“ฝ่ายค้าน” มั่นใจข้อมูล ผลักรบ.หัวคะมำในศึกซักฟอกได้ ล้มไม่ได้ก็จะเปิดแผลให้เน่า
https://www.matichon.co.th/politics/news_1740953
“ฝ่ายค้าน” มั่นใจ ข้อมูล-หลักฐาน ผลัก รบ.หัวคะมำในศึกซักฟอกได้ แย้มกรอบเวลาเปิดศึก 18-20 ธ.ค.นี้ บอก ล้มรบ.ในสภาไม่ได้ แต่จะเป็นการเปิดแผลรบ.ให้ไปเน่านอกสภา
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ตัวแทนวิปร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นาย
สุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคพท. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน น.อ.
อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคพท. ในฐานะที่ปรึกษาวิปฝ่ายค้าน น.พ.
ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคพท. ในฐานะคณะกรรมการวิปฝ่ายค้าน นาย
นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย น.ส.
ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นาย
สุภดิช อากาศฤกษ์ รองหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) ฯลฯ ร่วมแถลงภายหลังการประชุม
โดย น.อ.
อนุดิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ที่ผ่านมาเราได้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลมาโดยใกล้ชิด ซึ่งหลังจากที่ปิดสภาฯ เราได้มีการเก็บข้อมูล รวบรวมหลักฐาน โดย 7 พรรคได้รวบรวมเอาความหนักแน่นของข้อมูลมาประมวล และประเมิน ก่อนที่ 7 พรรคจะมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าควรยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่จะยื่นเมื่อไหร่ จะเป็นรายคน หรือรายกระทรวง รวมถึงมีรายละเอียดอย่างไรนั้นเราจะประชุมกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อหาข้อสรุป
ด้านนาย
สุทิน กล่าวว่า เรายึดกรอบความพร้อมในเรื่องของข้อหาและหลักฐานซึ่งการอภิปรายครั้งนี้ จะเป็นการอภิปรายที่มาตรฐานอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะที่ผ่านมาเราจะเน้นเรื่องการทุจริตเป็นหลัก แต่ครั้งนี้เราจะมองไปถึงความผิดพลาด ความสามารถในการบริหารประเทศที่ทำลายเครดิตของประเทศให้ตกต่ำ โดยยึดฐานความผิดมาจากระยะเวลา 5 ปี ที่รัฐบาลพล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศมา โดยเราเห็นว่าความผิดในอดีตส่งผลต่อปัจจุบัน และเป็นความกังวลไปสู่อนาคต ซึ่งกรอบเวลาคร่าวๆ ที่เราเห็นว่าเหมาะสมในยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ วันที่ 18-19-20 ธันวาคมนี้
เมื่อถามว่า ประเด็นที่ฝ่ายค้านล็อกเป้ามีรัฐมนตรีคนใด หรือกระทรวงใดบ้าง น.อ.
อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ ในสภาฯ ได้ตรวจสอบทุกกระทรวงและทุกคน พรรคฝ่ายค้านทุกพรรคมองความสำคัญของข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ โดยข้อมูลที่จะอภิปรายต้องนักแน่นพอ
ขณะที่นาย
สุทิน กล่าวว่า เราจะอภิปรายผสมผสานกันไป ทั้งรัฐบาลที่ผ่านมาและรัฐบาลปัจจุบัน เนื่องจากคนเก่าสร้างความผิดและคนใหม่มาต่อยอดความผิดดังนั้นต้องอภิปราายทั้งคนเก่าและคนใหม่ควบคู่กันไป อย่างไรก็ตามจะแตกต่างที่ประเด็นความผิด เพราะบางกรณีความผิดทำกันหลายคน ยึดโยงกันหลายกระทรวง บางเรื่องโยงไปถึงหัวหน้ารัฐบาลที่ดึงลูกน้องมาทำความผิด แต่บางเรื่องก็เป็นความผิดส่วนบุคคล
เมื่อถามว่า ตั้งเป้าว่าจะสามารถล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นาย
สุทิน กล่าวว่า โดยเจตนาเราไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาล แต่ถ้าเขาชี้แจงไม่ได้ แล้วทำความผิดจริง เขาจะล้มด้วยตัวของเขาเอง ทั้งนี้โอกาสในการล้มรัฐบาลโดยการยกมือในสภาฯ เป็นไปได้น้อยอยู่แล้ว แต่หากหลักฐานเราดีก็เป็นไปได้ที่พรรคฟากรัฐบาลจะยกมือสนับสนุนเรา แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนล้มด้วยการยกมือในสภาฯ แต่จะเพลี้ยงพล้ำจากสภาฯ แล้วไปล้มข้างนอก เสมือนเป็นการเปิดแผลในสภาฯแล้วไปเน่าข้างนอก ซึ่งตนเชื่อว่า ปัจจุบันพลังของโซเชียลจะเป็นม็อบที่สำคัญ และเป็นม็อบที่ใหญ่ที่สุด ที่จะทำให้รัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ อย่างไรก็ตามเรามีหลักฐานแน่นอน เพราะถ้าไม่มีเราไม่กล้าเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยพรรคฝ่ายค้านจะมาคุยกันว่า หลักฐานที่มีจะเป็นการผลักให้เซหรือผลักให้ล้ม แต่วันนี้เราสรุปกันได้แล้วว่า มีผลักให้หัวคะมำ
ด้านน.พ.
ชลน่าน กล่าวว่า หากวางกรอบที่จะอภิปรายในวันที่ 18-20 ธันวาคมนี้ สิ้นเดือนพฤศจิกายน เราจะต้องญัตติให้เสร็จเพื่อยื่นให้ประธานสภาฯ บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาฯ โดยอย่างช้าที่สุดต้องไม่เกินวันที่ 6 ธันวาคม ที่เราจะต้องยื่นญัตติให้กับประธานสภาฯ
เทพไท เตือน พปชร. นั่งประธานแก้รธน.เอง ระวังขัดแย้งรอบใหม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_1740799
“เทพไท”ยันคนเสนอ “มาร์ค”นั่งปธ.แก้รธน.ไม่ใช่ปชป.แต่เป็น “วันนอร์”เพราะเห็นความเหมาะสม ส่วนพปชร.ขวางถือเป็นสิทธิ์ ติงนั่งประธานเองระวังความขัดแย้งรอบใหม่
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. นาย
เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสการผลักดันให้นาย
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัคย์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นการเสนอของพรรคการเมืองอื่น จุดเริ่มต้นเกิดจากการเสนอของนาย
วันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ หลังจากนั้นก็มีเสียงตอบรับและการสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆตามมาอีกหลายพรรค รวมถึงการสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อทุกฝ่ายเห็นว่า นาย
อภิสิทธิ์ มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ จึงเกิดกระแสขานรับกันอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาตามขั้นตอนของพรรค
