"สาวิตรี สามิภักดิ์" เรื่องราวชีวิต ความผิดแผกแตกต่าง และปมลึกภายในจิตใจที่ถูกปลดเปลื้อง

"สาวิตรี สามิภักดิ์"  
กับปมภายในจิตใจที่ถูกปลดเปลื้อง

ig : fashion_in_memory


สาวิตรี สามิภักดิ์ เกิดเมื่อวันอังคาที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2504 มีชื่อจริงว่า  "นฤมล สามิภักดิ์"  ชื่อเล่น "ติ๊งต่อง" หรือชื่อเล่นที่ผู้คนมักเรียกสั้นๆ ว่า  "ต่อง"  มีพี่น้องร่วมสายเลือด 6 คน ได้แก่ คุณพนม คุณพนอ คุณสาวิตรี คุณเบญจรงค์ และคุณเรณู  (เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 1 คน) ทำให้เธอเป็นลูกคนที่ 3 ของครอบครัว คุณพ่อมีเชื้อสายลูกครึ่งชาวญวณ และยังมีศักดิ์เป็นหลาน  "คุณสมชาย สามิภักดิ์"

คุณต่องเกิดในครอบครัวฐานะยากจน คุณแม่ของเธอทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ในบ้านของเศรษฐีเจ้านายต่างชาติจากบริษัทอีสต์ เอเชียติ๊ก ประเทศเดนมาร์ก เธอและครอบครัวอาศัยอยู่นอนในเรือนแม่บ้านของนายฝรั่ง ฝั่งคุณพ่อทำงานอยู่ที่บริษัทผลิตนมดูเม็กซ์ ตำแหน่งสุดท้ายเป็นหัวหน้าช่างเครื่อง

แม้ฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวจะยากจนแต่คุณพ่อของเธอได้ส่งเสียให้พี่น้องและตัวของเธอเรียนในโรงเรียนพระแม่มารี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนสูง เนื่องจากคุณพ่อนับถือศาสนาคริสต์จึงต้องการให้ลูกๆ ได้รับคำสอนและธรรมเนียมปฏิบัติของทางศาสนาอย่างเต็มที่


เพจหนังไทยในอดีตถึงปัจจุบัน


ความยากจนของครอบครัว ทำให้เธอมักจ่ายค่าเทอมเป็นคนสุดท้ายของห้องอยู่เสมอ แต่เพราะมีพี่น้องหนึ่งคนของเธอได้เสียชีวิตจากการเดินทางมาโรงเรียน จึงทำให้โรงเรียนได้รับผิดชอบให้ทางครอบครัวจ่ายค่าเล่าเรียนเพียงแค่ 4 คน จากจำนวนพี่น้องที่เหลืออยู่ทั้งหมด 5 คน ถึงกระนั้นแม้ครอบครัวของเธอจะได้จ่ายค่าเทอมสำหรับ 4 คน แต่จำนวนเงินทั้งหมดหากเทียบกับฐานะทางครอบครัวก็ยังถือว่ามากมายอยู่ดี

ช่วงแรกคุณต่องให้สัมภาษณ์ว่าเธอรู้สึกอายเป็นอย่างมาก แต่เมื่อมีครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ และครั้งถัดๆ ไปตามมาจึงทำให้เธอรู้สึกเฉยชาและเห็นเป็นเรื่องตลกไปในที่สุด อย่างไรก็ดีแม้เธอจะเกิดในครอบครัวที่ฐานะยากจนแต่ด้วยหน้าตาผิวพรรณที่สะสวยผุดผ่องขัดกับฐานะความเป็นอยู่ทำให้ไม่ค่อยมีใครเชื่อนัก เมื่อพูดถึงฐานะความยากจนของทางบ้าน

ในวัยเด็กคุณต่องเป็นคนที่หน้าตาสะสวยที่สุดในครอบครัว ด้วยรูปลักษณ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับเด็กฝรั่ง ดวงตาคมกลมโต จมูกโด่งเป็นสัน ผิวพรรณขาวสะอาดสะอ้าน ผมสีแดง ซึ่งขัดกับฐานะความเป็นอยู่ของทางบ้าน อีกทั้งยังทำให้เธอแตกต่างจากบรรดาพ่อแม่พี่น้องในครอบครัว ประกอบกับการอยู่อาศัยในบ้านของนายฝรั่ง จึงทำให้เธอมักถูกล้อเลียนถึงรูปลักษณ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับเด็กฝรั่ง และพูดล้อเลียนความแตกต่างของเธออยู่เป็นประจำ

