนื่อย มันไม่มีใครอยากนอนดึกหรือนอนไม่เต็มที่หรอกนะ แต่ที่เราต้องทนทำก็เพื่องานที่ต้องส่งในวันรุ่งขึ้น!!!)
สุดท้ายนี้ เราควรทำไงดีค่ะ วางตัวยังไง????
มีปัญหากับเมท ทำไงดีคะ
และเราได้มีปัญหากับเมทอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งครั้งนี้เราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้ แต่ว่าก่อนหน้านี้เรามีปัญหากัน ก็เกิดจากเมทเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่พอใจอะไรก็แสดงท่าทางอาการฟึดฟัด ฟัดเหวี่ยงใส่เรา ซึ่งมันเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าไม่ได้ดั่งใจเขา เขาก็จะเหวี่ยงและแสดงท่าทางที่แย่และไม่ดีต่อเรา ถ้าถามว่าทำไมเราถึงทนอยู่ เพราะคำว่าเพื่อน เราไม่อยากทะเลาะด้วยเรื่องเล็กน้อย เราเลยต้องเลือกทนและนิ่งเฉย ต้องเป็นฝ่ายที่รุกเข้าไปชวนเขาคุย รุกทำตัวเหมือนง้อ ซึ่งเราไม่ใช่คนผิด แต่ที่เราทำแบบนั้น เพราะเรามองว่า ถ้าเราทำดีกับเขาเขาคงเห็นใจเราบ้าง ถ้าเราเกรงใจกับเขาเขาคงเกรงใจเราบ้าง แต่การที่เราเป็นคนที่ยอมทุกอย่างและเก็บไว้คนเดียว ก็ทำให้เมทเราทำตัวเหมือนเดิม และเราก็เป็นฝ่ายที่ทุกข์เหมือนเดิม และเรื่องที่เรารับไม่ได้มันมีอยู่ว่า เมื่อไม่นานมานี้อาจารย์ให้เราจัดทำซุ้มพี่บัณฑิต ไฟล์ภาพนำเสนอ และเพาเวอพอยนำเสนอบัณฑิต ซึ่งงานพวกนี้เราไม่ค่อยถนัดเลย แต่อาจารย์วานให้ช่วยทำก็ต้องทำ และเราก็ได้ทำงานจนถึงตี1กว่าๆในหอของเรา ซึ่งห้องของเราอยู่กับเมท2คน มีไฟเพดาน1ดวงตรงกลาง เราเปิดไฟทำงานจนถึงตี1กว่า และเมทเราก็บอกให้ปิดไฟ เราเลยบอกเมทว่า ขอเวลาแปบนึง เดะปิดไฟให้ ขอตัดต่อไฟล์ภาพนี่เสร็จก่อน เรากลัวมันเบี้ยว เมทเราก็นิ่งและลงไปนอนเล่นโทรศัพท์ ส่วนเราก็ทำงานต่อไป ผ่านไปได้5นาทีเมทเราก็ลุกขึ้นจากที่นอน บ่นว่านอนไม่ได้แสงไฟเข้าตา และก็ลุกขึ้นปิดประตูกระแทกเสียงดังออกไปจากห้อง เราที่ทำงานอยู่เราก็ชะงักและส่งข้อความถามเมทว่าเป็นอะไร และเราก็พิมขอโทษที่เราเปิดไฟทำงานดึก โทรหาทั้งเฟสและโทรเสียตังด้วยความเป็นห่วงว่าเมทอยู่ไหน เมทไม่รับ เรายอมรับว่าเรารู้สึกแย่ กับครั้งนี้ คือเมทเราก็เคยทำงานดึกนะ จนถึงตี 2 ตี3 แต่เราไม่ได้ว่าอะไรเมท เพราะเรามองว่ามันคือการทำงาน มันยาก กว่าจะเสร็จก็เลยดึก ถ้าเมททำงานดึกเลยเที่ยงคืน เราก็เลือกที่จะนิ่ง และพยายามนอนให้หลับ และไม่ได้แสดงท่าทางอาการฟึดฟัด เหวี่ยงใส่เมทเราเลย แต่เมทกลับแสดงท่าทางทุกครั้งว่าไม่พอใจให้เราเห็นหรือนับรู้ตลอด และครั้งนี้ หลังจากที่เราโทรหาและพิมขอโทษ เมทเราพิมกลับมาว่าขอโทษเหมือนกัน และบ่นว่าน้อยใจ เหนื่อย เพราะเมื่อคืนนอนตี4ตื่นบ่ายไปช้อปปิ้งเดินจนเมื่อย จึงเหนื่อยและรู้สึกหงุดหงิด จึงแสดงท่าทีใส่เราแบบนั้น แต่เราอ่ะ เหนื่อยกว่ามันอีกนะแต่เราเลือกที่จะไม่พูด คือเราไปผ่าฟันคุดมา อ้าปากกินไรไม่ได้เลย ไหนจะต้องเลี้ยงหลานตัวน้อยให้พี่สาว ไหนจะทำสัมมนา ไหนจะจัดงานซุ้มอีก เราไม่มีเวลาพักผ่อนเลย สรุปนะ ผ่านไป 20 นาที เมทเรากลับมานอน ส่วนเราทำงานต่อยาวๆถึงตี4และตื่นมาทำอีกที7โมง และเอางานไปส่งอาจารย์ หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เมทที่พิมมาน้อยใจบอกขอโทษ เมทก็กลับมานอนปกติ ไปเรียนปกติ ทำเหมือนไม่มีเรื่องเกิดขึ้น เมทไม่คุยกับเรา ทำเหมือนเราไม่มีตัวตน เรากลับมานอนหอกันทุกวัน เมทกับเราก็ไม่มีการคุยกัน คือเราควรทำไงอ่ะ ง้ออีกแล้วเหรอ ต้องเป็นฝ่ายรุกไปคุยก่อนอีกแล้วเหรอ (ถ้ามีคนมากระแทกประตูใส่คุณ มาอ้างนู่นนี้ว่าเหนื่อย แต่หารู้ไม่ว่าเราเหนื่อยกว่าแต่เลือกที่จะไม่บอกไม่พูดไม่อ้างว่าเหนื่อย มันไม่มีใครอยากนอนดึกหรือนอนไม่เต็มที่หรอกนะ แต่ที่เราต้องทนทำก็เพื่องานที่ต้องส่งในวันรุ่งขึ้น!!!)
สุดท้ายนี้ เราควรทำไงดีค่ะ วางตัวยังไง????