เราไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงดี ตอนนี้เราพึ่งเรียนจบมาได้ไม่นาน งานที่ทำอยู่ก็เดือนละหมื่นนิดๆ เรามีปัญหาหลายอย่าง มีเรื่องมากมายให้คิด เราเครียดแต่กลับหาที่ปรึกษาไม่ได้เลยทั้งๆที่รอบตัวมีคนอยู่เยอะแยะ เราอยากปรึกษาแม่ อยากระบายความรู้สึกในแต่ละวันให้เขาฟังแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้เพราะหลายๆอย่างตั้งแต่เด็กจนโตมันทำให้รู้สึกว่าเค้าไม่ใช่เซฟโซนของเรา มีหลายครั้งที่คิดอยากจะหายไปแต่ก็ทำไม่ได้เพราะยังมีคนข้างหลังที่ต้องดูแล พ่อเราก็ไม่อยู่แล้ว ถ้าเราไม่อยู่อีกคนแม่ก็ต้องลำบากเลี้ยงน้องคนเดียว
ทุกครั้งที่รู้สึกไม่สบายใจก็ต้องแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียวเพราะไม่มีใครคิดจะรับฟัง เราเคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่คิดว่าต้องทำงานเก็บเงินเอาไว้ให้แม่กับน้องก่อนเพื่อที่จะทำให้การจากไปของเรามันลำบากเขามากที่สุด แต่ทุกคนรู้มั้ยว่ากว่าจะผ่านไปได้แต่ละวันมันโคตรยากเลย มันเคว้งคว้างไปหมด ไม่มีจุดมุ่งหมาย ไม่มีกำลังใจ บางวันก็อยากนอนอยู่เฉยๆไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไรอีกแล้ว เหมือนที่ยึดเหนี่ยวของจิตใจมันหล่นหายไปไหนก็ไม่รู้ ถ้าเผลอร้องไห้ออกมาต่อหน้าก็จะโดนหาว่าไร้สาระ โดนบอกว่าโตแล้วนะทำไมถึงยังร้องไห้อยู่อีกซึ่งเราก็ไม่รู้จะบอกเค้าว่ายังไง ไม่ใช่เราไม่พยายามพูดคุย แต่คนรอบข้างก็พยายามที่จะไม่เข้าใจเราเหมือนกัน
เราเคยไปพบจิตแพทย์ เคยกินยาตามที่หมอสั่งแต่มันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ยิ่งกว่านั้นคือมันทำให้สมองเราช้าจนคิดอะไรไม่ออกบวกกับสังคมรอบตัวที่ทำให้คิดว่าถึงจะไปหาหมอแต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกยินดีกับการที่จะหายเลยสักนิด เรามีแฟนแต่ครอบครัวเขาไม่ชอบเราเพราะเราจน แม่ของเขาบอกกับเราว่าตัวเองลำบากอยู่แล้วก็อย่าดึงลูกเขาลงไปลำบากด้วยเลย ปล่อยให้ลูกเขาไปมีอนาคตที่ดีกว่านี้เถอะ คือเราก็รักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะครอบครัวเขาก็ต้องเหนื่อยเหมือนกันว่าจะเลี้ยงลูกมาให้โตได้ขนาดนี้ จริงๆไม่ได้อยากให้เขาไปเลยสักนิด แต่ด้วยความที่อยากประชดชีวิตแย่ๆของตัวเองเพื่อจะดูว่ามันจะแย่ได้อีกสักแค่ไหนโดยการเดินถอยออกมา เราเห็นเขามีความสุขเราก็ดีใจแต่อีกใจนึงก็เสียใจที่เราไม่สามารถเป็นความสุขและการยอมรับให้ครอบครัวเขาได้
ทุกคนเห็นเหมือนเราเป็นที่รองรับอารมณ์ เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยเถียงใคร คิดจะว่าอะไรก็ว่าโดยที่ไม่นึกถึงความรู้สึกกันเลยสักนิด เราอยากพูดอยากตะโกนออกไปแต่สุดท้ายก็เหมือนยืนอยู่หน้ากำแพง ขนาดแม่แท้ๆยังไม่คิดที่จะเข้าใจเราคงไปคาดหวังกับคนอื่นมากไม่ได้หรอก อย่างตอนจบม.ปลายแรกๆเขาจะไม่ให้เราเรียนต่อเพราะที่บ้านไม่มีเงินพอเนื่องจากพ่อเสียเลยขาดรายได้หลัก เราก็หาเงินเองเก็บเงินเองแต่เขาก็ยังคัดค้านแล้วพูดประมาณว่ายังไงเราก็ไปไม่รอดสุดท้ายก็ต้องให้เขาช่วยส่งอยู่ดี ตอนนั้นเราถึงกับซิ่วไปทำงานเก็บเงินปีนึงเพราะอยากหนีออกไปให้พ้นจากจุดนี้ สุดท้ายเราก็จบได้ด้วยเงินที่หามาเอง แม่ไม่เคยมั่นใจอะไรในตัวเราเลยสักนิด เขามีความผิดพลาดอะไรในอดีตก็จะเอามาเคร่งมาบังคับเราว่าห้ามทำอย่างนั้นอย่างนี้จนอึดอัด
