อยากทราบว่าเรื่องที่เล่าต่อไปนี้มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่าคะ

   ก่อนอื่นเลยนะคะ คือเราอยากเล่า+อยากถามด้วยค่ะ เราสังเกตตัวเองมาพักนึงแล้ว ตอนนี้คือกำลังสับสนมาก
   ตามหัวข้อเลยคืออยากรู้ว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้ามั้ย เราเป็นคนอ่อนไหว แม้กระทั่งกับเรื่องเล็กน้อย เซนสิทีฟมากๆ
   ขอเริ่มตรงนี้แล้วกันค่ะ คือบ้านเราอยู่กันห้าคน เปิดเป็นร้านขายของ มีตา ยาย น้า แม่ และเรา ยายน้าแม่เป็นคนที่ปากจัดมากๆ ไม่ได้หยาบมากมายแต่บาดสุดๆ เรานี่โดนผลกระทบประจำ
   แม่เคยติดยามาก่อนค่ะ เมื่อก่อนแม่น่ากลัวมาก ติดคุกหลายครั้ง จนเจอพ่อเราแล้วมีเราเลยหยุด ตอนแรกแม่ก็ดีๆนี่แหละค่ะ จนช่วงเราสี่หรือห้าขวบมั้ง แม่รู้ว่าพ่อมีกิ๊ก เป็นบ้าเป็นหลังตามพ่อเลยทีนี้ จำได้ว่าช่วงนั้นดึกๆดื่นๆแม่ลากไปนั่งประชดพ่อหน้าบริษัท ง่วงมาก แล้วแม่ก็ติดเบียร์ วันนึงครึ่งลังได้ สูบบุหรี่ เป็นมาเรื่อยๆ จนแม่แอบกลับมาเสพย์ ทีนี้ทะเลาะกับยายแตกหักทั้งบ้าน ด่ากันเรื่องนู่นเรื่องนี่ยาวไปยันเรื่องเมื่อสิบปีก่อน ทำความดีความเลวอะไรไว้เจอขุดหมด แล้วแม่ก็ได้ย้ายออกจากบ้านไปค่ะ แต่ไปไม่ไกล บ้านติดกันนี่เอง เราว่าแม่รู่ตัวนะว่าแม่ไม่รอด เลยย้ายไปไม่ไกล แม่ทำอาชีพขายของ แบบเร่ขาย แล้วแม่เองก็ไม่ค่อยขยัน อันนี้ไม่ได้ว่าเองนะ แม่เป็นแบบนี้จริงๆค่ะ
   ปัญหาหลักมาอยู่ตรงนี้เลย คือแม่ชอบไถเงินเรา จริงๆเราก็ไม่ได้อะไรหรอก แม่ขอก็ให้ เราทำงานพิเศษได้วันละร้อย แต่ไม่ได้ทำทุกวัน เป็นแบบงานเวรค่ะ เลยแล้วแต่คิว (ไม่ใช่ขายตัวนะ lol) แต่บางทีแม่ก็ขอหมดเลย มีเท่าไหร่เอาหมด มีบอกให้เราแอบจิ๊กของยายมาให้ด้วย จริงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่เป็นแบบนี้มาแปดเดือนแล้ว บางทีเราขอไว้หน่อย เราไม่มี เพราะเราใช้เงินตรงนี้ไปโรงเรียนเอง แม่ก็จะประมาณว่า แค่นี้ยังไม่รู้จักการให้กับพ่อกับแม่ อนาคตคงไม่เลี้ยงguแล้วล่ะ บุญคุณน่ะลืมหมดแล้ว บลาๆ ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกยกมาอ้างหมดค่ะ เราเดือดร้อนใจเรื่องเงินมาก
   จริงๆเรายังพอให้ได้ ถ้าไม่ติดว่าแม่เอาไปซื้อยาเสพย์ แบบนี้มันแย่มากเลยนะคะ ยิ่งเวลาแม่เดือดมากๆนี่มีรุนแรงเลย ครั้งนึงกลับจากโรงเรียน ยายกับตาไปต่างจังหวัด กุญแจบ้านอยู่ที่เรา แม่รู้ว่าเรากลับมา เลยบอกให้เราเปิดกุญแจ จะแอบเอาเบียร์ เราบอกไปว่าไม่มี เถียงกับแม่พักใหญ่จนแม่ทุ่มกระเป๋านักเรียนใส่ เวรกรรมที่วันนั้นเป็นวันหนังสือเยอะ เจ็บซี่โครงเดินแทบไม่ได้ ลากสังขารไปหาน้าถึงที่ทำงาน นอนตะแคงไม่ได้หลายคืน
   ช่วงนั้นเรากลัวมาก ระแวงทุกอย่างรอบตัวไปหมด ไม่อยากไปเรียนไม่อยากไปไหน แต่ก็ไม่อยากอยู่บ้าน จำได้ว่าเศร้ามาก เครียดกับทุกอย่างรอบตัว เรื่องเรียนช่วงนั้นดันงานเข้าพอดี ทุกอย่างประดังพร้อมกันไปหมด ตอนนั้นบอกได้คำเดียวว่าเศร้า ไม่มีใจจะทำอะไรซักอย่าง