แม้เธอจะเป็นคนที่มีหน้าตาสะสวยที่สุดในครอบครัว แต่คุณต่องกลับไม่ได้พอใจเรื่องนี้นัก เพราะความแตกต่างในรูปลักษณ์ ทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าเป็นปมด้อย มากกว่าที่จะเป็นปมเด่นของตัวเธอเอง

เมื่อเธออายุได้ประมาณ 10 ขวบนายฝรั่งได้ย้ายกลับไปยังประเทศของตน ส่งผลให้ครอบครัวของเธอจำเป็นต้องหาที่อยู่ใหม่ อีกทั้งแม่ของเธอก็จำเป็นที่จะต้องหาอาชีพใหม่เพื่อเลี้ยงดูส่งเสียครอบครัว จนได้ย้ายมาเช่าบ้านอยู่ที่แถวบางโคล่ แม่ของเธอได้เปลี่ยนมาประกอบอาชีพเป็นแม่ค้าช่วยป้าของเธอขายของ แถวสำนักงานกฤษฎีกา โดยจะได้ค่าจ้าง 50 บาท และอาหารเป็นรายได้ตอบแทน นอกจากนี้แม่ของเธอยังได้ทำอาหารและขนมต่างๆ ขายเองเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น

ส่วนคุณต่องในช่วงวันหยุดพฤหัสบดีซึ่งเป็นวันหยุดของโรงเรียน เธอจะมาช่วยคุณป้าล้างจานและช่วยคุณแม่หิ้วของกลับบ้าน นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับทางคุณแม่แล้ว ช่วงวันเสาร์อาทิตย์คุณต่องยังทำงานพิเศษพับถุงขายให้กับคุณป้า ผู้คนและนักศึกษาแถวนั้น ซึ่งเธอได้โดนล้อเลียนถึงรูปลักษณ์ที่มีความคล้ายคลึงกับเด็กฝรั่งเช่นเคย เมื่อโดนล้อเลียนเธอมักแสดงสีหน้าและท่าทางไม่พอใจออกมาให้คนเหล่านั้นเห็นอยู่เสมอ อีกทั้งในช่วงเข้ามศ.1 คุณต่องได้เริ่มทำงานเป็นครูสอนพิเศษให้กับรุ่นน้องและเพื่อนวัยเดียวกันอีกด้วย


เพจย้อนเวลา ในความทรงจำ


ถึงฐานะความเป็นอยู่ในวัยเด็กของเธอจะไม่ได้สุขสบาย แต่ในช่วงวันหยุดคุณต่องก็ได้มีโอกาสเล่นซนเฉกเช่นกับเด็กคนอื่นๆ ในช่วงวัยเดียวกัน ใกล้กับบ้านของเธอจะมีสวนหรือที่ร่มรื่นให้เด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกับให้เธอได้เล่นสนุกกันอยู่ร่ำไป

.....

"สมัยก่อนจะมีกระท้อนห่อ ต่องจะขอกับต้นทั้งสิ้น แล้วค่อยมาแก้บาปวันอาทิตย์ ต่องก็จะบอกกับตัวเองว่าไม่ได้ขโมย ขอทุกครั้ง ขอลูกนึง ต่องคิดว่าเจ้าของสวนรู้นะว่าเราขโมย แต่เขาไม่ได้ว่าอะไร เพราะก็แค่กินใต้ต้นน่ะ 

แล้วท้องร่องจะมีกระจับอยู่ในน้ำ ก็เก็บมาให้พ่อ พ่อชอบผักบุ้ง ผักหนาม ผักเสี้ยน ก็เก็บมากำแล้วฝากเขาเอาไปขาย บางทีก็เอาไปขายป้า แล้วชอบขายแพงกว่าคนอื่น ถ้าป้าไม่ซื้อ โกรธ ป้าต้องอุดหนุนของต่องกับน้อง"

.....


