ออแพร์ 2019 ตั้งแต่เริ่มสมัครจนถึงผ่านการสัมภาษณ์วีซ่า (Au Pair USA 2019)

สวัสดีค่ะทุกคน เราชื่อหยกนะคะ อายุ 22 ปี จะ 23 ในวันที่ 18 พ.ย นี้...
ก่อนหน้านี้เราได้เคยมาเล่าถึงขั้นตอนในการไปเป็นออแพร์ของเราไว้ แต่มันโดดข้ามไปข้ามมา 555
วันนี้เลยอยากจะมาแก้ตัว เลยจะมาเล่าใหม่ตั้งแต่ตอนแรกที่ตัดสินใจสมัคร จนสัมภาษณ์วีซ่าผ่านเลยค่ะ
เอาล่ะมาเริ่มกันเลย 5555555
โครงการออแพร์หรือพี่เลี้ยงเด็กต่างแดนนั้น เป็นโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างประเทศนะคะ ซึ่งหยกได้ศึกษาโครงการนี้มานานพอสมควร
ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ และหยกได้ตัดสินใจจะไปโครงการออแพร์ที่ประเทศอเมริกาจากที่เรียนจบ
ทำไมต้องไปอเมริกา ไปยุโรปได้มั้ย ?
ตอบเลยว่าได้ค่ะ เราเลือกได้ว่าจะไปเป็นออแพร์ที่ไหน แต่ที่เราเลือกอเมริกาก่อนเพราะ ที่นี่จำกัดอายุ 18-26 เท่านั้น
เราไม่อยากรอให้อายุเยอะแล้วค่อยไป และประเทศอเมริกาคือประเทศในฝันของเรา 5555555
ทำไมถึงต้องไปออแพร์ ทำไมไม่ไป Work and Travel ? 
1. เพราะว่าโครงการออแพร์นั้นถูกกว่ามากเลยค่ะ อย่างที่เคยบอกไว้นะคะว่าบ้านหยกไม่ได้รวยอะไร บ้านที่อยู่ตอนนี้ก็เป็นบ้านเช่า
เงินในบัญชีไม่ได้มีมากเป็นแสนๆ ลำพังแค่ไปโครงการนี้พ่อกับแม่ก็แทบทรุดแล้วค่ะ
2. คุณสมบัติของหยก หยกคิดว่าหยกมีคุณสมบัติที่ตรงและเหมาะกับโครงการนี้มากกว่าค่ะ ทั้งภาษาที่ไม่ได้เก่งมาก และประสบการณ์เกี่ยวกับเด็กที่มีเยอะ
3. โครงการออแพร์มีค่าใช้จ่ายไม่ถึงแสน ไม่ถึง 5 หมื่นด้วยซ้ำ ( แล้วแต่กรณีของแต่ละบุคคล ) แต่สามารถไปเรียนรู้ไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศได้นาน 1-2 ปี คุ้มมากเว่อร์ !!
4. ถึงเงินเดือนที่ได้รับจะน้อยแต่เราได้อยู่ฟรีกินฟรีเรียนฟรี เราว่ามันโอเคเด้ออออ
ขั้นตอนในการเป็นออแพร์มีอะไรบ้างไปดูกันโลดดด !!!