ส่วนการที่พรรคพลังประชารัฐออกมาท้วงติงถึงสิทธิ์การเป็นพรรคการเมืองใหญ่ จะต้องได้ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็ไม่ได้เป็นสูตรที่ตายตัวเสมอไป เพราะในคณะกรรมาธิการหลายชุด ประธานคณะกรรมาธิการก็มาจากพรรคการเมืองอื่นก็เคยมี จึงอยากให้พิจารณาถึงความเหมาะสมของบุคคลที่จะมานั่งตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มากกว่า ถ้าหากตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เป็นคนของพรรคพลังประชารัฐ ก็อาจจะเกิดความขัดแย้งและการไม่ยอมรับจากพรรคฝ่ายค้านหรือกลุ่มต่างๆ และอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งรอบใหม่ ซึ่งไม่มีใครอยากเห็นหรืออยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“อยากให้การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความปรองดองสร้างความสมานฉันท์มากกว่าการเกิดความขัดแย้งตั้งแต่จุดเริ่มต้น จึงอยากเรียกร้อง ให้พรรคพลังประชารัฐพิจารณาให้รอบคอบ ขอให้เห็นแก่บรรยากาศทางการเมืองและการขับเคลื่อนของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ จะได้ทำงานให้เป็นไปด้วยความราบรื่นประสบความสำเร็จตามที่ทุกฝ่ายในสังคมคาดหวังไว้” นาย
เทพไท กล่าว
JJNY : มั่นใจข้อมูลผลักรบ.หัวคะมำ/เทพไทเตือนพปชร.นั่งปธ.แก้รธน.เอง/สภาผู้ส่งออกคงเป้าส่งออก62ติดลบ1.5%/pm2.5พุ่ง15เขต
https://www.matichon.co.th/politics/news_1740953
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ตัวแทนวิปร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคพท. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคพท. ในฐานะที่ปรึกษาวิปฝ่ายค้าน น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคพท. ในฐานะคณะกรรมการวิปฝ่ายค้าน นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายสุภดิช อากาศฤกษ์ รองหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) ฯลฯ ร่วมแถลงภายหลังการประชุม
โดย น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ที่ผ่านมาเราได้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลมาโดยใกล้ชิด ซึ่งหลังจากที่ปิดสภาฯ เราได้มีการเก็บข้อมูล รวบรวมหลักฐาน โดย 7 พรรคได้รวบรวมเอาความหนักแน่นของข้อมูลมาประมวล และประเมิน ก่อนที่ 7 พรรคจะมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าควรยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่จะยื่นเมื่อไหร่ จะเป็นรายคน หรือรายกระทรวง รวมถึงมีรายละเอียดอย่างไรนั้นเราจะประชุมกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อหาข้อสรุป
ด้านนายสุทิน กล่าวว่า เรายึดกรอบความพร้อมในเรื่องของข้อหาและหลักฐานซึ่งการอภิปรายครั้งนี้ จะเป็นการอภิปรายที่มาตรฐานอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะที่ผ่านมาเราจะเน้นเรื่องการทุจริตเป็นหลัก แต่ครั้งนี้เราจะมองไปถึงความผิดพลาด ความสามารถในการบริหารประเทศที่ทำลายเครดิตของประเทศให้ตกต่ำ โดยยึดฐานความผิดมาจากระยะเวลา 5 ปี ที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศมา โดยเราเห็นว่าความผิดในอดีตส่งผลต่อปัจจุบัน และเป็นความกังวลไปสู่อนาคต ซึ่งกรอบเวลาคร่าวๆ ที่เราเห็นว่าเหมาะสมในยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ วันที่ 18-19-20 ธันวาคมนี้
เมื่อถามว่า ประเด็นที่ฝ่ายค้านล็อกเป้ามีรัฐมนตรีคนใด หรือกระทรวงใดบ้าง น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ ในสภาฯ ได้ตรวจสอบทุกกระทรวงและทุกคน พรรคฝ่ายค้านทุกพรรคมองความสำคัญของข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ โดยข้อมูลที่จะอภิปรายต้องนักแน่นพอ
ขณะที่นายสุทิน กล่าวว่า เราจะอภิปรายผสมผสานกันไป ทั้งรัฐบาลที่ผ่านมาและรัฐบาลปัจจุบัน เนื่องจากคนเก่าสร้างความผิดและคนใหม่มาต่อยอดความผิดดังนั้นต้องอภิปราายทั้งคนเก่าและคนใหม่ควบคู่กันไป อย่างไรก็ตามจะแตกต่างที่ประเด็นความผิด เพราะบางกรณีความผิดทำกันหลายคน ยึดโยงกันหลายกระทรวง บางเรื่องโยงไปถึงหัวหน้ารัฐบาลที่ดึงลูกน้องมาทำความผิด แต่บางเรื่องก็เป็นความผิดส่วนบุคคล