เพจย้อนเวลา ในความทรงจำ


ด้านการเรียนในช่วงวัยเด็กคุณต่องไม่ใช่เด็กเรียนเก่งหรือมีผลการเรียนที่ดี แต่จุดเปลี่ยนของคุณต่องเริ่มต้นจากการที่เธอได้เห็นพี่สาวเป็นเด็กเรียนดี เนื่องจากอ่านหนังสือในช่วงใกล้สอบ และได้ของจากแม่เป็นรางวัลตอบแทนสำหรับผลการเรียนที่ออกมาดี ทำให้เธอได้ลองอ่านหนังสือตามพี่สาว ผลที่ออกมาคือคุณต่องสามารถสอบได้ที่ 1 เป็นครั้งแรก จึงทำให้เธอเป็นคนอ่านหนังสือตลอดมา ควานฝันของเธอคือการเป็นหมอรักษาผู้คน แต่เธอกลับเบนเข็มไปทางด้านการเป็นนักบัญชีเพราะรายได้ค่าตอบแทนที่ดี

หลังสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมต้นจากโรงเรียนพระแม่มารี คุณต่องได้เข้าศึกษาชั้นปวช.ที่วิทยาลัยบพิตรพิมุข เนื่องด้วยค่าเล่าเรียนที่ไม่มากจนเกินกำลัง อีกทั้งเธอยังสามารถจบการศึกษาได้ภายในเวลาไม่กี่ปีเพื่อออกมาช่วยทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ช่วงที่คุณต่องศึกษาชั้นปวช. คุณต่องจะได้รับเงินค่าขนมวันละ 15 บาท ซึ่งไม่พอกับค่าเดินทางและค่าอาหาร ทำให้เธอจำเป็นต้องจัดสรรกระเบียดกระเสียร จนทำให้ในบางวันคุณต่องต้องอดข้าวมื้อเช้าหรือมื้อกลางวันเพื่อให้เพียงพอกับจำนวนเงินที่มี


เพจย้อนเวลา ในความทรงจำ


ในช่วงที่เธอได้ศึกษาระดับชั้นปวช.เป็นจุดเปลี่ยนทำให้เธอได้เข้าสู่วงการบันเทิง


ช่วงปวช.ปี 2 คุณต่องได้พบกับโมเดลลิ่งแมวมองขณะที่เดินทางไปที่วัด โดยโมเดลลิ่งได้ให้นามบัตรและช่องทางสำหรับการติดต่อไว้ สำหรับเธอแล้วด้วยอุปนิสัยที่เป็นคนขี้อาย ไม่กล้าคุยกับคนแปลกหน้า ทำให้คุณต่องค่อนข้างไม่มั่นใจกับวงการบันเทิง แต่ด้วยฐานะความเป็นอยู่ที่ยากจน ทำให้เธอได้ตัดสินใจเดินทางไปแคสงานโฆษณา จนได้รับงานโฆษณาชิ้นแรกเป็น  "น้ำยาล้างตาออฟเทค"

เมื่อได้รับงานแสดงโฆษณาชิ้นแรก คุณต่องได้เริ่มมีผลงานโฆษณาชิ้นอื่นๆ ตามมา แต่เธอก็จำต้องหลบซ่อนไม่ให้ผู้ใหญ่ที่โรงเรียนรู้ เนื่องจากเป็นการขัดกฎข้อสำคัญของโรงเรียน ที่ถ้าหากมีผู้ใหญ่ท่านใดรับรู้อาจถูกไล่ออกให้พ้นจากสภาพการเป็นนักเรียน ทำให้เธอจำเป็นต้องปฏิเสธในทุกครั้งที่มีการกล่าวหาหรือเรียกเธอไปพูดคุยถึงเรื่องการรับงานในวงการบันเทิง


เฟซบุ๊ก Passakorn Sukchaiwrangkun


หลังจบการศึกษาในชั้นปวช.คุณต่องสามารถสอบเข้าทำงานเป็นพนักงานแบงค์ของธนาคารกสิกรไทยได้ แต่เธอมีความคิดต้องการจะศึกษาต่อเพราะ ณ ตอนนั้น คุณต่องมีฐานะการเงินที่ดีขึ้นจากแต่ก่อนมาก อีกทั้งเธอยังมีความคิดว่าตนยังเล่าเรียนได้ไม่มากพอ แต่ครอบครัวต้องการให้คุณต่องออกมาทำงาน จนทำให้เธอทะเลาะกับทางครอบครัว ในที่สุดเธอได้ไกล่เกลี่ยกับทางครอบครัวจนได้ศึกษาต่อตามที่ตนต้องการ