1. หลังจากที่เราเรียนจบปี 4 วันที่ 31 มีนาคม 2562 เราได้พักผ่อนพร้อมกับศึกษาโครงการและเอเจนเพิ่มเติมเป็นเวลา 1 เดือน หลังจากนั้นเราได้ตัดสินใจเลือกเอเจนซี่ไทยออแพร์ แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆ เรายังไม่ได้สมัครนะ เพราะรู้ข้อมูลมาว่าก่อนจะสมัครเราต้องสัมภาษณ์วัดระดับภาษากับทางเอเจนก่อน
ตอนนั้นรู้สึกกลัวเพราะภาษายังไม่ค่อยได้ ฟังไม่ออกเลย ก็เลยให้เวลาตัวเองไปเคาะสนิมฝึกภาษา หาคำถาม ฝึกตอบคำถามเอเจนจากในเน็ตก่อน
เราฝึกภาษาโดยการฟังอังกฤษจากยูทูปทุกคืนตอนนอนนะ เปิดไว้ทั้งคืนเลย ( บางคืนเก็บไปฝัน 555) 
หลังจากนั้นเราได้ไปทำงานที่เนอสเซอรี่แห่งหนึ่งแถวๆบ้านเรา ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 31 พฤษภาคม 2562 เพื่อเก็บชม.แบบเป็นทางการไว้ก่อนที่จะไปสมัครออแพร์ และตัดสินใจไปเข้าร่วมโครงการในวันที่ 20 พ.ค 62 พร้อมจ่ายเงินจำนวน 6,999 บาท และรับเอกสารจากทางเอเจนซี่มา
2. หลังจากนั้นเราก็ดำเนินการเตรียมและกรอกเอกสารต่างๆทั้งในออนไลน์และตัวจริง และทำวิดีโอแนะนำตัวเองพร้อมกับเก็บชม.เลี้ยงเด็กไปด้วย หลังจากสมัครแล้วประมาณ 2 อาทิตย์ก็มีจนท.จากเอเจนโทรมาสัมภาษณ์วัดระดับภาษาเราครั้งที่ 1 คำถามก็จะประมาณว่า
- Why do you want to be an Au Pair?
- do you have childcare experience? if yes, tell me
- ให้เราแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ
ซึ่งคร่าวๆก็จะประมาณนี้นะคะ เราซ้อมมาเยอะท่องมาเยอะเลยผ่านการวัดระดับภาษามาได้ พี่เค้าก็จะบอกให้เราเตรียมตัวสำหรับการสัมรอบ Final ตอนไปส่งเอกสารด้วยนะคะ หลังจากที่เราเก็บชม.ที่เนอสเซอรี่ได้ 1 เดือน เราก็ให้ทางเนอสเซอรี่เค้าเซ็นใบเก็บชม.ที่เอเจนให้เรามา และออกใบรับรองมาให้เราค่ะ
3. หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปทำพาสปอร์ต และให้เพื่อนบ้านเซ็นชม.เลี้ยงเด็กแบบไม่เป็นทางการให้ค่ะ
4. และเราก็ได้ไปเป็นผู้ช่วยครูต่างชาติที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง เราทำได้ประมาณ 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย 62 - 17 ส.ค 62 ในขณะที่เราทำงานที่นี่เราก็เริ่มทำวิดีโอ Presentation ส่งให้พี่เอเจนดูพอผ่านเราก็อัพลงออนไลน์ พร้อมกรอกข้อมูลหน้าออนไลน์ให้ครบ แล้วเราก็ได้ไปตรวจสุขภาพค่ะ
5. เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบ
- กรอกออนไลน์สมบูรณ์
- มีใบขับขี่ (เรามีอยู่แล้ว)
- เอกสารตรวจสุขภาพ
- ใบรับรองปสก.เลี้ยงเด็กทั้งเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ
- พาสปอร์ต