   จนถึงตอนนี้เราก็เจอเรื่องพวกนั้นมาเรื่อยๆ จนเริ่มชินชา เหนื่อยที่จะคิด ไม่อยากรับรู้ไม่อยากรู้สึก จะปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย อย่างน้อยมันก็ไม่ถึงตาย ถ้าไม่ติดว่าพักหลังแม่ชอบโทรเข้าเครื่องเราแทนการตะโกนเรียก แล้วโดยปกติเรากลัวเสียงโทรศัพท์ เสียงเรียกเข้าน่ะค่ะ เวลาโทรศัพท์ดังจะลนลานรีบรับ ถ้านานๆไปยังไม่รับจะเริ่มกลัวแล้วก็ร้องไห้ เคยลองตั้งเป็นเสียงอื่น เพลงที่ชอบก็กลัวอยู่ดี เราไม่ได้มีปมข่าวร้ายอะไรพวกนี้นะ แค่กลัวเสียงเวลาโทรเข้า พักนี้เลยจิตตกลบร้อยเลย
เราลองหาดูพวกอาการคนเป็นโรคซึมเศร้า มันไม่มีอะไรใกล้เคียงกับเราเลยค่ะ มีก็แต่นอนมากผิดปรกติ เลยโล่งใจ แต่เราเริ่มมีพฤติกรรมที่รู้สึกส่อแววค่ะ อย่างเช่นเวลาเย็นของทุกวันเราจะอยู่ในบ้าน ไม่ออกไปไหน แต่ถ้าวันไหนออกมา เจอท้องฟ้า เจอบรรยากาศตอนเย็น เราจะเศร้าแล้วก็ร้องไห้เลยค่ะ
   บางทีบรรยากาศเย็นๆก็ชวนหดหู่อยู่แล้ว เลยปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร ช่วงใกล้เปิดเทอม เกิดความรู้สึกไม่อยากไปโรงเรียน ซึ่งมันก็น่าจะปรกติ แต่จริงๆแล้วเราไม่อยากเจอเพื่อน ไม่อยากเข้าสังคม ไม่อยากเจอคนที่บ้านด้วย ไม่อยากเจอใครเลย อยากนอนในห้องเงียบๆคนเดียว ไม่อยากคุยไม่อยากได้ยินเสียงหรือสนทนาอะไรกับใครเลยค่ะ
   ยิ่งหนักเลยตอนที่นั่งแท็กซี่ผ่านอาพาร์ทเม้นท์ที่พ่อเคยอยู่ แล้วก็คิดถึงพ่อ อารมณ์เศร้ามาก จนร้องไห้ในแท็กซี่
   มาบ้านเพื่อน นอนเล่นในห้อง เพื่อนเดินเข้ามาหา แล้วก็นึกได้ว่าลืมขนม หันหลังกลับไปเอา วินาทีที่เพื่อนหันหลังให้คือจะร้องไห้แล้ว อยากบอกว่าอย่าหันหลังให้ เลยรีบคว้ามันไว้ก่อน บอกว่าเดี๋ยวออกไปเอาเอง
   บ้านพาไปทะเล เล่นจนเย็น ตอนคืนห่วงยางลุงคนให้เช่ายกมือบ๊ายบาย เห็นภาพแกยืนโบกมือพื้นหลังเป็นทะเล เศร้าไปอีก น้ำตานี่คลอ
   เคยฟังเพลง โดโรธี ของซูเปอร์จูเนียร์ K.R.Y ความหมายเพลงมันซึ้งนะ เมื่อก่อนฟังก็เหมือนเพลงเศร้าทั่วๆไป แล้วห่างไปนานมาก แต่พอมาฟังอีกทีช่วงนี้ ร้องไห้ใจจะขาด จะว่าอินจัดก็ได้ แต่ร้องไห้หนักมากจริงๆ มันฟีลลิ่งแบบอัดอั้นตันใจ
   อีกเรื่องที่เป็นจุดให้สงสัยตัวเอง คือทุกวันนี้เก็บตัวอยู่แล้ว ไม่พบปะผู้คนเลย พอคิดว่าต้องเปิดเทอม ต้องเจอคนเยอะขึ้น เราอยากทำยังไงก็ได้ให้ไม่ต้องเจอใครเลย คิดแม้กระทั่งฆ่าตัวตายก็ยอม แต่ไม่ได้ทำค่ะ ไม่กี่วันก่อนเพื่อนัดออกไปเที่ยวกัน นี่ไม่อยากไป แต่ไม่กล้าขัดเพื่อน แทบร้องไห้ ฆ่าตัวตายซะเลยมั้ย พรุ่งนี้จะได้ไม่เจอมัน อะไรแบบนี้
   พอได้สติ นี่เราโง่เง่าขนาดนี้เลยหรอ
   จริงๆคือตั้งใจมาระบายมากกว่า แต่ก็ขอแอบถามหน่อยนะคะ ตอนนี้ไม่ไหวมาก สับสน ท้อแท้อ่อนเพลียกับทุกอย่าง<!--/data/user/0/com.samsung.android.app.notes/files/share/clipdata_191027_214755_407.sdoc-->
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่