คุณต่องยังคงรับงานโฆษณาอยู่เรื่อยมา กระทั่งเมื่อคุณต่องได้ย้ายไปอาศัยอยู่บ้านพี่ที่รู้จัก ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามเทนนิสของ  "คุณสมบัติ เมทะนี"  พระเอกหนังชื่อดัง เมื่อคุณสมบัติได้พบคุณต่องแล้วได้พบเห็นแววความสวย จึงได้ให้เบอร์ติดต่อกับทางคุณต่องไป เมื่อเธอได้พบกับคุณสมบัติ เมทะนีพระเอกหนังชื่อดังที่เธอชื่นชอบ คุณต่องรู้สึกประทับใจ เพราะด้วยหน้าตาหล่อเหลาดูดี ท่าทางแข็งแรง รักสุขภาพ ซึ่งตรงกับความเป็นนักกีฬาของเธอ ทำให้การพบเจอกับพระเอกชื่อดังในครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับเธอเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อได้รับเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ หลังจากนั้นทางคุณสมบัติได้ติดต่อให้คุณต่องมารับประทานอาหารที่บ้าน เพื่อชักชวนให้เธอแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรก เนื่องด้วยเป็นคำชักชวนจากดาราที่ชื่นชอบ อีกทั้งเมื่อเธอได้ทราบถึงค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินสูงถึงห้าหมื่นบาท ทำให้เธอตัดสินใจรับงานชิ้นนี้เพื่อนำเงินไปให้คุณแม่และใช้ในการจ่ายค่าเทอม เพราะหากเธอเรียนจบ มีงานทำ มีรายได้เป็นหลักเป็นแหล่งก็จะสามารถเรียนต่อในชั้นปริญญาตรีได้ 

การตัดสินใจรับงานแสดงครั้งนี้ เธอคิดว่าเป็นเพียงผลงานการแสดงครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตของเธอ แต่คำกล่าวที่ว่า  "วงการบันเทิงเข้าง่ายออกยาก"  คงเป็นคำกล่าวที่ดูจะเป็นความจริง


ig : fashion_in_memory


เมื่อคุณต่องตอบตกลงคุณสมบัติจึงพาเธอไปพบกับ "คุณอดุลย์ กรีน"  น่าบังเอิญอย่างมาก ที่คุณอดุลย์ก็หมายตาคุณต่องไว้จากการพบเห็นเธอในป้ายโฆษณา

จากนั้นคุณต่องจึงได้มีผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกคือเรื่อง  "รักจั๊กจี้"  แต่ผลงานการแสดงที่ได้ออกฉายสู่สายตาสาธารณชนเป็นเรื่องแรกกลับเป็นภาพยนตร์เรื่อง  "ยอดดรุณี" ในปี พ.ศ. 2525 จึงทำให้ผู้คนมักจดจำภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกในชีวิตของเธอ

เมื่อภาพยนตร์เรื่องยอดดรุณีได้เผยแพร่ออกไป ทำให้คุณต่องได้เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ชื่อเสียงของเธอนั้นก็ไม่ได้โดดเด่นจนปรากฏการณ์คลื่นลูกใหม่

เพจ Thai Movie Posters
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
แต่น่าเสียดายยิ่งนัก ภายหลังจากกล่องลิ้นชักใบน้อยเพิ่งผ่านพ้นการปิดตายไม่นาน ผู้เปิดผนึกกล่องปิดตายก็มีอันต้องจากไปอย่างไม่มีวันหวนคืน

วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังถ่ายทำรายการบ้านเลขที่ 5 ตามปกติ เมื่อถ่ายทำรายการเสร็จเป็นที่เรียบร้อย คุณต่องได้ทราบถึงข่าวร้ายเกี่ยวกับการเสียชีวิตของคุณพ่อ เธอไม่รอช้ารีบวิ่งไปที่โรงพยาบาลพญาไทที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานี เมื่อเดินทางไปถึงโรงพยาบาล คุณต่องได้ถามเจ้าหน้าที่ล็อบบี้ถึงอาการของพ่อของเธอ แต่คำตอบที่เธอได้รับกลับเป็นคำตอบที่ว่าผู้ชายที่เธอรักมากที่สุดในชีวิตคนนี้ของเธอได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับมา

ทันใดนั้นเองราวกับว่าเส้นเชือกที่ขึงสติสัมปชัญญะของเธอขาดผึง คุณต่องร้องไห้ราวกับคนที่หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต จนหมอต้องพาเธอขึ้นไปชั้นบน

.....