เมื่อถามว่า ตั้งเป้าว่าจะสามารถล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า โดยเจตนาเราไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาล แต่ถ้าเขาชี้แจงไม่ได้ แล้วทำความผิดจริง เขาจะล้มด้วยตัวของเขาเอง ทั้งนี้โอกาสในการล้มรัฐบาลโดยการยกมือในสภาฯ เป็นไปได้น้อยอยู่แล้ว แต่หากหลักฐานเราดีก็เป็นไปได้ที่พรรคฟากรัฐบาลจะยกมือสนับสนุนเรา แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนล้มด้วยการยกมือในสภาฯ แต่จะเพลี้ยงพล้ำจากสภาฯ แล้วไปล้มข้างนอก เสมือนเป็นการเปิดแผลในสภาฯแล้วไปเน่าข้างนอก ซึ่งตนเชื่อว่า ปัจจุบันพลังของโซเชียลจะเป็นม็อบที่สำคัญ และเป็นม็อบที่ใหญ่ที่สุด ที่จะทำให้รัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ อย่างไรก็ตามเรามีหลักฐานแน่นอน เพราะถ้าไม่มีเราไม่กล้าเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยพรรคฝ่ายค้านจะมาคุยกันว่า หลักฐานที่มีจะเป็นการผลักให้เซหรือผลักให้ล้ม แต่วันนี้เราสรุปกันได้แล้วว่า มีผลักให้หัวคะมำ
ด้านน.พ.ชลน่าน กล่าวว่า หากวางกรอบที่จะอภิปรายในวันที่ 18-20 ธันวาคมนี้ สิ้นเดือนพฤศจิกายน เราจะต้องญัตติให้เสร็จเพื่อยื่นให้ประธานสภาฯ บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาฯ โดยอย่างช้าที่สุดต้องไม่เกินวันที่ 6 ธันวาคม ที่เราจะต้องยื่นญัตติให้กับประธานสภาฯ
เทพไท เตือน พปชร. นั่งประธานแก้รธน.เอง ระวังขัดแย้งรอบใหม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_1740799
“เทพไท”ยันคนเสนอ “มาร์ค”นั่งปธ.แก้รธน.ไม่ใช่ปชป.แต่เป็น “วันนอร์”เพราะเห็นความเหมาะสม ส่วนพปชร.ขวางถือเป็นสิทธิ์ ติงนั่งประธานเองระวังความขัดแย้งรอบใหม่
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสการผลักดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัคย์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นการเสนอของพรรคการเมืองอื่น จุดเริ่มต้นเกิดจากการเสนอของนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ หลังจากนั้นก็มีเสียงตอบรับและการสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆตามมาอีกหลายพรรค รวมถึงการสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อทุกฝ่ายเห็นว่า นายอภิสิทธิ์ มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ จึงเกิดกระแสขานรับกันอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาตามขั้นตอนของพรรค
ส่วนการที่พรรคพลังประชารัฐออกมาท้วงติงถึงสิทธิ์การเป็นพรรคการเมืองใหญ่ จะต้องได้ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็ไม่ได้เป็นสูตรที่ตายตัวเสมอไป เพราะในคณะกรรมาธิการหลายชุด ประธานคณะกรรมาธิการก็มาจากพรรคการเมืองอื่นก็เคยมี จึงอยากให้พิจารณาถึงความเหมาะสมของบุคคลที่จะมานั่งตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มากกว่า ถ้าหากตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เป็นคนของพรรคพลังประชารัฐ ก็อาจจะเกิดความขัดแย้งและการไม่ยอมรับจากพรรคฝ่ายค้านหรือกลุ่มต่างๆ และอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งรอบใหม่ ซึ่งไม่มีใครอยากเห็นหรืออยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“อยากให้การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความปรองดองสร้างความสมานฉันท์มากกว่าการเกิดความขัดแย้งตั้งแต่จุดเริ่มต้น จึงอยากเรียกร้อง ให้พรรคพลังประชารัฐพิจารณาให้รอบคอบ ขอให้เห็นแก่บรรยากาศทางการเมืองและการขับเคลื่อนของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ จะได้ทำงานให้เป็นไปด้วยความราบรื่นประสบความสำเร็จตามที่ทุกฝ่ายในสังคมคาดหวังไว้” นายเทพไท กล่าว