สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
แต่น่าเสียดายยิ่งนัก ภายหลังจากกล่องลิ้นชักใบน้อยเพิ่งผ่านพ้นการปิดตายไม่นาน ผู้เปิดผนึกกล่องปิดตายก็มีอันต้องจากไปอย่างไม่มีวันหวนคืน
วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังถ่ายทำรายการบ้านเลขที่ 5 ตามปกติ เมื่อถ่ายทำรายการเสร็จเป็นที่เรียบร้อย คุณต่องได้ทราบถึงข่าวร้ายเกี่ยวกับการเสียชีวิตของคุณพ่อ เธอไม่รอช้ารีบวิ่งไปที่โรงพยาบาลพญาไทที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานี เมื่อเดินทางไปถึงโรงพยาบาล คุณต่องได้ถามเจ้าหน้าที่ล็อบบี้ถึงอาการของพ่อของเธอ แต่คำตอบที่เธอได้รับกลับเป็นคำตอบที่ว่าผู้ชายที่เธอรักมากที่สุดในชีวิตคนนี้ของเธอได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับมา
ทันใดนั้นเองราวกับว่าเส้นเชือกที่ขึงสติสัมปชัญญะของเธอขาดผึง คุณต่องร้องไห้ราวกับคนที่หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต จนหมอต้องพาเธอขึ้นไปชั้นบน
เมื่อผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ ระยะเวลาได้คอยเดินทางพาเธอให้ห่างไกลจากช่วงเวลาดังกล่าว และช่วยสมานแผลใจให้เธอจนหายดี แต่แม้แผลดังกล่าวจะได้รับการรักษาจนหายดี หากยามใดที่มีอะไรไปสะกิดเข้า บาดแผลนั้นก็พร้อมที่จะเปิดออกให้เห็นถึงความร่องรอยฉกรรจ์ที่เคยฝังไว้เสมอ
เมื่อใดที่คุณต่องถูกสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวการจากไปของคุณพ่อ เธอมักให้สัมภาษณ์ด้วยอาการร้องไห้ สะอึกอะอื้น พร้อมให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาอันบ่งบอกถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่อาจสามารถคาดได้
คุณต่องได้ห่างหายการแสดงไปนานกว่า 4 ปี ในช่วงระยะเวลาที่เธอหายไป คุณต่องได้ทำงานในหน้าที่ของการเป็นพิธีกร จนกระทั่งช่วงต้นปี พ.ศ. 2548 รายการบ้านเลขที่ 5 ที่เธอได้เป็นผู้ดำเนินรายการมาเป็นระยะเวลาหลายปีต้องมีอันยุติรายการลงไป กอปรกับในช่วงระยะเวลาเดียวกันงานต่างๆ กลับพากันห่างหาย ส่งผลให้เธอรู้สึกเคว้งคว้างไปนานหลายเดือน ในช่วงที่คุณต่องรู้สึกเคว้งคว้างนั้น เธอไม่มีจิตใจทำอะไร แม้แต่จะออกไปเที่ยวหรือออกไปที่ไหน เธอไม่มีจิตใจคิดถึงเรื่องแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่โชคดีเป็นอย่างมากที่ได้คุณบุญเกียรติ โชควัฒนาเป็นผู้หยิบยื่นโอกาสให้กับเธอ
แต่ในความโชคร้ายก็ยังพอมีความโชคดีหลงเหลืออยู่บ้าง เพราะในปีเดียวกันนี้ เธอได้กลับมามีผลงานการแสดงออกสู่สายตาผู้ชมอีกครั้งในผลงานละครเรื่อง "ดาวหลงฟ้า" กับทางไทยทีวีสีช่อง 3 หลังจากผลงานการแสดงเรื่องนี้ดูเหมือนว่าเธอจะกลับมาผงาดในเส้นทางของการเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว
ปีต่อมา พ.ศ. 2549 คุณต่องได้มีโอกาสแสดงผลงานละครเรื่อง "ตี๋ตระกูลซ่ง" ผลงานการแสดงเรื่องนี้ได้ส่งให้เธอคว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่มจากเวทีโทรทัศน์ทองคำไปครอบครองได้สำเร็จ ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลทางด้านการแสดงรางวัลแรกในชีวิตของการเป็นนักแสดงของเธอ หลังจากนั้นคุณต่องจึงรับงานแสดงมาเรื่อยๆ ในบทรอง บทสมทบ บทที่มีอายุตามวัยและอายุของเธอ ผลงานเด่นๆ ของเธอในช่วงหลังมีมากมาย
ในปี พ.ศ. 2555 คุณต่องได้มีผลงานการแสดงละครเวทีเป็นครั้งแรกในผลงานละครเวทีเรื่อง "ลำซิ่งซิงเกอร์" และในปีเดียวกันนี้เองเธอยังได้รับรางวัลนักแสดงประกอบหญิง เวทีราชบัณฑิตยสถานสรรเสริญ จากละครเรื่อง "ปู่ณัฐ"
แท้จริงแล้วพื้นฐานอุปนิสัยของเธอเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าพูดคุยกับคนแปลกหน้า ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์การเป็นพิธีกรที่เธอทำมาเป็นระยะเวลานานกว่า 20 ปี สำหรับเธอแล้วจุดเริ่มต้นการเป็นพิธีกร เริ่มต้นจากการจับผลัดจับผลูและการเห็นถึงความสามารถบางอย่างในตัวของเธอผ่านจากสายตาของทางผู้ใหญ่ ในช่วงแรกๆ ที่เธอทำหน้าที่เป็นพิธีกรรายการ "นาทีทองโฉมใหม่" คุณต่องมีอาการประหม่าเป็นอย่างมากจนถึงกับต้องทานยาตลายเครียด แต่เธอก็ได้รับกำลังใจจากคุณฐาปกรณ์
เมื่อมากเทปฝีมือการดำเนินรายการในฐานะพิธีกรของเธอก็พัฒนาขึ้นมาก แม้เธอจะมีอุปนิสัยส่วนตัวที่ขัดกับคุณสมบัติการเป็นพิธีกร แต่เมื่อกล้องใดเริ่มบันทึกภาพเธอก็พร้อมสลัดตัวตนที่แท้จริง และเริ่มดำเนินรายการด้วยความคล่องแคล่วแบบสาวสมัยใหม่ ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ตามแต่เมื่ออยู่ในชีวิตจริงลักษณะอุปนิสัยของเธอก็ไม่เคยปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงไปเลย
ด้านชีวิตส่วนตัวคุณต่องไม่มีครอบครัว เนื่องจากการที่เธอช่วยส่งเสียหาเลี้ยงครอบครัวมาตลอด จนอาจทำให้เธอละเลยตนเอง คุณต่องให้สัมภาษณ์ว่าเคยมีคนมาชอบจนถึงกับขอแต่งงาน แต่เธอก็ปฏิเสธชายคนนั้นไปเนื่องจากไม่ได้รัก ด้านความรักถือว่าคุณต่องเป็นนักแสดงสาวอีกคนหนึ่งที่ไม่มีครอบครัวหรือข่าวเกี่ยวกับชีวิตรักออกมาปรากฏเป็นข่าวให้เห็นตามหน้าสื่อ
นอกจากนี้เธอยังมีโรคไทรอยด์เป็นพิษ ชนิดไฮเปอร์ไทรอยด์ ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ส่งผลให้คุณต่องจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อทำการเจาะเลือดเป็นประจำทุกๆ 3 เดือน และต้องทานยาเพื่อรักษาอาการไปตลอด อีกทั้งเธอยังให้สัมภาษณ์ด้วยว่าแท้จริงแล้วนั้นเธอเป็นคนที่มีอาการเป็น "ไฮเปอร์ แอคทีฟ" เพราะในช่วงวัยเยาว์เธอถือได้ว่าเป็นเด็กที่มีความลุกลี้ซุกซนเป็นอย่างมาก
ดูเหมือนว่าชีวิตของนักแสดงสาวหน้าคม มากความสามารถคนนี้จะกำลังดำเนินไปด้วยดี แม้ไม่มีครอบครัว แต่ชีวิตที่ได้ปลดเปลื้องปมภายในจิตใจ และบั้นปลายที่ได้ออกมาทำงาน พบปะกับเพื่อนๆ มากหน้าหลากวัยคงทำให้เธอคนนี้ไม่มีเวลาหวนรู้สึกถึงความเหงาหว้าเหว่
ด้วยรัก.