"พอเขามาบอกตรงนั้น หมอต้องมาลากต่องขึ้นไปข้างบน เพราะต่องร้องไห้เหมือนคนบ้า ร้องแบบไม่อายใครเลย แล้วนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อนดี

พ่อเสียก่อนวันเกิดต่อง 2 วัน ตอนพ่อป่วยหนัก ต่องรู้แล้วล่ะว่าใกล้แล้ว หมอบอกให้ 6 เดือน ต่องยังพูดกับแม่เลยว่าพ่อจะเสียวันเกิดต่องไหม อย่าบอกนะว่าพ่อจะเสียวันเกิดต่อง ต่องเกิดวันฮัลโลวีน 31 ตุลาคม แต่พ่อคงรู้ พ่อเสียก่อนวันเกิดต่อง 2 วัน ไม่งั้นต่องคงร้องไห้ในวันเกิดไปตลอด"

.....


เมื่อผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ ระยะเวลาได้คอยเดินทางพาเธอให้ห่างไกลจากช่วงเวลาดังกล่าว และช่วยสมานแผลใจให้เธอจนหายดี แต่แม้แผลดังกล่าวจะได้รับการรักษาจนหายดี หากยามใดที่มีอะไรไปสะกิดเข้า บาดแผลนั้นก็พร้อมที่จะเปิดออกให้เห็นถึงความร่องรอยฉกรรจ์ที่เคยฝังไว้เสมอ

เมื่อใดที่คุณต่องถูกสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวการจากไปของคุณพ่อ เธอมักให้สัมภาษณ์ด้วยอาการร้องไห้ สะอึกอะอื้น พร้อมให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาอันบ่งบอกถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่อาจสามารถคาดได้


เฟซบุ๊ก Passakorn Sukchaiwrangkun


คุณต่องได้ห่างหายการแสดงไปนานกว่า 4 ปี ในช่วงระยะเวลาที่เธอหายไป คุณต่องได้ทำงานในหน้าที่ของการเป็นพิธีกร จนกระทั่งช่วงต้นปี พ.ศ. 2548 รายการบ้านเลขที่ 5 ที่เธอได้เป็นผู้ดำเนินรายการมาเป็นระยะเวลาหลายปีต้องมีอันยุติรายการลงไป กอปรกับในช่วงระยะเวลาเดียวกันงานต่างๆ กลับพากันห่างหาย ส่งผลให้เธอรู้สึกเคว้งคว้างไปนานหลายเดือน ในช่วงที่คุณต่องรู้สึกเคว้งคว้างนั้น เธอไม่มีจิตใจทำอะไร แม้แต่จะออกไปเที่ยวหรือออกไปที่ไหน เธอไม่มีจิตใจคิดถึงเรื่องแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่โชคดีเป็นอย่างมากที่ได้คุณบุญเกียรติ โชควัฒนาเป็นผู้หยิบยื่นโอกาสให้กับเธอ

.....

"ต่องใช้เวลาตกงานเป็นบ้าไป 2 เดือน มันคิดไม่ตก คือคนที่เคยทำงานมาตลอดชีวิต อยู่ดีๆมันก็หายไปหมดเลยพร้อมๆกัน มันไม่ทันตั้งตัว

ตอนนั้นคิดไม่ตกกับชีวิต ถึงแม้จะไม่มีพ่อแล้ว แล้วเราจะทำอะไรดี ว่างไม่ได้ เบื่อ จะไปเที่ยวก็ไม่ได้ ไปไม่ลง นั่งเก็บตัวอยู่บ้าน ไม่ไปไหน เพื่อนไปไหนก็ไม่ไป"

.....


ig : fashion_in_memory


แต่ในความโชคร้ายก็ยังพอมีความโชคดีหลงเหลืออยู่บ้าง เพราะในปีเดียวกันนี้ เธอได้กลับมามีผลงานการแสดงออกสู่สายตาผู้ชมอีกครั้งในผลงานละครเรื่อง "ดาวหลงฟ้า"  กับทางไทยทีวีสีช่อง 3 หลังจากผลงานการแสดงเรื่องนี้ดูเหมือนว่าเธอจะกลับมาผงาดในเส้นทางของการเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว

ปีต่อมา พ.ศ. 2549 คุณต่องได้มีโอกาสแสดงผลงานละครเรื่อง  "ตี๋ตระกูลซ่ง"  ผลงานการแสดงเรื่องนี้ได้ส่งให้เธอคว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่มจากเวทีโทรทัศน์ทองคำไปครอบครองได้สำเร็จ ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลทางด้านการแสดงรางวัลแรกในชีวิตของการเป็นนักแสดงของเธอ หลังจากนั้นคุณต่องจึงรับงานแสดงมาเรื่อยๆ ในบทรอง บทสมทบ บทที่มีอายุตามวัยและอายุของเธอ ผลงานเด่นๆ ของเธอในช่วงหลังมีมากมาย