เราก็โทรนัดวันส่งเอกสารกับทางเอเจนซี่ เราได้นัดส่งเอกสารในวันที่ 15 ส.ค 62 ในวันส่งเอกสารพี่เอเจนเค้าก็จะเช็คเอกสารทั้งหมดของเรา และสัมภาษณ์รอบ Final กับเราอีกครั้งนึง รอบนั้ถามเยอะมากมีตอบไม่ได้ฟังไม่รู้เรื่องด้วย แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ เราส่งเอกสารครบในวันที่ 19 สิงหาคม 2562 หลังจากนั้นเราก็รอออนไลน์ รอทางศูนย์ที่อเมริกาเค้าส่งเมลมายืนยันการออนไลน์โปรไฟล์ของเรามาให้
6. หลังจากที่กลับมารอเมล เราได้รับเมลจากทางเอเจนให้ทำแบบทดสอบจิตวิทยาประมาณ 100 หรือ 200 กว่าข้อ ไม่ยาก ภาษาไทย และในคืนวันที่ 29 ส.ค. เราก็ได้รับเมลยืนยันการออนไลน์โปรไฟล์จากทางศูนย์ใหญ่เรียบร้อย เย้ !!!! 👍👍😁😁 ทีนี้เราก็ต้องหมั่นเข้าระบบไปเช็คโปรไฟล์เราเพื่อให้โปรไฟล์เราเด้งขึ้นมาหน้าแรกๆของโฮส เพราะเราไม่สามารถที่จะเลื่อนเช็คดูโปรไฟล์ของโฮสได้หากโฮสไม่ได้มาวิว หรือสนใจเรา จุดนี้อาจทำให้ใครหลายคนท้อเพราะทำได้แค่รอ .... ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีโฮสมาวิวเรา 😑😑 บางคนรอเป็นเดือน บางคนรอครึ่งปีก็มี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความเชื่อมั่นในความหวัง ความฝันและการอดทนจะทำให้เรามีกำลังใจในการรอ และแล้วหลังจากที่ออนไลน์โปรไฟล์มาได้ 4 วัน ในวันที่ 4 ก.ย 62 ก็มีเมลส่งมาหาเราว่ามีโฮสสนใจเรา เย้..บ้านแรกมาแล้วโว้ยยยย 😆😁 และไม่นานหลังจากเราได้เข้าไปดูโปรไฟล์โฮส เราก็ได้รับเมลจากโฮส และเราก็ได้ตอบเมลกลับไปหาเขา เรานัดสไกด์คุยกันในวันมะรืนตอน 4 ทุ่ม (ไทย) และในวันต่อมา 5 ก.ย 62 ก็มีโฮสมาวิวเราเพิ่มอีก 1 บ้าน โฮสก็เมลมา เราก็เข้าไปอ่านโปรไฟล์ของโฮสบ้านสอง และตอบเมลกลับไปหาเขา จากนั้นโฮสก็นัดคุยกับเราในวันนั้นเลยผ่านสไกด์ ตอน 3 ทุ่ม เราคุยกับบ้านที่สองประมาณ 2 รอบ และเราได้คุยกะออแพร์คนเก่าของบ้านสอง มันมีบางจุดที่เราคิดว่าเราน่าจะเข้ากับบ้านนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าโฮสไม่ดีนะ แต่มันเป็นเรื่องของความไม่สบายใจอ่ะนึกออกป๊ะ? 5555 นั่นแหล่ะ !!! แล้วเราก็ได้คุยกับบ้านแรกประมาณ 3-4 รอบ เราคิดว่าเราโอเคกับบ้านนี้นะ หลายๆอย่างเลย เราเลยคิดว่าจะแมชกับบ้านนี้ และอีกไม่กี่วันต่อมาก็มีโฮสมาวิวเราอีก 2 บ้าน แต่เราไม่ได้ตอบเมลกลับหาโฮสสองบ้านนี้เพราะเราตกลงจะแมชกับโฮสบ้านแรกไปแล้ว เราแมชวันที่ 9 ก.ย 62 และได้เมลยืนยันการแมชวันที่ 10 ก.ย 62 แล้วเราก็ได้บอกกับพี่เอเจนซี่ว่าแมชกับโฮสแล้ว 🎉🎉😁😁👍 พี่เค้าก็ส่งเมลมาให้เราเกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นขอวีซ่า และการเตรียมตัวก่อนไปสัมภาษณ์ ..