สวัสดี.
วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังถ่ายทำรายการบ้านเลขที่ 5 ตามปกติ เมื่อถ่ายทำรายการเสร็จเป็นที่เรียบร้อย คุณต่องได้ทราบถึงข่าวร้ายเกี่ยวกับการเสียชีวิตของคุณพ่อ เธอไม่รอช้ารีบวิ่งไปที่โรงพยาบาลพญาไทที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานี เมื่อเดินทางไปถึงโรงพยาบาล คุณต่องได้ถามเจ้าหน้าที่ล็อบบี้ถึงอาการของพ่อของเธอ แต่คำตอบที่เธอได้รับกลับเป็นคำตอบที่ว่าผู้ชายที่เธอรักมากที่สุดในชีวิตคนนี้ของเธอได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับมา
ทันใดนั้นเองราวกับว่าเส้นเชือกที่ขึงสติสัมปชัญญะของเธอขาดผึง คุณต่องร้องไห้ราวกับคนที่หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต จนหมอต้องพาเธอขึ้นไปชั้นบน
.....
"พอเขามาบอกตรงนั้น หมอต้องมาลากต่องขึ้นไปข้างบน เพราะต่องร้องไห้เหมือนคนบ้า ร้องแบบไม่อายใครเลย แล้วนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อนดี
พ่อเสียก่อนวันเกิดต่อง 2 วัน ตอนพ่อป่วยหนัก ต่องรู้แล้วล่ะว่าใกล้แล้ว หมอบอกให้ 6 เดือน ต่องยังพูดกับแม่เลยว่าพ่อจะเสียวันเกิดต่องไหม อย่าบอกนะว่าพ่อจะเสียวันเกิดต่อง ต่องเกิดวันฮัลโลวีน 31 ตุลาคม แต่พ่อคงรู้ พ่อเสียก่อนวันเกิดต่อง 2 วัน ไม่งั้นต่องคงร้องไห้ในวันเกิดไปตลอด"
.....
"พอเขามาบอกตรงนั้น หมอต้องมาลากต่องขึ้นไปข้างบน เพราะต่องร้องไห้เหมือนคนบ้า ร้องแบบไม่อายใครเลย แล้วนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อนดี
พ่อเสียก่อนวันเกิดต่อง 2 วัน ตอนพ่อป่วยหนัก ต่องรู้แล้วล่ะว่าใกล้แล้ว หมอบอกให้ 6 เดือน ต่องยังพูดกับแม่เลยว่าพ่อจะเสียวันเกิดต่องไหม อย่าบอกนะว่าพ่อจะเสียวันเกิดต่อง ต่องเกิดวันฮัลโลวีน 31 ตุลาคม แต่พ่อคงรู้ พ่อเสียก่อนวันเกิดต่อง 2 วัน ไม่งั้นต่องคงร้องไห้ในวันเกิดไปตลอด"
.....