ในปี พ.ศ. 2555 คุณต่องได้มีผลงานการแสดงละครเวทีเป็นครั้งแรกในผลงานละครเวทีเรื่อง  "ลำซิ่งซิงเกอร์"  และในปีเดียวกันนี้เองเธอยังได้รับรางวัลนักแสดงประกอบหญิง เวทีราชบัณฑิตยสถานสรรเสริญ จากละครเรื่อง  "ปู่ณัฐ"


เพจเปิดกล่องนิตยสารเก่า


แท้จริงแล้วพื้นฐานอุปนิสัยของเธอเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าพูดคุยกับคนแปลกหน้า ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์การเป็นพิธีกรที่เธอทำมาเป็นระยะเวลานานกว่า 20 ปี สำหรับเธอแล้วจุดเริ่มต้นการเป็นพิธีกร เริ่มต้นจากการจับผลัดจับผลูและการเห็นถึงความสามารถบางอย่างในตัวของเธอผ่านจากสายตาของทางผู้ใหญ่ ในช่วงแรกๆ ที่เธอทำหน้าที่เป็นพิธีกรรายการ  "นาทีทองโฉมใหม่" คุณต่องมีอาการประหม่าเป็นอย่างมากจนถึงกับต้องทานยาตลายเครียด แต่เธอก็ได้รับกำลังใจจากคุณฐาปกรณ์

เมื่อมากเทปฝีมือการดำเนินรายการในฐานะพิธีกรของเธอก็พัฒนาขึ้นมาก แม้เธอจะมีอุปนิสัยส่วนตัวที่ขัดกับคุณสมบัติการเป็นพิธีกร แต่เมื่อกล้องใดเริ่มบันทึกภาพเธอก็พร้อมสลัดตัวตนที่แท้จริง และเริ่มดำเนินรายการด้วยความคล่องแคล่วแบบสาวสมัยใหม่ ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ตามแต่เมื่ออยู่ในชีวิตจริงลักษณะอุปนิสัยของเธอก็ไม่เคยปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงไปเลย


ig : fashion_in_memory


ด้านชีวิตส่วนตัวคุณต่องไม่มีครอบครัว เนื่องจากการที่เธอช่วยส่งเสียหาเลี้ยงครอบครัวมาตลอด จนอาจทำให้เธอละเลยตนเอง คุณต่องให้สัมภาษณ์ว่าเคยมีคนมาชอบจนถึงกับขอแต่งงาน แต่เธอก็ปฏิเสธชายคนนั้นไปเนื่องจากไม่ได้รัก ด้านความรักถือว่าคุณต่องเป็นนักแสดงสาวอีกคนหนึ่งที่ไม่มีครอบครัวหรือข่าวเกี่ยวกับชีวิตรักออกมาปรากฏเป็นข่าวให้เห็นตามหน้าสื่อ

นอกจากนี้เธอยังมีโรคไทรอยด์เป็นพิษ ชนิดไฮเปอร์ไทรอยด์ ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ส่งผลให้คุณต่องจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อทำการเจาะเลือดเป็นประจำทุกๆ 3 เดือน และต้องทานยาเพื่อรักษาอาการไปตลอด อีกทั้งเธอยังให้สัมภาษณ์ด้วยว่าแท้จริงแล้วนั้นเธอเป็นคนที่มีอาการเป็น  "ไฮเปอร์ แอคทีฟ"  เพราะในช่วงวัยเยาว์เธอถือได้ว่าเป็นเด็กที่มีความลุกลี้ซุกซนเป็นอย่างมาก

ดูเหมือนว่าชีวิตของนักแสดงสาวหน้าคม มากความสามารถคนนี้จะกำลังดำเนินไปด้วยดี แม้ไม่มีครอบครัว แต่ชีวิตที่ได้ปลดเปลื้องปมภายในจิตใจ และบั้นปลายที่ได้ออกมาทำงาน พบปะกับเพื่อนๆ มากหน้าหลากวัยคงทำให้เธอคนนี้ไม่มีเวลาหวนรู้สึกถึงความเหงาหว้าเหว่

ด้วยรัก.

สวัสดี.

เพจย้อนเวลา ในความทรงจำ
ความคิดเห็นที่ 5
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่