JJNY : ดุสิตโพล49.63%ลต.นครปฐมพลิกการเมืองไม่แน่นอน/NIDAโพล44.85%หลังลต.ขัดแย้งการเมือง/SUPER POLLปชช.เฉยๆหากอนค.ถูกยุบ

ดุสิตโพล49.63%ลต.นครปฐมพลิกการเมืองไม่แน่นอน
https://www.innnews.co.th/politics/news_519364/

“สวนดุสิตโพล” คนมองเลือกตั้งซ่อมนครปฐม ผลไม่เป็นตามที่ส่วนใหญ่คาด บอกรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ทำงานเหมือนเดิม อนาคตใหม่ยังคงถูกจับตามมอง

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,072 คน เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไร กับ การเลือกตั้งซ่อม จ.นครปฐม” ระหว่างวันที่ 24-26 ตุลาคม 2562 เมื่อถามถึงประชาชนคิดเห็นอย่างไร กับ การเลือกตั้งซ่อม จ.นครปฐม พบว่า 

ส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.63 ระบุ เป็นข่าวดัง เกมพลิก ผลไม่เป็นไปตามที่คนส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้  รองลงมา 
ร้อยละ 32.25 ระบุ ชัยชนะของพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นผลดีต่อฝ่ายรัฐบาล ทำให้มีคะแนนเสียงเพิ่มขึ้น 
ขณะที่ ร้อยละ 26.22 ระบุ การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ย่อมมีผู้แพ้ ผู้ชนะ และเมื่อถามถึงจากผลการเลือกตั้ง สะท้อนให้เห็นอะไรไบ้าง ส่วนใหญ่ 
ร้อยละ 52.57 ระบุ สถานการณ์ทางการเมืองไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 
รองลงมา ร้อยละ 39.40 ระบุ ประชาชนคือผู้มีสิทธิมีเสียง ต้องเคารพการตัดสินใจ 
ร้อยละ 22.58 ระบุ การเลือกตั้งครั้งนี้คนตัดสินใจเลือกที่ตัวบุคคลมากกว่า

ทั้งนี้เมื่อถามถึง ประชาชนคิดว่าอนาคตของ “ฝ่ายรัฐบาล” จะเป็นอย่างไร 
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.19 ระบุ เหมือเดิม เพราะ การดำเนินงานล่าช้า ไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลถูกคัดค้านต่อต้าน โดนเพ่งเล็งหลายเรื่อง ฯลฯ รองลงมา 
ร้อยละ 36.33 ระบุ แย่ลง เพราะ ยังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนไม่ได้การจัดสรรงบประมาณปี 63 มีปัญหา ไม่ชัดเจนฯลฯ 
ร้อยละ 19.48 ระบุ เพราะรัฐบาลยังมีเสียงข้างมาก มีอำนาจในการบริหารบ้านเมืองเต็มที่ มีมาตรการต่างๆออกมาช่วยเหลือประชาชน ฯลฯ 

ขณะที่ ประชาชนคิดว่าอนาคตของ “ฝ่ายค้าน” โดย
ร้อยละ 54.26 ระบุ เหมือนเดิม เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านมีประสบการณ์ทางการเมืองมานาน มีหน้าที่หลักในการตรวจสอบและคานอำนาจกับรัฐบาล ฯลฯ รองลงมา
ร้อยละ 29.52 ระบุ ดีขึ้น เพราะ ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้เหมาะสม ปฏิบัติตามนโยบาย เป็นฝ่ายค้านที่ดี เร่งทำผลงานให้เป็นที่ยอมรับฯลฯ 
ร้อยละ 16.22 ระบุ แย่ลง เพราะ อาจเป็นจุดเปลี่ยนหรือเป็นการส่งสัญญาณเตือนบางอย่างการเมืองไทยร้อนแรง ฝ่ายค้านถูกบีบ ทำงานยากขึ้น ฯลฯ
 
ประชาชน ร้อยละ 37.16 คิดว่าอนาคต ของ “พรรคอนาคตใหม่” เหมือนเดิม เพราะเป็นพรรคใหม่ไฟแรง มีอุดมการณ์และความมุ่งมั่น เป็นเรื่องปกติที่ถูกจับจ้องและโดนโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามฯลฯ 
รองลงมา ร้อยละ 32.51 ระบุ ดีขึ้น เพราะ จากผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้พรรคอนาคตใหม่มีความรอบคอบ ทำงานรัดกุมมากขึ้นฯลฯ 
ขณะที่ ร้อยละ 30.33 ระบุ แย่ลง เพราะเริ่มมีกระแสข่าวในทางลบ อาจมีความขัดแย้งภายในพรรค ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นฯลฯ



NIDAโพลคน44.85%มองหลังลต.ทำขัดแย้งการเมือง
https://www.innnews.co.th/politics/news_519337/

"นิด้าโพล"เผยประชาชนมอง หลังเลือกตั้งพรรคการเมืองมีความขัดแย้งมากขึ้น กังวลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศ

“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น จำนวน 1,253 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “ความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24 – 25 ตุลาคม 2562

เมื่อถามถึงความคาดหวังของประชาชนต่อความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยหลังการเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่ 
ร้อยละ 35.44 ระบุว่า ความขัดแย้งทางการเมืองจะเพิ่มขึ้น 
รองลงมา ร้อยละ 31.36 ระบุว่า ความขัดแย้งทางการเมืองจะเท่าเดิม 
ร้อยละ 23.94 ระบุว่า ความขัดแย้งทางการเมืองจะลดลง 
ร้อยละ 7.18 ระบุว่า จะไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองอีกแล้ว 
และร้อยละ 2.08 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 

และเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทย หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันพบว่า 
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.85 ระบุว่า ความขัดแย้งทางการเมืองเพิ่มขึ้น 
รองลงมา ร้อยละ 36.71 ระบุว่า ความขัดแย้งทางการเมืองเท่าเดิม 
ร้อยละ 14.53 ระบุว่า ความขัดแย้งทางการเมืองลดลง 
ร้อยละ 3.35 ระบุว่า ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองอีกแล้ว 
และร้อยละ 0.56 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
 
ทั้งนี้เมื่อถามถึงเมื่อถามผู้ที่ระบุว่า มีความขัดแย้งทางการเมือง เพิ่มขึ้น เท่าเดิม และลดลง ถึงสาเหตุของความขัดแย้งทางการเมือง ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันพบว่า 
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.34 ระบุว่า การแย่งชิงอำนาจทางการเมือง 
รองลงมา ร้อยละ 42.19 ระบุว่า ผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว 
ร้อยละ 32.64 ระบุว่า อุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ของผู้ที่ตอบมีความขัดแย้งทางการเมือง เพิ่มขึ้น เท่าเดิม และลดลงพบว่า 
ร้อยละ 21.43 ระบุว่า มีความกังวลมาก เพราะ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนแย่ลงกว่าเดิม นักลงทุนต่างชาติก็ไม่กล้าเข้ามาลงทุน

ขณะที่บางส่วนระบุว่า กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบในอดีตที่ผ่านมา 
ร้อยละ 33.14 ระบุว่า ค่อนข้างมีความกังวล เพราะ กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและกลัวว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะแย่กว่านี้
ร้อยละ 20.51 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความกังวล เพราะ เป็นเรื่องของการเมืองไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง รัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ไม่น่ามีความรุนแรง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่