เมื่อผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ ระยะเวลาได้คอยเดินทางพาเธอให้ห่างไกลจากช่วงเวลาดังกล่าว และช่วยสมานแผลใจให้เธอจนหายดี แต่แม้แผลดังกล่าวจะได้รับการรักษาจนหายดี หากยามใดที่มีอะไรไปสะกิดเข้า บาดแผลนั้นก็พร้อมที่จะเปิดออกให้เห็นถึงความร่องรอยฉกรรจ์ที่เคยฝังไว้เสมอ
เมื่อใดที่คุณต่องถูกสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวการจากไปของคุณพ่อ เธอมักให้สัมภาษณ์ด้วยอาการร้องไห้ สะอึกอะอื้น พร้อมให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาอันบ่งบอกถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่อาจสามารถคาดได้

เฟซบุ๊ก Passakorn Sukchaiwrangkun
คุณต่องได้ห่างหายการแสดงไปนานกว่า 4 ปี ในช่วงระยะเวลาที่เธอหายไป คุณต่องได้ทำงานในหน้าที่ของการเป็นพิธีกร จนกระทั่งช่วงต้นปี พ.ศ. 2548 รายการบ้านเลขที่ 5 ที่เธอได้เป็นผู้ดำเนินรายการมาเป็นระยะเวลาหลายปีต้องมีอันยุติรายการลงไป กอปรกับในช่วงระยะเวลาเดียวกันงานต่างๆ กลับพากันห่างหาย ส่งผลให้เธอรู้สึกเคว้งคว้างไปนานหลายเดือน ในช่วงที่คุณต่องรู้สึกเคว้งคว้างนั้น เธอไม่มีจิตใจทำอะไร แม้แต่จะออกไปเที่ยวหรือออกไปที่ไหน เธอไม่มีจิตใจคิดถึงเรื่องแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่โชคดีเป็นอย่างมากที่ได้คุณบุญเกียรติ โชควัฒนาเป็นผู้หยิบยื่นโอกาสให้กับเธอ
.....
"ต่องใช้เวลาตกงานเป็นบ้าไป 2 เดือน มันคิดไม่ตก คือคนที่เคยทำงานมาตลอดชีวิต อยู่ดีๆมันก็หายไปหมดเลยพร้อมๆกัน มันไม่ทันตั้งตัว
ตอนนั้นคิดไม่ตกกับชีวิต ถึงแม้จะไม่มีพ่อแล้ว แล้วเราจะทำอะไรดี ว่างไม่ได้ เบื่อ จะไปเที่ยวก็ไม่ได้ ไปไม่ลง นั่งเก็บตัวอยู่บ้าน ไม่ไปไหน เพื่อนไปไหนก็ไม่ไป"
.....
"ต่องใช้เวลาตกงานเป็นบ้าไป 2 เดือน มันคิดไม่ตก คือคนที่เคยทำงานมาตลอดชีวิต อยู่ดีๆมันก็หายไปหมดเลยพร้อมๆกัน มันไม่ทันตั้งตัว
ตอนนั้นคิดไม่ตกกับชีวิต ถึงแม้จะไม่มีพ่อแล้ว แล้วเราจะทำอะไรดี ว่างไม่ได้ เบื่อ จะไปเที่ยวก็ไม่ได้ ไปไม่ลง นั่งเก็บตัวอยู่บ้าน ไม่ไปไหน เพื่อนไปไหนก็ไม่ไป"
.....

ig : fashion_in_memory
แต่ในความโชคร้ายก็ยังพอมีความโชคดีหลงเหลืออยู่บ้าง เพราะในปีเดียวกันนี้ เธอได้กลับมามีผลงานการแสดงออกสู่สายตาผู้ชมอีกครั้งในผลงานละครเรื่อง "ดาวหลงฟ้า" กับทางไทยทีวีสีช่อง 3 หลังจากผลงานการแสดงเรื่องนี้ดูเหมือนว่าเธอจะกลับมาผงาดในเส้นทางของการเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว
ปีต่อมา พ.ศ. 2549 คุณต่องได้มีโอกาสแสดงผลงานละครเรื่อง "ตี๋ตระกูลซ่ง" ผลงานการแสดงเรื่องนี้ได้ส่งให้เธอคว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่มจากเวทีโทรทัศน์ทองคำไปครอบครองได้สำเร็จ ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลทางด้านการแสดงรางวัลแรกในชีวิตของการเป็นนักแสดงของเธอ หลังจากนั้นคุณต่องจึงรับงานแสดงมาเรื่อยๆ ในบทรอง บทสมทบ บทที่มีอายุตามวัยและอายุของเธอ ผลงานเด่นๆ ของเธอในช่วงหลังมีมากมาย