ครั้งนึงเราเคยนั่งดูข่าวด้วยกันแล้วมีข่าวคนฆ่าตัวตายพอดี แม่เราก็บ่นประมาณว่าชีวิตพ่อแม่ให้มาทำไมต้องไปคิดสั้นด้วย เลยได้แต่คิดในใจว่าถ้าหาทางออกที่มันมีความสุขให้ตัวเองได้คนเราคงไม่เลือกทำแบบนี้กันหรอก แน่นอนว่าเราก็มีความคิดแบบนั้นเหมือนกันแต่เราก็อยากจะลองสัมผัสกับคำว่าความสุขดูสักครั้งในชีวิตถึงได้ทนอยู่อย่างงี้ แต่ยิ่งอยู่ไปคำว่าความสุขมันก็เหมือนยิ่งห่างออกไปจนเอื้อมไม่ถึง แล้วยิ่งช่วงนี้เรารู้สึกว่าตัวเองแปลกขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จากที่เคยไม่พูดอะไรก็กลายเป็นเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เรายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อรอดูวันที่ตัวเองมีความสุข แต่ก็กลัวใจตัวเองว่าจะทำอะไรวู่วามลงไป ไม่รู้ว่าจะทนไปได้อีกนานสักแค่ไหนแต่ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาจริงๆอย่างน้อยก็อยากให้แม่เคารพในการตัดสินใจของเรา เราพูดให้ใครฟังไม่ได้เลยอยากมาระบายในนี้ให้กับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันได้อ่านความในใจของเรา อย่าพึ่งด่าเราว่าปัญญาอ่อน อย่าพึ่งหาว่าเราคิดสั้นหรือเรียกร้องความสนใจ แต่ช่วยกันพิมพ์ว่าสู้ๆเป็นกำลังใจให้เราหน่อยได้มั้ยคะ เพื่อที่อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้สึกว่ายังมีคนรับฟัง
กลัวจิตใจตัวเอง
ทุกครั้งที่รู้สึกไม่สบายใจก็ต้องแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียวเพราะไม่มีใครคิดจะรับฟัง เราเคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่คิดว่าต้องทำงานเก็บเงินเอาไว้ให้แม่กับน้องก่อนเพื่อที่จะทำให้การจากไปของเรามันลำบากเขามากที่สุด แต่ทุกคนรู้มั้ยว่ากว่าจะผ่านไปได้แต่ละวันมันโคตรยากเลย มันเคว้งคว้างไปหมด ไม่มีจุดมุ่งหมาย ไม่มีกำลังใจ บางวันก็อยากนอนอยู่เฉยๆไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไรอีกแล้ว เหมือนที่ยึดเหนี่ยวของจิตใจมันหล่นหายไปไหนก็ไม่รู้ ถ้าเผลอร้องไห้ออกมาต่อหน้าก็จะโดนหาว่าไร้สาระ โดนบอกว่าโตแล้วนะทำไมถึงยังร้องไห้อยู่อีกซึ่งเราก็ไม่รู้จะบอกเค้าว่ายังไง ไม่ใช่เราไม่พยายามพูดคุย แต่คนรอบข้างก็พยายามที่จะไม่เข้าใจเราเหมือนกัน
เราเคยไปพบจิตแพทย์ เคยกินยาตามที่หมอสั่งแต่มันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ยิ่งกว่านั้นคือมันทำให้สมองเราช้าจนคิดอะไรไม่ออกบวกกับสังคมรอบตัวที่ทำให้คิดว่าถึงจะไปหาหมอแต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกยินดีกับการที่จะหายเลยสักนิด เรามีแฟนแต่ครอบครัวเขาไม่ชอบเราเพราะเราจน แม่ของเขาบอกกับเราว่าตัวเองลำบากอยู่แล้วก็อย่าดึงลูกเขาลงไปลำบากด้วยเลย ปล่อยให้ลูกเขาไปมีอนาคตที่ดีกว่านี้เถอะ คือเราก็รักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะครอบครัวเขาก็ต้องเหนื่อยเหมือนกันว่าจะเลี้ยงลูกมาให้โตได้ขนาดนี้ จริงๆไม่ได้อยากให้เขาไปเลยสักนิด แต่ด้วยความที่อยากประชดชีวิตแย่ๆของตัวเองเพื่อจะดูว่ามันจะแย่ได้อีกสักแค่ไหนโดยการเดินถอยออกมา เราเห็นเขามีความสุขเราก็ดีใจแต่อีกใจนึงก็เสียใจที่เราไม่สามารถเป็นความสุขและการยอมรับให้ครอบครัวเขาได้
ทุกคนเห็นเหมือนเราเป็นที่รองรับอารมณ์ เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยเถียงใคร คิดจะว่าอะไรก็ว่าโดยที่ไม่นึกถึงความรู้สึกกันเลยสักนิด เราอยากพูดอยากตะโกนออกไปแต่สุดท้ายก็เหมือนยืนอยู่หน้ากำแพง ขนาดแม่แท้ๆยังไม่คิดที่จะเข้าใจเราคงไปคาดหวังกับคนอื่นมากไม่ได้หรอก อย่างตอนจบม.ปลายแรกๆเขาจะไม่ให้เราเรียนต่อเพราะที่บ้านไม่มีเงินพอเนื่องจากพ่อเสียเลยขาดรายได้หลัก เราก็หาเงินเองเก็บเงินเองแต่เขาก็ยังคัดค้านแล้วพูดประมาณว่ายังไงเราก็ไปไม่รอดสุดท้ายก็ต้องให้เขาช่วยส่งอยู่ดี ตอนนั้นเราถึงกับซิ่วไปทำงานเก็บเงินปีนึงเพราะอยากหนีออกไปให้พ้นจากจุดนี้ สุดท้ายเราก็จบได้ด้วยเงินที่หามาเอง แม่ไม่เคยมั่นใจอะไรในตัวเราเลยสักนิด เขามีความผิดพลาดอะไรในอดีตก็จะเอามาเคร่งมาบังคับเราว่าห้ามทำอย่างนั้นอย่างนี้จนอึดอัด