** ปล. หลังจากที่แมชกับโฮสแล้ว เราก็ได้ไปทำ pre-dot ก่อนวันบินเรียบร้อยแล้ววว (เป็นเหมือนแบบทดสอบคอร์สอบรมก่อนไปปฐมนิเทศที่นิวยอร์ก)
7. เราได้เตรียมตัวดำเนินการในการขอวีซ่าอเมริกาต่อเลย ซึ่งบอกเลยว่าพอมาถึงจุดนี้มันเป็นอะไรที่โครตอึดอัด โครตของโครตอึดอัด !!! กังวล เครียด !! แต่ก็พยายามสงบสติอารมณ์ บอกตัวเองว่าไม่เป็นไรเราทำได้ ... เราได้เตรียมคำถาม-คำตอบต่างๆจากทุกเว็บที่หาได้ จากในยูทูป
จากกรุ๊ปและจากทางเอเจนซี่ แล้วเราก็มาทำสคริป ถาม-ตอบในฉบับของเราเอง เราเขียนสคริปลงในสมุดบันทึกของเราเล่มนึงเต็มๆในการเตรียมตัวสัมภาษณ์วีซ่า เราซ้อมหนักมากกก ซ้อมทั้งวันทั้งคืนจนเก็บไปฝัน 5555 โอเค !!! หลังจากที่แมชได้ประมาณ 3 วันพี่เอเจนซี่ก็โทรมานัดส่งเอกสารขอวีซ่าพร้อมกับซ้อมสัมภาษณ์ด้วย เราก็ได้ทำการเตรียมเอกสารต่างๆตามคำแนะนำของเอเจนซี่ พร้อมกับกรอก Ds-160 (ขั้นตอนนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน 555 ) ซึ่งพี่เค้านัดเราส่งเอกสารในวันที่ 23 กันยายน 2562 เวลา 10 โมงตรง !! ก่อนถึงวันนัดเราก็ได้ไปเปลี่ยนใบขับขี่จาก 2 ปีเป็น 5 ปีให้เรียบร้อยเพื่อที่จะไปทำใบขับขี่สากล และเมื่อถึงวัดนัดส่งเอกสารขอวีซ่า อีนี่ไปถึงที่เอเจน 10.50 น. จ้าา เนื่องจากขึ้นบีทีเอสผิดฝั่ง 55555 ซึ่งในวันนั้นพี่ๆจะเช็คเอกสารของเราว่าครบมั้ย ? และเค้าจะจัดเรียงเอกสารในการยื่นขอวีซ่าเพื่อให้เรานำไปในวันสัมภาษณ์
** เอกสารค่อนข้างเยอะ
- Ds-2019
- ใบ sevis ค่าธรรมเนียม
- ใบ Confirmation of Placement
- ใบส่งตัวยื่นขอวีซ่า
- ชุดใบสมัครออนไลน์
- เอกสารประกอบการสมัคร (พวกใบรับรองแพทย์,ใบรับรองประสบการณ์การเลี้ยงเด็ก)
- จดหมายรับรองการเลี้ยงเด็กแบบเป็นทางการ
- ใบ confirmation page ( Ds-160 )
- จดหมายจากโฮสแฟมิลี่ (วันนั้นเราไม่มี)
- ใบเสร็จธนาคารกรุงศรี
- รูปถ่ายสีขนาด 2*2 นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน 2 รูป
- พาสปอร์ต
- ใบ transcript ของมหาลัย
- หนังสือรับรองการทำงานของพ่อแม่
- หนังสือรับรองการทำงานของตัวเรา (ถ้าใครที่ไม่ได้ทำงานก็ไม่ต้องใช้ )
**เพิ่มเติมนะ **
ในการกรอก Ds160 เนี่ยเป็นอะไรที่โครตละเอียดอ่อนมากๆๆๆๆๆๆ อ่ะ
คือเราต้องเช็คต้องตรวจทานให้รอบคอบมากๆ เพราะมันจะมีผลในการไปสัมภาษณ์วีซ่าได้ และทุกอย่างที่กรอกลงไปต้องเป็นความจริงทั้งหมด
ในวันที่ส่งเอกสารพี่เอเจนซี่เค้าจะซ้อมสัมวีซ่าให้เราและช่วยแก้ไขหรือเพิ่มแนวทางในการตอบคำถามให้เรา และลงคิวสัมภาษณ์วีซ่าในวันนั้นเลย ซึ่งเราได้ลงคิวไปวันที่ 4 ตุลคม 2562 
8. และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย  เราก็ได้เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อเลยในวันนั้น #เหนื่อยมากกก 555 เราได้ไปขอใบรับรองประวัติอาชญากรรมที่นี่โดยเสียค่าธรรมเนียมจำนวน 100 บาท เราเลือกให้เค้าจัดส่งไปให้ที่บ้านเลยเสียค่าจัดส่งอีก 50 บาท จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านเพื่อมาเตรียมตัวสำหรับการไปสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา 
นี่เป็นวิดีโอขั้นต่างๆในการเป็นออแพร์ของเรา ซึ่งจะบอกรายละเอียดของโครงการไว้หมดเพื่อนสามารถไปดู กันได้นะคะ
เดี๋ยวมาต่อกันนะ ที่ไม่พอ 555555555
 #ออแพร์อเมริกา2019 #AuPair 

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่