ในปี พ.ศ. 2555 คุณต่องได้มีผลงานการแสดงละครเวทีเป็นครั้งแรกในผลงานละครเวทีเรื่อง "ลำซิ่งซิงเกอร์" และในปีเดียวกันนี้เองเธอยังได้รับรางวัลนักแสดงประกอบหญิง เวทีราชบัณฑิตยสถานสรรเสริญ จากละครเรื่อง "ปู่ณัฐ"

เพจเปิดกล่องนิตยสารเก่า
แท้จริงแล้วพื้นฐานอุปนิสัยของเธอเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าพูดคุยกับคนแปลกหน้า ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์การเป็นพิธีกรที่เธอทำมาเป็นระยะเวลานานกว่า 20 ปี สำหรับเธอแล้วจุดเริ่มต้นการเป็นพิธีกร เริ่มต้นจากการจับผลัดจับผลูและการเห็นถึงความสามารถบางอย่างในตัวของเธอผ่านจากสายตาของทางผู้ใหญ่ ในช่วงแรกๆ ที่เธอทำหน้าที่เป็นพิธีกรรายการ "นาทีทองโฉมใหม่" คุณต่องมีอาการประหม่าเป็นอย่างมากจนถึงกับต้องทานยาตลายเครียด แต่เธอก็ได้รับกำลังใจจากคุณฐาปกรณ์
เมื่อมากเทปฝีมือการดำเนินรายการในฐานะพิธีกรของเธอก็พัฒนาขึ้นมาก แม้เธอจะมีอุปนิสัยส่วนตัวที่ขัดกับคุณสมบัติการเป็นพิธีกร แต่เมื่อกล้องใดเริ่มบันทึกภาพเธอก็พร้อมสลัดตัวตนที่แท้จริง และเริ่มดำเนินรายการด้วยความคล่องแคล่วแบบสาวสมัยใหม่ ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ตามแต่เมื่ออยู่ในชีวิตจริงลักษณะอุปนิสัยของเธอก็ไม่เคยปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงไปเลย

ig : fashion_in_memory
ด้านชีวิตส่วนตัวคุณต่องไม่มีครอบครัว เนื่องจากการที่เธอช่วยส่งเสียหาเลี้ยงครอบครัวมาตลอด จนอาจทำให้เธอละเลยตนเอง คุณต่องให้สัมภาษณ์ว่าเคยมีคนมาชอบจนถึงกับขอแต่งงาน แต่เธอก็ปฏิเสธชายคนนั้นไปเนื่องจากไม่ได้รัก ด้านความรักถือว่าคุณต่องเป็นนักแสดงสาวอีกคนหนึ่งที่ไม่มีครอบครัวหรือข่าวเกี่ยวกับชีวิตรักออกมาปรากฏเป็นข่าวให้เห็นตามหน้าสื่อ
นอกจากนี้เธอยังมีโรคไทรอยด์เป็นพิษ ชนิดไฮเปอร์ไทรอยด์ ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ส่งผลให้คุณต่องจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อทำการเจาะเลือดเป็นประจำทุกๆ 3 เดือน และต้องทานยาเพื่อรักษาอาการไปตลอด อีกทั้งเธอยังให้สัมภาษณ์ด้วยว่าแท้จริงแล้วนั้นเธอเป็นคนที่มีอาการเป็น "ไฮเปอร์ แอคทีฟ" เพราะในช่วงวัยเยาว์เธอถือได้ว่าเป็นเด็กที่มีความลุกลี้ซุกซนเป็นอย่างมาก
ดูเหมือนว่าชีวิตของนักแสดงสาวหน้าคม มากความสามารถคนนี้จะกำลังดำเนินไปด้วยดี แม้ไม่มีครอบครัว แต่ชีวิตที่ได้ปลดเปลื้องปมภายในจิตใจ และบั้นปลายที่ได้ออกมาทำงาน พบปะกับเพื่อนๆ มากหน้าหลากวัยคงทำให้เธอคนนี้ไม่มีเวลาหวนรู้สึกถึงความเหงาหว้าเหว่
ด้วยรัก.
สวัสดี.

เพจย้อนเวลา ในความทรงจำ
แสดงความคิดเห็น
"สาวิตรี สามิภักดิ์" เรื่องราวชีวิต ความผิดแผกแตกต่าง และปมลึกภายในจิตใจที่ถูกปลดเปลื้อง